เรื่องเสียว คืนฝนโปรย “โอ้ย…เสียว…”เธอครางกระเส่าเมื่อหัวควยเสียดสีกับจุดลึกภายในร่างบิดดิ้นไปมาอย่างเสียวสยิว
ผมจำได้ดีว่าคืนนั้นฝนตกหนักผิดปกติ ฟ้าร้องครืนครามราวท้องฟ้ากำลังถล่มทลาย เม็ดฝนกระหน่ำลงมาไม่ลืมหูลืมตา ผมเพิ่งเลิกงานกะดึกจากร้านสะดวกซื้อย่านชานเมือง รถมอเตอร์ไซค์คันเก่าดันยางแบนกลางทางบนถนนเปลี่ยวที่แทบไม่มีรถผ่าน
ตอนนั้นผมอายุยี่สิบแปด ทำงานประจำและรับจ๊อบพิเศษสารพัดเพื่อส่งเงินให้แม่ที่ต่างจังหวัด ชีวิตวนเวียนอยู่กับตารางงานที่แน่นเอี๊ยดจนแทบไม่มีเวลาหายใจ ความรักเป็นเรื่องไกลตัวจนบางครั้งก็ลืมไปว่าตัวเองยังโสดสนิท
คืนนั้นผมเข็นรถมอเตอร์ไซค์ตากฝนไปตามไหล่ทาง เสื้อเชิ้ตเปียกโชกจนแนบติดลำตัว นาฬิกาข้อมือบอกเวลาตีหนึ่งครึ่ง แสงไฟจากเสาไฟฟ้าริมถนนริบหรี่จนแทบมองไม่เห็นทาง ข้างหน้ามีบ้านทรงไทยกึ่งปูนหลังหนึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยว มีไฟหน้าระเบียงเปิดทิ้งไว้สลัวๆ ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจเข็นรถเข้าไปหลบใต้ชายคาโรงรถที่เปิดโล่งว่างเปล่า
เสียงเปิดประตูไม้ดังเอี๊ยดตามมาด้วยร่างของผู้หญิงคนหนึ่งในชุดผ้าถุงลายดอกสีครามกับเสื้อคอกระเช้าสีขาว เธออายุราวสามสิบปลายๆ รูปร่างอวบอิ่ม ผิวขาวเนียนละเอียด ใบหน้ารูปไข่มีดวงตาคมเข้มดั่งตาเหยี่ยว มวยผมสีดำขลับขมวดไว้หลวมๆ ทว่าแววตาคู่นั้นกลับอ่อนโยนราวกับรู้ว่าคนแปลกหน้ายามวิกาลต้องการความช่วยเหลือ
“เข้ามาในบ้านก่อนเถอะ เดี๋ยวเป็นไข้เอา” เสียงเธอนุ่มนวลแต่มีพลัง ท่าทางสุขุมเหมือนผู้หญิงที่ผ่านโลกมามาก ผมโค้งขอบคุณและแนะนำตัวสั้นๆ เธอบอกชื่อ ‘พี่อร’ เป็นเจ้าของบ้านที่อาศัยอยู่เพียงลำพังหลังจากสามีเสียไปเมื่อสองปีก่อน
ภายในบ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นไม้เก่าผสมกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำมันหอมระเหย พี่อรหายเข้าไปในครัวแล้วกลับมาพร้อมผ้าขนหนูผืน
ใหญ่กับชุดเสื้อผ้าของสามีที่ยังเก็บไว้อย่างดี เธอยืนมองผมด้วยสายตาอ่อนโยนพลางยื่นแก้วน้ำขิงร้อนๆ มาให้ เสื้อคอกระเช้าที่เปียกละอองฝนเล็กน้อยแนบไปกับทรวงอกอวบอิ่มจนเห็นรอยนูนชัดเจน
“ไปอาบน้ำก่อนนะ ห้องน้ำอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวพี่หาข้าวให้กิน” เธอชี้ไปยังประตูไม้สีครีมด้านข้าง ผมรับผ้าขนหนูมาแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ กลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ ช่วยคลายความหนาวเหน็บ ขณะถอดเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มออกทีละชิ้น ใจกลับนึกถึงสายตาคมกริบของพี่อรที่มองมาอย่างเอ็นดู
