Sexy365bet Mahagame66 UFANANCE PANAMA888 Hydra888 sagame1688
RUAY LOTTOVIP

ลูกชายเจ้าของร้านชำ

เรื่องเสียว ลูกชายเจ้าของร้านชำ

เสียงเพลงลูกทุ่งจากวิทยุเก่าที่ตั้งอยู่หน้าร้านดังกลบเสียงรถจักรยานยนต์วิ่งผ่านเป็นระยะ ผมนั่งเช็ดขวดน้ำอัดลมอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้เก่า ๆ รู้สึกเหงื่อซึมตามแผ่นหลังเพราะอากาศร้อนอบอ้าวมาตั้งแต่บ่ายสาม เงยหน้าขึ้นก็เห็นพี่สะใภ้กำลังนั่งพัดใบตาลอยู่หน้าร้าน ท่าทางเอื่อย ๆ เหมือนคนไม่อยากกลับบ้าน

สายตาผมมันอดไม่ได้จริง ๆ ครับ ถึงจะก้มหน้าก้มตาเช็ดขวดน้ำอัดลมจนขวดสุดท้ายแห้งสนิทแล้ว แต่หางตาก็ยังคอยมองพี่ฝนที่นั่งพัดใบตาลอยู่หน้าร้าน เสื้อยืดสีเขียวแก่ตัวนั้นเปียกเหงื่อจนติดตัวไปหมด เห็นซี่โครงและรูดรัดอยู่กับเนื้อ พัดใบตาลพัดไปมาช้า ๆ แต่ผมกลับรู้สึกว่าไฟในอกมันยิ่งโหมจากทุกที

“ทำไมหน้านายแดงจัง เมื่อกี้ไปโดนแดดมาหรือเปล่า” พี่ฝนหันมาถามเสียงเรียบ ๆ ผมส่ายหน้าตอบไปว่า “เปล่าครับ ร้อนน่ะ” แต่จริง ๆ มันร้อนตรงไหนผมรู้ดี เธอลุกขึ้นเดินเข้ามาในร้าน หยิบน้ำเย็นจากตู้แช่ส่งให้ มือเธอเย็น ๆ เฉียดมาแตะมือผมตอนรับขวด มันวาบขึ้นมาทันที ความเสียวแล่นจากปลายนิ้วขึ้นไปถึงต้นคอ

ผมดื่มน้ำคำโต ๆ แต่ก็ไม่หายกระหาย กลับยิ่งคิดอะไรไม่ดี พี่ฝนอายุสามสิบได้ สามีคือพี่ชายแท้ ๆ ของผมที่ไปทำงานก่อสร้างอยู่ต่างจังหวัด กลับบ้านอาทิตย์ละครั้ง บ้านเรามีร้านชำนี้เป็นรายได้หลัก พี่ฝนช่วยขายของทุกวัน เธอเป็นคนสวยแบบผู้หญิงบ้าน ๆ ผิวขาว หน้าตาสดใส แถมหุ่นยังดีมาก ถึงจะผ่านการมีลูกมาแล้วหนึ่งคนแต่เอวคอด อกใหญ่ สะโพกมน ผมแอบมองเธอแบบนี้มาหลายเดือนแล้ว มันเริ่มจากความเผลอ แล้วก็กลายเป็นความอยากที่กัดกินใจทุกครั้งที่เจอหน้ากัน

“วันนี้พี่ชายไม่กลับเหรอพี่” ผมถามกลั้วเก้อ พี่ฝนถอนหายใจยาว “บอกจะกลับวันอาทิตย์ แต่เมื่อเช้าโทรมาบอกว่าได้งานเพิ่มอีกสองวัน กลับไม่เป็นวัน” เสียงเธอหงุดหงิดชัดเจน ผมยิ้มมุมปาก มือกำขวดน้ำในมือแน่น ความคิดของผมตอนนั้นมันชั่วมาก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะคิดว่าคืนนี้ร้านชำบ้านเราจะมีแค่สองคน

ผมลุกขึ้นเดินไปปิดทีวีเครื่องเก่าที่เปิดทิ้งไว้เพราะไม่มีคนดู พี่ฝนเดินมาหยิบของบนชั้นข้าง ๆ ผม ร่างเธอเฉียดแขนแผ่นหลังของผมเบา ๆ กลิ่นแป้งหอมปนเหงื่ออ่อน ๆ ของผู้หญิงที่ทำงานทั้งวันมันลอยมาเข้าจมูก ผมหยุดนิ่งอยู่กับที่ แล้วหันไปมองเธอ เธอที่กำลังเขย่งหยิบกะปิกระปุกบนชั้นสูง เสื้อเธอยกขึ้นเผยให้เห็นแผ่นหลังช่วงเอวขาว ๆ ผมแทบกระอักเลือด

“มองอะไร” เธอหันมาจับได้ ผมรีบทำเป็นเช็ดชั้น “เปล่าครับ แค่นึกว่าพี่ฝนจะหยิบอะไร ให้หยิบให้ก็ได้” เธอเลิกคิ้วแปลกใจ “แปลกจังนะ วันนี้น้องชายคนดีเป็นห่วงพี่เป็นพิเศษ” พูดจบเธอก็หัวเราะเบา ๆ แล้วเดินเข้าบ้านไป พร้อมเสียงปิดประตูห้องน้ำดังตามมา

ผมนั่งลงบนเก้าอี้หลังเคาน์เตอร์ มือกุมขมับ บอกตัวเองว่าอย่าคิดมาก แต่เสียงน้ำในห้องน้ำมันดังชัดเสียจนอดจินตนาการไม่ได้ว่าเธอกำลังถอดเสื้อผ้าทีละชิ้น ยืนใต้สายน้ำให้ฟองสบู่ไหลไปตามซอกตัว ผมนึกถึงหน้าอกเธอที่เคยเห็นตอนนอนพับผ้าอยู่ที่บ้านเมื่อเดือนก่อน จำได้ว่ามันอวบอิ่มจนแทบจะทะลุเสื้อกล้าม ได้แต่มองแล้วกลืนน้ำลาย

กางเกงขาสั้นของผมเริ่มตั้งเต็นท์ ผมต้องขยับท่าเพื่อไม่ให้มันเด่นชัดนัก โชคดีที่พี่ฝนเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่ทำให้ผมแทบทรุด เธอใส่เสื้อกล้ามตัวเก่าสีซีดจนเกือบใส ยาวแค่เอว กางเกงนอนขาสั้นหลวม ๆ ผมเปียก ๆ ดูเหมือนไม่ใส่ยกทรงเพราะเสื้อกล้ามแนบไปกับตัว เห็นหัวนมสองตุ่มชัดลอดเนื้อผ้า ผมกลืนน้ำลายแทบไม่ทัน

“พี่ฝนไม่ง่วงเหรอครับ” ผมถามเสียงแหบแห้ง เธอเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ยาวตัวที่หน้าร้าน เอนหลังพิงพนักระบายลม “ง่วงสิ แต่เดี๋ยวต้องปิดร้านอีกตั้งสองชั่วโมง จะเข้านอนก็ไม่ได้” เธอพูดพลางยกมือเสยผมไปข้างหลัง เปิดลำคอขาว ๆ ให้เห็น ท่าทางนั้นมันเซ็กซี่จนผมแทบขาดใจ ผมเลยตัดสินใจเดินไปนั่งข้าง ๆ เธอบนเก้าอี้ยาวตัวเดียวกัน

ระยะห่างระหว่างเราแค่คืบเดียว ผมได้กลิ่นสบู่หอม ๆ ที่เพิ่งอาบเสร็จของเธอปนกับกลิ่นตัวอ่อน ๆ มันชวนให้ใจเต้นแรง ผมเงียบไปพักหนึ่งแล้วเอ่ยเสียงเบา “วันนี้พี่หอมจังเลย” เธอหันมามองหน้าผม ตาขวางนิดหน่อย “หอมอะไร หอมเหงื่อสิ ยังไม่ทันได้ทาแป้งด้วยซ้ำ” ผมส่ายหน้า “ไม่ใช่เหงื่อครับ มันหอมแบบนี้แหละ ตั้งแต่อยู่หน้าร้านผมก็ได้กลิ่น” พี่ฝนนิ่งไปแววตาเปลี่ยนไป สีหน้าแบบคนเริ่มรู้สึกอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่ได้ขยับหนีไปไหน

ผมเอื้อมมือไปจับมือเธอเบา ๆ เธอไม่ดึงออก ผมเลยบีบเบา ๆ แล้วลูบหลังมือเธอช้า ๆ “พี่ฝนครับ ผมมองพี่มานานแล้ว” เสียงผมสั่น เธอตัวเกร็งเล็กน้อย “บ้าไปแล้วเหรอ เราเป็นอะไรกัน รู้ไหม” แต่เสียงเธอไม่แข็งแกร่ง แถมมือที่ถูกผมกุมมันก็ไม่ได้ขยับไปไหน ผมจึงจูงมือเธอให้เข้ามาใกล้ตัว แล้วก้มลงไปจูบที่ซอกคอของเธอ เธอส่งเสียง “อื้อ” ออกมาในลำคอ มืออีกข้างกำชายเสื้อผมไว้แน่น แต่ไม่ได้ผลักผมออก

ผมเลียไล้ขึ้นไปที่ใบหูเธอแล้วกระซิบ “พี่ฝนครับ พี่ชายเขาไม่เหลียวแลพี่เลย อยู่บ้านทั้งวันทั้งคืนก็มีแต่ผมที่มองพี่” เธอไม่ได้ตอบ แต่อ้าปากหายใจถี่ขึ้น ผมจึงจูบที่มุมปากเธอก่อนจะประกบปากเต็ม ๆ เธอไม่ขัดขืน ปล่อยให้ผมสอดลิ้นเข้าไปคล้องกับลิ้นเธอ รสชาติหวานปนเค็มมันทำให้ผมเงี่ยนหนักขึ้นเรื่อย ๆ ผมดันตัวเธอลงนอนราบกับเก้าอี้ยาว แล้วเลื่อนมือลอดใต้เสื้อกล้ามของเธอขึ้นไป สำรวจหน้าอกเธอ เนื้ออุ่น ๆ นุ่ม ๆ เต็มมือ ผมบีบเบา ๆ แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงยอดอกเธอ มันแข็งขึ้นมาทันที เธอกัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อกลั้นเสียงคราง

ในหัวผมตอนนั้นมีแต่ภาพอยากเอาควยของผมเสียบเข้าไปในหีของพี่สะใภ้ให้ลึกที่สุด อยากเย็ดเธอจนลืมตัวว่ามีสามีอยู่ที่ไหน อยากฟังเสียงครางของเธอให้เต็มหู ผมกำลังจะถลกเสื้อกล้ามเธอขึ้น แล้วเอื้อมมือลงไปจับขอบกางเกงนอนของเธอ ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์บ้านก็ดังขึ้นก้องร้านทั้งร้าน…

ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์บ้านก็ดังขึ้นก้องร้านทั้งร้าน ผมชะงักมือที่กำลังจะดึงขอบกางเกงนอนเธอลง พี่ฝนก็สะดุ้งทั้งตัว รีบผลักอกผมออกแล้วลุกขึ้นยืน มือหนึ่งดึงชายเสื้อกล้ามที่ผมถลกขึ้นครึ่งตัวลงให้เรียบ อีกมือหนึ่งยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยสีหน้าที่พยายามทำเป็นปกติ

“…อ้อ พี่ต้นเองเหรอ” เธอกระซิบกับปลายสาย พลางหันมาส่งสายตามาให้ผม แล้วพูดต่อเสียงเรียบ “อยู่บ้านจ้ะ… เอ๊ะ จะให้เอาสมุดบัญชีไปส่งที่โรงงานเหรอ ตอนเย็นจ่ะ เดี๋ยวพี่เอาข้าวกล่องไปด้วย”

ผมนั่งลงบนเก้าอี้ยาว มือสั่นเล็กน้อย ปลายควยยังตั้งแท่นอยู่ใต้กางเกงวอร์มจนน่าเกลียด ผมต้องเอาหมอนข้างเล็ก ๆ มากางไว้ตรงตักเพื่อไม่ให้มันเด่นชัด เสียงเธอคุยกับพี่ชายผมลอดเข้ามาในหู แต่ผมไม่ได้ยินว่าเธอพูดว่าอะไรอีก สมองมันจดจ่ออยู่กับรสชาติของลิ้นเธอที่เพิ่งได้ลิ้มลองเมื่อกี้ เนื้ออุ่น ๆ ที่มือผมเพิ่งกดลงไป มันยังส่งความเสียวซ่านไปถึงปลายมือไม่หาย

พี่ฝนวางสาย หันมามองผมอีกรอบ ก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่น “พี่ต้องไปอาบน้ำแต่งตัว เดี๋ยวจะไปส่งของให้พี่ต้นที่โรงงาน” เธอเดินเลี่ยงผมไปแล้วหยุดที่หน้าประตูร้าน ไม่หันกลับมาแต่เอ่ยเสียงเบา “เมื่อกี้… อย่าทำแบบนี้อีกนะ” แล้วเธอก็เดินเข้าบ้านไป

ผมนั่งมองตามหลังเธอ หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงจังหวะ ไม่มีทางที่ผมจะหยุด ผมรู้สึกถึงมันตั้งแต่ตอนที่มือผมแตะเนื้อเธอแล้ว ความเงี่ยนมันเพิ่งเริ่มต้น ผมวัยยี่สิบหกปี ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้ผมรู้สึกแบบนี้ใกล้ตัวขนาดนี้มาก่อน พี่ฝนไม่ใช่คนสวยจัด แต่เธอมีอะไรบางอย่าง  เนื้อตัวที่ดูนุ่มนิ่ม น้ำเสียงที่ทอดยาวยามเธอพูดกับผม และสายตาที่มันมีแววของความเหงา เหงาจนพร้อมจะเปิดรับอะไรก็ตามที่เข้ามาเติมเต็ม

ผมเดินกลับเข้าไปในบ้าน ผ่านห้องครัวไปเห็นเธอกำลังตั้งน้ำร้อนในกะละมังเตรียมล้างจานที่กองไว้ ผมเดินเข้าไปใกล้ เธอถอยห่างทันที “ไม่เอานะ กลางวันแสก ๆ”

“ไม่มีใครอยู่บ้าน” ผมว่า จริง ๆ ตอนเที่ยงวันแบบนี้ร้านชำก็มีลูกค้าประปราย แต่บ้านหลังนี้มีแค่เราสองคน พ่อแม่ผมเสียไปหลายปีแล้ว พี่ชายออกไปทำงานโรงงานตั้งแต่เช้ากลับถึงบ้านอีกทีก็สามทุ่ม เธออยู่กับผมในบ้านนี้สองต่อสองแทบทั้งวัน

พี่ฝนส่ายหน้า แต่ผมเห็นปลายปากเธอสั่น “เดี๋ยวพี่ไปส่งของที่โรงงาน แล้วค่อยว่ากันใหม่… เอางี้นะ…” เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงเบาลง “คืนนี้พี่ต้นเขาบอกว่าจะอยู่ล่วงเวลา กลับดึก” เธอเหลือบตามองผมแวบนึงแล้วรีบเดินหนีเข้าห้องน้ำ

ประโยคนั้นมันเหมือนไฟสุมฟางในใจผม ตอนนั้นผมเงี่ยนจนแทบจะบ้า ต้องเดินเข้าห้องน้ำตัวเองแล้วช่วยตัวเองด้วยความคิดถึงร่องเสียวระหว่างขาเธอ ภาพที่เธอห้ามปรามแต่ก็ไม่ได้มีแรงต่อต้านจริง ๆ มันยิ่งเร่งเร้าให้ผมร้อนรน ปล่อยน้ำออกมาไม่ทันจะเย็นตัวก็คิดถึงเธอขึ้นมาอีก

เธออาบน้ำเสร็จ แต่งตัวเรียบร้อยถือกระเป๋าจะออกไปโรงงาน ผมยืนพิงเสาหน้าร้าน “พี่ฝนครับ” เธอหันมา “เดี๋ยวเย็นนี้ผมจะปิดร้านก่อน แล้วจะรอพี่อยู่ที่บ้าน”

เธอเม้มปากแน่น สายตาสั่นระริกเหมือนกำลังต่อสู้กับตัวเองอยู่ข้างใน ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วขึ้นมอเตอร์ไซค์คันเก่าขับออกไป ผมยืนมองจนท้ายซอยลับตา

ผมปิดร้านหกโมงเย็น อาบน้ำแต่งตัวโทรม ๆ รออยู่ที่ห้องโถง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้งเป็นพี่ต้นโทรมาบอกว่ากลับดึกจริง ๆ ให้ผมดูแลพี่ฝนด้วย ผมวางสายแล้วยิ้มมุมปาก มันกำลังจะไปตามทางที่ผมต้องการ

สองทุ่มกว่า ๆ เธอเข้ามาในบ้าน มือถือถุงกับข้าวที่ซื้อมา สีหน้าเธอดูเหนื่อยและมีความลังเลปนอยู่ในแววตา ผมเข้าไปรับของให้ จากนั้นมือก็โอบเอวเธอจากด้านหลังไว้แน่น ปลายจมูกซุกที่ซอกคอสูดกลิ่นแป้งหอมผสมกลิ่นน้ำอบจาง ๆ “พี่ฝนครับ ผมไม่ไหวแล้ว” ผมกระซิบเสียงสั่นข้างใบหูเธอ

เธอหันกลับมา หน้าของเธอแดงก่ำ ดวงตาที่มองผมตอนนี้ไม่มีความเข้มแข็งเหลืออยู่เลย มันเป็นแววตาของผู้หญิงที่โดนความต้องการของตัวเองท่วมท้น “ครั้งเดียว…” เธอกระซิบ “แค่ครั้งเดียวนะ แล้วเราต้องลืมเรื่องนี้ไปให้หมด”

ผมจูบเธอทันทีโดยไม่ให้เธอทันได้พูดต่อ จากนั้นก็พาเธอเดินเข้าห้องนอนของผมซึ่งอยู่ติดกับห้องครัว ร้านชำปิดไฟหมดแล้ว ความมืดในห้องทำให้ทุกสัมผัสชัดขึ้น ผมถอดเสื้อเธอออก ร่างเธอขาวนวลในแสงไฟสลัวจากระเบียงบ้านข้าง ๆ ปลายมือลูบไล้ตั้งแต่คอลงไปถึงหน้าอก ผิวเธอนุ่มเย็นแล้วเริ่มอุ่นขึ้นตามสัมผัสของผม

ผมก้มลงดูดเม้มยอดอกเธอจนแข็งตึง เธอกัดฟันกลั้นเสียงคราง มือไขว้ไปกอดท้ายทอยผมแน่น อีกมือหนึ่งผมลูบไล้ลงไปที่หน้าท้อง ก่อนจะสอดนิ้วลอดขอบกางเกงในของเธอลงไปสัมผัสความเปียกชุ่มของร่องหีที่อ้าและชื้นมาแล้วตั้งแต่ตอนที่เราจูบกันเมื่อกี้ เธอสะดุ้งทั้งตัวเมื่อปลายนิ้วผมแตะเม็ดปมเล็ก ๆ ตรงนั้น

“อื้อ… อย่า…” เสียงเธอขาดเป็นห้วน แต่สะโพกเธอกลับยกหนุนขึ้นมารับนิ้วผมเอง ผมลูบไล้ไปตามกลีบที่ชุ่มฉ่ำ ใช้ปลายนิ้วเสียบเข้าไปในช่องทางนั้นทีละเล็กทีละน้อย เธอเกร็งและตัวสั่นไปทั้งตัว ผมรู้สึกได้ถึงความร้อนและความคับแน่นที่รั้งปลายนิ้วไว้

ผมถอนนิ้วออก ดึงกางเกงในเธอลง แล้วจัดให้เธอนอนหงายบนที่นอน เธอเสยผมตัวเองขึ้น ยกมือปิดหน้าไว้ด้วยความเขิน แต่ขาทั้งสองข้างกลับถ่างออกให้ผมอย่างช้า ๆ ผมขยับตัวขึ้นไปประกบระหว่างต้นขาเธอ ปลายควยที่แข็งจนเร่าเต้นจรดเบา ๆ กับร่องเปียกนั่น พอเฉียดเข้าเพียงนิด เธอก็สะดุ้งทั้งตัวและครางออกมาในลำคอ

“พี่ฝนครับ… ผมขอเสียบแล้วนะ” ผมกระซิบจบประโยคก็ดันหัวควยเข้าไป ช่องทางที่คับแน่นรับมันเข้าอย่างช้า ๆ เธออ้าปากหายใจรดหน้า ผมจิกปลายนิ้วลงบนบ่าเธอแน่นก่อนจะดันควยเข้าไปจนสุด เย็ดเข้าไปเต็ม ๆ เนื้อในที่ร้อนและรัดแน่นโอบอุ้มควยผมไว้ทั้งแท่ง เธอส่งเสียงครางที่ถูกกลั้นจนพร่าเลือน มือเท้าส้นเท้าลงบนเตียงเตรียมรับจังหวะถอนเสียบของผม แล้วผมก็เริ่มขยับสะโพกช้า ๆ จนเตียงดังเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะเดียวกับเสียงหายใจที่ถี่ขึ้นของเธอ

จังหวะแรกผมยังพอมีสติจะค่อย ๆ ถอนเสียบช้า ๆ ให้เธอได้ซึมซับทุกเส้นน่ะครับ แต่พอเสียงครางพี่ฝนดังขึ้นเรื่อย ๆ แถมมือบาง ๆ ยังเอื้อมมาดันสะโพกให้เร็วขึ้น ผมก็แทบไม่เหลือความเป็นคนอีกต่อไป มือกอดรั้งเอวเธอแน่น แล้วเริ่มลงน้ำหนักจนแผ่นหลังเธอโค้งรับทุกแรงกระแทก จนผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่

“พี่ฝนครับ… พี่ฝน…” ผมเรียกชื่อเธอซ้ำ ๆ เสียงแทบแห้งเพราะในหัวตอนนั้นไม่มีความคิดอื่นนอกจากความร้อนที่กองอยู่ใต้ท้อง เธอหันหน้ามามองด้วยตาแดงก่ำ ริมฝีปากเม้มแน่นพยายามกลั้นเสียงคราง แต่พอผมกระแทกเข้าแรง ๆ เธอก็เผลอหลุดเสียง “อ้า!” ออกมาเบา ๆ มือจิกปลายนิ้วลงบนผ้าปูที่นอนเป็นรอยย่น มันทำให้ผมยิ่งเงี่ยน ต้องก้มลงไปซุกที่ซอกคอเธอสูดกลิ่นเหงื่อปนแป้งอย่างบ้าคลั่ง

จังหวะนั้นผมเปลี่ยนท่าโดยไม่บอกล่วงหน้า ดึงควยออกมาเกือบสุดแล้วพลิกตัวเธอให้คว่ำลง กดบ่าเธอแนบกับที่นอน ตอนนั้นเองที่ผมเห็นหีของเธอจากด้านหลังเต็ม ๆ กลีบที่ชุ่มและบวมแดงจากการเสียบไปเมื่อครู่ ปลายควยจ่อเข้าไปที่ร่องนั้นทันทีโดยไม่ต้องใช้มือช่วย ลื่นพอให้ดันเข้าไปได้เกลี้ยงทั้งแท่งในครั้งเดียว เธอครางดังลั่นปนเสียงสะอื้น มือกำหมัดแน่น ส่วนผมก็ไม่รอให้เธอตั้งตัว ขยับสะโพกเป็นจังหวะหนักหน่วงต่อเนื่อง เตียงครืดคราดเสียงดังลามไปถึงห้องข้าง ๆ

ท่าคว่ำหน้ามันเสียวจนแทบกลั้นไม่อยู่ เพราะเห็นทุกอย่างชัดเจน ทั้งเอวคอดที่รับแรงกระแทก ทั้งรอยบุ๋มข้างหลังที่ขยับตามแรงของผม เสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง “เพียะ ๆ” ผสมกับเสียงน้ำที่ถูกเสียบเข้าเสียบออก เธอเริ่มพูดติด ๆ ขัด ๆ ว่า “ช้า… ช้าลง… เอาแบบนั้นอีก” แต่ผมหยุดไม่ได้แล้ว เพราะหีเธอบีบรัดควยแน่นขึ้นทุกที พอถึงจังหวะที่เธอแผ่นหลังเกร็งและส่งเสียงร้องเบา ๆ เนื้อในก็หดรัดปลายควยราวกับจะดูดทุกอย่างเข้าสู่ภายใน ความเสียวแล่นจากโคนจรดปลายจนตัวชาไปหมด

พี่ฝนเสร็จไปแล้วแต่ผมยังไม่หลุด เธอทรุดตัวลงนอนคว่ำแล้วพลิกตัวหงายกลับมา เรียกเอาความร้อนที่เพิ่งมอดลงกลับมาปะทุที่ใต้ท้องอีกครั้ง ตอนที่สบตากัน เธอก็แค่นิ้วเรียกแล้วสาวมือไปที่ควยตัวเองช่วยจับให้เข้าที่ “เอาเลย… เสียบเลย…” ผมแทรกตัวเข้าไประหว่างต้นขาทันที สมองอันว่างเปล่าเหลือเพียงความรู้สึกที่ถูกโอบรัดจากเนื้อในอันร้อนชื้น ผมเย็ดเธออย่างบ้าคลั่ง ทั้งเร็ว ทั้งแรง จนตัวโยนไปตามแรงกระแทก รู้สึกว่าความอดทนใกล้จะหมด ปลายควยบวมตึงจนสุดท้ายก็กลั้นไม่อยู่ ปล่อยมันเข้าไปข้างใน ท่ามกลางเสียงครางของเธอกับแรงสั่นสะเทือนของเตียง

หลังจบเหตุการณ์ ทุกอย่างเงียบลงเหลือเพียงเสียงหายใจหอบของคนสองคน กลิ่นเหงื่อและน้ำหอมยังคละคลุ้งอยู่ในห้องผม เอื้อมมือไปลูบแขนเธอเบา ๆ พี่ฝนหลับตาหรี่ลงแล้วยิ้มมุมปากในความมืดราวกับจะบอกว่าไม่เป็นไร เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นไปเก็บของในห้องน้ำ ก่อนจะกลับมานอนหันหลังให้ผมโดยไม่พูดอะไรอีกทั้งคืน ความวังเวงที่ตั้งค้างอยู่ในอกมันบอกผมเองว่าอะไรบางอย่างในร้านชำเล็ก ๆ แห่งนี้กำลังจะเปลี่ยนไป

จริง ๆ แล้วความสัมพันธ์แบบนี้ไม่ได้ยั่งยืน แต่มนุษย์เราก็มักจะหาที่พึ่งทางใจกันด้วยกาย บางครั้งแค่ต้องการสัมผัสที่ทำให้รู้สึกว่ายังมีตัวตน ผมเป็นแค่ลูกชายเจ้าของร้านชำ ส่วนพี่ฝนเป็นแค่คนที่เข้ามาช่วยงานในร้าน แล้วคืนนั้นมันก็เป็นเพียงความผิดพลาดหนึ่งที่ทั้งคู่ไม่พูดถึงอีกเลย สำหรับคนที่ฟังเรื่องนี้อยู่ ตอนนี้คุณอาจจะยิ้มหรือส่ายหัว ก็แล้วแต่ครับ แต่สำหรับผม ผมไม่เสียใจที่มันเกิดขึ้น เพราะมันคือบทเรียนหนึ่งที่ทำให้รู้ว่าการเอาความเหงามาตัดสินใจด้วยความเงี่ยน บางทีมันก็ให้ทั้งความเสียวและความเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ขอบคุณที่ฟังจนจบครับ

พี่ฝนยังอยู่ช่วยงานต่ออีกเกือบสองเดือน แต่เรากลับกลายเป็นคนแปลกหน้าที่คุยกันแค่เรื่องงาน เธอหลบตาผมทุกครั้งที่ต้องส่งของให้ เผลอตัวเมื่อไหร่มือเธอจะสั่นเล็กน้อยตอนรับเงินทอน ผมเองก็พยายามทำเป็นไม่รู้สึก แต่มันยากที่จะไม่คิดถึงคืนนั้น ทุกครั้งที่เห็นเธอก้มเก็บของใต้เคาน์เตอร์ ผมนึกถึงมือเรียวนั้นที่เคยจับควยผม นึกถึงเสียงครางอู้อี้ที่ดังข้างหู ความเงี่ยนมันยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่จางไป แต่เราก็แกล้งทำเป็นว่าคืนนั้นไม่เคยเกิดขึ้น

จนกระทั่งวันหนึ่งเธอบอกจะลาออกกลับบ้านต่างจังหวัด ผมยืนนิ่งอยู่หน้าร้าน ตอนนั้นเป็นช่วงเย็น ๆ แดดเริ่มร่ม เธอถือกระเป๋าเดินลงจากห้องหลังร้านมาทางผม ยื่นซองจดหมายใบหนึ่งให้ บอกแค่ว่า “เก็บไว้เถอะ” แล้วก็หันหลังเดินจากไป ผมยืนมองแผ่นหลังเธอจนลับซอย ความทรงจำเรื่องคืนนั้นไหลย้อนกลับมาอย่างจัง ทั้งกลิ่นน้ำหอม เสียงคราง ความร้อนชื้นของหีเธอที่โอบรัดควยผมแน่น ๆ มันไม่ได้ทำให้ผมเจ็บ ปวดเพียงตรงกลางอกที่รู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นแค่ทางผ่านของคนเหงาสองคนจริง ๆ

ผ่านมาหลายปี ร้านชำยังอยู่ที่เดิม ผมยังเป็นลูกชายเจ้าของร้านที่เปิดร้านเช้าเย็นเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่เด็กโง่ที่ปล่อยให้ความเงี่ยนนำหน้าอีกแล้ว เรียนรู้ว่าการเย็ดกันด้วยความใคร่ชั่วครู่มันไม่ต่างจากไฟที่จุดแล้วมอด ให้ความอบอุ่นแค่แวบเดียวแต่เผาไหม้ตัวเราเองโดยไม่รู้ตัว ผมไม่เสียใจกับคืนนั้นนะ กลับกันมันทำให้ผมรู้จักความเสียวแบบผู้ใหญ่ และรู้ว่าครอบครัวกับร้านเล็ก ๆ แห่งนี้ต่างหากคือสิ่งที่ต้องดูแล มากกว่าการตามหาความสุขเพียงชั่วข้ามคืนที่แลกมาด้วยความเงียบเหงาที่ยาวนานกว่านั้น

ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM