เรื่องเสียว เย็ดน้าน้องสาวแม่ ผมฝังควยจนสุดโคน น้าสวยมาก…หีก็แน่น…“อ๊ะ…อื้อ…เสียว…น้าเสียว…โอย…”
พ่อของผมอายุ 68 ปี ร่างกายที่เคยบึกบึนเหมือนต้นมะขามหลังบ้านเริ่มโรยราเมื่อสองปีที่ผ่านมา โรคความดันกับเข่าเสื่อมทำให้แกเดินเหินช้าลง ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ พ่อเคยอุ้มผมขึ้นบ่าแล้วพาวิ่งเล่นท่ามกลางฝนแรกของปี เสียงหัวเราะของแกดังกังวานกว่าฟ้าร้องเสียอีก แต่ตอนนี้เงาของพ่อบนพื้นดินกลับดูบางลงทุกวัน
ผมชื่อเมฆ อายุ 35 ปี ทำงานอยู่กรุงเทพฯ หลายปีจนเกือบลืมกลิ่นดินบ้านเกิด แต่เมื่อเสียงโทรศัพท์จากน้าสาย น้องสาวแม่ บอกว่าพ่อหกล้มในห้องน้ำ ผมตัดสินใจลางานยาวแล้วขับรถกลับบ้านทันที ใจเต้นไม่เป็นจังหวะตลอดทาง
หมู่บ้านเล็กๆ ของเราอยู่ห่างจากตัวเมืองราวสามสิบกิโลเมตร ถนนคอนกรีตเส้นเล็กทอดยาวผ่านทุ่งนาเขียวครึ้ม ต้นยูคาลิปตัสริมทางส่งกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ ผมเปิดกระจกรถปล่อยให้สายลมร้อนปะทะใบหน้า กลิ่นแกลบไหม้จากที่นาของใครบางคนลอยมาเตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่ผมคุ้นเคยแต่ลืมไปนานแล้ว
ถึงบ้านตอนบ่ายสามแดดจัด น้าสายยืนรออยู่หน้าบ้าน ร่างผอมบางในผ้าถุงลายดอกเข็มสีแดงกับเสื้อคอกระเช้าสีน้ำตาลอ่อน ผมยาวประบ่าถูกรวบเป็นหางม้าอย่างง่ายๆ ใบหน้ารูปไข่ไร้เครื่องสำอางแต่ผิวกลับเนียนละเอียดอย่างน่าประหลาดสำหรับคนอายุ 45 น้าสายเป็นน้องสาวแม่แต่อายุห่างกันเกือบ 15 ปี หลังแม่เสีย น้าก็ย้ายมาดูแลพ่อเป็นครั้งคราว
“เมฆมาแล้วเหรอลูก รถติดไหม” เสียงน้าสายนุ่มดั่งสายลมเอื่อย แต่ในแววตากลับมีความเหนื่อยล้าซ่อนอยู่
“ไม่เท่าไหร่ครับน้า พ่อเป็นยังไงบ้าง” ผมลงจากรถแล้วโอบไหล่บางของน้าไว้ สัมผัสแรกคือความอุ่นจัดจากแสงแดดกับกลิ่นแป้งเย็นที่ติดผิวกาย
“ดีขึ้นมากแล้ว แกนอนหลับอยู่ข้างใน หมอให้ยามา กระดูกไม่มีร้าว แค่ฟกช้ำ”
ผมพยักหน้าแล้วสาวเท้าเข้าบ้าน กลิ่นยาดมคละคลุ้งจากห้องนอนพ่อ พัดลมตั้งพื้นหมุนส่งเสียงครางแผ่วๆ ร่างของพ่อบนเตียงไม้สักดูเล็กกว่าที่ผมจำ แกนอนหงายหายใจสม่ำเสมอ หน้าผากมีผ้าขนหนูชุบน้ำวางพาดอยู่ ผมเอื้อมมือไปจับมือเหี่ยวย่นของแกเบาๆ ความรู้สึกผิดถาโถมราวสายน้ำที่ทะลักจากเขื่อนแตก
สามวันแรกผมแทบไม่ได้หลับ วิ่งวุ่นกับยาหมอ ข้าวปลา และกายภาพเบื้องต้น น้าสายช่วยแบ่งเบาทุกอย่าง ตั้งแต่ต้มข้าวต้มจนถึงประคบสมุนไพร ตกดึกผมกับน้ามักนั่งคุยกันที่แคร่หน้าบ้าน ฟังเสียงแมลงหวี่ร้องระงมในพงหญ้า
“แม่เคยเล่าให้ฟังว่าแกกับแม่สนิทกันมาก” ผมเอ่ยขึ้นครั้งหนึ่งในคืนที่อากาศร้อนอบอ้าวน้าสายหันมายิ้มบางๆ ดวงตาคลอเคล้าแสงไฟนีออนจากศาลาท่าน้ำ
“แม่ของเมฆเป็นทุกอย่างของน้า ตอนพ่อแม่น้าเสีย แม่เมฆเลี้ยงน้าเหมือนลูก ไหนจะส่งเสียเรียนหนังสือ”
“แล้วน้าคิดถึงแม่ไหม”
“คิดถึงทุกวัน…แต่ก็นะ คนอยู่ข้างหลังก็ต้องอยู่ต่อ”
น้ำเสียงของน้าสายสั่นน้อยๆ ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเศร้าหรือลมร้อนที่พัดมาเป็นระลอก ในชุดนอนผ้าฝ้ายเนื้อบางสีขาวหม่น หน้าอกอิ่มแน่นใต้เนื้อผ้าแลดูเด่นชัดเมื่อถูกลมกรรโชกเบาๆ ผมรีบเบือนสายตาออกไปนอกบ้าน ใจเต้นแปลกๆ กับความคิดที่ไม่สมควร
วันที่สี่พ่อเริ่มเดินได้บ้าง ผมจับแขนแกพาเดินรอบบ้านช้าๆ แกพูดทั้งหอบว่า “กลับกรุงเทพฯ ไปทำงานเถอะลูก พ่ออยู่ได้”
“พ่อเพิ่งจะล้ม ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น” ผมตอบประชดนิดๆ ให้แกยิ้ม
พ่อหัวเราะเบาๆ ตบมือผมที่จับแขนอยู่ “ใอ้นี่มันดื้อเหมือนแม่มันไม่มีผิด”
วันต่อมาอากาศร้อนจัดเหมือนโดนสาป ผมตัดสินใจไปตลาดเช้าเพื่อซื้อของสดเข้าบ้าน ปลากะพง หมูสับ และผักปลอดสาร น้าสายอยู่ในครัวเตรียมน้ำพริกกะปิ ผมเห็นหยาดเหงื่อซึมตามไรผมของน้าไหลลงซอกคอขาว ลำคอระหงขยับเวลากลืนน้ำลาย
“น้าหิวน้ำไหมเดี๋ยวผมไปกดน้ำเย็นให้” ผมวางถุงผักแล้วรินน้ำมาให้ มือแตะไหล่น้าสายเพียงแผ่วแต่รู้สึกถึงความร้อนผ่าวของผิวราวกับถูกแดดแผดเผา
“ขอบใจจ้ะ” น้ารับแก้วไปดื่มรวดเดียว ผมเห็นหยดน้ำล้นจากมุมปากไหลลงตามปลายคางสู่ลำคอ มันไหลลงไปจนหายเข้าไปในขอบเสื้อ
บ่ายแก่ๆ พ่อหลับ ผมชวนน้าสายไปเก็บมะม่วงหลังบ้าน น้าสวมเสื้อแขนกุดสีเขียวอ่อนกับผ้าถุงทอมือลายตาหมากรุกเนื้อบาง ผมถือตะกร้าหวายเดินตาม มองแผ่นหลังบางกับเอวกิ่วของน้าที่โอนเอนไปมาตามจังหวะก้าว รอยแยกของผ้าถุงทำให้เห็นต้นขาขาวผ่องเป็นช่วงๆ
“น้าปีนเก่งเหมือนเดิมไหม” ผมแซว
“ไม่ได้ปีนนานแล้ว กลัวตก” น้าหัวเราะ ก่อนยื่นมือขึ้นเขี่ยกิ่งมะม่วงให้โน้มลงมา ผมเข้าไปช่วยจับกิ่งไว้แทน ใบหน้าของน้าอยู่ใกล้เพียงคืบ กลิ่นเหงื่ออ่อนผสมกลิ่นน้ำมันมะพร้าวจากผมยาวของน้าโชยมาแตะจมูก
“จับแน่นๆ นะเมฆ เดี๋ยวน้าสอยลูกสุกนั่น” มือเล็กของน้าเอื้อมไปปลิดมะม่วงน้ำดอกไม้สีเหลืองนวล หน้าอกอวบอิ่มใต้เสื้อกล้ามเบียดเสียดกับแขนผมอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความนุ่มยุบตัวลงกับแขนท่อนนอก ผมยืนแข็งเป็นเสาไม้ รู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกร่าง
“ได้แล้ว สองลูกกำลังสวย” น้ายิ้มสดชื่น ปล่อยมือจากกิ่ง ก่อนหันมาเห็นหน้าผมแดงก่ำก็เลิกคิ้ว “เป็นอะไรไปแดดร้อนจนหน้าแดงเลย”
คืนนั้นผมนอนไม่หลับ พลิกตัวไปมาในห้องพักเล็กข้างห้องน้า ภาพหน้าอกของน้าสายที่ทาบลงบนแขนผมวนเวียนไม่จางหาย จนดึกมากผมได้ยินเสียงเดินเบาๆ ผ่านหน้าห้อง จึงลุกไปเปิดประตู พบน้าสายในชุดนอนตัวบางเดินไปทางครัว ท่าทางเหมือนกำลังจะหยิบน้ำดื่ม
“นอนไม่หลับเหมือนกันเหรอ” ผมถาม
“น้ำแข็งเปล่าจ้ะ ร้อนจนนอนไม่หลับ” น้าหันมาตอบเสียงเบา มือหนึ่งเทน้ำจากเหยือก อีกมือปัดผมที่ชุ่มเหงื่อให้พ้นคอ
แสงจากตู้เย็นทำให้เห็นสัดส่วนภายในชุดนอนตัวบางนั่นเด่นชัดขึ้น มันเป็นภาพที่ทำให้ผมต้องกำมือแน่นเพื่อยับยั้งแรงกระตุ้นบางอย่าง
“เมฆ…” จู่ๆ น้าสายเรียกผมด้วยเสียงแผ่ว ผมเงยหน้าขึ้นสบตา
“ขอบใจนะที่กลับมาดูแลพ่อ… ขอบใจที่ช่วยน้า” น้ำเสียงนั้นเปล่งออกมาราวกับมีเสียงสะอื้นบางๆ เธอก้าวเข้ามาใกล้เพียงหนึ่งคืบ ผมได้กลิ่นแป้งเย็นกับเหงื่อซึมๆ เคล้าอบอวลในอากาศนิ่ง
ความเงียบระหว่างเราสองคนเต็มไปด้วยอะไรบางอย่างที่ตรึงแน่นกว่าสายลม ผมเห็นอกของน้าสายกระเพื่อมขึ้นลงถี่ขึ้นตามจังหวะหายใจ น้าสายเป็นฝ่ายเอื้อมมือจับข้อมือผมไว้ นิ้วเรียวเล็กกดเข้ากับเส้นชีพจรที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก
“อย่าคิดว่าน้าไม่รู้ว่าเมฆคิดอะไร” เธอพูดเสียงแทบขาด “แต่เราสองคนเป็นผู้ใหญ่พอ…ที่จะรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ไหม”
ใจผมสลายพังทลายกับความในใจตรงนั้น ไม่มีคำตอบใดดีกว่าการดึงร่างของน้าสายเข้ามากอดแน่น ความร้อนจากผิวกายสองร่างประสานกันราวกับเตาหลอม ผมก้มหน้าลงฝังจมูกที่ซอกคอของน้า กลิ่นกายหอมเค็มของเหงื่ออ่อนผสมแป้งเย็นทำให้หัวใจของผมพองโตขึ้นมาอย่างน่าเวทนา
“น้าสาย…” ผมกระซิบที่ข้างหู
“อืม…” เสียงตอบรับจากลำคอของน้าสั่นพร่า
ริมฝีปากของผมไล้จากใบหูลงมาตามแนวกรามช้าๆ มือหนึ่งเลื่อนลงไปตามแผ่นหลังบาง รู้สึกถึงโค้งเว้าก่อนเอวคอดกิ่วที่ผ้าถุงเดิมไม่ต่างจากผืนทรายละเอียดรอสัมผัส น้าสายครางในลำคอเบาๆ “อือ…” มือเล็กของน้าขยำชายเสื้อผมแน่น ดึงเขย่งขึ้นมารับจูบแรกของเราอย่างยินยอม
ริมฝีปากของน้าสายนุ่มเหมือนกลีบดอกชบาอ่อนนุ่ม เราจูบกันช้าๆ ลึกซึ้ง ลิ้นเรียวยุ่งเกี่ยวกันอย่างอยากรู้ ผมค่อยๆ ใช้มืออีกข้างเลื่อนข้างลำตัวขึ้นไปแตะหน้าอกอิ่มใต้ผ้าฝ้ายบาง มันนุ่มยุบเข้าหาอุ้งมือราวกับทำจากปุยเมฆ น้าสายสะดุ้งน้อยๆ พร้อมคราง “อ๊ะ…” ก่อนดันสะโพกเข้าหากัน
“ไปที่ห้องหนู” ผมถอนปากออกกระซิบ แล้วนำมือเล็กนั้นเดินดุ่มเข้าห้องไปด้วยกัน พร้อมปิดประตูลงกลอน ก่อนดันร่างบอบบางลงบนเตียงเก่าแก่อย่างนุ่มนวล ผมยาวของน้าสายกระจายแผ่ออกบนหมอน มีกลิ่นหอมเย็นของใบเตยจากแชมพู
ผมค่อยๆ ถอดเสื้อกล้ามของน้าออกอย่างชายที่ต้องการเวลาจดจำทุกรายละเอียด ผิวขาวเนียนสะท้อนแสงไฟสลัว หน้าอกอวบอิ่มไร้บราเพราะก่อนนอน มันเผยทรงมนกลมกับยอดอกสีชมพูเข้มชี้เป็นไตแข็งน่าขบเม้ม ผมโน้มใบหน้าลงดูดกลืนอย่างช้าๆ
“อาา… เมฆ…” น้าสายครางเสียงยาว มือกดศีรษะผมไว้กับอก แผ่นหลังแอ่นรับสัมผัสจากริมฝีปากร้อนผ่าวบนยอดอก ผมดูดดุนไล่สลับขบเบาๆ จนตัวเล็กๆ ของน้าบิดเร่าไปมา เสียงคราง “อื้อ… เสียว…” ผุดออกมาจากลำคอราวกับเป็นเพลงสวดยามดึก
ผมปลดผ้าถุงของน้าออกแล้วเลื่อนมือไปตามต้นขาเรียบลื่น ผิวเนื้อเนียนเย็นสลับร้อนยามถูกลูบไล้ เมื่อปลายนิ้วแตะที่ขอบกางเกงในผ้าฝ้ายสีครีม มันชื้นแฉะจนเนื้อผ้าติดแนบกับกลีบเนื้อเบื้องล่าง น้าสายตกใจเล็กน้อยพร้อมหุบขาเข้าหากัน แต่ผมกดมันไว้แล้วส่งยิ้มปลอบ
“ปล่อยตามสบายนะน้า…” ผมกระซิบ มือล้วงเข้าใต้เนื้อผ้า สัมผัสแรกคือความร้อนชื้นเยิ้มบนนิ้ว กลีบหีอูมนุ่มบวมอวบด้วยอารมณ์ ผมไล้นิ้วชี้ขึ้นลงตามร่องเอวของน้าสาย เธอเงยหน้าร้องเสียงสั่น “อ๊าา… ตรงนั้น… อย่าเพิ่ง…”
นิ้วกลางค่อยๆ เลาะแผ่นกลีบเนื้อออกแล้วคลึงปมกระสันที่แข็งชัด มันสั่นตุบๆ กับปลายนิ้วผม เสียงครางของน้าสายแหลมขึ้น “อ๊ะ!… เสียวมาก…” เธอใช้มือข้างหนึ่งคว้าไหล่ผมไว้แน่น หน้าท้องแบนราบกระตุกเป็นจังหวะตามสัมผัส ผมก้มลงจูบปิดปากกลืนเสียงหวานนั้นทั้งหมด ก่อนเลื่อนนิ้วลงชอนไชเข้าไปในร่องเนื้อร้อนแน่น มันเกร็งรัดดูดนิ้วผมไว้ราวกับปากเล็กๆ หิวกระหาย
“โอ้ย… เมฆ..อือือ…” น้าสายสะท้านรุนแรง น้ำรักไหลเยิ้มลงมาตามซอกนิ้ว ผมขยับมือเข้าออกช้าๆ ตามจังหวะแรกเริ่ม ก่อนปลดกางเกงขาสั้นของตนออกอย่างรวดเร็ว ความแข็งขืนของควยผมกระแทกกับพุ่มขนหมอนข้างหน้าอย่างรู้สึกได้ มันยาวและเนื้อแน่นตั้งแต่โคนจนถึงหัวบวมแดง รู้สึกเสียวทุกครั้งที่ปลายถูกับผ้าปูที่นอน
ผมขึ้นคร่อมแล้วจับปลายควยถูไถกับแคมเนื้อนอกช้าๆ เรียกเสียงครวญครางจากปากคนใต้ร่าง “อ้าา…เข้ามาเลยเมฆ… อย่าถ่วงน้า…” เธอเงยหน้าสบตาผม ตาคมกริบเต็มไปด้วยประกายวาบหวาม ผมก้มลงจุ๊บปากเบาๆ ก่อนกดสะโพกส่งช่วงหัวเข้าไปในร่องความร้อนนั้น
“อ้าาา…” เสียงครางยาวนานจากลำคอน้าสายดังขึ้นพร้อมกับการโอบรัดของกล้ามเนื้อภายในรอบควยผม มันร้อนจนแทบลนทรวงและตอดรัดราวกับหีน้อยๆ กำลังดูดกลืนทั้งแท่งอย่างหิวโหย ผมฝังควยจนสุดโคนโดยไม่รีบชักออก สองมือจับเอวคอดเอาไว้แล้วโน้มกอดร่างบาง แนบหน้าผากซบกัน ปล่อยให้ทั้งห้องเต็มไปด้วยลมหายใจร้อนผ่าวของเราสองคน
“โอ้วว… แน่นจน หือ… แน่นมากน้า…” ผมครางยากลำบาก แรงบีบรัดของกล้ามเนื้อร่องลึกทำให้อยากถอนแล้วกระแทกแรงๆ ทันที แต่อดใจไว้เพื่อยืดสัมผัส
“ตัวน้า… ก็แน่นไปหมด…” เธอกระซิบเสียงแผ่ว จูบแก้มผมเบาๆ “ขยับเลย…น้าา… อยากได้…”
ผมเริ่มส่ายเอวออกแรงกระแทกช้าๆ แต่ลึกเข้าไปถึงไหนถึงนั่น เกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ น้าสายอ้าปากครางตามแรงส่ง “อา… ดี… อือ… อีก… ลึกอีก…” มือเล็กจิกผ้าปูที่นอนจนย่นยู่ ขาดอกกระเด้งขึ้นลงตามจังหวะ ถ้าผมเผ้าของเธอเปียกเหงื่อติดที่ขมับ ใบหน้าแดงเรื่อเต็มไปด้วยความเงี่ยน
“น้าสวยมาก…หีก็แน่น…” ผมก้มลงอ้ำหัวนมขาวพร้อมเร่งจังหวะสะโพกขึ้นอีก สะโพกเบียดเสียดและจามเข้าหาจนเตียงเก่าเอี๊ยดอ๊าดลั่น
“อ๊ะ… อ๊ะๆ… แรงกว่านี้…น้าเสียว… โอย…” น้าสายร้องตอบ เปลือกตาปรือแทบปิดริมฝีปากเผยอ ผมรู้สึกถึงน้ำรักที่หลั่งเยิ้มอาบโคนควยจนเปียกเลอะไปถึงขนดกดำ หีอูมฟูบวมแดงยิ่งดูสวยแปลกตา
สักพักผมถอนออกพร้อมพลิกร่างน้าสายให้คุกเข่ายกสะโพกขึ้นมา กลีบอวบอิ่มที่เผยอรับกลายเป็นภาพเสียวที่สุด ผมใช้มือจับสะโพกกลมกลึงไว้สองข้างแล้วเสยหัวควยกับปากหีที่แดงแฉะนั้นช้าๆ
“อ้า… อย่าย้่ววน้าา…” เธอหันมามองทางหางตาแววตาวิงวอน ผมขยับแทรกเข้าไปจนสุดทั้งแท่งรวดเดียว
“อาาา!” เสียงครางดังแหลมของเธอก้องห้อง มือสองข้างคว้าหมอนแล้วบดก้นกลับมาหาแรง สะโพกเราเคลื่อนเข้าหากันอย่างลงตัว ผมมองเห็นแนวหลังเนียนกับขนหางม้าผมยาวที่แกว่งตามจังหวะการขยับตัว
“โอ้… ลึกเหลือเกิน… อ๊ะ… เอาอีก… เย็ดน้าแรงๆ ลูก…” ผมชะงักเสี้ยววินาทีกับคำว่าลูกที่หลุดออกจากปากคนมิดอารมณ์ แต่มันกลับเร้าจนเส้นเอ็นที่คอขมับปูดนูน ผมกระแทกกลืนความร้อนลึกรัวเร็วจนเสียงโป๊ะปะแนบเนื้อสะท้อนชัดเจน
“หีน้า… ดูดควยจนแทบถอนไม่ออกเลย…” ผมครางเสียวลึก รู้สึกถึงมดลูกของเธอกำลังบีบรอบหัวควยทุกรอบ เร่งจังหวะเสียบเข้าเสียบออกจนร่องในเกร็งรัดก่อนที่จะสั่นรุนแรง
“จะแตกแล้ว… อ๊ะ! แตก…แตกแล้ว…” น้าสายกรีดร้องเสียงสั่น สะโพกบดนิ่งแนบกดกับหัวหน่าวผม อาการสอดรับนั้นดูดลึกมากจนผมรู้สึกปลายแทบชิดมดลูกร้อนฉ่ำและปล่อยในที่สุด “อ้าาา…!” ผมครางลึกจากอก เสียงกึกก้องท้ายทอย ควยกระตุกพัลวันปล่อยน้ำหลั่งวาบเข้าไปในร่างสั่นนิ่งของเธอ
ต่างคนต่างหอบหายใจถี่ ผมย่อตัวลงซบแผ่นหลังของน้าสายที่เต็มไปด้วยละอองเหงื่อ มันเค็มนิดๆ แต่หอมไปด้วยกลิ่นท้องทุ่ง ผมกดจูบหัวไหล่เบาๆ แล้วถอนกายออกช้าๆ กลีบหีเบื้องล่างปิดคืนแต่ยังมีน้ำรักขุ่นข้นไหลย้อนออกมา
เราจัดการทำความสะอาดกันอย่างเงียบๆ น้าสายสวมเพียงเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตของผมแล้วเดินไปล้างตัวในห้องน้ำ แต่ก่อนถึงประตู เธอหันกลับมามองผมด้วยรอยยิ้มเขินรินแล้วว่า “เหมือนน้าทำผิดมหันต์”
“ความผูกพันมันมีหลายทาง” ผมตอบพลางหัวเราะแผ่ว “เราสองคนอาจแค่ต้องการใครสักคนในช่วงเวลาหนัก”
น้าสายพยักหน้าทีหนึ่งแล้วหายเข้าไปในห้องน้ำ ผมทรุดลงนั่งกับขอบเตียง มองร่างของตัวเองที่สะท้อนในกระจก คิดถึงพ่อที่หลับอยู่ห้องข้างๆ ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันเป็นความเงียบที่เราเข้าใจกันมากกว่าเดิม
เช้าวันที่เจ็ดพ่อตื่นขึ้นมาอารมณ์ดี แกนั่งจิบกาแฟอยู่ที่ชานเรือน มองผมกับน้าสายช่วยกันยกสำรับอาหารเช้ามาตั้ง ไข่เจียวร้อนฉ่า ผักลวกจิ้มน้ำพริก และข้าวต้มกุฎีก้อนฟู น้าสายนั่งตรงข้ามผม ริมฝีปากระเรื่อหลงเหลือรอยจูบเมื่อคืน หากแต่สายตาพ่อดูนิ่งสงบเสมือนรู้ทุกอย่าง
หลังอาหารเมื่อน้าสายไปล้างจาน พ่อตบไหล่ผมเบาๆ “พ่อไม่ใช่คนหัวโบราณนักหรอกลูก… แค่รู้ขอบเขตกันก็พอ”
ผมอึ้งไปชั่วครู่ มุมปากของแกยิ้มพรายเหมือนอ่านหัวใจลูกได้หมดเปลือก
”พ่อ….”ผมเริ่มอ้าปาก แต่พ่อโบกมือเป็นเชิงไม่ต้องอธิบาย
“อยู่ต่ออีกหน่อยไหมล่ะ เมฆ”
“อยู่ครับ…จนกว่าพ่อจะเดินแข็งแรง” ผมก้มลงกอดไหล่ผ่ายผอมของพ่อไว้ แกตบบ่าลูกชายแผ่วเบา กลิ่นยาดมจางๆ กับแดดยามสายทำให้หัวใจของผมพองด้วยความอบอุ่นแปลกที่
สายๆ วันนั้นผมนั่งอยู่หลังบ้านมองน้าสายตากผ้าอยู่ในแปลงไม้ไผ่ เธอหันมาสบตาผมผ่านสายลมร้อน แล้วยิ้มให้กันโดยไม่ต้องใช้คำพูดใด
ความสัมพันธ์ของเรามิได้พลุ่งพล่านดั่งไฟ แต่เงียบงันดั่งเถ้าถ่านที่ยังคุกรุ่นอยู่ในกองไฟใหม่ ผมยังไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะพาเราไปทางไหน หากแต่ในห้วงเวลาสั้นๆ ของชีวิต ชายคนหนึ่งกับหญิงที่ผูกพันกันกลายเป็น “ครอบครัว” เดียวกันนั้น กำลังประคองหัวใจให้กันในยามที่โลกทั้งใบแกว่งไกว นั่นเพียงพอให้ลมหายใจของทุกเช้าในบ้านหลังนี้กลับมามีความหมายอีกครั้ง
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







