เรื่องเสียว บนเบาะหลังรถเมล์สายสอง ใหญ่จนฉีก…แต่เสียวมาก “อ้าา…เบาๆ ก่อน… อือ…โอ้ย…เสียว”
งานแต่งงานพี่สาวผมจบลงพร้อมกับฤดูฝนแรกของปี ผมเพิ่งกลับจากกรุงเทพฯ มาร่วมงานในชุดสูทยับๆ ที่ยืมเพื่อนมา หลังพิธีเสร็จสรรพ ญาติผู้ใหญ่แยกย้ายกันกลับ เหลือแต่ผมกับน้าสาวแท้ๆ คนหนึ่งที่เมินหน้าหลบทุกครั้งเวลาสบตากัน เธอชื่อน้าอร อายุห่างจากผมแค่เจ็ดปี แต่งงานกับลุงเขยที่เพิ่งเสียไปเมื่อสองปีก่อน ตั้งแต่นั้นน้าอรก็อยู่คนเดียวในบ้านหลังเล็กท้ายซอย เงียบเชียบและเก็บเนื้อเก็บตัว
เย็นวันนั้นฝนเทลงมาหนักจนแทบมองไม่เห็นทาง ผมยืนรอรถเมล์อยู่หน้าปากซอยร้านอาหารที่เจ้าภาพเลี้ยงฉลอง น้าอรเดินออกมายืนข้างๆ มือหนึ่งถือร่มใสๆ อีกมือรวบสไบเฉียงที่เริ่มเปียกชื้น เธอใส่ชุดไทยประยุกต์สีครีมปักดิ้นทองรัดรูป ทรวดทรงองค์เอวคอดเข้ารูปจนอดมองไม่ได้จริงๆ ใบหน้าหวานคม ผมยาวสลวยมัดครึ่งศีรษะ เธอเหลือบมองผมเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ แล้วก้มหน้า
“น้าจะกลับยังไงครับ” ผมถามทำลายความเงียบ
“รอรถเมล์สายสองนี่แหละ” เสียงน้าอรนุ่มนวลแต่ฟังดูเหนื่อยล้า “ป้าข้างบ้านฝากซื้อของเข้าตลาดนัดพรุ่งนี้เช้า คงต้องรีบกลับไปพักผ่อน”
“ผมไปส่งไหมครับ นั่งแท็กซี่ไปด้วยกัน”
น้าอรอึกอักเล็กน้อยก่อนพยักหน้า สายฝนยังซัดสาดไม่ขาดระยะ ผมโบกแท็กซี่คันหนึ่งที่จอดรอผู้โดยสารอยู่หน้าป้ายพอดี คนขับเป็นลุงวัยห้าสิบกว่า สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้าอ่อน หน้าตาใจดี ผมเปิดประตูหลังให้น้าอรขึ้นไปก่อนแล้วค่อยตามเข้าไปนั่งข้างกัน เบาะหนังเทียมเย็นเฉียบจากแอร์ที่เปิดแรง ทั้งคู่เปียกปอนเล็กน้อยจากละอองฝน
“ไปซอยวัดดวงแขนะครับลุง” ผมบอกปลายทาง
รถค่อยๆ เคลื่อนออกจากที่จอด ไฟหน้ารถสาดส่องตัดกับสายฝนเป็นเส้นสีทอง น้าอรนั่งหลังตรง มือสองข้างวางซ้อนกันบนหน้าตัก ชายสไบเปียกแนบไปกับผิวไหปลาร้าขาวเนียน อกอวบภายใต้เสื้อครีมรัดรูปขยับขึ้นลงตามลมหายใจ เธอหันมามองผมนิดหนึ่งแล้วรีบเมินไปทางหน้าต่าง ผมเองก็พยายามมองทางอื่น แต่กลิ่นหอมอ่อนๆ จากน้ำอบไทยปนเหงื่อสาวใหญ่ทำให้ใจเต้นแปลกๆ
“ดีใจนะที่หลานยังจำทางบ้านน้าได้” เสียงน้าอรเอ่ยเบาๆ เหมือนบ่นกับตัวเอง
“จำได้ดีครับ ตอนเด็กๆ แม่เคยพาไปนอนค้างบ้านน้าบ่อยๆ”
น้าอรหัวเราะในลำคอ “ตอนนั้นหลานยังใส่กางเกงขาสั้นวิ่งไล่จับจิ้งจกอยู่เลย ตอนนี้โตเป็นหนุ่มหล่อจนน้าเกือบจำไม่ได้”
“น้าอรก็สวยขึ้นทุกปีครับ” ผมหลุดปากพูดออกไปตามตรง
เธอชะงักไปนิด แล้วยิ้มมุมปาก “ปากหวานเหมือนพ่อเลยนะ”
บทสนทนาพาเราย้อนไปคุยเรื่องเก่าๆ ความทรงจำวัยเด็กอันอบอุ่นค่อยๆ คลายความอึดอัดลงทีละน้อย จังหวะหนึ่งรถแท็กซี่เบรกกระทันหันเพราะสุนัขวิ่งตัดหน้า น้าอรเซถลาเข้ามาหาผม ตัวเธอร้อนผ่าวแม้จะเปียกฝน มือเล็กเบียดเข้ากับแขนผมอยู่อย่างนั้น สักพักเธอค่อยดึงตัวกลับไปนั่งที่เดิม พร้อมเสียง “อุ๊ย” เบาๆ แล้วหัวเราะเขิน
“ขอโทษนะครับลุง” ลุงแท็กซี่เอ่ยขอโทษผ่านกระจก “ฝนตกแบบนี้หมามันชอบวิ่งพล่าน”
“ไม่เป็นไรครับ” ผมตอบ แล้วเหลือบมองน้าอรที่กำลังปัดผมปรกหน้า เธอหลับตาลงนิดหนึ่ง ดูเหมือนจะเหนื่อยเต็มที
“หลานเอาไหล่หนุนได้ไหม น้าง่วงจัง” น้าอรพูดเสียงแผ่วโดยไม่มองหน้าผม
“ตามสบายครับน้า”
เธอค่อยๆ เอนศีรษะมาพิงไหล่ผมอย่างระมัดระวัง น้ำหนักเบาๆ กดลงบนบ่าข้างขวา ผมได้กลิ่นผมเธอหอมสะอาดปนกลิ่นฝน ปลายนิ้วผมสั่นน้อยๆ อยากจะยกมือไปลูบศีรษะเธอแต่ก็เกรงใจเกินไป ได้แต่นั่งแข็งเป็นท่อนไม้
“เมื่อไหร่หลานจะกลับกรุงเทพฯ อีกล่ะ” เธอถามเสียงงัวเงีย
“อีกสามวันครับ”
“งั้น… อยู่เป็นเพื่อนน้าสักวันสองวันได้ไหม บ้านนาเงียบมาก เงียบจนบางคืนนอนไม่หลับ”
หัวใจผมเต้นแรงขึ้นมาทันที น้ำเสียงนั้นไม่ได้เป็นเพียงคำขอร้องธรรมดา แต่มันมีความเว้าแหว่งบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าเธอต้องการมากกว่าเพื่อนคุยเล่นๆ
“ได้สิครับ” ผมตอบสั้นๆ พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น
รถแท็กซี่เลี้ยวเข้าซอยแคบๆ สองข้างทางเป็นบ้านไม้เก่าเรียงราย ไฟถนนส้มวูบวาบตัดกับเงาฝนที่ทาบบนกระจก น้าอรขยับตัว ก้นงอนๆ เบียดเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด มือเธอจับแขนผมเหมือนหาที่เกาะ ผิวอุ่นๆ สัมผัสกันผ่านเสื้อสูท รู้สึกได้ถึงความร้อนรุ่มแผ่ออกมาจากร่างของเธอ
“ถึงแล้วครับ” ลุงแท็กซี่จอดรถหน้าบ้านไม้ชั้นเดียวท่ามกลางดงเฟื่องฟ้า น้าอรสะดุ้งตื่นเต็มตา ยืดตัวขึ้นแล้วเปิดประตู เธอชะงักก่อนลงไปแล้วหันมามองผม
“ค่ารถเท่าไร คงไม่แพงมากใช่ไหม”
“ไม่ต้องครับน้า เดี๋ยวผมจ่ายเอง”
เธอส่ายหน้า “ไม่ได้หรอก น้าชวนมานะ” แล้วรีบควักแบงก์ยี่สิบจากกระเป๋าผ้าถุงยัดใส่มือผม
ลุงคนขับเหลือบมองผ่านกระจกแล้วยิ้มกว้าง “คุณน้าคุณหลานคุยกันหวานเชียว ฟังแล้วคิดถึงญาติที่บ้านเลย”
น้าอรหัวเราะเขินๆ ก่อนก้าวลงจากรถ ฝนยังปรอยๆ เธอกางร่มใบเล็กบังสองคนพอดี ผมเดินไปส่งเธอที่หน้าประตูบ้าน ใจหนึ่งอยากให้เธอชวนผมเข้าบ้าน อีกใจกลัวว่าจะเป็นความคิดที่ล้ำเส้นเกินไป
“พรุ่งนี้ตอนสายๆ หลานมาหาได้ไหม น้าจะทำข้าวต้มกุ๊ยให้กิน” เธอพูดเสียงอ่อน มือจับลูกบิดประตูแล้วหันมามองตาผม
“ได้ครับ ผมจะมาแต่เช้า”
เธอยิ้มกว้างอย่างโล่งใจ แล้วหายเข้าไปในบ้าน ทิ้งให้ผมยืนตากฝนปรอยๆ อยู่หน้าบ้าน หัวใจพองโตอย่างบอกไม่ถูก
ค่ำคืนนั้นผมกลับไปนอนบ้านแม่ แต่หลับไม่ลง กลิ่นน้ำอบปนเหงื่อของน้าอรติดอยู่ที่สูทยืมเพื่อน แวบหนึ่งที่เธอเอนหัวมาพิงไหล่ มันทำให้ผมรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ห่างหายไปนาน รู้สึกถึงความต้องการบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มอ่อนหวานนั้น
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมตื่นแต่เช้าอาบน้ำแต่งตัว สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวกับกางเกงยีนส์ เดินฝ่าละอองแดดอ่อนไปที่บ้านน้าอร ประตูไม้เปิดอ้าอยู่แล้ว น้าอรนั่งอยู่บนชานหน้าบ้าน สวมผ้าถุงลายดอกเล็กๆ กับเสื้อคอกระเช้าสีแดงเลือดนก ผมเผ้ารวบขึ้นสูง เธอกำลังเด็ดใบมะกรูดใส่ถาดอยู่ พอเห็นผมก็ยิ้มจนตาหยี
“มาเร็วเหมือนกันนะหลาน กลัวข้าวต้มเย็นหมดเสียก่อน” เธอลุกขึ้นยืนปัดมือกับผ้าถุง ทรวดทรงอวบอิ่มขับเน้นด้วยผ้าถุงเนื้อบางแนบสะโพกงอนงาม
“หอมมะกรูดจังครับ
“น้าจะทำข้าวต้มปลาใส่ใบมะกรูดให้ชิม ฝีมือน้าไม่แพ้แม่หลานหรอกนะ”
เราเข้าครัวด้วยกัน แคบแต่สะอาดตา น้าอรยืนหันหลังให้ผมขณะตำพริกไทยกระเทียม สะโพกผายแกว่งเบาๆ ตามจังหวะตำ ผมอดมองไม่ได้ เธอหันมาสบตาเป็นระยะ ยิ้มบ้าง ชวนคุยบ้าง บรรยากาศอบอุ่นเหมือนครอบครัว แต่ผมรู้สึกได้ถึงสายตาคู่นั้นที่ต่างออกไป มันมีความอยากรู้อยากเห็นปนละอายอยู่ในแววตา
หลังอาหารเช้า เรานั่งเล่นที่ชานบ้าน เธอชงชามะลิร้อนๆ มาให้ถ้วยหนึ่ง ผมเล่าเรื่องงานที่กรุงเทพฯ ให้ฟัง เธอฟังเงียบๆ พลางใช้พัดสานโบกเบาๆ ให้ตัวเอง
“น้าอยู่คนเดียวแบบนี้ ไม่เหงาแย่เหรอครับ” ผมถามตรงๆ
น้าอรก้มหน้าลงเล็กน้อย นิ้วชี้หมุนวนอยู่บนขอบถ้วยชา “เหงาจนชินแล้วล่ะมั้ง แต่บางคืนก็อยากมีใครสักคนอยู่ใกล้ๆ บอกตัวเองว่านอนหลับได้แล้ว เช้าแล้วนะ อะไรแบบนั้น”
“แล้วทำไมไม่หาคู่ใหม่ล่ะครับ”
เธอยิ้มจาง “อายุจะเลขสี่อยู่แล้ว ใครเขาจะเอาแม่ม่ายอย่างน้า”
“น้าอรยังสวยมากเลยนะครับ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ
เธอเงยหน้าขึ้นมองผมแวบหนึ่ง ดวงตารื้นๆ เหมือนจะร้องไห้ แล้วรีบเบือนหน้าหนี “ปากหวานจริงๆ เลยนะหลาน”
นาทีนั้นเองฝนเริ่มโปรยลงมาอีกครั้ง ท้องฟ้ามืดครึ้มชวนง่วง น้าอรชวนผมเข้าไปนั่งในห้องรับแขก เปิดพัดลมเบาๆ แล้วหยิบอัลบั้มรูปเก่ามานั่งดูด้วยกันบนโซฟาตัวเล็ก เบียดชิดกันจนหัวไหล่ชนกัน เธอชี้รูปเก่าให้ดูแล้วหัวเราะเสียงใส ผมตั้งใจฟังแต่สายตาดันเหลือบไปเห็นเนินอกอวบที่โผล่พ้นคอเสื้อกระเช้ากว้าง ทุกครั้งที่เธอโน้มตัวชี้รูป เนื้ออกขาวนุ่มก็ขยับตามแรงโน้มถ่วงจนเห็นร่องลึกน่ามอง
”เมื่อก่อนหลานไม่เคยกลัวน้ำ้าอรเลยนะ จำได้ไหม เคยซุกอกน้าแล้วร้องไห้ตอนฟ้าร้อง” เธอพูดยิ้มๆ
“ตอนนี้ก็อยากซุกอยู่นะครับ แต่กลัวน้าอรจะเขิน”
เธอหัวเราะดัง “ลองสิ”
อยู่ๆ ประโยคสั้นๆ นั้นก็ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไป ความเงียบเข้าครอบงำ เราสบตากันนิ่งหลายวินาที ฝนข้างนอกสาดกระแทกหลังคาดังซ่าๆ หัวใจผมเต้นตุบๆ รู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“หลาน…” เสียงน้าอรแผ่วเบา มือเธอเลื่อนมาวางบนหลังมือผมช้าๆ “อย่าคิดว่าเจ้าอร่าเริงขึ้นเพราะมีหลานมาอยู่ใกล้ๆ… น้าเริ่มกลัวว่าพอหลานกลับไป มันจะเงียบเหงากว่าเดิมอีก”
“แล้วถ้าผมไม่กลับไปล่ะครับ”
เธอหัวเราะทั้งน้ำตา “พูดบ้าๆ หลานมีชีวิตของตัวเอง”
“แต่หัวใจผมอยู่ที่นี่มาตลอดนะครับ ตั้งแต่น้าอรกอดผมตอนเด็ก”
น้าอรอึ้งไป ก่อนจะโน้มตัวเข้ามากอดผมตามสัญชาตญาณ วงแขนเรียวรัดแน่นราวกับกลัวผมจะหายไปไหน อกอวบเบียดแนบกับหน้าอกผม ฉันใดฉันนั้นหัวใจสองดวงเต้นระรัวสอดประสานกัน พอผมก้มลงไปใกล้ ปลายจมูกสัมผัสแก้มนวล เธอเงยหน้าขึ้นรับโดยไม่หลบ ลมหายใจอบอุ่นรินรดริมฝีปากกันและกัน
“อืม…” เสียงครางในลำคอเบาๆ ของเธอดังขึ้นเมื่อผมโน้มลงไปจูบที่มุมปากก่อน แล้วจึงประกบริมฝีปากเต็มๆ อย่างนุ่มนวล รสชาเก๊กฮวยยังติดอยู่ที่ลิ้น เธออ้าปากรับโดยไม่ขัดขืน มือนุ่มลูบขึ้นมาที่ท้ายทอยผม ลากเล็บเบาๆ จนรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัว
“อ๊ะ…” เธอร้องเมื่อผมงับริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ แล้วใช้ลิ้นดุนแทรกเข้าไปแตะปลายลิ้นเธอ รสหวานละมุนเหมือนน้ำผึ้ง เราแลกจูบกันช้าๆ ค่อยๆ พาให้อารมณ์คุกรุ่นขึ้นเรื่อยๆ น้าอรขยับตัวเข้ามานั่งคร่อมตักผมอย่างธรรมชาติ สะโพกงอนกดทับหน้าขาผม ผ้าถุงเลิกขึ้นเล็กน้อยจนเห็นต้นขาขาวเนียน
“เดี๋ยว… เดี๋ยวก่อนนะ…” เธอถอนจูบออกหอบเบาๆ “ตรงนี้มันโถงหน้าบ้าน เดี๋ยวใครมาเห็น”
“ไปห้องนอนน้าไหมครับ” ผมกระซิบข้างหู ฟันขบเบาๆ ที่ติ่งหูเธอจนเธอสั่นวูบ
“อือ…” เธอพยักหน้าแล้วลุกขึ้นจูงมือผมเข้าห้องเล็กๆ ท้ายบ้าน กลิ่นน้ำอบลอยคละคลุ้ง เตียงไม้เก่าแก่ปูเสื่อน้ำมันลายดอกเข็ม หน้าต่างไม้บานเกล็ดปิดไว้ ฝนข้างนอกซ่ายังคงพร่ำลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นฉากหลัง
น้าอรหันมาเผชิญหน้าผม สายตาเย้ายวนแต่เจือเขินอาย ผมดันเธอลงนั่งขอบเตียงแล้วคุกเข่าลงตรงหน้า มือทั้งสองลูบไล้จากหัวไหล่ไล่ลงมาที่เอวคอดเน้นกิริยาอย่างจงใจให้เธอเสียวสะท้าน
“หลานจะเอายังไงกับน้าอรดี…” เสียงเธอสั่นระริก
“ก็จะรักน้าอรให้ถึงที่สุดครับ”
เธอก้มลงจูบผมอีกครั้ง คราวนี้แรงขึ้น เร่งร้อนขึ้น ลิ้นเกี่ยวกระหวัดกันไปมา น้ำลายแลกกันไปทั่วปาก เสียงครวญครางดัง “อึม… อ๊า…” เป็นระลอก ผมค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวเองออกทีละเม็ด น้าอรใช้ปลายนิ้วเกลี่ยไปตามอกแกร่งของผมเบาๆ
“หุ่นดีเหมือนนักกีฬาเลย…” เธอกระซิบแล้วก้มลงใช้ลิ้นแตะที่หัวนมผมเบาๆ
“เสียวจัง…” ผมครางออกมาโดยไม่รู้ตัว นิ้วบีบไหล่เธอแน่นขึ้น เธอหัวเราะในลำคอแล้วเลียไล่ลงไปตามกล้ามท้องจนผมต้องสบถในใจ นี่เธอตั้งใจจะฆ่าผมให้ตายคาที่ชัดๆ
“ถอดเสื้อน้าออกให้หน่อยสิ” เธอสั่งเสียงหวาน ผมไม่รอช้า ปลดเปียเสื้อคอกระเช้าออกทีละตะขออย่างใจเย็น พอเสื้อหลุดออก ร่างอวบขาวเนียนเปลือยเปล่าเบื้องหน้าพร้อมกับอกอวบกลมตั้งชัน หัวนมสีชมพูเข้มแข็งขืนขึ้นเพราะความเสียวซ่าน
“น้าอรสวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลยครับ”
“อายนะ… อย่ามองแบบนั้นสิ” เธอเอาแขนปิดอกไว้ แต่ผมดึงออกเบาๆ แล้วก้มลงประกบริมฝีปากกับยอดอกขวาทันที ดูดกลืนลึกจนเธอร้อง “อ๊า…” เสียงหลง เธอผลักหัวผมแนบอกตัวเองมากขึ้น แผ่นหลังแอ่นเศษ ปล่อยให้ผมเลียจูบสลับไปมาระหว่างอกทั้งสองข้าง มือผมอีกข้างลูบไล้ไปตามแผ่นหลัง บีบสะโพก เค้นคลึงเนื้ออวบแน่นของเธออย่างหิวกระหาย
“น้าอร… ขาโก้หัวใจจะวายแล้วมั้งเนี่ย…” เธอหอบพูดพร้อมเปลือยท่อนล่างออกช้าๆ ให้ผมเห็นผืนผ้าถุงหลุดลุ่ยลงกองที่พื้น เผยให้เห็นเวิ้งขาอวบอูมและกางเกงชั้นในลูกไม้สีแดงสดเปียกชื้นเป็นวงกว้าง ผมเพ่งมองเห็นร่องหีโหนกนูนขึ้นมาชัดแม้ยังมีผ้าบังอยู่
”เห็นไหม… น้าหนีบไม่อยู่แล้ว…” เธอกระซิบเขินๆ พลางแยกขาออกเล็กน้อยให้ผมเห็นใจกลางที่เปียกแฉะ ผมก้มลงฝังจมูกลงที่เป้ากางเกงชั้นใน สูดกลิ่นหอมหวนของสตรีวัยสี่สิบที่ไม่ได้ถูกแตะต้องมานาน เธอสั่นสะท้านจนล้มตัวลงนอนหงายกลางเตียง
“อ๊า… ตรงนั้น… อย่าเพิ่ง…” เธอครวญกระเส่าเมื่อผมใช้ปากงับตุ่มเนื้อที่โผล่พ้นขอบกางเกงชั้นในผ่านเนื้อผ้า แล้วใช้นิ้วถูไถไปตามร่องอย่างเบามือ เธอทรุดฮวบ ร้องเสียงหลง “เสียวมาก… อือ… หลานทำน้าอรแทบบ้าแล้ว…”
ผมค่อยๆ ปลดกางเกงชั้นในของเธอออก ชื่นชมหีอวบนุ่มสีชมพูเข้ม ขนดกดำเป็นแพหนารุงรังขลิบที่เนินเล็กน้อย กลีบเนื้อห่อเปิดออกราวดอกชบาแรกแย้ม น้ำเมือกข้นเอ่อล้นซอกหลืบจนแวววับ ผมใช้นิ้วแหวกออกเบาๆ เธอคราง “อ๊ะ!” แล้วบิดก้นหนีเล็กน้อย แต่กลับยกสะโพกขึ้นรับเหมือนไม่พอ
“ตรงนี้… ใช่ไหมครับ” ผมกดนิ้วชี้ลงที่เม็ดเนื้อแข็งตรงยอดหีของเธอ
“อ้าา… ตรงนั้นแหละ… เบาๆ ก่อน… อือ…” เธอกัดปากเสียงสั่น ร่างกายเกร็งกระตุกตามจังหวะนิ้วผมที่วาดวงช้าๆ ผมก้มลงใช้ลิ้นเลียจากปากหีไล่ขึ้นมายอดเนื้อ ดูดกลืนเป็นจังหวะ เม้มเบาๆ สลับกับสะกิดปลายลิ้น จนเธอครวญครางไม่เป็นภาษา “โอ้ย… เสียวจังเลย… หลาน… อีก… เลียตรงนั้นอีก…”
มือเธอกดศีรษะผมแนบอกหีตัวเอง ต้นขาบีบรัดข้างแก้ม ผมดูดเม็ดแข็งแรงขึ้น รัวปลายลิ้นเป็นวงเล็ก จนเธอเงยหน้าสะบัดไปมา “ไม่ไหวแล้ว… จะแตกแล้ว… อ๊า… จะไปแล้วว…”
ผมกดริมฝีปากดูดยอดเนื้อรัวเร็วไม่ยอมให้หนี เธอเกร็งทั้งตัว ท้องน้อยกระตุกวูบหนึ่ง ก่อนจะปล่อยเสียงครางก้องยาว “อ้าาา… แตกแล้ว… หมดแล้ว…” น้ำเมือกพุ่งปรี่ท่วมคางผม เธอหอบฟึบฟัด แผ่นอกกระเพื่อมแรง น้ำตาเล็กๆ เอ่อล้นเบ้าตาเพราะความเสียวถึงขีดสุด
“ค่อยๆ หายใจครับน้าอร” ผมคลานขึ้นมาซุกกอดเธอไว้ มือลูบผมเหงื่อชื้น เธอซุกหน้าลงกับซอกคอผม หายใจรัวครางอ้อนอยู่ในลำคอ
“หลานทำให้ฉี่แตกเลย… อายจัง…” เธอกระซิบเสียงสั่น แต่แววตาที่ยิ้มออกมามีความสว่างไสวอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
“ผมยังไม่เสร็จครับน้าอร” ผมบอกเบาๆ พลางปลดเข็มขัดตัวเองออก กางเกงยีนส์ถูกถอดออกไป พร้อมกับความแข็งขืนที่ดันผ้าขาวในจนเห็นปุ่มหัวชัดเจน
“ให้ดูหน่อยสิ” เธอว่าพลางใช้มือปลดขอบกางเกงในออก ควยแข็งเด้งผงาดออกมาเบื้องหน้า ความยาวสิบสองสามเซนติเมตร หนาเท่าข้อมือนิ้วก้อย หัวบานแดงเข้มมีน้ำเมือกเยิ้มซึมออกมา
“ใหญ่จัง… น้าไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน…” เธอพึมพำ แล้วโน้มตัวลงไปใช้ปลายลิ้นแตะหัวควยเบาๆ รสเค็มอ่อนทำให้เธอแสยะยิ้มก่อนจะอมเข้าไปช้าๆ ลึกจนคอผ่อนคลาย ขยับหัวขึ้นลงเป็นจังหวะ มืออีกข้างรูดโคนรัวไปด้วย
“อือ… อรดีมากครับ…” ผมครางลึก กำผมเธอไว้หลวมๆ เธอเร่งจังหวะเร็วขึ้น ใช้ลิ้นพันรอบหัวแล้วดูดแรงๆ จนเสียงดังจ๊วบๆ ผมแทบกระแทกปากเธอไม่ทัน
“น้าอรครับ… เดี๋ยวแตกปากเสียก่อน…” ผมดึงควยออกช้าๆ เพราะความเสียวตั้ง
“ปล่อยในปากน่ะไม่ได้ อยากเก็บไว้ข้างล่าง” เธอพูดยิ้มๆ แล้วนอนลงหงายกลางเตียง แยกขากว้างชูชันขึ้น เปิดหีที่บวมแดงฉ่ำให้เห็นเต็มตา ใช้นิ้วมือตัวเองแหวกกลีบเนื้อออก “ใส่ให้ฉ่ำเลยหลาน… น้ารอตรงนี้มานานแล้ว”
ผมขยับตัวเข้าไปคุกเข่าระหว่างขาเธอ หัวควยถูไถกับปากหีเบาๆ เธอสะดุ้งทุกครั้งที่หัวโดนปลายเม็ดเนื้อ “อ๊ะ… อือ…” ผมค่อยๆ ดันหัวเข้าไปทีละนิด ร่องหีอุ่นร้อนและแคบแน่นบีบรัดโคนควยจนเสียวซ่า
“อ้าา… เต็มเลย…” เธอร้องเสียงหลง มือทั้งสองเกาะแขนผมแน่น ตาเหลือบขึ้นมองอย่างน่ารัก “ขยับเลยได้แล้ว… น้าทนหวานไม่ไหวแล้ว…”
ผมค่อยๆ ถอนออกแล้วกระแทกกลับเข้าไปช้าๆ แต่ลึกจนมิด เธอครางลากเสียง “อื้อ… นี่แหละ… ลึกอีก… อา…” ผมจับสะโพกอวบนุ่มแล้วโยกเข้าออกเป็นจังหวะ เร็วขึ้นทีละนิด เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเพียะๆ ผสมกับเสียงครวญของเธอที่ดังต่อเนื่อง “อ๊ะ อ๊ะ… แรงกว่านี้… เสียวจัง…”
“หีฉ่ำมากครับน้าอร…” ผมกระซิบข้างหู
“ก็มันเสียว… อือ… น้าหื่นจนน้ำแทบท่วมที่นอนแล้ว… เย็ดน้าแรงๆ เลยหลาน…”
ผมได้ยินคำหยาบหวานจากปากหญิงมากด้วยมารยาทอย่างน้าอรแล้วอารมณ์พุ่งพล่าน คว้าเอวบางไว้แล้วกระแทกแรงขึ้นเป็นจังหวะเร็ว หน้าข้างล่างตบกันดังสนั่น เธอส่ายหัวไปมาทั้งหัวเราะทั้งคราง “อ๊า… ใหญ่จนฉีก…แต่เสียวมาก… อย่าหยุดนะ…”
“จะเอาแบบไหนครับผม” ผมถามพลางหยุดค้างไว้กลางร่อง
“แบบนี้…” เธอตอบเสียงขาดห้วง “ยืนเย็ดหน่อย… น้าอยากกอดหลานแน่นๆ”
ผมถอนควยออกแล้วอุ้มเธอขึ้นมาในท่ายืน เธอกอดคอผมแล้วยกขาเกี่ยวเอวไว้ แผ่นหลังแนบผนังไม้เย็นเฉียบ ผมสอดควยกลับเข้าไปใหม่ในท่ายืน เธอแอ่นก้นรับ หีดูดรัดแน่นจนแทบถอนไม่ออก
”อ้าาา” เธอร้องเสียงสั่นซาบถึงกระดูกสันหลัง “ลึก… ถึงมดลูกเลย… อือๆ…”
ผมกระแทกกระทั้นจากล่างขึ้นบนอย่างแรง สะโพกชนหน้าขาเธอ เสียงน้ำเมือกเหลวขับแทรกไปมากับจังหวะควย เธอเชิดคอหลับตาพริ้ม กัดฟันสู้ความเสียว ครางทุกครั้งที่หัวควยดันปากมดลูก “อีก… อีก… แรงกว่านี้… อย่าเพิ่งแตกนะ…”
“น้าอรครับ… ผมใกล้แล้ว…” ผมบอกเสียงหอบ
“งั้นปล่อยในได้เลย… วันนี้ปลอดภัย… แต่ขอน้าถึงก่อน… อ๊ะ… อีกนิดเดียว…” เธอเร่งขย่มตัวเองขึ้นลงสวนทางผมอย่างบ้าคลั่ง มือทั้งสองบีบไหล่ผมแน่น เล็บจิกจนเจ็บแปลบ
“อ้าาา… จะไปแล้วว…” เธอเกร็งทั้งตัว หัวโยนกลับไปด้านหลัง ปากอ้ารับอากาศ ร่างกระตุกวูบใหญ่ น้ำเมือกอุ่นวาบพรั่งพรูรอบหัวควย ผมควบจังหวะต่ออีกไม่กี่ทีก็ปล่อยน้ำข้นขาวพุ่งเข้าไปข้างในสุด
“ครับ… แตกแล้ว… ในตัวน้าอร…” ผมครางเสียงต่ำ มือบีบก้นอวบแน่น กดควยค้างไว้ลึกที่สุด เธอสั่นซาบซ่านไม่ยอมคลายแขนจากคอผม หายใจรัวหอบกระเส่า กอดกันนิ่งอยู่อย่างนั้นหลายสิบวินาที จนแรงค่อยกลับเข้าสู่ร่างกายทีละน้อย
“หลาน…” เธอกระซิบเสียงหวานปนเหนื่อย “ขอบใจนะ… ที่ทำให้น้ามีความสุขอีกครั้ง”
ผมดึงควยออกช้าๆ น้ำสีขุ่นไหลย้อนลงมาตามโคนขาเธอ เลอะเทอะด้วยกันทั้งคู่ เธอกดจูบที่มุมปากผมแผ่วเบาแล้วกุมมือกัน นางทั้งสองนอนซบแผงอกผมบนเตียงหายใจประสานกัน ฝนข้างนอกเริ่มซา เหลือเพียงเสียงหยดน้ำจากชายคาและเสียงลมหายใจอุ่นๆ ของคนสองคนที่นอนเกี่ยวก้อยกันอยู่กลางความเงียบสงัด
“พรุ่งนี้… อยู่กับน้าอรอีกวันนะ” เธอเอ่ยเบาๆ เหมือนเกรงว่าผมจะหายไป
“อยู่ไปจนกว่าจะกลับกรุงเทพฯ เลยครับ”
“งั้นคืนนี้… อีกสักรอบได้ไหม” เธอเอ่ยทั้งหัวเราะทั้งเอียงอาย สบตาผมแวบเดียวแล้วซุกหน้าเข้ากับซอกคอ
ผมกอดเธอแน่นขึ้น ยิ้มกว้างทั้งหัวใจ “ทุกสิ่งที่คุณต้องการครับ คุณน้าอร”
เธอหัวเราะเสียงใส ก่อนจะคว้าไหล่ผมเข้าไปจูบอีกครั้งอย่างอ่อนโยน ลมพัดผ่านบานเกล็ดไม้เข้ามาเย็นฉ่ำ กลิ่นไอฝนและน้ำอบกรุ่นผสานกัน ฟ้าค่อยๆ เปิดอำแดงที่ขอบฟ้า ทอแสงอ่อนลงมาบนร่างสองคนที่เริ่มต้นความสัมพันธ์จากความเหงา สู่ความรักอบอุ่นท่ามกลางสายฝนโปรยปรายหน้าบ้านไม้หลังน้อยท้ายซอย
คืนนั้นเราไม่ได้นอนจนเกือบสว่าง ใช่วงแขนปลอบประโลมกันและกันเป็นเหมือนความเงียบบอกเรื่องราวเกินคำพูดใดๆ ร่างบางแนบชิด เธอกระซิบคำรักซ้ำไปซ้ำมาในความมืด เสียงครวญและสายฝนผสานเป็นเพลงเดียว
เช้ารุ่งสางไก่บ้านไหนขันแว่วมาแต่ไกล น้าอรนอนหลับปุ๋ยอยู่บนอกผม มือเล็กยังเกาะชายเสื้อนุ่งห่มขมวดไว้ไม่ปล่อย ผมลูบศีรษะเธอเบาๆ หลับตาลงซึมซับกลิ่นหอมและไออุ่นจากเรือนร่างที่นุ่มอิ่มใต้ผ้าห่มผืนบาง
วันนั้นผมตื่นขึ้นอย่างเต็มตื่น หิวโหยข้าวต้มกุ๊ยฝีมือน้าอร ทว่าไม่หิวเท่ากับความต้องการที่จะได้เห็นรอยยิ้มของเธอยามลืมตาตื่นและพบว่าผมยังนอนอยู่ข้างกาย
บนถนนสายเดิมหน้าซอยวัดดวงแข ลุงแท็กซี่คันนั้นยังคงขับผ่านไปมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สำหรับผมและน้าอร มันคือจุดเริ่มของบทใหม่ในชีวิตที่ทั้งคู่ต่างเคยหลงลืมไปแล้วว่าความรักและอารมณ์ทางกายอันเร่าร้อนนั้นหอมหวานเพียงใด
จบเรื่องในเช้าวันใหม่ ที่สายฝนหยุดแล้ว แต่หัวใจสองดวงยังคงชุ่มฉ่ำไม่แห้งหาย
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







