Sexy365bet Mahagame66 UFANANCE PANAMA888 Hydra888 sagame1688
RUAY LOTTOVIP

วิชาญ ห้องข้างกัน

เรื่องเสียว วิชาญ ห้องข้างกัน

กลิ่นไอร้อนของฤดูร้อนปีนั้นอบอวลไปทั่วตึกหอพักเก่าแก่ย่านมหาวิทยาลัย พัดลมเพดานหมุนเวียนพัดเอากลิ่นอับชื้นปนเหงื่อคละคลุ้งไปตามทางเดินแคบๆ เสียงเทปคาสเซ็ทของวงดนตรีสากลดังแผ่วเบาจากห้องไหนสักห้อง ฉันนั่งอยู่บนพื้นปูเสื่อในห้องของตัวเอง เปิดหน้าต่างทิ้งไว้ให้ลมโกรก ไม่อยากออกไปไหนเพราะอากาศร้อนอบอ้าวจนขยับตัวก็เหนียวตัว

ห้องพักนักศึกษาห้องนี้เล็กมาก มีแค่เตียงเดี่ยว โต๊ะเขียนหนังสือตัวเก่า และตู้เสื้อผ้าบานเลื่อนที่เปิดแทบไม่ได้เต็มที่ กำแพงที่ทาสีครีมเริ่มลอกเป็นรอยตามอายุ ฉันย้ายเข้ามาอยู่ได้สามเดือนแล้ว ยังไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย มีแค่โปสเตอร์วงดนตรีที่ชอบแปะไว้หัวเตียงกับตุ๊กตาหมียัดไส้ตัวใหญ่ที่แม่ซื้อให้ตอนเปิดเทอม

เสียงเคาะประตูเบาๆ เรียกให้ฉันสะดุ้ง มองนาฬิกาแขวนก็เกือบสองทุ่มกว่าแล้ว เพื่อนสนิทที่อยู่ห้องข้างๆ ไม่ได้บอกว่าจะมาหา ฉันลุกขึ้นยืดตัวเดินไปเปิดประตู ก็เจอวิชาญยืนยิ้มกวนๆ กับเสื้อกล้ามสีดำขาสั้นกางเกงขาสั้น ผมยุ่งเหยิงเหมือนเพิ่งตื่นจากงีบกลางวัน

“ขอพัดหน่อยดิ” เขาพูดลากเสียง พร้อมกับยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผาก “พัดลมห้องกูพัง ดูแล่นไม่มาแล้วร้อนจะตาย”

“พี่ไม่มีพัดลมสำรองนะ มีแค่อันที่ใช้อยู่” ฉันบอกพลางขยับให้เห็นพัดลมตั้งพื้นตัวเก่าที่วางหน้าห้อง วิชาญก็ยิ้มแล้วเดินเข้ามาในห้องโดยไม่รออนุญาต เขาคุ้นเคยกับห้องฉันพอสมควร เพราะชอบมาขอยืมของนู่นนี่บ่อยๆ ตั้งแต่ปลั๊กสามทางไปจนถึงน้ำตาลทราย

เขาล้มตัวนั่งพิงขอบเตียง กางขายาวเหยียดไปบนพื้นปูนเย็นๆ สายตากวาดมองรอบห้องก่อนจะกลับมาจ้องหน้าฉัน “นั่งด้วยกันหน่อยดิ เมื่อกี้กูนั่งอยู่ในห้องคนเดียวมันเบื่อว่ะ”

ฉันถอนหายใจแต่ก็เดินไปนั่งข้างเขา วางข้อศอกบนเข่าที่ตั้งขึ้นจับคางไว้ “แล้วปลั๊กไฟมันพังจริงๆ หรือเปล่า ไหนลองดูดิ” วิชาญหัวเราะแห้งๆ ส่ายหน้า “กูไม่รู้ช่างซ่อมอะไรไม่เป็นเลย มีแต่กล้ามเนื้อกับความคิดที่วุ่นวายเท่านั้น”

ฉันรู้ดีว่าเขาชอบมาหาเวลาอารมณ์ไหน ตั้งแต่คืนแรกที่ย้ายเข้ามา เขามาทักเพราะเสียงเพลงที่ฉันเปิด หลังจากนั้นก็เริ่มสนิทกันมากขึ้นจนถึงขั้นนั่งคุยกันหลายคืน บางคืนก็คุยเรื่องเรียน เรื่องเพื่อน เรื่องแฟนเก่า แต่บางคืนก็มีแต่ความเงียบที่อึดอัด อาจจะเพราะเราทั้งคู่รู้ดีว่ามีอะไรบางอย่างค้างคาอยู่ในอากาศ

“วันนี้แกเป็นอะไร” ฉันถามพยักเพริดใส่เขาที่นั่งเงียบผิดปกติ วิชาญเลิกคิ้วมองกลับ “กูก็ปกติว่ะ แต่มันร้อนจนทำอะไรไม่ถูกเลย อยากหาเรื่องเสียวๆ ทำนั่นแหละ”

ประโยคของเขาทำให้หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะ เลือดพุ่งไปที่แก้ม ฉันพยายามทำตัวปกติแต่รู้ว่าเขาจ้องมองอยู่ วิชาญในวัยยี่สิบห้าปีมีเรี่ยวแรงและพลังงานเหลือเฟือ เขาเป็นคนที่ไม่กลัวอะไรและไม่ลังเลที่จะพูดสิ่งที่คิดออกมา

“เสียวอะไรของแก” ฉันหลบตา เอามือปัดผมที่ปลิวมาตามแรงลม เขาหัวเราะเบาๆ แล้วเอื้อมมือมาจับปลายคางฉันให้หันไปมองหน้า “แกน่ะรู้ดีว่ากูหมายถึงอะไร อย่าทำเป็นไม่รู้ตัวเลย”

สัมผัสของเขาทำให้ทั้งตัวฉันกระตุก รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งจากปลายคางของเขาลงมาถึงปลายเท้า ฉันอยากจะดึงมือเขาออกแต่กลับทำไม่ได้ มีแต่มือที่เย็นเฉียบของฉันที่แตะบนมือเขาเบาๆ

“วันนี้พี่ไม่มีธุระกับใคร” เขาพูดเสียงต่ำ จ้องตาไม่กะพริบ “แล้วแกมีงานต้องทำไหม หรือจะให้กูกลับไปนั่งร้อนๆ คนเดียว”

ความตั้งใจของเขาชัดเจนเหลือเกิน น้ำเสียงที่กระซิบเน้นคำว่าคนเดียวเหมือนจะบอกว่าถ้าฉันให้เขาอยู่ต่อ คืนนี้คงไม่ธรรมดา ฉันกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง ความต้องการทางกายของตัวเองเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อจินตนาการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา

“มันก็ดึกแล้วนะ” ฉันตอบเลี่ยง แต่เสียงของฉันกลับแผ่วเบาเหมือนยินยอมมากกว่าปฏิเสธ วิชาญยิ้มกว้าง ยกมืออีกข้างขึ้นลูบผมฉันเบาๆ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังปลอบใจแต่ในใจรู้กันดีว่านั่นคือการเปิดทาง

เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ จนหัวเข่าชนกันผ่านผ้าบางของกางเกงวอร์มที่ฉันใส่ กลิ่นสบู่ของเขาผสมกับกลิ่นตัวอ่อนๆ ทำให้บรรยากาศในห้องเริ่มอบอวลไปด้วยพลังบางอย่างที่ยากจะอธิบาย

“กูนอนกับแกคืนนี้นะ” วิชาญกระซิบติดหู ลมหายใจอุ่นๆ รินใส่ใบหูทำเอาฉันเสียวสันหลัง “ไม่ต้องกลัวใครจะเห็น ตึกนี้ดึกๆ ไม่มีคนผ่านมาแล้ว”

หัวใจฉันเต้นไม่เป็นส่ำ มือที่วางบนเข่าเริ่มกำแน่น พัดลมหมุนเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงเทปที่ปล่อยเพลงช้าจนจบแล้ว แต่ไม่มีใครลุกไปเปลี่ยน วิชาญใช้มืออีกข้างบีบต้นขาฉันเบาๆ ปลายนิ้วลูบขึ้นลงตามแนวผ้า

“เอาแค่รู้สึกดีก็พอ” เขาพูด คราวนี้เสียงเหี้ยมขึ้น ความเงี่ยนเริ่มฉายชัดในแววตา “แกเงี่ยนเหมือนกันใช่ไหม อย่ามาบอกว่าไม่ได้คิด”

ฉันเม้มปากแน่น คำพูดนั้นมันตรงกับความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในใจจริงๆ ตั้งแต่ที่เขามาเคาะประตู สมองฉันก็คิดไปแล้วถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น แต่มันไม่เคยพูดออกมาตรงๆ แบบนี้

“ถ้าแกไม่มีแฟน กูก็ไม่มี” เขาเสริมต่อ จับมือฉันขึ้นมาวางบนหน้าอกของเขา “ลองจับดูดิ หัวใจกูเต้นแรงยังไง”

ฉันแทบไม่ต้องพยายามก็รู้สึกได้ถึงการเต้นของหัวใจที่แรงอยู่ใต้ฝ่ามือ วิชาญร้อนแรงและพร้อม ความต้องการของเขากระจายไปทั่วอากาสของห้องเล็กๆ ที่คับแคบลงทุกที

“แล้วถ้ามีใครเห็นเข้าล่ะ” ฉันถามเสียงสั่น แต่ก็ปล่อยให้มือตัวเองเลื่อนลงมาตามแผ่นอกของเขาไปจนถึงขอบกางเกง วิชาญหัวเราะในลำคอ ยื่นมือไปปิดสวิตช์ไฟที่หัวเตียง ห้องมืดลงเหลือเพียงแสงจากหน้าต่างที่สาดผ่านม่านบางๆ

“ไม่มีใครเห็นหรอก” เขากระซิบ พร้อมกับกดฉันลงนอนบนเสื่อ “นอกจากเราเอง”

ห้องมืดลงอีกนิดเมื่อม่านพลิ้วปิดสนิท วิชาญคร่อมตัวฉัน มือเขาเริ่มปลดกระดุมเสื้อผ้าของตัวเองอย่างรวดเร็ว แต่ละการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความต้องการที่กักเก็บมานาน

“กูจะพาแกเสียวถึงเช้า” เขาบอก ก้มลงจูบที่ลำคอของฉันอย่างอ่อนโยนแต่แฝงความดุดัน “แล้วค่อยกลับห้องตอนปลุกไม่ตื่น”

ฉันหลับตาลง สัมผัสที่ร้อนแรงของเขาท่วมท้นไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกปลดปล่อยมันโล่งอกและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน มือเลื่อนไปไขว้หลังเขาไว้ ปล่อยให้ทุกอย่างเกิดขึ้นตามจังหวะของหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ

เขาค่อยๆ เลื่อนมือมาที่เอวฉัน ดึงขอบเสื้อขึ้นช้าๆ สายตาจ้องมองผ่านความมืดเหมือนเห็นทุกอย่างชัดเจน ฉันรู้ว่าถึงจุดนี้แล้วคงไม่มีอะไรหยุดยั้งได้

ปลายนิ้วของเขาลูบไล้ไปตามซี่โครง ก่อนจะคล้องไปที่ตะขอเสื้อชั้นในด้านหลัง คลิกเบาๆ ดังขึ้นในความเงียบของห้อง ตอนนั้นฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่เป่ารดผิวหนังตัวเอง หัวนมแข็งขึ้นทันทีเมื่อผ้าถูกปลดออก

“ใจเย็นๆ นะ” ฉันกระซิบ แต่กลับกลายเป็นว่าเขายิ่งกดร่างกายเข้ามาใกล้ พื้นปูนเย็นเฉียบแตะแผ่นหลัง แต่อุณหภูมิในร่างกายกลับร้อนจนแทบจะหลอมละลาย มืออีกข้างของเขาล้วงลงไปใต้ขอบกางเกงขาสั้นของฉัน ปลายนิ้วผ่านไรขนบางๆ ก่อนจะแตะต้องซอกซับที่เริ่มเปียก

“ไม่ได้ใจเย็นแล้ว” เขาตอบ เสียงแหบพร่า ควยของเขาที่แข็งชันดันผ่านผ้ากางเกง มาสัมผัสที่ต้นขาฉันผ่านผ้าบางๆ ฉันรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ออกมา มันเหมือนกับว่าตอนนั้นไม่มีอะไรเหลือในโลกนอกจากกันและกัน

เขาดึงกางเกงขาสั้นของฉันลงช้าๆ ทีละนิด จนกระทั่งขอบหยักของสะโพกโผล่พ้นผ้า ฉันช่วยเขาโดยการยกก้นขึ้นเล็กน้อย เสื้อผ้าร่วงลงไปกองกับพื้น กลายเป็นว่าเหลือแค่เสื้อกล้ามที่พับขึ้นไปถึงคอ

“หีแกหอม” เขาพูดพลางก้มลงไปซุกหน้าตรงหว่างขา ลิ้นแรกแตะต้องตรงปากช่องคลอดเบาๆ จนฉันสะดุ้ง ตัวเกร็ง แต่เขากลับกดไหล่ฉันไว้แน่น “ปล่อยเลย เดี๋ยวเสียวมากกว่านี้”

ฉันกัดริมฝีปากตัวเอง เล็บมือจิกที่แผ่นหลังเขาแน่น ความรู้สึกตอนที่เขาใช้ลิ้นเลียวนไปมา ผ่านเม็ดคลิตอริสขึ้นมาจนถึงปลาย มันเป็นจังหวะที่พอดี เร็วบ้างช้าบ้าง ตามเสียงครางของฉันที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ รู้สึกว่าห้องทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นของพวกเรา

“พอก่อน… ขึ้นมา” ฉันกระซิบแทบไม่เป็นภาษา แต่กลับทำให้เขายิ้มกริ่ม แล้วจึงลุกขึ้นมากอดฉันไว้แน่น ก่อนจะเปลี่ยนท่าให้ฉันนอนหงายราบกับพื้น เขาจับขาฉันพาดพับเข้ากับไหล่ของเขา ปลายควยที่แข็งชี้จ่อตรงทางเข้าหีของฉันพอดี

“เอาละนะ” เขาบอกก่อนจะเบียดส่วนหัวล่วงเข้าไป ฉันร้องเสียงหลงเมื่อรู้สึกถึงความตึงขยายออกไปรอบๆ แกนร้อนที่สอดผ่าน ความเสียวแล่นจากก้นกบขึ้นมาเป็นสาย ตัวโยนตามจังหวะที่ต้นขากระตุกโดยไม่รู้ตัว

เขาค่อยๆ ทิ่มลึกขึ้น ช้าลง มองหน้าฉันตลอดเวลา “เป็นไง ยังไหวไหม?” “อือ…” ฉันตอบเสียงสั่น ไม่รู้ว่าเป็นคำตอบที่เขาคาดหวังหรือเปล่า แต่สิ่งที่ตอบแทนคือการกระแทกที่หนักขึ้น สะโพกกระทบกับก้นของฉันดังเพล้งๆ สลับกับเสียงหายใจหอบของเราที่ดังแข่งกัน

กว่าสิบนาทีที่เขาปล่อยให้ฉันเสียวจนแทบขาดใจ แล้วจึงเปลี่ยนมาเป็นท่าหมา ฉันคุกเข่าให้เขาจากด้านหลัง หน้าอกแนบกับพื้นเย็น มือเท้าไว้ มองเห็นกรอบประตูห้องน้ำมืดๆ อยู่ตรงหน้า ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่เขาไม่หยุดจนกว่าฉันจะปล่อยน้ำใสๆ ไหลออกมาตามซอกขา

ท้ายที่สุด เขาก็ปล่อยน้ำกามข้นเหนียวเข้าไปในตัวฉัน ร่างกายทรุดลงกับพื้นทั้งคู่ เหนื่อยจนไม่มีแรงพูด หัวใจยังคงเต้นกระหน่ำ ก่อนที่เขาจะผละขึ้นมาใช้มือลูบผมฉันเบาๆ “ขอบคุณนะ” เขาพูดเสียงเบาจนเหมือนกับกระซิบ

ตอนนี้ฉันนอนมองเพดานห้องเช่าเก่าๆ ราวกับว่าเหตุการณ์ทั้งหมดมันไม่จริง แต่รอยฟกช้ำที่ต้นขาและกลิ่นที่ยังติดอยู่บนตัว ก็ยืนยันว่ามันเกิดขึ้นจริง สำหรับใครที่กำลังอ่านเรื่องนี้อยู่… รู้ไหม บางครั้งความสัมพันธ์มันไม่ได้ต้องการคำสัญญาอะไรมากมาย แค่ช่วงเวลาที่เราได้รับรู้ความจริงใจของอีกคน แม้เพียงเสี้ยววินาที ก็พอแล้วที่ทำให้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง

ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM