เรื่องเสียว สวิงกิ้งใต้ร่มโพธิ์
เหงื่อที่ซึมหลังเสื้อยืดสีกรมท่ามันเย็น ๆ ตอนสายลมพัดผ่านต้นโพธิ์ใหญ่ ผมปูผ้าขาวม้าอันเก๋านั่งพิงลำต้น มือกอดหนังสือพิมพ์สยามกีฬาที่เอามาแทนพัด อีกมือจับขวดน้ำเย็น ๆ ที่เพิ่งซื้อจากร้านค้าข้างสวน — วันเสาร์แบบนี้ผมชอบมาปลูกเสื่ออยู่คนเดียว ฟังเพลงจากวอล์กแมน แล้วก็ดูผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา
สวนนี้เป็นสวนสาธารณะใหญ่ใจกลางเมือง สมัยนั้นยังไม่มีใครถือโทรศัพท์มือถือเดินเล่นกันเกลื่อนกลาด บ้านเราก็ยังใช้เพจเจอร์กันอยู่เลย ผู้คนที่นี่มีแต่สายสุขภาพที่ใส่รองเท้าวิ่งมารอบ ๆ สระน้ำ หรือคู่รักที่ถือถุงขนมเดินจับมือกันชิว ๆ ผมนั่งมาได้เกือบชั่วโมง ก็นั่งเรื่อยเปื่อย ไม่ได้คิดอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
จังหวะนั้นเอง สายตาผมก็สะดุดเข้ากับคู่สามีภรรยาวัยประมาณสามสิบห้าหรือจะสามสิบแปด พี่ผู้ชายสูงโปร่ง ผิวสองสี ใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายทางกับกางเกงขายาวสแล็คสีเบจ ส่วนผู้หญิงข้างกายผมเดาไม่ออกว่าเขาคบกันมากี่ปี เพราะดูหวานหยดยังไงยังงั้น — ผมยาวสลวยถึงกลางหลัง ใส่ชุดวอร์มสีชมพูอ่อนตัวบาง ผิวขาว ๆ ใส ๆ แถมเวลายิ้มแล้วมีลักยิ้มที่แก้มขวาเป็นเสน่ห์มาก
เขาทั้งคู่เดินถือเสื่อน้ำมันกับถุงผลไม้เข้ามาใกล้ ๆ แล้วพี่ผู้ชายก็หันมาทางผมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “น้องครับ ขอนั่งใกล้ ๆ หน่อยได้ไหม ที่ตรงนี้ร่มดี” ผมก็พยักหน้าให้ด้วยความเกรงใจ “เชิญครับพี่ ที่นั่งกว้างอยู่แล้ว” เขาปูเสื่อห่างจากผมไม่ถึงสองเมตร แล้วก็จัดแจงนั่งลง รวมถึงผู้หญิงคนนั้นที่นั่งลงข้าง ๆ พี่เขา แล้วก็หันมายิ้มให้ผมอีกครั้ง
ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไร แค่มองว่าเป็นคู่รักที่มาเที่ยวสวนวันเสาร์ตามปกติ แต่แล้วมันก็เริ่มมีอะไรแปลก ๆ — พี่ผู้ชายคนนั้นช่างพูดมาก คุยกับผมตั้งแต่เรื่องงาน เรื่องฟุตบอล ไปจนถึงเรื่องการเมืองจนผมเองก็ลืมตัว พอคุยไปสักพักเขาก็ชวนผมกินลำไยที่แกะใส่กล่องมา “น้องลองสิ หอมมาก กินด้วยกัน” ส่วนผู้หญิงเขาก็นั่งนิ่ง ๆ ยิ้ม ๆ แล้วหยิบลูกลำไยขึ้นมาแกะใส่ปากตัวเองอย่างช้า ๆ
ผมเริ่มสังเกตว่า เธอคนนั้นไม่ได้ใส่บรา หรือถ้าใส่ก็คงเป็นตัวที่บางมากจนผมจินตนาการเห็นเม็ดสองเม็ดนั้นนูนทะยานออกมาผ่านเนื้อผ้าเวลาที่เธอขยับตัว ผมต้องรีบกลอกตาไปทางอื่นแล้วทำทีเป็นอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ แต่ในหัวมันเริ่มมีความคิดไม่ดีผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ มือเธอที่ถือลูกลำไยแดง ๆ นั้น ลูบลำต้นของเธอเองไปมาเหมือนไม่ได้ตั้งใจ แต่แววตาที่เธอส่งมาให้ผมน่ะ มันไม่ได้เป็นแววตามองคนแปลกหน้าเลย
“น้องคะ พี่ชื่อป่านนะ” เธอเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ หลังเงียบไปนาน “พี่ชื่อป่านเหรอครับ” ผมหันไปตอบ เธอพยักหน้าแล้วก็ชี้มาที่ผู้ชายข้างตัว “ส่วนนั่นสามีพี่ ชื่อปู่นั่นแหละ ชื่ออะไรก็ไม่รู้จักตั้งชื่อดี ๆ” พี่ผู้ชายหัวเราะลั่น “เออ ฉันชื่อปู่จริง ๆ แต่อย่าเรียกพี่ปู่เลย แก่ไปหน่อย เรียกพี่ชายก็พอ” ทุกคนหัวเราะกันด้วยความสนุกสนาน ถ้าผมไม่เห็นอะไรผิดปรกติ ผมก็คงคิดว่าบรรยากาศมันเป็นแค่การพูดคุยธรรมดา
แต่ไม่ใช่เลย — เพราะพี่ป่านแอบเอานิ้วเท้าที่ถอดรองเท้าแตะอยู่มาเขี่ยข้างขาผมเบา ๆ ตอนที่พี่ปู่หันไปมองอย่างอื่น ผมเกร็งไปทั้งตัว แต่เธอก็ทำหน้าซื่อมาก เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผม กระซิบว่า “ป่านเห็นน้องมองป่านหลายรอบแล้ว…” เธออมยิ้ม “น้องชอบอะไรแบบป่านใช่ไหม” คำถามนั้นทำให้ผมอึ้งไปสามวิ ก่อนจะตอบอะไรไม่ออกนอกจากหน้าแดงไปทั้งหน้า
พี่ปู่หันกลับมาพอดี แล้วก็เหมือนจะอ่านสถานการณ์ออก เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วตบบ่าผมเบา ๆ “น้องครับ พี่สังเกตุน้องมานานแล้ว น้องยังหนุ่มยังแกร่ง ทำไมมาปลูกเสื่ออยู่คนเดียว ไม่มีแฟนหรือไง” ผมส่ายหน้าบอกว่ายังโสด พี่ปู่ก็หันไปยิ้มกับพี่ป่าน พี่ป่านก้มหน้าลูบแขนตัวเอง แล้วพี่ปู่ก็พูดเสียงเบาลง “ถ้าน้องอยากรู้จักอะไรใหม่ ๆ เดี๋ยวตอนบ่ายนี้พี่จะพาไปรู้จัก” มันทำให้ผมเงี่ยหูฟังทันที ทั้งที่ในใจยังไม่ทันได้ตั้งตัว
“เดี๋ยว ๆ พี่หมายความว่ายังไงครับ” ผมถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น พี่ปู่ยิ้มมุมปาก แล้วผงกหัวไปทางซุ้มไม้รก ๆ ที่อยู่ไกลออกไปหลังสระน้ำ “ไปเดินเล่นกันก่อนไหม เดี๋ยวพี่จะอธิบายให้ฟังเอง” ผมรู้สึกหัวใจเต้นแรงผิดปกติ ใบหน้าคงแดงจนแทบมองเห็นได้ในที่มืด แต่ขาสองข้างของผมก็ลูกจากเสื่อ ผมเก็บหนังสือพิมพ์ลงถุง แล้วเดินตามพี่ปู่กับพี่ป่านไปอย่างว่าง่าย โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังเดินเข้าไปหาอะไร
ระหว่างทางที่เดินไปตามทางเดินที่ค่อนข้างเปลี่ยว เพราะเป็นช่วงสายที่แดดเริ่มร้ายแรง ผู้คนส่วนใหญ่หลบไปอยู่ตามร้านค้า พี่ป่านเดินเบียดเข้ามาใกล้ตัวผมมาก จนแขนเธอแนบกับแขนผมตลอดเวลา มันไออุ่นและผิวนุ่ม ๆ จนสมองผมเบลอไปหมด กลิ่นแป้งหอมอ่อน ๆ ลอยมาเตะจมูก ผมสัมผัสได้ว่าหัวใจของตัวเองเต้นไม่เป็นจังหวะ และมีบางอย่างใต้กางเกงขาสั้นเริ่มปูดขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
พี่ปู่หยุดเดินที่ซุ้มไม้ไผ่ที่ล้อมรอบด้วยต้นชบาสูง ๆ ด้านหลังเป็นกำแพงไม้เลื้อยคลุมมิด เขามองซ้ายมองขวาเหมือนเช็กว่าไม่มีใครอยู่ แล้วก็หันมาพูดกับผมทั้งสองคน “ตรงนี้ไม่มีคนผ่าน น้องสบายใจได้” ว่าจบพี่ปู่ก็เอื้อมมือไปจับต้นคอพี่ป่าน แล้วดึงเข้ามาหอมแก้มเธอแรง ๆ ก่อนจะเม้มปากประกบเข้าที่ปากเธอ ผมยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าที่แทบไม่น่าเชื่อ — แล้วพี่ปู่ก็แยกออกมา ยิ้มให้ผม แล้วพูดว่า “น้องเห็นไหม พี่มันเป็นคนเปิดเผย”
“พี่ปู่กับพี่ป่านชอบเล่นกับคนใหม่ ๆ” พี่ปู่พูดพลางลูบไหล่ผมเบา ๆ “เราเป็นสวิงกิ้งกันมาสามปีแล้ว ตอนนี้เห็นน้องแล้วรู้สึกอยากชวนมาร่วมวงด้วย” ผมยืนอึ้งไปครู่หนึ่ง คำว่า “สวิงกิ้ง” สมัยนั้นมันเป็นคำที่ผมเคยได้ยินแค่จากหนังผู้ใหญ่ฝรั่งที่แอบดูกับเพื่อน ๆ ไม่คิดว่าในชีวิตจริงจะได้เจอ น้ำลายในปากผมกลืนไม่ลง พี่ป่านยิ้มแล้วเดินเข้ามาใกล้ เอามือวางบนขาหน้าผม นิ้วของเธอลากลงมาจากต้นขาจนเกือบถึงเข่า แล้วก็จ้องตาผมนิ่ง “ป่านเห็นควยในกางเกงน้องมันตั้งชัดเลยนะ” เธอกระซิบเบา ๆ “น้องเงี่ยนใช่ไหม”
พรืด — ผมหลุดเสียงหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัว ร่างกายเหมือนมีไฟแล่นไปทั่ว ควยของผมแข็งจนเจ็บไปหมด มันแทบทะลุกางเกงขาสั้นที่ใส่อยู่ ผมไม่กล้าปฏิเสธ ไม่กล้าขยับ มีแต่พี่ป่านที่ยิ้มแล้วใช้ปลายนิ้วรูดไปตามแนวควยที่แข็งค้างอยู่ผ่านผ้า ปลายนิ้วนุ่ม ๆ ของเธอกดเบา ๆ ตรงส่วนหัว จนผมต้องเงยหน้าร้องออกมาเบา ๆ “อ… อื้ม…” เสียงมันหลุดออกมาจากลำคอโดยไม่ทันตั้งตัว ส่วนพี่ปู่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ สองสามก้าว แล้วเอ่ยขึ้นด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เอาเลยน้อง อย่าเกรงใจ ถ้าอยากจะลองก็ลองได้เลย ป่านของพี่มันหีร้อนมาก รับรองว่าน้องจะเสียวจนลืมทุกอย่าง แถมต่อให้อยากเย็ดทั้งวันทั้งคืนพี่ก็ไม่ว่าอะไร”
… ผมเหลือบมองพี่ปู่อีกครั้ง เห็นเขายืนกอดอกยิ้ม ๆ แล้วพูดว่า “เอาเถอะ เดี๋ยวพี่ดูให้เอง” — ประโยคนั้นเหมือนกับเป็นโซ่ที่ล่ามตัวผมไว้กับจุดนี้ แล้วมันก็ทำให้ผมรู้ว่า บ่ายวันเสาร์นี้มันจะไม่มีทางจบแค่การปูเสื่อนั่งกินลำไยในสวนอย่างแน่นอน
ม้านั่งหินใต้ต้นโพธิ์ต้นเดิมมันเย็นเฉียบติดก้นเมื่อพี่ป่านดึงกางเกงขาสั้นของผมลงไปถึงข้อเท้า ควยที่แข็งค้างอยู่นั้นเด้งออกมาอย่างกับสปริง ตัวมันแดงจัดจนเส้นเลือดปูดเป็นลาย ๆ พี่ป่านหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ แล้วเอามือจับควยผมแน่น ๆ “ขนาดนี้ตั้งเป็นอาวุธเลยนะน้อง” เสียงเธอแหบพร่าขณะกำมันขึ้นลงช้า ๆ “พี่ปู่ดูสิ ควยเด็กมันช่างสวยจริง ๆ” ผมได้แต่อ้าปากหายใจแรง ๆ ไม่อยากคิดว่าตัวเองกำลังยืนโป๊กลางสวนสาธารณะตอนบ่ายแก่ ๆ แดดร่มแล้ว ลมเย็น ๆ โชยมาพาให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว แต่ความเสียวจากมือหญิงสาวกลับทำให้มันยิ่งแข็งกว่าเดิม
ผมเหลือบไปเห็นพี่ปู่นั่งลงบนเสื่อผืนเดิมที่ปูไว้ใต้ร่มไม้ เขาไม่ได้ขยับเข้ามาหรอก แค่เอนตัวพิงต้นโพธิ์แล้วเปิดกระป๋องน้ำอัดลมดื่ม มองตาคู่หนึ่งจ้องตรงมาที่ผมกับเมียของเขาอย่างไม่วางตา สายตาของผู้ชายคนนั้นไม่ได้ขุ่นเคืองเลยแม้แต่น้อย กลับมีแววตื่นเต้นและยินดีที่ได้เห็นอะไรแบบนี้อยู่ตรงหน้า มันแปลกมากที่ความจริงใจแบบนี้กลับทำให้ผมยิ่งรู้สึกเงี่ยนหนักขึ้นไปอีก ทั้ง ๆ ที่ควรจะรู้สึกผิดแต่ดันเสียวจนแทบกลั้นไม่อยู่
พี่ป่านคุกเข่าลงบนพื้นหญ้าหน้าตักผม เธอแหงนหน้ามองผมแล้วแลบลิ้นเลียปลายควยของผมเบา ๆ ก่อนจะอมทั้งหัวควยเข้าไปในปากอุ่น ๆ ของเธอ ผมต้องกัดฟันแน่นเพื่อไม่ให้เสียงดังเกินไป ปลายลิ้นของเธอตวัดไปมาอย่างชำนาญ ดูออกว่าเธอทำแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน เธอดูดควยผมเข้าปากลึกจนจมูกชนหน้าท้อง แล้วก็ค่อย ๆ ถอนออกมาเป็นจังหวะช้า ๆ น้ำลายยืดเยื้อเป็นเส้น “อื้ม… น้ำควยเริ่มออกแล้วนะคะพี่ปู่” เธอพูดพลางหันไปทางสามี แล้วก็อมกลับเข้าไปใหม่หนักหน่วงกว่าเดิม เล่นเอาขาของผมสั่นระริกแทบจะทรุดลงกับพื้น
“ยังจะให้พี่ดูอีกนานแค่ไหน” พี่ปู่เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ ๆ ขณะลุกขึ้นยืน “รู้สึกว่าน้องเขาจะทนไม่ไหวแล้วนะ ดูสิใบหน้าคนเต็มไปหมด” ผมได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตัว ไม่รู้ว่าตัวเองหน้านี้แดงหรือเขียวไปแล้ว พี่ป่านถอนปากออกแล้วยิ้มกว้าง “งั้นเราย้ายไปตรงมุมนั้นดีไหมคะ ที่มีต้นไม้ใหญ่บังอยู่ เข้าไปข้างในน่าจะมีความเป็นส่วนตัวกว่า” เธอชี้ไปทางท้ายสวนที่มีไม้พุ่มเรียงรายเป็นแนวสูง พอดีกับที่ตรงนั้นมีม้านั่งไม้ตัวหนึ่งจมอยู่ในร่มเงาพอดี สายตาผมมองตามมือชี้ของเธอ แล้วก็เดินตามอย่างว่าง่าย ข้างหลังมีพี่ปู่เดินตามมาอย่างไม่เร่งรีบ ถือกระป๋องน้ำอัดลมของเขามาด้วย
ถึงตรงมุมนั้นแล้วเสียงถนนก็แทบจะไม่ได้ยิน มันเงียบสงบจนได้ยินแม้แต่เสียงแมลงปีกแข็งบินผ่าน ต้นไม้ใหญ่แตกกิ่งก้านสาขาบังแสงอาทิตย์ไว้จนแทบมืด พี่ป่านดึงเสื้อยืดของตัวเองออกแล้วโยนทิ้งลงบนพื้นหญ้า เธอไม่ได้ใส่เสื้อใน มีเพียงเสื้อกล้ามสีดำตัวบาง ๆ ที่ตอนนี้ถูกถอดออกไปกับตัวเสื้อแล้ว หัวนมสีชมพูเข้มของเธอชี้ตั้งชันเพราะอากาศเย็นและความตื่นตัว เธอจัดการถอดกางเกงขาสั้นกับกางเกงในออกอย่างรวดเร็ว แล้วก็หันมาช่วยผมถอดเสื้อที่เหลืออยู่กับตัว
พี่ปู่นั่งลงบนม้านั่งไม้ตัวนั้น เขาไขว่ห้างแล้วมองเราสองคนที่ยืนเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้า “ป่านขึ้นขี่น้องไปเลย” เขาสั่งเสียงเรียบ “อยากดูหนูขย่มควยเด็กบนตักตัวเองมานานแล้ว” พี่ป่านยิ้มรับคำ แล้วก็เดินมาดันตัวผมให้นั่งลงที่ขอบม้านั่งข้าง ๆ สามีของเธอ จากนั้นเธอก็ก้าวขาขึ้นคร่อมตัวผม หีของเธอชื้นเปียกจนผมเห็นน้ำใส ๆ เยิ้ม ๆ เลอะตั้งแต่ต้นขาใน เธอใช้มือข้างหนึ่งจับควยผมที่ชี้ตั้งรออยู่แล้วจัดให้ตรงช่องทางเข้า ก่อนจะค่อย ๆ ย่อตัวลง
ความรู้สึกตอนที่ควยผมค่อย ๆ ถูกดูดเข้าไปในหีของเธอนั้น มันเหมือนถูกน้ำอุ่น ๆ โอบรัดจากทุกทิศทาง ร่องหีของเธอหลวมนุ่มกำลังดี ไม่แน่นไป ไม่หลวมไป เธอเลื่อนลงช้า ๆ จนควยทั้งแท่งจมหายเข้าไปในตัวเธอจนสุด แล้วเธอก็หยุดนิ่งค้างไว้ตรงนั้น ก้นของเธอกดแนบชิดกับหน้าขาผม “อื้มมม… อิ่มดีจริง ๆ” เธอพึมพำแล้วก็เริ่มขยับสะโพกขึ้นลงช้า ๆ เป็นจังหวะ ผมจับเอวเธอไว้แน่น แล้วเงยหน้าไปเจอสายตาพี่ปู่ที่กำลังจ้องมองจุดที่ควยผมสอดเข้าไปในเมียของเขาอย่างไม่กะพริบตา
“เสียวไหมน้อง” พี่ปู่ถามเสียงต่ำพลางยื่นมือมาลูบต้นขาของพี่ป่านเบา ๆ “หีป่านเขาร้อนและรัดดีขนาดนี้ พี่แทบอยากจะย้ายไปนั่งที่ตำแหน่งของน้องเลยล่ะสิ” ผมได้ยินดังนั้นก็ยิ่งรู้สึกเลือดในตัวเดือดพล่าน ควยในตัวพี่ป่านยิ่งขยายตัวแข็งขึ้นจนเธอต้องส่งเสียงครางออกมาเบา ๆ แล้วขย่มเร็วขึ้นเรื่อย ๆ “โอย… น้องเย็ดป่านเก่งจังเลยค่ะพี่ปู่ ควยเด็กมันโดนจุดนั้นของป่านพอดีเลย” เสียงเธอขาดหายเป็นห้วน ๆ มือของเธอจิกเข้าที่หัวไหล่ผมแน่นจนเกิดรอยเล็บ เล่าเรื่องเสียว
“ยัดเข้าไปอีกสิ” พี่ปู่พูดพลางยื่นมือมาดันเอวของพี่ป่านให้ขย่มแรงขึ้น “แบบนั้นแหละ ขย่มลงไปให้สุด ก้นหนูเลอะเลย” ผมไม่รู้จะทำตัวยังไงดีนอกจากนั่งรับอารมณ์ของหญิงสาวที่กำลังขย่มควยตัวเองอยู่บนตัก ความรู้สึกแน่น ๆ ร้อน ๆ รอบควยมันทำให้สมองผมแทบจะว่างเปล่า เหลือเพียงความเสียวที่แล่นไปตามสันหลังแล้วพุ่งลงไปที่ปลายควย พี่ป่านขย่มขึ้นลงอีกหลายสิบครั้ง แล้วจู่ ๆ เธอก็หยุดลงพร้อมกับพี่ปู่ที่แตะไหล่เธอไว้ “ขอพี่บ้างสิ” เขาพูดด้วยเสียงที่ฟังดูตื่นเต้นไม่แพ้กัน
พี่ป่านถอนตัวออกจากควยผมอย่างไม่เต็มใจนัก มีเสียงเยิ้ม ๆ ตอนที่ควยหลุดออกจากหี พี่ปู่ลุกขึ้นยืนแล้วถอดกางเกงขายาวของตัวเองออกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาไม่ได้ใส่กางเกงในเลย ควยของเขาอ้วนสั้นและดำคล้ำแข็งค้างอยู่แล้ว เขาจับเอวพี่ป่านหันไปทางต้นไม้ แล้วให้เธอโน้มตัวไปยันแขนกับลำต้น เขาแหวกหีของเธอจากด้านหลัง แล้วสอดควยเข้าไปในตัวเธออย่างมุดเสียดสี พี่ป่านส่งเสียงร้องครางออกมาดังลั่นจนผมต้องเอามือปิดปากตัวเองเผื่อมีคนเดินผ่านมาแถวนั้น
ผมยืนมองอยู่ห่าง ๆ เห็นควยดำ ๆ ของพี่ปู่เสียดสีเข้าออกในหีที่เพิ่งถูกผมเย็ดจนชุ่มฉ่ำ แล้วจู่ ๆ พี่ปู่ก็หันมามองหน้าผมแล้วยิ้มกว้าง “มานี่สิ มาอยู่ใกล้ ๆ ให้พี่ป่านช่วยดูดควยให้น้องอีกที จะได้เสียวพร้อม ๆ กัน” ผมเดินเข้าไปใกล้โดยอัตโนมัติ พี่ป่านเอื้อมมือมาจับควยผมซึ่งยังเปียกน้ำหีของเธออยู่ แล้วอมเข้าปากดูดพลางส่งเสียงครางครวญสลับกับตอนที่โดนสามีเย็ดกระแทกจากข้างหลัง ความรู้สึกตอนที่ควยผมโดนปากอุ่น ๆ ของเธอ ประกอบกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อและกลิ่นสาบของเหงื่อที่ปนกัน มันทำให้ผมรู้สึกเคลิบเคลิ้มเหมือนอยู่ในฝัน อีกไม่นานนักผมก็รู้สึกว่าปลายควยเริ่มตึง ๆ เหมือนกำลังจะแตก
“จะ… จะเสร็จแล้ว” ผมบอกออกไปเสียงสั่น พี่ป่านถอนปากออกแล้วจ้องมาที่ผม “เอามาแตกใส่หน้าป่านมาเลยน้อง อยากกินน้ำควยหนุ่ม ๆ” เธออ้าปากแลบลิ้นรอ ผมจับควยตัวเองรีดเร็ว ๆ แล้วน้ำขาวข้นก็พุ่งออกมาเต็มหน้าของเธอ บางส่วนกระเด็นเข้าปาก เธอกลืนลงคอเหมื่อย ๆ แล้วยิ้มให้ผมที่กำลังหายใจหอบ ขณะที่พี่ปู่ยังคงเย็ดเธอจากข้างหลังไม่หยุด แล้วในตอนนั้นเอง ผมก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังกุกกัก ๆ มาจากพุ่มไม้ด้านหลัง… ราวกับมีคนกำลังเดินย่ำใบไม้แห้งอยู่แถว ๆ นั้น
เสียงนั้นทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักไปชั่วขณะ มือของพี่ปู่ที่กำลังรัดเอวพี่ป่านก็ชะงักค้าง ควยดำ ๆ ของเขายังฝังอยู่ในหีของพี่ป่านแต่ไม่มีการขยับ ผมเองก็กลั้นหายใจ หัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงเลือดสูบฉีดในโสตประสาท สายตามองตรงไปที่พุ่มไม้ด้านหลังที่เสียงนั้นดังออกมา มันเป็นช่วงเวลาไม่กี่วินาทีแต่เหมือนนานเป็นชั่วโมง
พี่ป่านเป็นคนแรกที่เอ่ยปาก เธอถามเสียงสั่น ๆ ว่า “ใคร… ใครอยู่แถวนั้น” แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา จนกระทั่งพี่ปู่ถอนควยออกจากหีเธอ แล้วเดินไปทางพุ่มไม้นั้นพร้อมกับพูดว่า “ไม่ต้องตกใจ ออกมาได้เลย” จากพุ่มไม้ก็มีชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่เดินออกมาพร้อมกับหญิงสาวอายุไล่เลี่ยกับพี่ป่านที่มีผมยาว ดูดี มีน้ำมีนวล ทั้งสองเดินออกมาด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนแต่ก็มีรอยยิ้มที่มุมปาก
ชายคนนั้นยกมือไหว้แล้วพูดว่า “ขอโทษครับพี่ ผมเอง เพิ่งเดินมาถึง ได้ยินเสียงมาตั้งแต่ข้างทางเลย แต่เห็นกำลังสนุกอยู่ก็ไม่กล้าขัดจังหวะ” พี่ปู่หันมายิ้มให้ผมกับพี่ป่าน แล้วพูดขึ้นว่า “นี่แหละน้อง ครอบครัวที่พี่คุยไว้ให้ พี่ต้อมกับพี่แพร เขาเป็นคู่สวิงที่พี่รู้จักกันมาจากไลน์กลุ่ม เขาอยากลองสนุกสนานกลางแจ้งแบบนี้เหมือนกัน”
ผมยืนอึ้งอยู่กับที่ เหงื่อแตกพลั่กเพราะทั้งตื่นเต้นและเขินอาย แต่ในใจลึก ๆ มันกลับมีความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ เงี่ยน พี่แพรยิ้มให้ผม แล้วกวาดสายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหันไปกระซิบอะไรบางอย่างกับพี่ต้อมสามีของเธอ ทั้งคู่ยิ้มแล้วพยักหน้า พี่ต้อมเดินเข้าไปหาพี่ปู่ ตบไหล่แล้วพูดว่า “จัดหนักกันเลยไหมพี่ ผมเริ่มแข็งแล้ว”— เขาไม่ได้พูดเล่น เพราะใต้กางเกงขาสั้นของเขามีโป่งนูนใหญ่จนเห็นได้ชัดเจน
พี่ป่านมองผม แล้วกระซิบข้างหูว่า “เป็นไงน้อง กล้าไหม สนุก ๆ กันสองคู่นะ” ผมกลืนน้ำลายลงคอ ความเสียวแล่นไปทั่วกาย ทั้งที่เมื่อสิบห้านาทีก่อนผมเพิ่งจะเสร็จไป แต่ความต้องการทางเพศของผู้ชายมันก็กลับมาเร็วขนาดนี้ ผมพยักหน้าตอบตกลงอย่างไม่ลังเล พี่ป่านยิ้มกว้างแล้วเดินไปจูงมือพี่แพรเข้ามาหาผม เธอพูดกับพี่แพรว่า “ฝากน้องคนนี้ด้วยนะคะ ควยสวยมาก ดูดเพลินสุด ๆ”
พี่แพรเดินเข้ามาใกล้ผม มือน้อย ๆ ของเธอวางบนแก้มผมแล้วลูบเบา ๆ “หนุ่มกว่าเยอะเลยนะเนี่ย” เธอพูดพลางยิ้มแบบมีเลศนัย กลิ่นหอมของน้ำหอมเธอคละคลุ้งอยู่ในจมูก ต่างจากกลิ่นเหงื่อและน้ำหีที่กำลังอบอวลอยู่ในอากาศแถวนั้น เธอคุกเข่าลงต่อหน้าผมแล้วดึงซิปกางเกงผมลง ควยของผมแข็งค้างออกมาอย่างพร้อมใช้งาน เธออมเข้าปากทันทีอย่างไม่ต้องมีการเกริ่นนำใด ๆ ทั้งสิ้น
ในขณะเดียวกันพี่ต้อมก็หันไปทางพี่ป่าน พี่ปู่กับพี่ต้อมผลัดกันไถ่ถามถึงการจัดฉาก พี่ต้อมพาพี่ป่านไปที่ม้านั่งหินข้างทาง แล้วเขาก็ปลดกระดุมกางเกงตัวเองออก ควยของเขายาวและตรง หนังหุ้มปลายร่นจนเห็นหัวควยสีชมพูแดง พี่ป่านเบิกตากว้างเมื่อเห็นขนาดแล้วรีบอ้าปากรอรับทันที ส่วนพี่ปู่ก็เดินไปหากางเกงที่ถอดทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ ควยของเขาที่ตอนแรกนิ่ม ๆ กำลังเริ่มแข็งขึ้นมาอีกครั้ง และดูเหมือนพี่ปู่จะยังไม่พอใจ ตอนนี้ทุกคนต่างมีกิจกรรมกันคนละมุมของลานโพธิ์ ผมมองซ้ายมองขวาเห็นภาพพี่ป่านกำลังอมควยของพี่ต้อมอยู่ ขณะที่พี่ปู่เดินไปยืนเย็ดหีกับพี่แพรสลับกัน
เสียงครางเริ่มดังระงมไปทั่วบริเวณ พี่แพรดูดควยผมจนเงี่ยนขั้นสุด เธอถอนปากออกมาแล้วหันไปบอกพี่ปู่ว่า “พี่คะ ขอเปลี่ยนเร็ว หนูอยากโดนเย็ดตอนนี้เลย” พี่ปู่ยิ้มกว้างแล้วพาเธอไปที่พื้นหญ้า ถอดโสร่งที่เพิ่งใส่ใหม่ทิ้งแล้วกระแทกควยดำ ๆ เข้าไปในหีของพี่แพรทันที เธอร้องลั่นด้วยความเสียวจนผมเองก็สะดุ้ง “โอ้ย… ควยพี่ใหญ่จริง ๆ” เธอครางคำแล้วคำเล่าไปพร้อมกับเสียงเนื้อกระทบกันของพี่ปู่ที่ดูเหมือนจะโหดขึ้นเรื่อย ๆ
ด้านของพี่ต้อมกับพี่ป่านก็ดูไม่แพ้กัน พี่ต้อมนั่งลงบนม้านั่งหิน แล้วให้พี่ป่านขี่คร่อมควยของเขาอยู่บนนั้น พี่ป่านกุมหน้าอกตัวเองและโยกสะโพกขึ้นลงเป็นจังหวะ ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยอารมณ์ ขณะที่พี่ต้อมเอาสองมือลูบไล้ตูดของพี่ป่านไปมา “หีเธอช่างสมบูรณ์จริง ๆ นุ่มจนแทบไม่คิดว่าจะผ่านลูกมีสามีมาแล้ว” พี่ป่านยิ้มรับคำแล้วโยกแรงขึ้น จนเสียงตูบตาบดังลั่น ทุกคนในละแวกนั้น มีเพียงเราสี่คนที่ทำอะไรกันบนลานหญ้าใต้ต้นโพธิ์อย่างไม่แคร์สายตาใคร แม้แต่เสียงรถยนต์ที่แล่นผ่านไปตามถนนด้านนอกก็ไม่ได้ทำให้ความเร่าร้อนลดลง
ผมยืนมองทุกอย่างด้วยความเสียวจนแทบทนไม่ไหว มือของผมจับควยตัวเองรีดไปมา พี่แพรที่กำลังโดนพี่ปู่เย็ดหีอยู่เห็นเข้าจึงส่งสายตามาแบบกระหยิ่มยิ้มย่องแล้วพูดว่า “อีกหน่อยนะหนุ่มน้อย เดี๋ยวพี่เสร็จกับพี่ปู่ก่อน แล้วจะมาจัดการเอง” เธอเงยหน้าขึ้นรับความกระแทกของพี่ปู่ด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้มแล้วพุ่งก้นไปรับควยทุกครั้งที่พี่ปู่กระแทกลงมา จนผมแอบคิดว่าเธอกำลังจะเสร็จไม่เร็วก็ช้า
แล้วจู่ ๆ พี่ปู่ก็หยุดกระแทกแล้วดึงควยออกจากหีของพี่แพร เขาหันมาทางผมแล้วพูดว่า “น้อง ลองเย็ดพี่แพรดูสิ เธอพร้อมแล้วว่ะ” พี่แพรยิ้มกว้างพร้อมคุกเข่าทั้งสี่ลง เงยหน้ามองผมหางตาขณะหันไปทางพี่ป่านกับพี่ต้อมที่กำลังจ้องดูอยู่ด้วยความสนใจ ผมเดินไปที่ข้างหลังพี่แพร จับเอวเธอที่คอดกิ้วและเรียวผ่านมือ แล้วเสียบควยเข้าไปในหีที่เปียกโชกของเธอ มันร้อนมาก เกือบจะร้อนกว่าร่างกายของผมเสียอีก และเมื่อเสียบจนสุด เธอก็ร้องออกมาด้วยความเสียว “เสียงั้นจริงนะเนี่ย”
ทุกคนรอบข้างจ้องมองภาพผมเย็ดพี่แพรกลางลานสวนสาธารณะใต้ต้นโพธิ์ พี่ปู่ยืนถือควยตัวเองรีดเล่นมองมายิ้ม ๆ ก่อนจะเดินไปทางพี่ป่านกับพี่ต้อมและบอกว่า “เออน้อง นี่แหละสิ่งที่พี่อยากให้ลอง ความรู้สึกแบบนี้มันหาที่ไหนไม่ได้” ผมตบก้นพี่แพรเบา ๆ แล้วกระแทกหีเธอแรงขึ้น ส่งเสียงดังจั๊ก ๆ ได้ยินไปไกล เธอโหยหวนด้วยความเสียว เธอเรียกพี่ปู่ว่า “พี่คะ ควยหนุ่มคนนี้มันเย็ดเก่งกว่าพี่อีก” แล้วพี่ปู่ก็หัวเราะลั่น
จังหวะที่ผมกำลังจะเสร็จพอดีนั้นเอง พี่ปู่ก็พูดขึ้นว่า “แตกเลยน้อง! แตกเข้าให้เต็มหีเขาเลย” ผมกระแทกแรงสุดแรงครั้งสุดท้ายแล้วปล่อยน้ำควยพุ่งเข้าไปในหีของพี่แพรจนเต็ม เธอสะดุ้งทั้งตัว หายใจหอบถี่ มือสองข้างยันพื้นทรายเอาไว้ด้วยแรงสุดท้าย ผมดึงควยออกมาแล้วนั่งลงกับพื้น เหงื่อท่วมตัว สมองแทบว่างเปล่าเพราะความเสียวที่ส่งผ่านไปตลอดทั้งร่างกาย
จากนั้นทุกคนก็ค่อย ๆ หายใจเข้าออกจนเป็นปกติ พี่ป่านเดินมาหาแล้วนั่งลงข้าง ๆ ผม เธอวางมือบนขาผมแล้วพูดว่า “เหนื่อยไหมน้อง” ผมยิ้มให้เธอแทนคำตอบ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มทอง พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า เราทั้งสี่คนช่วยกันแต่งตัวเก็บข้าวของได้อย่างรวดเร็ว มีเพียงรอยเปื้อนบนพื้นหญ้ากับกลิ่นเหงื่อที่ยังคงอาจตกค้างอยู่ในอากาศ
ก่อนแยกย้าย พี่ปู่ตบไหล่ผมแล้วพูดว่า “ชีวิตคนเราไม่ได้มีแค่สูตรสำเร็จจากตำรา ความต้องการทางเพศก็เหมือนแม่น้ำ มันไหลไปตามทางของมันเสมอ ถ้าเราเจอกันอีก จะยังมีพี่ ๆ รออยู่ที่นี่แหละ” ทุกคนหัวเราะกันครั่นครื้น ก่อนที่ผมจะเดินกลับบ้านไปพร้อมกับความรู้สึกที่ทั้งตื่นเต้นและแปลกใหม่ ในหัวยังมีภาพทั้งหมดวนซ้ำอยู่ไม่จบไม่สิ้น
ถึงตรงนี้ ผมไม่ได้กำลังบอกให้ทุกคนออกไปทำแบบนี้หรอกนะ แต่ถ้าถามว่ารู้สึกยังไงกับการที่ได้ลองอะไรแบบนี้ครั้งแรกในชีวิต ยอมรับเลยว่ามันเสียวโคตร ๆ และมันคือประสบการณ์ที่ผมคงจำไปอีกนานเท่านาน ชีวิตวัยหนุ่มมันเป็นแบบนี้แหละ บางทีการได้ลองอะไรใหม่ ๆ ในวัยที่ยังมีแรง อาจจะทำให้เราเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น แต่ใช้สติให้รอบคอบ อย่าให้อารมณ์นำพาไปจนเกิดปัญหา เพราะสุดท้ายแล้ว ความสุขที่แท้จริงมันอยู่ที่เรารู้จักพอดีกับมัน ผมยิ้มให้ตัวเองนิด ๆ นึกถึงกลิ่นหญ้าและเสียงครางที่ปนไปกับลมเย็น ๆ ในบ่ายวันนั้น แล้วก็ได้แต่คิดว่าบางเรื่องในชีวิต ไม่จำเป็นต้องเล่าให้ใครฟังก็ได้
ระหว่างทางกลับห้อง เสียงจักจั่นร้องประสานกับลมเย็น ๆ มันช่างเงียบสงบจนไม่อยากเชื่อว่าสองชั่วโมงก่อนผมเพิ่งจะเอาควยเสียบเข้าไปในหีของพี่ป่านใต้ต้นโพธิ์ใหญ่กลางสวนสาธารณะ ใจยังเต้นไม่หาย มือที่ถือโทรศัพท์สั่น ๆ เปิดดูข้อความที่พี่ปู่ส่งมา “ถึงห้องแล้วบอกด้วยนะน้อง” ผมยิ้มมุมปาก พิมพ์ตอบกลับสั้น ๆ ว่า “ถึงแล้วครับพี่” แล้วก็เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง
อาบน้ำเสร็จก็นอนแผ่บนเตียง มองเพดานห้องมืด ๆ ยังรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนตอนพี่ปู่เย็ดหีพี่ป่านอยู่ข้าง ๆ แล้วเหล่ตามองมาที่ผมกับแฟนของเขา ความเงี่ยนมันแล่นไปทั่วกายจนผมต้องเอามือลูบควยตัวเองอีกรอบก่อนจะหลับไป พอตื่นเช้ามารู้สึกตัวอีกทีก็พบว่ากางเกงในเปื้อนเพราะฝันเปียก แต่กลับไม่รู้สึกเขิน เหมือนมันเป็นเรื่องปกติของคนวัยหนุ่มที่เพิ่งค้นพบอะไรใหม่ ๆ
ผ่านมาสองอาทิตย์ผมก็ยังแวะไปวิ่งที่สวนสาธารณะทุกเช้า แต่ไม่เจอพี่ป่านกับพี่ปู่อีกเลย คิดว่าคงเป็นเพียงความสนุกครั้งคราวของชีวิตคนเมือง หญ้าตรงใต้ต้นโพธิ์กลับมาเขียวสดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมยังมีครอบครัวมาปูเสื่อกินข้าวกันตามปกติ ผมนั่งมองแล้วก็อดขำกับตัวเองไม่ได้ที่วันนั้นเราสี่คนกล้าทำอะไรแบบนั้นในที่สาธารณะ แต่นั่นแหละแหละความเสียวของมัน มันทำให้เลือดสูบฉีดจนไม่อยากเชื่อว่าร่างกายคนเราจะรับความสุขตรงนี้ได้ถึงขนาดนั้น
สุดท้ายผมได้เรียนรู้ว่าความต้องการทางเพศไม่ใช่เรื่องผิด แต่การได้ลองของใหม่กับคนที่ไว้ใจและเข้าใจขอบเขตกัน มันคือการเปิดโลกที่ทั้งตื่นเต้นและอันตรายในเวลาเดียวกัน ผมยังเป็นหนุ่มที่เงี่ยนได้ทุกเมื่อ แต่ตอนนี้มีสติมากขึ้น รู้จักฟังร่างกายตัวเองและเคารพอีกฝ่าย ถ้าวันหนึ่งโชคชะตาพาให้เราเจอกันอีก ผมคงทักทายพี่ป่านกับพี่ปู่อย่างเป็นกันเอง แล้วถามว่า “วันนี้พี่ ๆ ว่างไหมครับ” แต่ก่อนจะทำอะไร ก็คงคิดให้รอบคอบมากกว่าวันนั้นอีกสักสิบเท่า ชีวิตมันไม่ได้มีแค่บทเรียนในตำรา บางอย่างมันต้องลองทำด้วยตัวเองถึงเข้าใจ และประสบการณ์นี้คือหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่ผมจะจดจำไปจนแก่ตาย โดยไม่มีคำว่าอายติดอยู่ในความทรงจำเลยแม้แต่นิดเดียว
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







