Sexy365bet Mahagame66 UFANANCE PANAMA888 Hydra888 sagame1688
RUAY LOTTOVIP

งานแต่งบ้านป้าสมหมาย

เรื่องเสียว งานแต่งบ้านป้าสมหมาย

ตัวผมเองไม่เคยคิดเลยว่าแก้วน้ำพลาสติกใส ๆ ใบหนึ่งที่พนักงานเสิร์ฟวางตรงหน้าจะเปลี่ยนชีวิตคู่ของใครหลายคนไปตลอดกาล มันเป็นแค่งานแต่งงานกลางบ้านในอำเภอเล็ก ๆ แถวบ้านป้าสมหมาย เพื่อนแม่ผมเอง แต่บรรยากาศกลับคึกคักราวกับมีวงดนตรีลูกทุ่งมาขับกล่อมทั้งคืน เสียงเพลงดังแว่วมาจากเครื่องขยายเสียงที่วัยรุ่นหนุ่มกำลังเปิดแผ่นซีดีเพลงยุคเก่า ผู้ใหญ่หลายคนเริ่มสร่างเมาและโบกไม้โบกมือกันอย่างเมามัน ผมนั่งอยู่โต๊ะข้างเวทีกับเพื่อนฝูงที่ห่างหายกันไปนาน

ตอนแรกผมคิดว่าวันนี้คงเป็นแค่งานกินเลี้ยงธรรมดา ๆ ที่ต้องนั่งยิ้มให้ญาติผู้ใหญ่จนปวดแก้ม แต่แล้วสายตาผมก็ไปสะดุดกับผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่โต๊ะตรงข้าม เธอแต่งตัวเรียบร้อยด้วยเสื้อแขนกุดสีเข้มกระโปรงยาวถึงเข่า ผมสั้นระดับบ่า หน้านวล ๆ ยิ้มเก่งจนคนรอบข้างต้องเอ็นดู ไม่ใช่ความสวยแบบนางเอก แต่เป็นความสวยที่ดูมีอะไรซ่อนอยู่ข้างใน ผู้ชายข้างกายเธอผูกเนคไทหลวม ๆ อายุประมาณสามสิบต้น ๆ กำลังกอดเอวเธอเป็นระยะ ผมเดาว่าน่าจะเป็นสามีกัน

จนกระทั่งพี่เดชเดินเข้ามาทักผมตอนกำลังรอคิวตักกับข้าว เขายิ้มกว้างแล้วตบไหล่ผมเบา ๆ “น้องต้นใช่ไหม ลูกของป้าเล็ก” ผมพยักหน้า เขาแนะนำตัวว่าเป็นหลานเขยของป้าสมหมาย แถมยังชวนผมไปนั่งที่โต๊ะด้วยกันทั้งที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว พี่ฝนภรรยาเขาหันมายิ้มให้ผมแล้วขยับจานข้าวให้ พอผมนั่งลงก็ได้กลิ่นหอมของแป้งและน้ำหอมอ่อน ๆ ของเธอลอยมาแตะจมูก

ระหว่างทานข้าวพี่เดชก็ชวนผมคุยเรื่องงานที่กรุงเทพฯ เรื่องรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าที่เพิ่งซื้อมา เราคุยกันถูกคอจนเกือบลืมเวลา จนกระทั่งพี่ฝนเอื้อมมือไปหยิบเกลือบนโต๊ะ แล้วมือเธอก็ไปแตะกับแขนผมโดยบังเอิญ นิ้วเรียว ๆ นั้นเขียนเล็บสีแดงสด มันเกาะอยู่ที่แขนผมชั่วขณะหนึ่งก่อนจะดึงกลับไป ผมมองหน้าเธอ เธอยิ้มมุมปากแบบรู้กัน แล้วหันไปคุยกับสามีต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หัวใจผมเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ ผมไม่ใช่เด็กไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิง แต่สายตาแบบนั้นมันต่างจากสายตาธรรมดา มันมีอะไรบางอย่างที่หวือหวาแอบแฝงอยู่ข้างใน ผมพยายามนึกว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่แล้วพี่เดชก็ก้มมากระซิบข้างหูผมว่า “พี่เห็นสายตาน้องต้นแล้ว” แล้วหัวเราะเบา ๆ “วางใจได้ เดี๋ยวพี่จัดการให้เอง” ผมถึงกับนิ่งไปอึ้ง ๆ ไม่รู้จะพูดอะไรตอบ

ผ่านไปอีกสองชั่วโมง วงดนตรีเริ่มเล่นเพลงช้า ผู้ใหญ่เริ่มกลับบ้านกันบ้างแล้ว พี่เดชเดินมากระซิบบอกผมว่าให้ไปรอที่ห้องพักหลังบ้านหลังสุดท้าย แล้วเขาจะพาพี่ฝนตามไปในอีกสิบนาที ตอนนั้นสมองผมแล่นไปหมดแล้ว หนึ่งคืออยากรู้ว่ามันคืออะไร สองคือกลัวว่าจะเป็นกับดักอะไรแน่ ๆ แต่ที่สำคัญที่สุดคือกางเกงยีนส์ของผมตึง ๆ ขึ้นมาเพราะความคิดถึงเนื้อตัวของพี่ฝนที่แอบเห็นรอบเอวตอนเธอเดินไปเข้าห้องน้ำเมื่อกี้

ผมนั่งรออยู่ในห้องนอนเล็ก ๆ ที่ปูผ้าปูที่นอนลายดอกไม้กลิ่นเก่า ๆ ห้องมันมืดสลัวมีเพียงแสงไฟจากหลอดไส้ดวงเดียว ทำให้บรรยากาศมันทั้งอบอุ่นและน่าค้นหาไปพร้อมกัน ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีประตูก็เปิดออก พี่ฝนเดินนำเข้ามาก่อนตามมาด้วยพี่เดชที่ปิดประตูลงกลอนอย่างช้า ๆ พี่ฝนมองผมด้วยสายตาหวานเยิ้มแล้วเดินมานั่งลงข้าง ๆ บนเตียง มือเรียวนั้นวางบนต้นขาผมเบา ๆ แล้วบีบลงไปแผ่วเบา

พี่เดชนั่งลงอีกฝั่งหนึ่งของเตียง แล้วพูดเสียงเรียบ ๆ ว่า “น้องต้นเคยลองของแบบนี้มาก่อนไหม” ผมส่ายหน้าแทบไม่ทันจบประโยค พี่เดชยิ้มแล้วเล่าให้ฟังว่าพี่กับพี่ฝนแต่งงานกันมาสี่ปีแล้ว ช่วงแรกก็ปกติแต่ต่อมามันเริ่มเบื่อเรื่องบนเตียงจนต้องหาอะไรแปลกใหม่ เขาบอกว่าเขาเจอเพื่อนที่ทำงานชวนเข้าสวิงกิ้งมาสองสามครั้ง และมันทำให้ชีวิตคู่เขากลับมาสนุกอีกครั้ง ผมฟังแล้วก็รู้สึกทั้งเสียวและอยากรู้อยากลองไปพร้อมกัน

พี่ฝนหันมาประคองหน้าผมด้วยสองมือ มองตาผมลึก ๆ แล้วกระซิบว่า “พี่กลัวว่าน้องต้นจะไม่ชอบพี่นะ” คำพูดนั้นแหละที่ทำให้ผมหมดความลังเล ผมตอบไปว่า “ไม่ชอบได้ยังไงครับ ตั้งแต่เห็นพี่ฝนครั้งแรกก็คิดอยู่แล้ว” เธอยิ้มกว้างแล้วโน้มตัวมาจูบที่มุมปากผมเบา ๆ ก่อนที่ลิ้นอุ่น ๆ จะไล้เข้ามาในปากผม รสชาติของเหล้าขาวและลิ้นจี่ปน ๆ กันชัดเจนมาก

พี่เดชขยับมานั่งชิดหลังผม มือหนา ๆ ของเขาลูบไหล่ผมลงมาที่แผ่นหลังช้า ๆ แล้วกดปลายนิ้วลงบนแนวกระดูกสันหลัง พี่ฝนถอนจูบแล้วมองเลยหัวไหล่ผมไปสบตากับสามีเหมือนส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง ผมได้ยินเสียงซิปกางเกงของพี่เดชถูกดึงลงเบา ๆ อยู่ข้างหลัง หูผมเงยหน้ารับลมหายใจของพี่ฝนที่กำลังถลกเสื้อตัวเองขึ้นช้า ๆ เผยให้เห็นร่องกลางลำตัวที่ยังไม่ได้เห็นอะไรเด่นชัดนัก

“เดี๋ยวพี่ทำให้เองทุกอย่าง” เสียงพี่เดชก้องอยู่ข้างหู มือของเขาค่อย ๆ ปลดกระดุมกางเกงยีนส์ของผมออกทีละเม็ด จนกระทั่งรู้สึกลมเย็น ๆ แตะที่เอว ผมได้ยินเสียงพี่ฝนหายใจแรงขึ้นและกัดริมฝีปากล่างมองตามมือสามีตัวเองที่กำลังดึงซิปผมลงไป ผมรู้สึกตัวร้อนไปหมดแล้วตอนนี้ ความเงี่ยนมันแล่นขึ้นมาจนแทบควบคุมไม่อยู่

พี่ฝนเลื่อนมือลงไปที่ขาหนีบผมแล้วลูบคลำผ่านเนื้อผ้าแผ่วเบาจนควยผมแข็งตัวแทบทะลุกางเกงใน เธอหัวเราะคิก ๆ แล้วกระซิบว่า “แข็งจังเลยนะคะ” คำพูดนั้นยิ่งทำเอาความเสียวแล่นทั่วทั้งร่าง ผมหลับตาแล้วปล่อยให้มือทั้งสองข้างของสองสามีภรรยาค่อย ๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของผมออกไปทีละชิ้น สมองตอนนี้มันว่างเปล่าไปหมด เหลือแต่เพียงความรู้สึกอยากจะเย็ดให้สุดฤทธิ์กับผู้หญิงคนนี้ตรงหน้าต่อหน้าสามีของเธอเอง

พี่ฝนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของผมเพิ่มอีกสามเม็ด แล้วทิ้งตัวลงไปคุกเข่าอยู่ระหว่างขาของผมบนพื้นห้อง มือเรียวของเธอกดลงบนขาหนีบผมแรง ๆ ก่อนจะดึงกางเกงในลงมาช้า ๆ และรวบควยของผมที่แข็งทื่อจนเป็นเสาให้โผล่ออกมาท่ามกลางอากาศเย็นในห้อง เธอมองมันด้วยแววตาหื่นกระหายแล้วตวัดลิ้นเลียจากโคนขึ้นไปจนถึงปลายอย่างช้า ๆ ทำให้ผมต้องกัดฟันกลั้นเสียงครางแทบไม่อยู่ พี่เดชเห็นท่าทางของเมียตัวเองแล้วก็หัวเราะเบา ๆ แล้วเอามือมาจับท้ายทอยผมดันเข้าไปที่หว่างขาของหล่อน

พี่เดชเอื้อมมือไปล้วงใต้กระโปรงของพี่ฝนที่กำลังก้มหน้าดูดควยผมอยู่ แล้วขยับนิ้วไปมาตามร่องหีของหล่อนจนได้ยินเสียงน้ำเย็น ๆ ผสมกับเสียงครางอืออาในลำคอเธอ ท่ามกลางความเสียวที่แล่นปรู๊ดขึ้นมาทั้งตัว จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูสามครั้งดังมาจากด้านนอก พี่เดชเงยหน้าขึ้นยิ้มมุมปากอย่างรู้กัน แล้วกระซิบบอกผมว่า “เพื่อนพี่มาถึงแล้ว เดี๋ยวจะมีอะไรสนุก ๆ เพิ่มอีกคน” ผมได้แต่อ้าปากค้างกับพี่ฝนที่ยังอมควยผมไว้แน่น แล้วยิ้มตาหยีเหมือนกำลังรอความสนุกอะไรบางอย่าง

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ถี่ขึ้น พี่ฝนค่อย ๆ เอาควยของผมออกจากปาก แล้วเช็ดมุมปากด้วยหลังมืออย่างไม่รีบร้อน พี่เดชเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตามันมีประกายอะไรบางอย่าง ผมได้ยินเสียงผู้หญิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่ประตูจะเปิดออกจนสุด และแล้วร่างของหญิงสาววัยสามสิบกลาง ๆ ก็ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกลิ่นน้ำหอมหวาน ๆ ลอยตามมา เธอสวมชุดราตรีสีดำเกาะตัวจนเห็นทรวดทรงชัดเจน ผมยาวสยายประบ่า หน้านวล ๆ ยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มสองข้าง “นี่พี่ก้อย เพื่อนสนิทพี่เอง อยู่ ๆ ก็โผล่มาหน้างานพอดี” พี่เดชเอ่ยแนะนำพร้อมกับกวักมือเรียกเธอให้เดินเข้ามาใกล้ ๆ

พี่ก้อยมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่รีบร้อน ดวงตาคมกริบของเธอจ้องเขม็งไปที่จุดกลางลำตัวของผมที่ยังโผล่พ้นกางเกงในอยู่อย่างขึงขัง แล้วเธอก็แย้มยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ตัวจริงน่ารักกว่าที่เดชเล่าไว้อีกนะ” เสียงเธอแหบห้าวนิด ๆ ชวนให้ขนลุกซู่ ผมหันไปมองพี่เดชด้วยความงงว่าเขาพูดอะไรเกี่ยวกับผมเอาไว้บ้าง แต่พี่เดชเพียงยักไหล่แล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้มุมห้อง มือเขาลูบไล้ขาหนีบของตัวเองไปพลาง ๆ ส่วนพี่ฝนก็ยังคุกเข่าอยู่ระหว่างขาผม แล้วเอามือจับควยผมรูดขึ้นลงช้า ๆ จนหัวควยแดงก่ำเป็นมัน

พี่ก้อยเดินเข้ามาใกล้ แล้วก้มลงมาสูดกลิ่นบริเวณหัวไหล่ของผมอย่างกับกำลังดมดอกไม้ “กลิ่นหนุ่ม ๆ แบบนี้ หายากนะเนี่ย” เธอพูดพลางวางมือลงบนต้นขาผมแล้วลูบขึ้นไปเรื่อย ๆ จนเกือบถึงเป้า ผมเงยหน้ามองหน้าเธอ เธอก็ยิ้มให้แล้วพูดเสียงอ่อย ๆ “เอาไว้ใจพี่เดชได้เลย วันนี้ไม่มีอะไรต้องคิดมากทั้งนั้น” ยังไม่ทันที่ผมจะทันตั้งตัว มือของพี่ก้อยก็คว้าคางผมไว้แล้วดันใบหน้าผมลงไปหว่างขาของพี่ฝนที่ยังแยกขาอยู่ กลิ่นหีของผู้หญิงที่กำลังเงี่ยนโชยมาปะทะจมูกจนสมองสั่นไปหมด ผมแหย่ลิ้นออกไปเลียตามร่องหีของพี่ฝนโดยไม่ต้องมีใครสั่ง น้ำรสเค็ม ๆ หวาน ๆ ไหลซึมเข้าเต็มปาก

พี่ฝนครางออกมาเบา ๆ แล้วดันหัวผมให้แนบแน่นเข้ากับหีของเธอมากขึ้น มือของพี่ก้อยลูบไปมาที่แผ่นหลังของผม แล้วจู่ ๆ ก็แทรกลงไปข้างหน้ารวบควยผมไว้แน่น “แข็งทื่อเชียว” เธอกระซิบข้างหูผมแล้วหัวเราะคิกคัก “เดี๋ยวพี่จะจัดการให้เองนะ” ผมเงยหน้าขึ้นจากหีของพี่ฝน มองพี่ก้อยที่ค่อย ๆ ถอดชุดราตรีสีดำลงจากบ่า ผิวขาวเนียนของเธอปรากฏให้เห็นทีละนิด ภายใต้ชุดชั้นในสีแดงเลือดหมูที่บีบหน้าอกจนแทบจะทะลักออกมา พี่ฝนเอามือกุมหน้าอกตัวเองแล้วบอกพี่ก้อยว่า “แหม่ หุ่นยังแน่นเหมือนเดิมเลยนะแก” พี่ก้อยหันไปยิ้มให้สามีของเพื่อนตัวเอง มุมปากยกขึ้นอย่างมีเลศนัย

ผมนั่งมองผู้หญิงสองคนตรงหน้าด้วยความเงี่ยนจนแทบจะทนไม่ไหว พี่ก้อยเดินเข้ามาใกล้แล้วดึงมือผมไปวางไว้ที่เอวของเธอ พลางใช้มืออีกข้างปลดตะขอชั้นในของตัวเองออก แล้วปล่อยให้มันหลุดร่วงลงไปกองที่พื้น หน้าอกของเธอกระเพื่อมตามจังหวะหายใจ ผมลูบไล้ไปตามลำตัวของเธอตั้งแต่ช่วงเอวขึ้นไปจนถึงเนินอก พี่ฝนขยับเข้ามาทางด้านหลังของผม แล้วกอดรัดจากข้างหลัง ปลายนิ้วของเธอกอดรั้งไปตามซอกคอ “หันมาหาพี่สิคะ” เธอกระซิบ ผมหันไปปากชนปากเธอพอดี เธอสอดลิ้นเข้ามาประสานกับลิ้นผมทันที รสชาติของน้ำหีของเธอที่ยังติดอยู่ที่ริมฝีปากผมปนกับน้ำลายของเธอ มันทำให้ผมลืมตัวจนลืมทุกอย่างรอบกายไปหมด

พี่ก้อยซึ่งถอดท่อนล่างออกหมดแล้วคุกเข่าลงไปตรงหน้าผม แล้วใช้มือดึงควยของผมให้ตั้งตรงเข้าหาปากของเธอ เธออ้าปากรับควยผมเข้าไปจนสุดรากโดยไม่มีการเกริ่นนำอะไรทั้งสิ้น ผมสะดุ้งเฮือกด้วยความเสียวที่แล่นปรู๊ดจากปลายเท้าขึ้นไปจนถึงยอดหัวใจ พี่ฝนหัวเราะเบา ๆ แล้วกระซิบบอกว่า “พี่ก้อยเค้าเก่งแบบนี้แหละ” ปลายลิ้นของพี่ก้อยตวัดไปมาอยู่ใต้คอควยของผม มือข้างหนึ่งของเธอจับอยู่ที่โคนแล้วบีบรูดลงไปอีก มันทำให้ผมอยากจะหลั่งออกมาตรงนั้นทันที แต่พี่ก้อยก็หยุดชะงักก่อนที่ผมจะไปถึงจุดนั้น แล้วเงยหน้าขึ้นยิ้มเจ้าเล่ห์ “ยังไม่ถึงเวลา เดี๋ยวพี่จะพาไปเสียวให้ถึงที่สุด”

พี่ก้อยฉุดแขนผมให้ลุกขึ้นยืน แล้วโน้มตัวไปกระซิบบอกพี่เดชที่ยังนั่งอยู่ที่เก้าอี้มุมห้อง “พี่เดชคะ ขอยืมตัวหนุ่มคนนี้ไปก่อนนะ” พี่เดชหัวเราะลั่นแล้วโบกมือให้อย่างไม่ถือสา “เอาไปเลย เอาไปให้เต็มที่” ผมหันไปมองพี่ฝนที่กำลังทรุดตัวลงนั่งกับพื้น แล้วเริ่มเล้าโลมตัวเองอยู่หน้าพี่เดช สองนิ้วของเธอสอดเข้าไปในหีตัวเองแล้วขยับขึ้นลง ท่ามกลางเสียงครางที่ดังลอดลำคอออกมาเบา ๆ พี่ก้อยจูงมือผมไปที่เตียงนอนขนาดใหญ่ริมหน้าต่าง แล้วดันให้ผมนั่งลงที่ขอบเตียงพร้อมกับกระซิบบอกว่า “นอนลงไป เดี๋ยวพี่จัดการให้เอง”

ผมเอนตัวลงบนเตียงอย่างว่าง่าย หัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงของตัวเอง พี่ก้อยปีนขึ้นคร่อมตัวผมแล้วค่อย ๆ ประกบหีของเธอเข้ากับควยของผม เธอขยับซ้ายขวาเพื่อให้หัวควยถูไปตามร่องหีของเธอ น้ำรักของเธอชุ่มฉ่ำจนสามารถได้ยินเสียงเสียดสีชัดเจน “อยากได้มั้ยคะ” เธอกระซิบพร้อมกับก้มลงมาหอมแก้มผม ผมแทบจะอ้อนวอนให้เธอสอดใส่มันทันที เสียงผมสั่นจนพูดไม่เป็นประโยค “เอาเลยครับ… ผมทนไม่ไหวแล้ว” พี่ก้อยยิ้ม แล้วค่อย ๆ กดตัวลงจนควยของผมค่อย ๆ แทรกเข้าไปในหีของเธอช้า ๆ ริมขอบหีเย็น ๆ รัดแน่นจนผมต้องกัดฟันกลั้นเสียว มันอัดแน่นจนแทบจะไม่ไหว

พี่ก้อยขย่มควยผมช้า ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ มือของเธอยันอยู่ที่หน้าอกของผม พี่ฝนมองจากพื้นแล้วยิ้ม แล้วพูดขึ้นว่า “ดูความเสียวของแกสิ พี่ก้อย” เธอเดินเข้ามาใกล้เตียง แล้วก้มลงไปเลียหีของพี่ก้อยที่กำลังขย่มควยผมอยู่ ท่าทางนั้นทำให้ภาพตรงหน้ามันโป๊เปลือยจนเกินห้ามใจ ความเงี่ยนของผมพุ่งขึ้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามแรงขย่มของเธอ ห้านาทีผ่านไป พี่ก้อยก็ทรุดตัวลงกอดผมแน่น แล้วกระซิบข้างหูเสียงสั่นเครือ “เย็ดพี่หน่อยสิคะ… เย็ดให้พี่แตกเลย” แล้วเธอก็พลิกตัวลงนอนหงาย ชักชวนให้ผมทาบทับลงไปบนตัวเธอ

ผมเปลี่ยนตำแหน่งเป็นฝ่ายขยับแทน มือทั้งสองจับบั้นท้ายของพี่ก้อยแน่น แล้วกระแทกควยเข้าไปในหีของเธอจนสุดราก จังหวะกระแทกแรงขึ้นเรื่อย ๆ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกระทบกันไปทั่วห้อง พี่ฝนนั่งดูอยู่ข้าง ๆ แล้วเอามือจับควยตัวเองเล่นไปพลาง ๆ “เออ อย่างนั้นแหละ เย็ดมันเข้าไปอีก” ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่มันก็เสียวจนไม่อยากจะหยุด พี่ก้อยยกขาขึ้นพาดบ่าผม แล้วใช้ส้นเท้ากระตุ้นหลังผมเป็นจังหวะ น้ำของเธอเยิ้มออกมาตามโคนควยผมจนทั่วเตียง

จู่ ๆ พี่เดชก็เดินออกไปที่หน้าประตู แล้วเลื่อนเปิดออกเล็กน้อย พูดคุยกับใครบางคนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันกลับมายิ้มกว้างให้ผมที่กำลังเย็ดพี่ก้อยอยู่กลางเตียง “เดี๋ยวมีอีกคนมาแจมด้วย” เขาหัวเราะ แล้วหรี่ตามองผมอย่างมีเลศนัย “เพื่อนพี่อีกคน เค้าเห็นเราจากหน้างานพอดี อยากรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้เก่งแค่ไหน” พี่ก้อยที่กำลังสะบัดผมอยู่ใต้ร่างผมได้ยินดังนั้นก็หัวเราะคิก ๆ แล้วเอ่ยขึ้นว่า “เชิญสิคะ กำลังสนุกพอดี” ผมเงยหน้ามองไปที่ประตู ร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนพิงกรอบประตูอยู่ มองผมด้วยแววตาที่ทำให้ผมขนลุกซู่ขึ้นมาทันทีโดยไม่รู้ตัว

ร่างสูงใหญ่ของชายคนนั้นค่อย ๆ ก้าวเข้ามาในห้องทีละก้าว ช้า ๆ แต่ทุกก้าวมันเหมือนเดินเหยียบหัวใจผมอยู่ พี่เดชหันไปทางเขาแล้วพูดว่า “นี่พี่หนึ่ง เพื่อนพี่เอง เค้าอยากรู้ว่าเด็กหนุ่มไฟแรงเป็นยังไง” ผมยังคงทาบทับอยู่บนตัวพี่ก้อย ควยที่เพิ่งเสียบอยู่ในหีเธอเริ่มชา ๆ ไปหมด เพราะความตกใจปนเงี่ยนจนสมองตื้อไปหมด พี่หนึ่งยิ้มมุมปาก แล้วกวาดตามองผมตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า “ไม่ต้องตกใจน้อง เราแค่มานั่งดูก็ได้ ถ้าไม่สะดวกพี่ก็กลับไป” เสียงเขาทุ้มต่ำ อบอุ่น แต่แววตามันราวกับกำลังล่าเหยื่ออยู่

พี่ก้อยเอื้อมมือไปบีบต้นแขนผมเบา ๆ แล้วกระซิบ “อย่าเพิ่งหยุดสิคะ ต่อเลย” เธอส่งสายตามองพี่หนึ่งอย่างมีเลศนัย แล้วก็ยกสะโพกรับควยผมต่อเป็นจังหวะช้า ๆ ผมได้แต่ขยับตามแรงเธอ ดวงตายังเหลือบไปมองพี่หนึ่งที่เดินไปนั่งที่โซฟามุมห้อง พี่ฝนลุกขึ้นไปนั่งข้างเขา แล้วก็เอามือลูบต้นขาเขาเล่นไปพลาง ๆ “พี่หนึ่งคะ ดูหนุ่มคนนี้ซิคะ ควยแข็งขนาดนั้น เย็ดหีได้ไม่มีหยุด” พี่ฝนพูดพลางหัวเราะคิก ๆ พี่หนึ่งไม่ได้ตอบอะไร แต่มือหนาของเขาลูบต้นขาพี่ฝนกลับขึ้นไปเรื่อย ๆ

ผมเริ่มขย่มตัวแรงขึ้นอีกครั้ง เพราะความเงี่ยนมันกลับมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าพี่หนึ่งกำลังจ้องมองมาที่ผมตรง ๆ สายตาคู่นั้นมันร้อนแรงราวกับกำลังลอกเสื้อผ้าผมออกทีละชั้น พี่ก้อยครางเสียงดังลั่นห้อง “โอ้ย… เก่งจริง ๆ เลยนะน้อง ควยแข็งขนาดนี้…” น้ำหีของเธอหล่อลื่นจนผมเสียบเข้าไปได้สุดรากทุกครั้ง ผมก้มลงไปดูดปากเธอ แล้วก็แอบเหลือบไปเห็นพี่หนึ่งควักควยตัวเองออกมา มันใหญ่จนผมต้องชะงักค้างไปครู่หนึ่ง ใหญ่กว่าของผมตั้งเกือบเท่าหนึ่ง ทั้งยาวทั้งหนา ดูน่ากลัวจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว

พี่เดชเดินไปหาพี่หนึ่งแล้วพูดว่า “เห็นแล้วใช่ไหมล่ะ ของเด็กมันก็ไม่ได้เล็กกว่าพี่เท่าไร” พี่หนึ่งหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดว่า “อือ ไม่เล็กหรอก แต่ยังต้องฝึกอีกเยอะ” คำพูดนั้นมันเหมือนโดนยั่วให้ผมอยากพิสูจน์ตัวเอง ผมกระแทกหีพี่ก้อยแรงขึ้นจนเธอร้องลั่น ผมหันไปมองพี่หนึ่งแล้วถามเสียงสั่น ๆ “ฝึกยังไงครับ?” พี่หนึ่งลุกขึ้นยืน แล้วเดินเข้ามาใกล้เตียง ยืนจ้องหน้าผมแล้วตอบว่า “ฝึกกับพี่ จะได้รู้จักวิธีเสียวที่แท้จริง” ผมแทบกลืนน้ำลายไม่ทัน ผมมองหน้าพี่ก้อย เธอพยักหน้าให้ ผมจึงค่อย ๆ ดึงควยออกจากหีเธอ แล้วหันไปเผชิญหน้ากับพี่หนึ่งที่ยืนรออยู่ตรงหน้า

พี่หนึ่งยื่นมือมาแตะที่ปลายคางผม แล้วเงยหน้าผมขึ้นมองเขา “ไม่ต้องกลัว พี่ไม่ได้จะทำร้ายน้อง” เขาลูบแก้มผมเบา ๆ แล้วก็เลื่อนมือลงมาที่อกผม ลูบลงไปจนถึงหน้าท้อง แล้วก็มาจับควยผมไว้ทั้งกำ “ของแข็งดี แต่ยังไม่รู้จักวิธีใช้ให้มันเสียวสุด ๆ” เขาพูดพลางบีบเบา ๆ ผมรู้สึกได้ถึงความร้อนจากมือเขา มันส่งกระแสไฟฟ้าวิ่งไปทั่วร่างกายผม พี่ฝนและพี่ก้อยมองอยู่ด้วยแววตาตื่นเต้น พี่เดชก็ยืนดูอยู่ไม่ห่าง

“ลองนั่งลงก่อนสิ” พี่หนึ่งสั่ง ผมทรุดตัวนั่งลงบนขอบเตียง พี่หนึ่งคุกเข่าลงตรงหน้าผม แล้วก็ก้มลงไปอมควยผมทั้งแท่งโดยไม่บอกกล่าว ผมแทบทรุดทันที ความอุ่นชื้นของปากเขามันต่างจากการดูดหีผู้หญิงโดยสิ้นเชิง มันแน่น ร้อน และลิ้นของเขามันเก่งเหลือเกิน แล่ง ๆ เลีย ๆ ไปตามลำควยของผม จนผมต้องเอามือยันที่นอนไว้แน่น “โอ้ย… พี่ครับ… ผมเสียวจน… จะแตกแล้ว” พี่หนึ่งเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูดว่า “ยังไม่ให้แตกหรอก รออีกเดี๋ยว” แล้วเขาก็ปล่อยควยผมออกมา พร้อมกับหัวเราะเบา ๆ ที่เห็นท่าทางผมแทบบ้า

พี่เดชเดินเข้ามาแล้วพูดว่า “เดี๋ยวจัดให้ครบวงเลยดีกว่า พี่ฝน ไปนอนหงายบนเตียง พี่ก้อย มากอดพี่หนึ่ง” ผมยังนั่งงงอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้น จู่ ๆ พี่เดชก็มาจับไหล่ผม “น้อง เดี๋ยวแกจะได้ดูว่าพี่หนึ่งเค้าทำยังไงกับผู้หญิง แล้วแกจะได้เรียนรู้” พี่หนึ่งขึ้นไปนอนหงายบนเตียงข้าง ๆ พี่ฝน พี่ก้อยก็ขึ้นไปคร่อมหน้าพี่หนึ่ง แล้วหันหีไปทางหัวเตียง พี่ฝนก็ขยับตัวไปอมควยของพี่หนึ่งพร้อมกับหันหีให้พี่หนึ่งได้ดูด ส่วนพี่เดชก็เดินไปยืนที่หัวเตียง แล้วดันควยตัวเองเข้าปากพี่ฝนทันที ฉากตรงหน้ามันคือภาพสวิงกิ้งที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา ทุกคนกำลังใช้ร่างกายกันและกันอย่างไม่มีความอายเหลืออยู่

ผมถูกทิ้งให้นั่งมองอยู่คนเดียวบนขอบเตียง ความเงี่ยนมันเผาผลาญผมไปหมด พี่ก้อยที่กำลังคร่อมหน้าพี่หนึ่งอยู่ พอเธอเงยหน้าขึ้นมาเห็นผมก็เรียก “มานี่สิคะ น้องมาอยู่ข้าง ๆ หนูสิ” ผมคลานเข้าไปใกล้ เธอยื่นมือมาจับควยผมแล้วพูดว่า “เดี๋ยวแม่ทำให้เอง” แล้วเธอก็ก้มลงไปอมควยผมอีกครั้ง ในขณะที่หีของเธอยังถูกพี่หนึ่งใช้ลิ้นดูดเลียอยู่ด้านหลัง ผมแทบจะบ้าตายกับความรู้สึกที่มันซ้อนกันหลายชั้น ผมมองไปทางพี่เดชที่กำลังเย็ดปากพี่ฝนอยู่ แล้วก็เห็นพี่หนึ่งเงยหน้าขึ้นจากหีพี่ก้อย แล้วมองผมแล้วยิ้ม แล้วพูดว่า “คราวนี้มาเย็ดหีพร้อมกันเลยไหม น้อง”

พี่หนึ่งขยับตัวให้พี่ก้อยลงจากหน้าเขา แล้วให้เธอนอนหงายกลางเตียง ผมถูกพี่หนึ่งดึงเข้าไปใกล้ แล้วเขาก็จับมือผมไปวางที่หน้าอกพี่ก้อย “แกเย็ดหีเธอก่อน เดี๋ยวพี่เย็ดหีอีกรู” พี่ฝนได้ยินก็หัวเราะลั่น พี่เดชยิ้มแล้วพูดว่า “เออ อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าสวิงกิ้งจริง” ผมไม่ต้องให้พูดซ้ำสอง ผมทาบทับพี่ก้อยทันที แล้วเสียบควยเข้าไปในหีที่ยังชุ่มเปียกของเธอ พี่ก้อยร้องเสียงหลง “โอ้ยยย… มาอีกแล้ว… เย็ดหนูอีกแล้ว…” ผมกระแทกเข้าไปสามสี่ทีก็ได้ยินเสียงพี่หนึ่งเคลื่อนตัวมาอยู่ข้างหลังผม แล้วเขาก็พูดเบา ๆ ข้างหูว่า “แทรกเข้าไปนะ” ผมรู้สึกถึงความดันที่ก้นของตัวเอง ควยของพี่หนึ่งที่ใหญ่โตนั้นกำลังค่อย ๆ ดันเข้าไปในรูของผม ผมต้องกัดฟันแน่นเพื่อไม่ให้ร้องออกมา มันทั้งเจ็บทั้งเสียวจนสุดจะบรรยาย

พี่หนึ่งใส่ควยเข้ามาจนสุด แล้วก็เริ่มเคลื่อนไหวเป็นจังหวะพร้อมกับผม เราทั้งสองคนเย็ดผู้หญิงคนเดียวกันโดยที่ควยของเราอยู่ในร่างกายเดียวกันคนละรู จังหวะของเขามันช้าแต่หนักแน่น ทุกครั้งที่เขาดันเข้า ผมก็จะถูกดันให้ควยผมกระแทกเข้าไปในหีพี่ก้อยลึกขึ้นตามไปด้วย พี่ก้อยกรีดร้องด้วยความเสียว “โอ้ยยย ไม่ไหวแล้ว… น้องกับพี่… เย็ดพร้อมกัน… หนูจะแตกแล้ววว” เสียงของเธอทำให้ผมเงี่ยนหนักขึ้น ผมก้มลงไปจูบเธอแล้วกระแทกต่ออย่างบ้าคลั่ง พี่หนึ่งยังคงเสียบอยู่ข้างหลังผม มือหนาของเขาลูบแผ่นหลังผม แล้วก็บีบก้นผมเบาๆ “เก่งมากน้อง ควบคุมจังหวะดี”

ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังใกล้ถึงจุดแตกเต็มที ความเสียวที่ถูกเสียบและได้เสียบพร้อม ๆ กันมันเกินกว่าที่ร่างกายจะทนไหว พี่หนึ่งเร่งจังหวะเร็วขึ้น “จะแตกแล้วใช่ไหม แตกพร้อมกันเลย” ผมกับพี่หนึ่งกระแทกเข้ามาพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง พี่ก้อยร้องเสียงหลงจนแทบแหบ “ไม่ไหวแล้วววว” น้ำของเธอพุ่งออกมาเต็มต้นขา ผมเองก็…
“`
ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังใกล้ถึงจุดแตกเต็มที ความเสียวที่ถูกเสียบและได้เสียบพร้อม ๆ กันมันเกินกว่าที่ร่างกายจะทนไหว พี่หนึ่งเร่งจังหวะเร็วขึ้น “จะแตกแล้วใช่ไหม แตกพร้อมกันเลย” ผมกับพี่หนึ่งกระแทกเข้ามาพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง พี่ก้อยร้องเสียงหลงจนแทบแหบ “ไม่ไหวแล้วววว” น้ำของเธอพุ่งออกมาเต็มต้นขา ผมเองก็…
“`

ตอนนี้ผมถูกพี่หนึ่งเสียบจากด้านหลังอยู่ แล้วเขาก็ดันควยเข้าลึกสุด จนปลายควยของผมจ่อถึงปากมดลูกพี่ก้อย ผมก้มหน้าร้องเสียงสั่น “โอ้ย… พี่ครับ… ผมจะแตก… ๆ” พี่หนึ่งกระซิบข้างหูเสียงแหบพร่า “แตกเลย… แตกพร้อมพี่” เขาดันแรงขึ้นอีกครั้ง แล้วทั้งสองเราก็ปล่อยน้ำพร้อมกัน ผมรู้สึกถึงความอุ่นของน้ำควยที่พุ่งเข้าไปข้างในตัวผม มันทำให้ผมต้องหลับตาแน่น แล้วก็ปล่อยน้ำของผมเข้าไปในหีพี่ก้อยจนเธอสะดุ้งทั้งตัว พี่ฝนและพี่เดชมองดูด้วยความเอ็นดู “ดูสิ น้องเค้าแตกแล้ว” พี่ฝนหัวเราะเบา ๆ แล้วก็เหลือบไปมองนาฬิกาบนผนัง

แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น “กกก ๆ ๆ” เสียงเคาะสามครั้งชัดเจน พี่เดชหันไปทางประตูแล้วกัดริมฝีปาก “อ้าว เพื่อนพี่อีกคนมาถึงแล้ว” ผมมองตามไป ร่างบางเงาดำ ๆ ยืนอยู่หลังกระจกฝ้าของประตูห้อง มือของผมที่เพิ่งจะเริ่มผ่อนคลายกลับเกร็งขึ้นมาทันที พี่ก้อยหันมามองหน้าผมแล้วยิ้มแปลก ๆ เธอกระซิบว่า “เดี๋ยวน้องจะได้เจอของจริงอีกคน” แล้วประตูห้องก็ค่อย ๆ เปิดออก พร้อมกับร่างที่ทำให้ผมต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น

ร่างที่ปรากฏอยู่หลังบานประตูคือผู้หญิงผมยาวสยาย อายุราวสามสิบห้า ใส่ชุดกระโปรงสีดำรัดรูปจนเห็นทรวดทรงทุกสัดส่วน เธอยิ้มบาง ๆ แล้วกวาดสายตามองทุกคนในห้อง ก่อนจะหยุดที่ผม พี่ฝนลุกขึ้นแนะนำ “นี่พี่มล เพื่อนสนิทเราเอง” พี่มลเดินเข้ามาใกล้ ๆ ยื่นมือมาลูบแก้มผมเบา ๆ “ตัวจริงน่ารักกว่าที่คิดแฮะ” แล้วหันไปกระซิบกับพี่ฝน จนทุกคนหัวเราะกัน พี่หนึ่งตบไหล่ผมพลางพูด “เออ เอาเลยเพื่อน พี่มลเค้าเงี่ยนมาทั้งคืนแล้ว เห็นภาพที่พี่ก้อยส่งให้ก็แทบกลิ้ง” ผมมองหน้าพี่มลที่ยิ้มกรุ้มกริ่ม มือเธอเลื่อนมาลูบต้นขาผมช้า ๆ แล้วจิกเล็บเบา ๆ จนขนลุก “ว่าไงคะน้อง ได้ไหม” เสียงเธอแหบหวิว ผมรู้สึกควยตัวเองแข็งตึงขึ้นมาทันที พยักหน้าตอบรับทั้งที่หัวใจเต้นแรง พี่มลดึงผมลงนอนบนโซฟา แล้วรีบถอดชุดทิ้งโชว์หีที่ไม่ได้ใส่กางเกงในมาก่อน น้ำในหีเยิ้มจนเห็นวาววับ เธอคร่อมลงมา ค่อย ๆ สอดควยผมเข้าไปในหีร้อน ๆ ที่รัดแน่น ผมครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ พี่มลโน้มตัวมากระซิบข้างหู “เสียวไหมคะ อีกสักรอบนะคืนนี้ เอาให้หนำใจไปเลย” แล้วเธอก็ขยับตัวโยกขึ้นลงอย่างชำนาญ จนผมแทบขาดใจ ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของพี่ ๆ ที่นั่งมองอยู่

คืนนั้นจบลงที่ผมกับพี่มลได้เย็ดกันหลายท่า แล้วก็มีพี่หนึ่งกับพี่เดชผลัดกันเข้ามาร่วมอีก จนแสงเช้าลอดเข้ามาทางม่านห้อง ทุกคนถึงได้หยุด ตอนนี้ผมนั่งยิ้มทุกครั้งที่นึกถึงงานแต่งบ้านป้าสมหมาย ตัวผมเองไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตคนธรรมดา ๆ อย่างผมจะมีคืนที่เต็มไปด้วยความเสียวแบบนั้น มันไม่ใช่แค่เรื่องเย็ดหรือหีใครต่อใคร แต่มันคือการที่เราได้ค้นพบว่าความต้องการของตัวเองมันซับซ้อนและเป็นธรรมชาติกว่าที่คิด ถ้าวันนั้นผมไม่กล้าตามพี่หนึ่งเข้าไปในห้อง ผมก็คงไม่รู้จักรสชาติของความสัมพันธ์แบบสวิงกิ้งที่ทั้งร้อนแรงและจริงใจ ถามว่าอายไหมที่เล่าให้ฟัง ก็อายอยู่หรอก แต่ความทรงจำแบบนี้มันไม่เคยจาง ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียว… และถ้ามีโอกาส ผมก็คงไม่ปฏิเสธที่จะกลับไปร่วมวงอีกครั้ง

หลังจากคืนนั้นผ่านไปสองอาทิตย์ ผมยังนั่งยิ้มคนเดียวเวลานึกถึงภาพพี่มลเอาควยผมเข้าไปในหีร้อน ๆ ของเธอจนน้ำแตกกันไปมาหลายรอบ ตอนนั้นผมนึกว่ามันจบแค่คืนเดียวแล้ว แต่ก็มีอยู่วันหนึ่งพี่ฝนโทรมา บอกว่างานแต่งของหลานป้าสมหมายเดือนหน้า มีเพื่อนอีกกลุ่มอยากรู้จักตัวจริงของผม พี่ฝนพูดเสียงเย้า “น้องเอ๊ย พี่มลเค้าฝากบอกว่า ควยแกแข็งทนขนาดนั้น ถ้าไม่ได้เจออีกพี่เค้าจะเงี่ยนตาย” ได้ยินแบบนั้นผมถึงกับต้องกลืนน้ำลาย ใจหนึ่งก็เขิน อีกใจหนึ่งก็เสียวแปลบขึ้นมาที่ปลายควยโดยไม่ทันตั้งตัว ผมบอกพี่ฝนไปว่า “เอาไว้คิดดูก่อนนะพี่” แต่ก็รู้ดีว่าผมเองก็อดคิดถึงความรู้สึกนั้นไม่ได้อยู่ดี

สุดท้ายผมก็ไปงานนั้นแบบไม่กล้าใส่กางเกงใน เพราะรู้ว่ายังไงคืนนี้คงได้เย็ดกันอีกแน่ ๆ ตอนเจอหน้ากลุ่มใหม่ ทุกคนอายุสามสิบปลาย ๆ ดูเป็นผู้ใหญ่มีฐานะ พอผมเดินเข้าไปในห้องพัก เขาก็แค่ยิ้มแล้วถามว่าผมพร้อมไหมที่จะเป็นของเล่นกลางวงอีกครั้ง ผมเม้มปากพยักหน้า พี่มลเดินเข้ามาลูบแก้มผมแล้วบอกว่า “น้องเป็นดาวประจำวงเลยนะ คราวนี้พี่จะดูแลเอง” คืนนั้นมันยาวนานและดุเดือดกว่าเดิมมาก มีการเปลี่ยนคู่ผลัดกันเย็ดอยู่หลายชั่วโมง จนผมแทบจำไม่ไหวว่าใครเป็นใคร แต่ที่จำได้แม่นคือรสชาติของหีแต่ละอันที่แตกต่างกันไป บ้างก็ลื่น บ้างก็รัดแน่น แล้วทุกครั้งที่ได้เสียบเข้าไปความรู้สึกเสียวมันแล่นจากปลายควยไปจนถึงขั้วหัวใจ มันเป็นอะไรที่คำว่าเงี่ยนในตอนแรกกับความจริงที่เกิดขึ้นมันต่างกันราวฟ้ากับเหว

ตอนนี้ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ผมยังคิดอยู่เสมอว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในงานแต่งบ้านป้าสมหมายมันไม่ใช่แค่เรื่องเย็ดหีกันสนุก ๆ แต่มันคือการค้นพบอีกมุมหนึ่งของตัวเองที่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่ การสวิงกิ้งทำให้ผมเข้าใจว่า ความต้องการทางกายของผู้ชายมันไม่ได้น่าอายเสมอไป ถ้าทุกคนอยู่ในวงด้วยความเต็มใจและเคารพซึ่งกันและกัน ผมเองก็ไม่เคยรู้สึกเสียใจกับคืนนั้น จนถึงวันนี้ถ้ามีคนถามว่ากลับไปอีกรึเปล่า ผมก็จะยิ้มแล้วตอบไปตามตรงว่า “ถ้าเค้ายังเชิญ ผมก็ยังอยากไปนั่งข้างวงเดิมอีก” เพราะบางครั้งความเสียวที่แท้จริงมันไม่ได้อยู่ที่หีหรือควย แต่อยู่ที่การที่เราได้ปลดปล่อยตัวเองออกมาเป็นตัวจริงของวันนั้นต่างหาก

ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM