Sexy365bet Mahagame66 UFANANCE PANAMA888 Hydra888 sagame1688
RUAY LOTTOVIP

แม่ของเพื่อนร่วมงาน

เรื่องเสียว แม่ของเพื่อนร่วมงาน

คนเรามันก็มีบ้างล่ะครับที่ความรู้สึกมันพลุ่งพล่านแบบควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะเวลาที่ตัวเราอยู่ในจุดที่ต้องการอะไรสักอย่างมากๆ จนสมองมันสั่งให้เลือดลงไปกองอยู่ตรงนั้นหมด แล้วก็ไม่ยอมขึ้นมาช่วยคิดอะไรให้มันดีๆ สักที

ตอนนั้นผมอายุยี่สิบหก เพิ่งย้ายมาทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าวได้ไม่ถึงปี ก็ยังเป็นพนักงานบัญชีธรรมดาๆ ที่เงินเดือนยังไม่ถึงหมื่นด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่มันมากับวัยทำงานน่ะครับ ไม่ใช่แค่ความเครียดจากงาน มันมีความต้องการทางกายที่เริ่มจะเต็มเปี่ยม เพราะก่อนหน้านี้ผมเพิ่งเลิกกับแฟนที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมหา’ลัยได้สามเดือน

ร่างกายมันเหมือนถูกสะกดไว้พักใหญ่ แล้วพอปลดล็อคออกมา มันก็ยิ่งโหยหามากขึ้นทุกที เราเป็นผู้ชายวัยทำงานที่ไม่ได้ขี้เหร่อะไร เสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงสแล็คดำๆ ก็ทำให้ดูดีมีราคาขึ้นมาได้บ้าง แต่ปัญหาคือเวลาที่มันเงี่ยนขึ้นมาน่ะครับ มันไม่ได้ดูที่ฐานะการเงินหรอก มันดูที่ว่ามีใครสักคนให้เราได้สมองความต้องการหรือเปล่า

หลังเลิกงานในวันศุกร์นั้น ผมนั่งรถเมล์มาลงที่สวนสาธารณะใกล้ๆ ที่ทำงาน เพราะปกติจะเดินออกกำลังกายวันเว้นวัน แต่ในวันนั้นผมไม่ได้มาวิ่ง อากาศมันร้อนและอับ ร่างกายมันเหนื่อยล้าสะสมจากงานทั้งอาทิตย์ ผมแค่ต้องการนั่งให้ลมเย็นๆ พัดผ่าน ก่อนที่จะกลับไปนอนในห้องเช่าแคบๆ คนเดียว

ผมนั่งอยู่บนม้านั่งหินใต้ต้นจามจุรีใหญ่ มองดูคนอื่นๆ เขาวิ่งกันเป็นกลุ่ม เด็กๆ เล่นฟุตบอลกันตรงสนามหญ้า มีครอบครัวพาลูกมาเดินเล่นกับสุนัข ทุกอย่างมันดูปกติสุขดี แต่ในหัวของผมกลับมีแต่ภาพเก่าๆ ของแฟนเก่าตอนที่เรายังอยู่ด้วยกัน รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างกลิ่นตัวเธอตอนอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ หรือสัมผัสของผิวที่เบียดเสียดกันตอนกลางคืน

นั่นแหละครับที่ทำให้ผมเริ่มรู้สึกถึงความต้องการที่มันถาโถมเข้ามา มันเป็นความรู้สึกที่จุกอยู่ตรงหน้าอก แล้วก็ร้อนผ่าวลงไปถึงท้องน้อย ร่างกายมันเริ่มขยับไม่เป็นธรรมชาติ ผมต้องเปลี่ยนท่านั่ง และพยายามเอากระเป๋าสะพายมาวางไว้บนตักเพื่อปิดบังสิ่งที่มันเริ่มแข็งตัวขึ้นมา

ในจังหวะนั้นเองที่ผมเหลือบไปเห็นเธอ ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเดินออกมาจากลานจอดรถ เธออายุประมาณกลางๆ สามสิบใส่เสื้อเชิ้ตลายดอกแขนสามส่วนกับกระโปรงทรงเอสีน้ำตาลเข้มที่ยาวเกือบถึงเข่า รูปร่างเธอไม่ได้ผอมบาง แต่กลับมีน้ำมีนวล ดูเป็นผู้ใหญ่ ดูมีลูกมีเต้าที่ชัดเจนภายใต้ผ้า

ผมไม่รู้ว่าผมจ้องเธอนานแค่ไหน แต่สิ่งที่ทำให้ผมสะดุดไม่ใช่แค่หน้าตาเธอที่ดูหวานๆ แบบผู้ใหญ่ที่ดูแลตัวเองดี แต่เป็นท่าทางการเดินของเธอที่มั่นคงและสบายๆ เหมือนคนที่ไม่ต้องรีบร้อนอะไรในโลก เธอเดินมาหยุดที่ม้านั่งอีกตัว ห่างจากผมพักเดียว แล้วก็วางกระเป๋าหิ้วลง จากนั้นก็กางร่มที่ถือติดมือแล้วนั่งลง

เธอคงจะมานั่งพักเหมือนกัน ผมเห็นเธอหยิบพัดออกมาจากกระเป๋า แล้วก็ค่อยๆ พัดไปพลางมองต้นไม้สูงๆ รอบตัว ผมแอบชำเลืองมอง เผลอคิดว่าเธอคงเป็นแม่บ้านที่สามีทำงาน ลูกคงโตแล้ว หรือบางทีก็เป็นพนักงานออฟฟิศเหมือนกันที่มาพักผ่อนคนเดียว แต่ความคิดของผมในตอนนั้นมันไม่ได้วิเคราะห์ลึกไปถึงรายละเอียดชีวิตของเธอหรอก

สายตาผมมันกลับไปจับจ้องที่ช่วงขาของเธอที่วางพาดกันตอนนั่ง กระโปรงทรงเอที่พับขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อนั่ง เผยให้เห็นเรียวขาที่อวบอิ่มและผิวที่ขาวเนียน มันช่างแตกต่างจากผิวสาววัยรุ่นที่ผมเคยสัมผัส มันมีเนื้อมีหนังมากกว่า มีความสมบูรณ์แบบอย่างที่ทำให้คนอย่างผมที่กำลังเงี่ยนจัดต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

ผมเริ่มจินตนาการว่าถ้ามือผมได้แตะตรงนั้น มันจะนุ่มขนาดไหน ถ้าผมดันมือขึ้นไปใต้กระโปรงเส้นนั้น มันจะส่งผลอะไรตามมา แล้วควยของผมที่กำลังตื่นตัวเกินเหตุในกางเกงนั่นก็ยิ่งขยับไม่ได้เพราะโดนกระเป๋ากดทับไว้ ความเสียวจากจินตนาการเริ่มแล่นไปทั่วร่าง

ผมสะกดจิตตัวเองว่า อย่าเพิ่งบ้า เดี๋ยวมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต แต่ก็เหมือนคนหิวโหยที่เจออาหารวางอยู่ตรงหน้า ยิ่งห้ามก็ยิ่งอยาก ในหัวมีแต่คำว่า “เย็ด” “หี” ลอยวนไปมาพร้อมกับภาพที่ผมสร้างขึ้นเองในมโน

เธอเหมือนจะรู้ตัวหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ แต่จู่ๆ เธอก็หันมามองทางผมพอดี ตาเราสบกันครู่หนึ่ง ผมรีบก้มหน้าทำเป็นก้มดูมือถือที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่หัวใจมันเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงเสียงในลำคอ

เธอไม่ได้ทำท่าอะไร แค่ยิ้มบางๆ แล้วก็หันกลับไปมองทางอื่น แต่นั่นแหละครับ มันคือจุดที่ทำให้ผมตัดสินใจอะไรบางอย่างที่ผิดมากๆ ในฐานะคนวัยทำงานที่ควรจะรู้จักที่ต่ำที่สูง

ผมลุกขึ้นจากม้านั่ง เดินไปทางตู้กดน้ำที่อยู่ใกล้ๆ เธอ อ้างว่าหิวน้ำ แต่จริงๆ คือผมอยากเดินผ่านเธอ เพื่อได้กลิ่นน้ำหอมหรืออะไรก็ตามที่มันจะทำให้จินตนาการมันชัดเจนขึ้น ตอนที่เดินผ่านไปน่ะครับ ผมแอบใช้สายตาเหลือบมองเธออีกครั้ง คราวนี้เห็นร่องหว่างอกที่โผล่พ้นคอเสื้อเชิ้ตที่กระดุมเม็ดบนไม่ได้ติด เธอคงร้อนก็เลยปลดออก

มันเป็นภาพที่ชัดมากภายใต้แสงไฟจากเสาสูงที่เริ่มสว่างขึ้นเพราะฟ้าเริ่มมืดแล้ว ผมจ้องตรงนั้นนิ่ง จนเธอต้องกระแอมใส่เบาๆ ผมสะดุ้ง รีบทำเป็นก้มกดน้ำ แต่ความรู้สึกร้อนผ่าวใต้ผิวหนังมันบอกว่ามันสายเกินไปแล้วสำหรับการถอย

ผมยืนดื่มน้ำอยู่ตรงนั้น ใจนึงก็บอกให้รีบกลับห้อง แล้วเอาความคิดไร้สาระพวกนี้ไปสำเร็จความใคร่คนเดียวที่ห้อง แต่พอดีตอนที่ผมกำลังจะเดินกลับนั้น เธอก็พูดขึ้นมาลอยๆ โดยที่ยังนั่งอยู่กับที่

“อากาศร้อนนะวันนี้”

เสียงเธอทุ้มนุ่ม ไม่ได้เร่งเร้าอะไร แต่ทำให้ผมต้องหันไปตอบด้วยความเกร็ง

“ครับ ร้อนมาก” ผมตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เดิม แต่คราวนี้ผมไม่ได้นั่งที่ม้านั่งเดิมแล้ว ผมกลับมานั่งที่ม้านั่งอีกตัวที่ห่างจากเธอแค่สองเมตร มันเหมือนร่างกายมันบังคับให้ผมเข้าใกล้โดยที่สมองส่วนเหตุผลยอมแพ้ไปแล้ว

เธอหันมามองผมอีกครั้งแล้วยิ้ม ตอนนั้นแหละที่ผมเริ่มแน่ใจว่ามันไม่ใช่แค่ความบังเอิญ มันมีอะไรบางอย่างในท่าทางของเธอที่เหมือนจะเปิดทาง เหมือนรอให้ผมกล้าที่จะก้าวไปอีกสักครึ่งก้าว

ผมสูดลมหายใจลึก แล้วก็ตัดสินใจลุกขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เดินตรงไปนั่งที่ม้านั่งข้างๆ เธอ โดยเว้นระยะห่างไว้แค่ก้าวเดียว

“นั่งตรงนี้ได้ไหมครับ” ผมถามทั้งที่รู้ว่ามันช้าเกินไปสำหรับคำถามแล้ว

เธอมองผมนิ่ง หัวเราะเบาๆ “ก็นั่งมาแล้วนี่”

นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ผมไม่คิดว่ามันจะพาผมไปไกลถึงที่ที่ผมไม่เคยไปมาก่อนในฐานะคนทำงานเงินเดือนน้อยที่กำลังหลงทางกับความต้องการของตัวเอง

ผมรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากความเงียบรอบตัว มันกลบทุกเสียงรถ เสียงคนเดิน นาฬิกาข้อมือที่ผมใส่อยู่รู้สึกหนักข้างข้อมือ เหมือนกับว่าเวลามันกำลังยืดยาวออกไปทุกวินาทีที่เธอยังนั่งนิ่งแบบนั้น

ผมไม่กล้าหันไปมองหน้าเธอตรงๆ แต่สายตามันเผลอไผลไปตามข้างลำตัวที่มองเห็นผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เธอสวมอยู่ เนื้อผ้าบางเฉียดกับผิวหนังเวลาที่เธอขยับตัว เสียงผ้าถูกับผิวทำให้ผมรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่มันเริ่มตึงตัวขึ้นมา

“เหนื่อยไหมวันนี้” เธอถามเสียงเรียบ แต่ปลายเสียงมีอะไรบางอย่างที่ฟังดูไม่ใช่อาการห่วงใยปกติ

“ก็… เหนื่อยครับ” ผมตอบทั้งที่สมองคิดอะไรไม่ออก มีแต่กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเธอที่ปลิวมาตามลม

แล้วเธอก็วางมือลงบนขาผม มืออุ่นๆ ของผู้หญิงวัยสี่สิบปลายที่ผิวเนียนนุ่มจากการดูแลตัวเองมาตลอด มันไม่ได้วางแค่เบาๆ แต่มันกดลงมาเป็นน้ำหนักแน่นๆ จนผมรู้สึกถึงแรงที่มันแผ่ผ่านผ้ากางเกง

ผมกลืนน้ำลายลงคอแห้งๆ ความเงี่ยนที่ถูกกระตุ้นมาหลายวันจากความเครียดเรื่องงาน มันเริ่มรวมตัวกันเป็นจุดร้อนในร่างกายที่ยากจะควบคุม “ครับ…ว่ายังไง” เสียงผมแหบแห้งจนต้องกระแอม

เธอไม่ตอบ แต่ลูบขาผมขึ้นลงช้าๆ สายตามองตรงไปข้างหน้าเหมือนกำลังดูอะไรบางอย่างในความมืดของสวนสาธารณะยามดึก ผมเริ่มรู้สึกถึงความเสียวที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่แค่ความต้องการทางกาย แต่มันคือเส้นแบ่งที่กำลังถูกข้ามไป

“เราย้ายไปตรงนั้นดีกว่า” เธอพูดพลางชี้ไปทางหลังศาลาปลูกไม้ใหญ่ที่มืดกว่าที่อื่น

ทุกก้าวที่เดินตามเธอไป มันเหมือนกับกำลังเดินเข้าไปในความมืดที่ผมเตรียมใจไว้แล้ว ใจเต้นแรงจนรู้สึกถึงชีพจรที่ขมับ ควยของผมเริ่มแข็งตัวขึ้นมาเพราะความคาดหวังที่มันกำลังจะเกิดขึ้น

พอถึงจุดที่แสงไฟจากทางเดินแทบส่องไม่ถึง เธอก็หันมาจับมือผมแล้วดึงเข้าไปใกล้ “ช่วยแม่หน่อยได้ไหม” เสียงเธอกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ผมหน้าแดงวูบ

ผมตอบด้วยการโอบเอวเธอเข้าไว้แน่น ริมฝีปากประกบลงไปบนปากเธออย่างไม่ต้องคิดอีกต่อไป มันเป็นจูบที่ทั้งร้อนแรงและเย็นชาในเวลาเดียวกัน ลิ้นสอดประสานกันด้วยความอยากที่ถูกอัดอั้น

มือของผมล้วงเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตของเธอ จับหน้าอกที่ใหญ่และนุ่มของเธอผ่านบราเนื้อบาง เธอครางต่ำลงมาในลำคอแล้วเอามือรูดซิปกางเกงผมลง “ของเธอนี่แข็งนะ” เธอพูดเสียงสั่นก่อนจะกำควยของผมแน่นแล้วลูบขึ้นลง

ผมตอบด้วยการถอดกางเกงในของเธอลงมาเอง เห็นหีของเธอที่เริ่มเปียกแล้วจากน้ำหล่อลื่น ผมจับท่อนควยแนบชิดกับร่องหีของเธอ แล้วสอดใส่เข้าไปอย่างช้าๆ เสียงดูดของน้ำหล่อลื่นดังขึ้นเล็กน้อยในความเงียบ

เธอกัดริมฝีปากตัวเองแน่นตอนที่ผมเริ่มกระแทก เย็ดกันในท่าที่ยืนพิงต้นไม้ใหญ่ มือของผมเกาะสะโพกเธอแน่น ทุกครั้งที่เสียบเข้าไปลึก เธอก็จะส่งเสียงครางเป็นจังหวะตามแรงกระแทก

“เงียบหน่อยครับ เดี๋ยวคนได้ยิน” ผมกระซิบทั้งที่ตัวเองก็แทบกลั้นหายใจไม่ทันกับความเสียวที่แล่นจากปลายควยไปจนถึงปลายเท้า มันเป็นความเสียวที่ผมไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต

เธอกลับยิ่งกัดปากมากขึ้นแล้วส่ายสะโพกตอบรับกับทุกจังหวะของผม จนกระทั่งผมรู้สึกถึงคลื่นสุดท้ายที่กำลังจะมา ผมกระแทกเข้าไปครั้งสุดท้ายแล้วปล่อยน้ำในตัวเธอ ความเสียวที่แผ่ซ่านไปทั้งตัวทำให้ผมต้องก้มหน้าแนบกับบ่าเธอหายใจแรงๆ

หลังจากนั้นเราก็นั่งพักพิงต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น ต่างคนต่างหายใจยังไม่ทันจะเข้าที่เข้าทาง เธอหันมายิ้ม สายตาใสแบบผู้หญิงที่ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว “ไว้เรามาเจอกันอีกนะคะ” เธอเปลี่ยนคำเรียกให้สุภาพแบบคนทำงานด้วยกัน แล้วเก็บกระเป๋าเดินจากไป

ผมมองแผ่นหลังของเธอที่ค่อยๆ หายไปในความมืดของสวนสาธารณะ ความรู้สึกที่หลงเหลืออยู่คือความจริงที่โหดร้ายและน่าขบขันในเวลาเดียวกัน คนเรามันมีความต้องการที่ซ่อนอยู่ บางครั้งก็แค่รอจังหวะที่เส้นบางๆ ระหว่างความถูกต้องกับสิ่งที่ตัวเองอยากได้มันขาดออกจากกัน

ตั้งแต่วันนั้นมา ผมก็เลิกถามตัวเองอีกเลยว่าทำไมเราถึงยอมให้มันเกิดขึ้น เพราะบางคำถามไม่มีคำตอบที่ดีพอสำหรับคนที่กำลังหลงทางกับความต้องการของตัวเองหรอกครับ แค่รับรู้ว่ามันเกิดขึ้น และไม่ต้องพยายามหาเหตุผลให้ทุกอย่าง โลกของผู้ใหญ่มันก็แค่ขาวกับดำสลับกันไปมาในแบบที่เราต้องเลือกเอาเอง

ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM