เรื่องเสียว แรงดึงดูดร้านชำ
อากาศร้อนอบอ้าวจนเสื้อที่ติดตัวมาเริ่มเปียกชื้น ฉันก้าวลงจากรถสองแถวคันเก่าที่ส่งกลิ่นน้ำมันโซฮอล์ปนควันดำ มองซ้ายมองขวาเห็นแต่ทุ่งนากับบ้านไม้เก่าๆ ไม่มีแม้แต่ป้ายบอกทาง ใจนึงก็คิดว่าพลาดแล้วที่ตกลงมาเที่ยวกับเพื่อนคนนี้ แต่ความรู้สึกผิดหวังกลับกลายเป็นความตื่นเต้นที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาแปลกๆ
ป้าข้างบ้านแนะนำให้ฉันกับเพื่อนมาพักที่รีสอร์ทเล็กๆ ของญาติป้า ซึ่งจริงๆแล้วมันก็แค่บ้านไม้สองชั้นดัดแปลง อยู่ติดกับร้านขายของชำที่ดูเหมือนจะหยุดเวลาไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน ป้ายเหล็กสนิมขึ้นเขียนว่า “ร้านเจ๊หงษ์” ตัวหนังสือลอกเกือบหมดแล้ว หน้าร้านมีม้านั่งไม้ตัวยาววางไว้ให้ลูกค้านั่งเล่น
เพื่อนฉันเปิดประตูห้องแล้วหายไปอาบน้ำทันที ปล่อยให้ฉันยืนมองวิวเบลอๆ จากระเบียงไม้ ไม่มีเสียงรถ ไม่มีเสียงผู้คน มีแต่จิ้งหรีดกับลมที่พัดผ่านต้นลำไย เสียงมันช่างเงียบจนทำให้ความคิดวกวนอยู่ในหัว สมองเริ่มโลดแล่นไปถึงเรื่องที่เราไม่ควรคิดในเวลาแบบนี้
ฉันจำได้ว่ามันเริ่มตรงที่ฉันเดินลงไปซื้อน้ำเปล่าที่ร้านชำตอนเย็นนั่นแหละ ร้านเปิดไฟสลัว มีหลอดนีออนเส้นเดียวที่ส่องไม่ถึงทุกมุม ฉันเดินดูของที่วางเรียงราย รู้สึกได้ว่ามีคนกำลังมองจากด้านหลังแผงขายของเก่าๆ นั่นคือครั้งแรกที่ฉันเห็นเขา
เขานั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีแดง ถือพัดใบลานแกว่งเบาๆ เสื้อกล้ามขาวเกือบโปร่งเพราะเหื่อที่ซึมออกมา แขนที่เห็นเป็นสัดส่วนชัดเจน ผิวสีแทนเข้มแบบคนตากแดดตากลม เขามองหน้าฉันแล้วยิ้มบางๆ ถามว่าหาอะไรหรือเปล่า เสียงทุ้มต่ำแตะหูฉันตอนนั้นราวกับมีใครเขี่ยคลื่นความถี่บางอย่างในตัว
ฉันตอบไปแบบไม่รู้เรื่อง เอามือล้วงกระเป๋าหาเหรียญ แกล้งทำเป็นไม่สนใจ แต่ดวงตากลับไม่ยอมเชื่อฟัง มันเหลือบมองซ้ำที่แผ่นอกที่เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดอยู่ใต้เสื้อ ความเงี่ยนเริ่มแล่นขึ้นมาจากที่ไหนไม่รู้ มันมาแบบไม่มีปี่ไม่มีกลองแถมยังมาช่วงที่สมองยังไม่ทันตั้งตัว
เขายื่นน้ำขวดเย็นๆให้ฉัน มือที่จับขวดมีเส้นเอ็นขึ้นชัดเจน ฉันรับมาแล้วนิ้วเสยกันโดยไม่ได้ตั้งใจ หรืออาจจะตั้งใจก็ไม่รู้ แค่สัมผัสบางเบาแต่กลับทำให้ซาบซ่านไปถึงปลายเท้า ความเสียวที่แล่นจากปลายนิ้วมันช่างชัดเจนในค่ำคืนนั้น
หลังจากนั้นฉันกลับขึ้นไปนอนในห้อง แต่ก็นอนไม่หลับ หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ เพื่อนฉันกรนตุ่ยอยู่ข้างๆ แต่สมองของฉันกลับโลดแล่นไปที่ร้านชำนั้นอีกครั้ง ฉันข่มตาหลับแต่ไม่สำเร็จ ภาพของแขนที่แข็งแรง รอยยิ้มที่ดูขี้เล่น มันตอกย้ำอยู่ในหัวไม่ยอมหายไปไหน
เช้าวันต่อมาฉันอาสาไปซื้อข้าวต้มร้านหน้าปากทางแต่ตั้งใจให้ผ่านร้านของเจ๊หงษ์ก่อน ร้านเปิดแล้วเขากำลังยกกระสอบข้าวสารขึ้นวางบนชั้น ตอนที่เห็นฉันเดินผ่านเขาชะงักเล็กน้อยแล้วก็ยิ้มให้แบบเดิม คำทักทายง่ายๆกลายเป็นความหมายอื่นไปเสียหมดในหัวของฉัน
เขาหยุดทำงานเดินออกมาจากร้าน มาหยุดตรงหน้าร้านพอดี เหงื่อไหลซึมที่ขมับ มือเลิกเสื้อขึ้นมาซับหน้าโดยไม่เกรงใจ เผยให้เห็นหน้าท้องที่เรียบตึง ฉันยืนนิ่งเหมือนถูกสะกด ดวงตาจดจ้องจนลืมว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ที่ตรงไหน
“เมื่อวานเพื่อนมาแค่สองคนเองนะ” เขาพูดขึ้นทำให้ฉันสะดุติ ฉันพยักหน้างงๆ เขายิ้มแล้วพูดต่อ “คืนนี้ร้านจะเลิกเร็วนะ เจ๊หงษ์เค้าไปธุระต่างอำเภอ เผื่อว่าอยากจะมานั่งเล่นคุยกัน” เสียงทุ้มของเขาเหมือนเชือกที่รัดรึงความอดทนของฉันจนแทบขาด
ฉันตอบตกลงทั้งที่ใจยังไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แต่ด้วยความที่ความเสียวในหัวมันเริ่มบงการทุกอย่าง ร่างกายพาฉันเดินกลับมาแต่ร้านข้าวต้มก็เลยไปไม่ถึงไหน สุดท้ายต้องกลับไปเอาข้าวต้มตอนเย็นแทน
พอตกเย็นเพื่อนฉันตัดสินใจไปนอนเล่นที่บ้านป้าข้างรีสอร์ทเพราะอยากฟังเรื่องผีท้องถิ่น ฉันบอกปวดหัวขออยู่ห้อง ตอนที่เพื่อนเดินออกไปฉันมองนาฬิกา เข็มนาฬิกาแทบจะไม่ขยับ ฉันนอนรอ รอจนเสียงดนตรีจากวิทยุเก่าเริ่มเลือนหายไปกับสายลม
พอฟ้ามืดสนิทฉันก็เดินลงบันไดช้าๆ แต่ละก้าวรู้สึกถึงรองเท้าแตะที่แตะกับไม้กระดาน เสียงมันดังเสียจนกลัวว่าคนทั้งรีสอร์ทจะได้ยิน แต่สุดท้ายฉันก็มาจนถึงหน้าร้านของชำที่ตอนนี้ปิดไฟเหลือเพียงหลอดเดียวสลัวบริเวณหน้าร้าน
เขานั่งรออยู่บนเก้าอี้พลาสติกเดิม ตอนที่เห็นฉันเดินมาเขาลุกขึ้นยืนแล้วเปิดประตูให้เข้าไปด้านใน มันมืดมาก แต่ฉันเห็นเงาร่างของเขาชัดเพราะความเคยชินจากที่ยืนอยู่ ตรงนั้นไม่มีแม้แต่พัดลม มีเพียงลมที่พัดโชยมาตามช่องว่างของฝาไม้
เขาจูงมือฉันเข้าไปด้านในร้าน อ้อมไปหลังชั้นวางของที่มีม่านพลาสติกกั้นเป็นห้องเล็กๆ มีเสื่อผืนหนึ่งปูบนพื้นไม้ มีหมอนสามเหลี่ยมวางอยู่หัวนอน บรรยากาศมันไม่ใช่ร้านชำอีกต่อไป มันกลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เชื้อเชิญให้ละทิ้งความยับยั้งชั่งใจ
เขาหันมามองตาฉันแล้วถามว่าแน่ใจหรือเปล่า แสงสลัวทำให้เห็นแต่โครงหน้าชัดๆ ดวงตาเป็นประกายเหมือนแมวที่กำลังจ้องเหยื่อ ฉันตอบด้วยการขยับเข้าไปใกล้ เข้าไปจนตัวแทบจะแนบชิดกับเขา ตอนนั้นความเงี่ยนมันกลบทุกเหตุผลในหัวจนหมดสิ้น
มือฉันเอื้อมไปแตะที่หลังคอของเขา ผิวอุ่นชื้นเล็กน้อยกับเหื่อที่ยังไม่แห้งสนิท เขาหายใจแรงขึ้น เสียงกระซิบอะไรบางอย่างที่ฉันฟังไม่ชัด แต่ไม่สำคัญ เพราะตอนนี้ทุกอย่างมันถูกกำหนดด้วยสัมผัสแล้ว
เขาก้มลงมาหอมที่ข้างคอของฉัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวจนขนลุกซู่ ฉันหลับตา สัมผัสจากริมฝีปากของเขาที่แตะเบาๆ ตรงไหล่ มันคือจุดเริ่มต้นของราตรีที่ไม่มีทางหวนกลับ
มือของเขาค่อยๆ สอดเข้าไปใต้เสื้อของฉัน นิ้วที่หยาบกระด้างลูบไปตามแนวกระดูกสันหลัง ฉันได้ยินเสียงตัวเองครางเบาๆ ปล่อยให้ความเสียวซ่านมันพัดพาไปตามแรงสัมผัสของเขา
ตอนนั้นทุกอย่างในหัวฉันว่างเปล่า ไม่มีความคิด ไม่มีเหตุผล มีแต่กายเนื้อที่ตอบสนองต่อกันและกันเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง ที่ร้านชำเล็กๆแห่งนี้ ที่นอกจากกลิ่นข้าวสารปลากระป๋อง ยังมีกลิ่นของอารมณ์ที่กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยแรงดึงดูดรุ่นแรง
ริมฝีปากของเขาคลี่คลายจากไหล่ลงมาที่อก ฉันรู้สึกถึงลิ้นร้อนแตะตรงมา วนเป็นวงกลมแล้วดูดเบาๆ มือของฉันเลื่อนขึ้นเพื่อจับต้นคอเขาดึงให้เขาใกล้ขึ้นไปอีก ต่างคนต่างกำลังค้นหาจุดที่ทำให้อีกฝ่ายหวั่นไหว
เขาเอื้อมมือไปสะกิดกางเกงชั้นในของฉันด้วยปลายนิ้ว ค่อยๆ ไล้ไปตามแนวขอบผ้า อาการคันคะเยอที่ประสาทสัมผัสมันช่างเสียวนัก ฉันกัดริมฝีปากไว้ไม่ให้ส่งเสียง เหงื่อเริ่มซึมตามซอกรักแร้ ขณะที่ร่างกายบิดเร่าไปตามนิ้วที่กำลังหยอกเย้า
ไม่น่าเชื่อว่าในค่ำคืนที่คิดว่าจะเงียบเหงา ฉันกลับมายืนอยู่ตรงนี้ ในร้านของชำกลางทุ่งนา กับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักหน้าได้ไม่เต็มวัน แต่มันก็ไม่สำคัญอีกแล้ว เพราะเมื่อความต้องการมันผลักดันจนถึงจุดนี้ ไม่มีอะไรจะหยุดยั้งสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
ผ้าขาวบางของกางเกงในถูกดึงลงช้าๆ ความเย็นของอากาศกระทบผิวเปียกชื้นระหว่างขา ฉันผงะเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงปลายนิ้วเขาที่แตะเบาๆ ตรงจุดที่กำลังร้อนรุ่ม ก่อนจะสอดเข้าไปสำรวจอย่างนุ่มนวล เสียงลมหายใจของเขาหนักขึ้น จังหวะที่นิ้วเคลื่อนลึกเข้าไปในตัวฉัน ทำให้ฉันต้องคว้าแขนเขาไว้แน่น ร่างเริ่มเกร็งตามธรรมชาติของความเสียวที่แล่นตั้งแต่ปลายเท้าถึงขม่อม
“อื้มม…” เสียงครางจากลำคอฉันดังออกมาโดยไม่ตั้งใจ เขาเงยหน้าขึ้นมอง ตากำลังฉายแววหื่นกามที่ชัดเจนขึ้นทุกขณะ มืออีกข้างของเขาปลดกระดุมกางเกงยีนส์ของตัวเอง ผ้าขาสีเข้มหล่นลงกองที่พื้น เขาดึงควยของเขาออกมา ตัวแข็งตั้งตระหง่านในท่ามกลางแสงสลัวของร้านชำ ฉันกลืนน้ำลายลงคอ ความต้องการแล่นพล่านจนแทบไม่คิดอะไรอีกแล้ว
ฉันเอื้อมมือไปจับแก่นกลางของเขา เนื้ออุ่นตึงมือ เส้นเลือดที่เต้นเป็นจังหวะสัมผัสได้ผ่านปลายนิ้ว เขาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะโน้มตัวเข้ามากดจูบหนักๆ ที่ริมฝีปากของฉันอีกครั้ง แรงกดดันจากเรี่ยวแรงผู้ชายที่กำลังเงี่ยนจนสุดขีดมันทำให้เขาขยับรุกหนักขึ้น ฉันเองก็ตอบสนองจนลืมว่าตัวเองอยู่ที่ไหน
เขายกขาข้างหนึ่งของฉันขึ้นมาพาดกับกะละมังที่วางซ้อนอยู่ ปลายควยของเขาจ่อตรงทางเข้า ถูไถไปมาเบาๆ เพื่อน้ำหล่อลื่นตามธรรมชาติที่ไหลเยิ้มจนเปียกโชก ฉันกำผ้าขนหนูไว้ในมือแน่น รอคอยการสอดใส่ที่จะเกิดขึ้นทุกเมื่อ ทุกอณูสัมผัส ณ จุดนั้นมันช่างเสียวยิ่งกว่าสิ่งใดที่ฉันเคยประสบมา
“เอาสิ…” ฉันกระซิบแหบแห้งออกไป แทนคำขอร้องที่อยู่ในใจทั้งหมด
เขาช้อนตัวฉันขึ้นเล็กน้อย แล้วดันควยเข้าไปทีเดียวจนสุด ฉันแทบขาดใจ ความอัดแน่นที่ถูกเติมเต็มในครั้งเดียวทำให้ดวงตาของฉันเบิกกว้าง ปากอ้าค้างแต่ไม่ได้ส่งเสียงใดๆ ออกมา เขาค้างอยู่อย่างนั้นสักพัก ก่อนจะเริ่มขยับเป็นจังหวะช้าๆ เพื่อให้ร่างกายฉันชินก่อน
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นเป็นจังหวะประสานกับเสียงกรอบแกรบของถุงขนมที่ถูกกระแทกกระเด็น มือของฉันปาดเหงื่อจากขมับ ปล่อยให้ความรู้สึกในตัวไหลไปตามแรงกระแทก หีของฉันถูกควยแข็งๆ ของเขาตอกกลับไปกลับมาจนชื้นฉ่ำ เสียงครางของสองคนประสานกันจนแยกไม่ออก
“เสมอ…ไหม” เขาถามเสียงแผ่ว ขยับเร็วขึ้น มือจับสะโพกฉันแน่นเพื่อเป็นหลักในการกระแทก
“อีก…อีกนิด” ฉันตอบทั้งที่หายใจแทบไม่ทัน
ไม่นานนักความเสียวก็เริ่มรวมตัวที่ก้นบึ้งภายใน ความรู้สึกที่เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังจะแตกออกในตัว มือฉันจิกที่แผ่นหลังของเขาจนเป็นรอยแดง เขาก็เร่งจังหวะจนเร็วขึ้น ร่างของลูกค้าคนนี้เริ่มหายใจถี่กระชั้น
พอถึงจังหวะที่ฉันจะหลุดไปจริงๆ เขาก็ก้มลงมาดูดที่ปลายหูของฉันแล้วตะเบ็งเสียงครางยาว พร้อมกับที่น้ำในตัวของเขาฉีดเข้าข้างในฉันอย่างรุนแรง ความเสียวของจุดสุดยอดซัดผ่านร่างกายของฉันจนขาสั่น ตัวสั่นเทาไปทั้งตัว
เมื่อคลื่นแห่งความเสียวสงบลง ร่างของเราทั้งคู่ก็ทรุดลงนั่งราบกับพื้น เขายังแนบชิดอยู่ภายใน ลมหายใจเปียกชื้นที่ซอกรักแร้และลำคอ ค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ เงียบงันอีกครั้ง ยกเว้นเสียงลมพัดผ่านร้านชำที่นำพากลิ่นหญ้าคาและละอองฝนมาแตะต้องผิว
เขาถอนตัวออกอย่างช้าๆ ปลายควยที่แห้งเล็กน้อยลากออกไปตามผนังด้านในทำให้ฉันรู้สึกถึงช่องว่างที่ถูกทิ้งไว้ จากนั้นเขาก็มุดหัวเข้าไปในกระโปรงหลังรถหยิบผ้าขนหนูผืนหนึ่งมาให้ฉันเช็ดตัว
“ขอโทษที่ทำให้เปียก” เขาพูดยิ้มๆ ตาขณะที่กำลังเก็บโทรศัพท์ที่ตกเกลื่อนลงกระเป๋า
ฉันยิ้มตอบกลับไป พยักหน้ารับผ้าขนหนูมาเช็ดตามขาและหว่างขา แล้วค่อยๆ เก็บเสื้อผ้าที่ร่วงหล่นใส่กลับอย่างเดิม ไม่มีคำพูดมากมาย ไม่มีสัญญาอะไรทั้งสิ้น มีเพียงลมหายใจที่ยังกระเพื่อมไม่เป็นจังหวะ กับกลิ่นของน้ำผสมเหงื่อที่เจือปนกับกลิ่นเครื่องปรุงก๋วยเตี๋ยวในร้าน
ก่อนจะเปิดประตูรถออกไป เขาหยุดมองฉันอีกครั้ง ตาสีน้ำตาลไหม้ในความมืด คราวนี้แววตานั้นวาบหวามน้อยลง แต่มีความสุขุมบางอย่างที่เปลี่ยนไป ฉันไม่ได้ถามชื่อเขา เขาก็ไม่ได้ถามชื่อฉัน เป็นแค่การเผชิญหน้าในค่ำคืนหนึ่งของคนสองคนที่ต้องการพักพิงความใคร่ของตนเอง
รถกระบะคันนั้นแล่นออกจากหน้าร้านไปในความมืด ฉันยืนมองฝุ่นที่ฟุ้งกระจายตามท้ายรถก่อนจะหันกลับมาเก็บของ แล้วล็อกประตูร้านชำ ไฟสีส้มหน้าปั๊มยังสว่างอยู่ไกลลิบๆ ในเส้นทางที่แสนเปลี่ยว
กว่าจะนอนหลับตาได้ตอนเกือบตีสาม ก็ยังคงสัมผัสถึงแรงกระแทกนั้นหลงเหลืออยู่ในเนื้อตัว สะโพกทั้งสองข้างยังคงช้ำเพราะเสียดสีกับขอบพื้นแข็ง แต่มันไม่ได้ทรมานเท่าไรนัก
ตอนนี้ฉันนั่งในร้านชำอีกครั้ง หยิบแก้วน้ำร้อนมาจิบท่ามกลางอากาศยามเช้าที่เริ่มมีพระอาทจริย์ส่องผ่านมุ้งลวด แมลงปอตัวหนึ่งเกาะนิ่งที่ผนังปูนไม้ไผ่ มันคงคิดว่าเป็นจุดปลอดภัย
และสำหรับใครที่คิดว่าเรื่องแบบนี้มีแต่ในหนังผู้ใหญ่หรือนิยายอีโรติก ฉันก็บอกได้เลยว่ามันเกิดขึ้นได้จริงกับผู้หญิงที่เดินทางคนเดียว เพียงแต่บางคนกล้าที่จะปล่อยตัวเองไปตามแรงดึงดูดแห่งค่ำคืน มากกว่ายึดติดกับกรอบที่สังคมกำหนดไว้
ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่ความเสียวและความต้องการของมนุษย์มันไร้พรมแดนเสมอ โดยเฉพาะเมื่อคุณเจอจังหวะที่ทั้งร่างกายและจิตใจเปิดรับพร้อมกันในที่ที่ไม่มีใครรู้จักคุณ โลกนี้ก็แคบลงเหลือแค่สองคนกับกิจกรรมที่เรียกว่า “เย็ด” ในร้านชำริมทุ่งนา
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