หลังอาบน้ำเสร็จ ผมใส่เสื้อยืดสีเทาเก่าๆ กับกางเกงขาสั้นของสามีเธอที่พอดีตัวอย่างเหลือเชื่อ เดินออกมาพบพี่อรนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารพร้อมข้าวต้มร้อนๆ สักครู่หนึ่ง เธอเปลี่ยนเป็นชุดนอนผ้าซาตินสีน้ำเงินเข้มแล้ว เนื้อผ้าบางเบาทิ้งตัวแนบกับส่วนโค้งเว้าของร่างกาย ผมแอบสังเกตเห็นทรวงอกอวบอิ่มที่เด่นชัดภายใต้ชุดนอนไร้ชั้นใน หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
“พี่อยู่คนเดียวแบบนี้ไม่กลัวเหรอครับ” ผมถามทำลายความเงียบ เธอหัวเราะเบาๆ ก่อนตอบว่า “ชินแล้วล่ะ พี่ชอบความเงียบมากกว่าความวุ่นวาย แต่คืนนี้ฝนตกหนักจนพี่นอนไม่หลับเหมือนกัน ได้ยินเสียงรถเข็นจากหน้าบ้านพอดี”
นั่งคุยกันไปเรื่อยๆ ผมรู้ว่าพี่อรเป็นเจ้าของร้านขายต้นไม้เล็กๆ ในตัวเมือง ไม่มีลูก ใช้ชีวิตเรียบง่ายตามลำพัง เธอชอบทำสวน อ่านหนังสือ และสะสมกล้วยไม้หายาก บทสนทนาลื่นไหลราวกับคนรู้จักกันมานาน บ้างก็หัวเราะกับมุกตลกของผม จนลืมไปว่าข้างนอกฝนยังตกหนักไม่หยุด
จู่ๆ ไฟทั้งบ้านก็ดับวูบลงพร้อมเสียงฟ้าร้องดังสนั่น พี่อรตกใจถอนหายใจเฮือกหนึ่ง มือบางเอื้อมมาคว้าข้อมือผมโดยอัตโนมัติ มือของเธอเย็นเฉียบแต่สัมผัสนุ่มนิ่ม ความมืดมิดทำให้ทุกอย่างเงียบงันชัดเจนขึ้น ทั้งเสียงหัวใจเต้นแรงของเราและลมหายใจร้อนรินที่อยู่ใกล้กันเพียงคืบ
“พี่กลัวฟ้าร้อง” เธอกระซิบแผ่วเบา เศษเสี้ยวแสงเดือนจากหน้าต่างสาดผ่านกระทบโครงหน้าหวาน ริมฝีปากอิ่มแดงระเรื่อขยับเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง ในความมืดนั้นเอง ผมสัมผัสได้ถึงความเงี่ยนที่ค่อยๆ พลุ่งพล่านขึ้นจากก้นบึ้งของอารมณ์ สายตาคมกริบของเธอจ้องมองผมเหมือนกำลังเชิญชวน
มือผมเอื้อมไปแตะแก้มนวลของเธออย่างแผ่วเบา เธอไม่ได้หลบ กลับเอนใบหน้าเข้าหาฝ่ามืออย่างว่าง่าย ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้อมือ “อา…” เธอครางเสียงแผ่วเมื่อปลายนิ้วผมไล้ลงมาที่ลำคอระหง สัมผัสเนียนละเอียดราวกลีบดอกไม้ ใจผมหวิวจนแทบหยุดหายใจ
“เราไม่ควร…” เธอกลืนคำพูดไว้เพียงครึ่งเดียว แต่มือผมกลับประคองท้ายทอยเธอไว้มั่นคง จากนั้นริมฝีปากของเราก็ประกบกันในความมืด รสขิงอุ่นๆ ในปากเธอผสานกับลมหายใจหอบตื้น จูบนั้นเริ่มจากแผ่วเบาแล้วค่อยๆ ลึกซึ้ง ลิ้นทั้งสองเกี่ยวกระหวัดสอดประสานกันอย่างเร่าร้อนราวกับอดกลั้นมานานนับปี
ผมดึงเธอเข้ามากอดจนชิด ทรวงอกอวบอิ่มเบียดแนบกับแผงอกกว้างภายใต้เสื้อยืดบางๆ หัวใจเธอเต้นระส่ำพร้อมเสียงคราง “อืม…” ที่สั่นสะท้านอยู่ในลำคอ มือผมเลื่อนลงไปตามส่วนโค้งของเอวคอด ก่อนจะสอดเข้าไปใต้ชายเสื้อนอนผ้าซาติน สัมผัสผิวเนื้ออุ่นๆ ที่สั่นน้อยๆ ภายใต้ฝ่ามือหยาบกร้าน
“อ๊ะ…” พี่อรสะดุ้งน้อยๆ เมื่อปลายนิ้วลากไล้ไปตามแนวสันหลัง ก่อนจะปลดตะขอเสื้อนอนออกอย่างชำนาญ เนื้อผ้าไหลลู่ลงเผยให้เห็นเรือนกายท่อนบนอันงดงามภายใต้แสงจันทร์สลัว ทรวงอกอวบอิ่มขาวเนียนตั้งชูชัน หัวนมสีชมพูเข้มแข็งเป็นไต ผมก้มลงคลึงเคล้าด้วยปลายลิ้นอย่างช้าๆ เธอแอ่นอกเข้าหา พร้อมครางเสียงหลง “อึก… อา… ตรงนั้นมันเสียว…”
เราย้ายจากโต๊ะอาหารไปยังโซฟาหนังเย็นๆ ในห้องรับแขก พี่อรนอนหงายเต็มความยาว ร่างอวบอิ่มทอดกายงดงามราวภาพวาด ผมปลดผ้าถุงลายดอกออกจนเหลือเพียงเนื้อเปลือยเปล่า เรือนร่างของเธอสมบูรณ์อย่างที่ผู้หญิงวัยสามสิบปลายพึงมี สะโพกผายใหญ่ ต้นขาเนียนกลมแน่น ตรงง่ามขามีไรขนดกหนาเป็นเงาในความมืด
“อย่ามองนานสิ… เขิน” เธอกระซิบ พลางยกมือปิดหน้าอย่างอายๆ แต่ขากลับไม่ได้หุบ ผมก้มลงซุกไซ้ระหว่างต้นขาเนียน ลมหายใจร้อนเป่ารดจนเธอบิดกาย “อา… อย่าเพิ่ง… อาย…” ริมฝีปากผมแตะเบาๆ ที่กลีบเนื้ออูมนั้น มันชื้นแฉะมีน้ำใสๆ ไหลซึมออกมามากจนน่าตกใจ กลิ่นสาวหอมสาบอบอวลชวนมึนเมา
“ตรงนี้มันโหนกสวยจัง” ผมชมออกมาอย่างลืมตัว พี่อรคราง “อื้อ…” อย่างเขินอายก่อนจะร้องซี๊ดเมื่อลิ้นผมลากผ่านแนวยาวจนถึงเม็ดติ่งแข็ง ปลายลิ้นหมุนวนไปรอบๆ อย่างเนิบช้า ไม่เร่งร้อนเกินไป มือทั้งสองของเธอจิกแน่นที่โซฟา สะโพกบิดหนีแต่ก็เหมือนจะดันเข้าหาเสมอ
“โอ้ย… เสียว…” เธอครางเสียงหลงเมื่อผมดูดเม็ดติ่งเบาๆ สลับกับใช้ลิ้นเขี่ยไปมา น้ำรักหลั่งรินออกมามากจนแฉะไปทั่วคางผม กลิ่นเค็มปนหวานชวนให้ยิ่งอยากชิมลึกลงไปอีก ผมสอดนิ้วกลางเข้าไปในรูรักอันบีบรัดแน่น เธอสะดุ้งเฮือก “อ๊ะ! เข้าไปแล้ว…” นิ้วขยับเข้าออกช้าๆ แรงขึ้นทีละน้อยจนเสียงเสียวในลำคอของเธอดังเป็นจังหวะ
พี่อรดึงแขนผมขึ้นมาประกบปากอย่างหิวกระหาย ลิ้นของเธอพล่านร้อนราวกับต้องการกลืนกินผมทั้งตัว มือเรียวเลื่อนลงไปปลดกระดุมเสื้อของผมออกอย่างเร่งร้อน ก่อนจะเลื่อนลงถือควยที่แข็งปานเหล็กในกางเกงขาสั้น “ใหญ่จัง…” เธอกระซิบพลางรูดกางเกงลงช้าๆ ปลายนิ้วเกลี่ยหัวบานที่เยิ้มน้ำหล่อลื่น ผมครางต่ำในลำคอ “อึก…”
“อยากให้พี่ขี่มั้ย” เธอถามเสียงสั่นพร่า ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้าไปในตาผม มือยังคงรูดขึ้นลงช้าๆ ปลายนิ้วบีบหัวบานจนเสียวซ่านไปทั้งสันหลัง ผมพยักหน้าแทนคำตอบแล้วเอนกายพิงพนักโซฟา พี่อรขยับขึ้นคร่อมบนตัก ค่อยๆ จ่อหัวควยที่รูรักอันชุ่มฉ่ำ ก่อนจะกดสะโพกลงช้าๆ อย่างถึงที่สุด
“อ้าาา…” เธอแหงนหน้าครางยาวเมื่อความยาวเต็มมิดฝังลึกเข้าไปในรูรักบีบรัด ภายในอุ่นร้อนและแน่นจนผมแทบแตกในทันที สะโพกของเธอเริ่มโยกช้าๆ ก่อนจะเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์ที่คุกรุ่น เสียงเนื้อกระทบกันดังฉาดฉาด ทรวงอกอวบอิ่มกระเพื่อมไปตามจังหวะ ผมก้มลงดูดหัวนมที่แข็งตั้งสลับกับเม้มเบาๆ
“เสียวมากเลย… อึก! ตรงนี้มัน…” เธอครางกระเส่าเมื่อหัวควยเสียดสีกับจุดลึกภายใน ผมจับสะโพกเธอกดลงกระแทกแรงขึ้น จากนั้นสลับให้เธอนอนหงาย ผมขึ้นคร่อมและกระแทกใส่เต็มแรงในท่าเดิมที่ขาพาดบ่า สายตาจับจ้องเรือนร่างเปลือยเปล่าอันงดงามที่บิดดิ้นไปมาอย่างเสียวสยิว
”แรงกว่านี้… อีก… อีก…” เธอร้องขอเสียงหลง ผมเร่งจังหวะกระแทกกระแทกไม่ยั้ง มือสองข้างบีบคลึงทรวงอกซึ่งกันและกันไม่หยุด ฟ้าร้องภายนอกคล้ายประสานเสียงกับครางของพวกเรา ฝนยังคงตกกระหน่ำแต่กลับเป็นเหมือนเพลงคลอเคล้าถึงอารมณ์ที่บ้าคลั่ง
“ไม่ไหวแล้ว… จะแตก…” พี่อรตะโกนเสียงสั่น เมื่อรู้ว่าร่างกายของตัวเองเริ่มบีบรัดหัวควยเป็นจังหวะ ผมประกบปากเธอแนบแน่นดูดดื่มลิ้นรัญจวน ก่อนจะจบด้วยจังหวะสุดท้ายที่ฝังลึกและปลดปล่อยความร้อนแรงออกมาพร้อมกัน ผมกดสะโพกแน่นนิ่งขณะน้ำรักถูกพ่นเข้าไปจนเต็มแน่นในโพรงสวรรค์
“อ้าาาา…” เธอครางสุดเสียงก้องห้อง ก่อนที่ร่างกายจะหมดแรงทิ้งตัวลงบนโซฟา ทั้งสองนอนหอบหายใจรุกรินอยู่เคียงข้างกันเนิ่นนาน ร่างเปลือยเปล่าของเธอแนบชิดกับอกผม ลมหายใจค่อยๆ สงบลงแต่หัวใจยังเต้นรัวไม่หยุด มือบางลูบไล้ไปตามแผงอกผมอย่างอ่อนโยน
เช้าวันต่อมาฝนหยุดตกแล้ว แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาแตะผิวเนื้อของเรา ผมตื่นขึ้นมาก่อนเห็นพี่อรนอนหลับตาคว่ำแก้มอยู่ข้างๆ ใบหน้าหวานดูอ่อนเยาว์ใต้แสงส้มอ่อน เธอเปิดเปลือกตาแล้วยิ้มให้ผมอย่างเขินอาย
“เมื่อคืนเหมือนฝันไปเลย” เธอกระซิบเสียงพร่า ผมดึงร่างอวบอิ่มเข้ามากอดและจูบเบาๆ ที่หน้าผาก “เหมือนกันครับ” จากนั้นเราก็อาบน้ำแต่งตัวด้วยกัน ต่างคนต่างไม่พูดถึงอนาคต แต่รู้ทั้งรู้ว่าคืนนั้นเป็นคืนที่เราจะไม่มีวันลืม
ผมออกจากบ้านพี่อรพร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่เธอเขียนใส่กระดาษยื่นให้ ฝนหยุดสนิทแล้วแต่หัวใจของผมเต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นและหฤหรรษ์ มอเตอร์ไซค์คันเก่ายังจอดรออยู่ที่เดิม คืนนั้นเปลี่ยนชีวิตผมมากกว่าที่คิด แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้รู้ว่าในวันที่ฝนตกหนักที่สุด ฟ้าก็ยังส่งคนแปลกหน้าธรรมดาคนหนึ่งมาเติมเต็มความเงียบงันให้แก่กัน
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







