เรื่องเสียว บอล กับเงื่อนไขที่ลานกีฬา
ตัวผมเองไม่เคยคิดเลยว่าการมาลงชื่อเล่นฟุตบอลประจำสัปดาห์จะพาผมไปเจออะไรแบบนี้ ตอนนั้นอายุยี่สิบหก เพิ่งย้ายมาทำงานที่บริษัทแถวบางนาได้สามเดือน ยังไม่สนิทกับใครมากนัก แค่รู้ว่าแก๊งนี้รวมตัวกันเล่นทุกวันเสาร์บ่ายแก่ๆ ที่สนามหญ้าข้างมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง
วันนั้นแดดเริ่มร่มแล้วลมเย็นๆ โชยมาแต่พื้นสนามยังร้อนผ่าวจากไอแดดตอนบ่าย ผมวิ่งเหยาะๆ ชักรอบสนามกับพวกพี่ๆ ในทีม เรามีกันสิบกว่าคนแบ่งเป็นสองฝั่ง พี่โต้งหัวหน้าทีมเป็นคนแนะนำให้รู้จักกับสมาชิกใหม่ บางหน้าไม่เคยเห็นมาก่อน
“ไอ้บอล นี่เจ๊นุช เพื่อนพี่ เขามาดูสามีลงเตะ” พี่โต้งตบไหล่ผมแล้วชี้ไปทางผู้หญิงคนนึงที่นั่งอยู่ข้างสนามบนผ้าใบปูพื้น ผมมองตามแล้วก็ต้องหยุดหายใจชั่วขณะ เธออายุราวสามสิบห้าถึงสามแปด ตัวเล็ก ผิวขาวมากจนเด่นในชุดวอร์มสีชมพูอ่อนผมเกล้ามวยหลวมๆ แต่ที่สะดุดตาคือดวงตาที่คมกริบและรอยยิ้มที่มุมปากเหมือนกำลังขบขันอะไรบางอย่าง
“สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้แต่เธอแค่พยักหน้าแล้วส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ ผมไม่รู้ว่าทำไมรอยยิ้มนั้นถึงทำให้ขาหมดแรงวิ่งไปชั่วขณะ รู้แค่ว่าตอนกลับไปยืนที่ตำแหน่งกองหลัง ผมยังรู้สึกได้ถึงสายตาเธอที่จับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังของผม
เกมเริ่มเตะไปได้สิบนาที ผมกำลังเสียสมาธิเพราะต้องคอยสะกดจิตตัวเองไม่ให้เหล่ไปทางข้างสนาม แต่พอดีช่วงจังหวะที่ผมแย่งบอลจากกองหน้าฝั่งตรงข้ามได้ แล้วกระชากขึ้นไปริมเส้น พี่โต้งเปิดบอลยาวมาให้ ผมเกี่ยวบอลไว้กับเท้า ก่อนจะเปิดเข้ากลาง
“เฮ้ย! บอลแฉลบ!”
เสียงใครบางคนตะโกน แต่สายไปแล้ว ลูกบอลที่ผมเตะเต็มข้อมันหมุนแรงจนเบี่ยงไปทางขวา พุ่งใส่กลุ่มผู้ชมที่ม้านั่งข้างสนามอย่างจัง ผมหันไปมองแล้วตกใจ เจ๊นุชที่ตอนแรกนั่งอยู่กลายเป็นยืนขึ้น มือกุมหน้าอกซ้าย ลูกบอลน่าจะกระแทกเข้าที่ตัวเธอ
“โทษทีครับเจ๊! เป็นไรมั้ย” ผมวิ่งเข้าไปหาเร็วที่สุดเท่าที่ขาจะพาไป เธอส่ายหน้าแต่ยังก้มหน้าก้มตาอยู่ เหมือนกำลังกลั้นหายใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตา ในวินาทีนั้นผมเห็นแววตาที่ร้อนแรงจนขนลุก
“ไม่เป็นไรหรอกน้อง” เธอพูดเสียงแหบเล็กน้อย มือที่กุมหน้าอกยังคงวางอยู่ พลางก้มลงเก็บกระเป๋าถือ “โต้ง! พี่ขอกลับก่อนนะ เมียเมื่อยขี้เกียจนั่งดูแล้ว” เธอตะโกนบอกสามีอย่างไม่ใส่ใจอะไรทั้งนั้น แล้วเดินจากไปทันที
ผมยืนมองแผ่นหลังเธอจนลับตา แล้วกลับไปเล่นต่อ แต่แปลกที่ตลอดเวลาที่เหลือผมนึกถึงแต่ใบหน้าเธอตอนที่สบตา วินาทีที่เธอพูดเสียงแหบ กับรอยยิ้มบางๆ ที่โบกมือลาให้ผม เกือบทำให้โดนทำประตูสองครั้ง กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็จบเกมแล้ว
พี่โต้งเดินมาหาผมตอนกำลังเก็บสัมภาระ “บอล ไว้เสาร์หน้าเจอกันนะ” ผมพยักหน้า ก่อนเขาเติมประโยคที่ทำให้หัวใจผมวูบ “เจ๊นุชเขาบอกฝากทักน้องบอลด้วย สงสัยลูกที่เตะโดนเขาเมื่อกี้เจ็บหนักจริงๆ” เขาหัวเราะแล้วตบไหล่ผมแรงจนเซ
คืนวันเสาร์นั้นผมกินข้าวเย็นไม่ลง แค่นอนบนเตียงในหอพักแถวบางนาแล้วนึกถึงฉากที่เธอยืนกุมหน้าอก พยายามตีความว่าสายตาที่เธอมองผมตอนนั้นแบบไหน นึกไปนึกมาเหมือนมีไฟบางอย่างแล่นขึ้นมาใต้ผิวหนังที่ทำให้หลังเท้าของผมร้อนผ่าว คืนนั้นผมเผลอเอามือไปจับควยที่กำลังตั้งชันโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
เช้าวันอาทิตย์ผมไปทำงานพิเศษที่ร้านคอมพิวเตอร์แถวสยาม สมองยังลอยไปวันวาน พอเลิกงานตอนเย็น ผมกลับมานอนเล่นในหอ ได้ยินเสียงมือถือดังที่โซฟา เบอร์ไม่รู้จัก
“น้องบอลใช่ไหมคะ พี่นุชเอง” เสียงเจื้อยแจ้วทางสายทำให้ผมนั่งตัวตรงทันที “พี่ขอโทษนะที่ไปถามเบอร์จากโต้งมา แต่พี่มีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อย” เธอพูดเหมือนคนมีอำนาจต่อรอง
“ครับ เจ๊นุช มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่า” ผมพยายามรักษาน้ำเสียงสุภาพ แต่หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำ
“ไม่ต้องเรียกเจ๊ก็ได้ เรียกพี่นุชเถอะ พี่มีอะไรจะบอก แต่มันไม่เหมาะที่จะคุยในสาย มาเจอหน่อยได้ไหม” เสียงเธอเรียบนิ่งแต่แฝงอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมต้องกลืนน้ำลาย
“ที่ไหนครับ”
“สนามกีฬาเดิมนั่นแหละ พรุ่งนี้วันจันทร์ ห้าโมงเย็น เดี๋ยวพี่รออยู่ข้างสนามตรงมุมที่มีต้นโพธิ์ใหญ่ๆ” เธอวางสายไปโดยไม่รอคำตอบด้วยซ้ำ
วันจันทร์ทำงานทั้งวันผมแทบไม่ได้อะไรเลย ต้องจ้องจอคอมพิวเตอร์แต่สมองอยู่ที่สนามกีฬาล่วงหน้า เวลาผ่านไปช้าจนสุดท้ายพอสี่โมงครึ่งผมก็ขอลางานเร็วอ้างว่ารู้สึกไม่สบาย พุ่งตัวขึ้นแท็กซี่ตรงไปที่สนาม
ถึงแล้วผมเห็นเธอนั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์ตามนัด เธอสวมกระโปรงยาวสีน้ำตาลจับจีบ เสื้อคอกลมสีครีมเรียบๆ แต่ร่างกายที่อวบอัดนิดๆ ทำให้ทรวดทรงเด่นชัดในแสงเย็น ผมเดินเข้าไปแล้วยกมือไหว้
“มานี่สิ” เธอเรียกเสียงหวานแล้วตบพื้นที่ข้างตัว ผมทรุดตัวนั่งลงบนพื้นหญ้าแห้งๆ ห่างเธอประมาณหนึ่งฟุต เธอหันมามองตรงตา “พี่ไม่ได้เรียกมาคุยเรื่องที่เตะโดนเมื่อวาน” เธอเริ่ม “พี่เรียกเพราะพี่สังเกตุน้องมานานแล้ว ตั้งแต่พี่ไปดูสามีที่สนาม สองสามครั้งหลังมานี้”
ผมอ้าปากค้างไม่รู้จะพูดอะไร
“พี่เห็นน้องมองพี่ แต่ไม่กล้าสบตาเต็มที่ แล้วก็เห็นน้องขยับขยายเวลาผูกเชือกรองเท้าหรือยืดขาเพื่อให้พี่มองน้องนานขึ้น” เธอเอียงคอเล็กน้อย สายตาเหมือนส่องทะลุกางเกงยีนส์ของผม “น้องเงี่ยนพี่ใช่ไหม”
คำถามตรงไปตรงมาทำให้เลือดในตัวผมเดือดขึ้นมาทันที ความรู้สึกทั้งอายและต้องการผสมกันปั่นป่วนในอก ก่อนที่ปากจะตอบเองโดยไม่ทันตั้งตัว “ครับ”
เธอยิ้มกว้าง จนเห็นฟันขาว “งั้นมาซิ” เธอยื่นมือมากุมมือผม “พี่มีที่พักหลังสนาม ห้องเช่าเก่าของลูกพี่ลูกน้องพี่ จะพาไปคุยกันที่นั้น”
ผมจับมือเธอแน่น หัวใจเต้นแรงราวกับกลองกองเชียร์ แล้วเดินตามเธอไปตามทางเดินคอนกรีตรีบที่เลาะข้างสนาม ผ่านกองวัสดุเก่า ผ่านห้องเก็บอุปกรณ์กีฬาที่ประตูเหล็กล็อกสนิมขึ้น จนถึงตึกแถวสีตองอ่อนสองชั้นที่ตั้งอยู่ท้ายซอย
เธอไขกุญแจประตูเหล็กดัดแล้วเปิดเข้าไป ข้างในเป็นห้องขนาดสี่คูณสี่ มีแค่พัดลมตั้งพื้น เตียงนอนเดี่ยว และผ้าม่านสีน้ำตาลที่ดูเก่าเก็บ
“นั่งก่อน” เธอชี้ไปที่เตียงก่อนจะเดินไปปิดประตูใส่กลอน เสียงสลักที่เลื่อนลงทำให้ลมหายใจผมขาดห้วง
ตอนนั้นเองที่ผมสังเกตุเห็นว่ามือเธอสั่นเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะหันมา แล้วค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อของตัวเองทีละเม็ด ผมได้แต่นั่งนิ่ง มองเธอถอดเสื้อออกจนเห็นยกทรงลูกไม้สีขาวที่นูนตึงกับหน้าอกใหญ่พอดีมือ
เธอปลดตะขอเสื้อชั้นในด้านหลังเมื่อหันหลังให้ผม แล้วปล่อยให้มันหล่นลงไปกองกับพื้น ผมเห็นแนวกระดูกสันหลังทอดยาวลงไปจนถึงเอวคอด ผมสูดลมหายใจลึก มือทั้งสองข้างเริ่มกำผ้าปูที่นอนแน่น
เธอหันกลับมา ตอนนี้เปลือยท่อนบน ผมเห็นหัวนมสีชมพูอ่อนที่ตั้งชันเพราะความเย็นหรือเพราะความกังวลก็ไม่รู้ เธอยังไม่ถอดกางเกงขาสั้น เดินมาหยุดตรงหน้าผม ก่อนจะค่อยๆ คุกเข่าลงไปที่พื้นระหว่างขา
“ฉันจะทำให้เอง” เธอพูดเสียงแผ่ว ก่อนจะปลดกระดุมกางเกงยีนส์ของผม นิ้วเธอสั่นระริกขณะดึงซิปลง ผมเงยหน้ามองเพดาน ปล่อยให้เธอจัดการ
เธอดึงกางเกงในของผมลงมาพร้อมกับกางเกงยีนส์ ควยผมแข็งตึงผงาดออกมา เธอมองมันนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปใกล้ แล้วใช้ลิ้นแตะที่ส่วนหัว ผมสะดุ้งทั้งตัว ความเสียวแล่นไปถึงปลายเท้า
ผมหลับตา ปล่อยให้เธอใช้ปากดูดเลียควยผมอย่างช้าๆ น้ำลายของเธอทำให้มันลื่นเป็นมัน เสียงดูดดังจั๊กๆ ในห้องเล็กๆ นั้น เธอดูตั้งใจมาก เหมือนกำลังทำตามสัญญา จนผมรู้สึกว่าเธออาจจะกำลังข่มใจตัวเองอยู่
พอผมบอกให้หยุด เธอก็เงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ผมบอกให้เธอถอดกางเกงออกหมด แล้วนอนลงบนเตียง เธอทำตามโดยดี ผมนอนหันหน้าเข้าหากัน ควยของผมเสียดสีกับหีของเธอผ่านไรขนที่เปียกชื้น ผมใช้มือลูบไล้ต้นขาใน แล้วสอดนิ้วเข้าไปในหีเธอ เธอสะดุ้งแล้วกัดปากตัวเองแน่น
“เงี่ยนใช่ไหม” ผมถาม เธอพยักหน้าหงึกๆ โดยไม่สบตา ผมจึงค่อยๆ สอดควยเข้าไปในหีของเธอช้าๆ จนสุด ร่องหีแคบและร้อนชื้น มันรัดควยผมแน่นตั้งแต่ปลายจนถึงโคน เธอส่งเสียงครางต่ำๆ ในลำคอ ผมเริ่มขยับสะโพกเข้าออกช้าๆ มองใบหน้าที่เม้มปากแน่นของเธอ
ผมกระแทกแรงขึ้นเรื่อยๆ เสียงตบเนื้อดังเป็นจังหวะ เธอกัดหมอนข้างไว้ แต่ก็ไม่กล้าร้องดัง เธอเริ่มเกร็งตัวบิดไปมาสะบัด ผมเร่งความเร็วจนถึงจุดที่เธอตัวแข็งทื่อ แล้วผมก็ระบายความใคร่ทั้งหมดใส่ในหีของเธอเหนียวหนืด เสร็จแล้วผมก็นอนลงข้างๆ หอบหายใจ
เราสองคนนอนนิ่งอยู่ในห้องมืดสลัว ได้ยินแต่เสียงพัดลมกับลมหายใจที่ยังไม่กลับเข้าที่ ก่อนที่เธอจะกระซิบเบาๆ ว่า “เดี๋ยวฉันไปส่ง” แล้วลุกขึ้นแต่งตัวกลับไปเฉยๆ ไม่ต่างจากตอนที่เข้ามา
ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่เจอเธอที่ลานกีฬาอีกเลย อาจเป็นเพราะอาย หรือเพราะหมดหน้าที่แล้วก็ตาม สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเงื่อนไขนั้นไม่ใช่แค่การปลดปล่อยทางกาย แต่คือการได้เห็นว่ามนุษย์เราสามารถทำอะไรก็ได้เมื่อมีแรงจูงใจที่ถูกจังหวะ และบางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าควบคุมได้มันกลับควบคุมเรามากกว่า
ผมไม่เคยกลับไปที่ลานกีฬาแห่งนั้นอีกเลย หรืออาจจะแค่เปลี่ยนเวลาที่ไปก็เท่านั้น แต่ทุกครั้งที่เดินผ่าน หรือได้ยินเสียงบอลกระทบพื้น ผมยังนึกถึงภาพเธอในชุดวอร์มสีดำที่ยืนรออยู่ตรงมุมสนามด้วยสีหน้าเรียบเฉย เหมือนกับว่าเรายังมีนัดที่ยังไม่เสร็จดี มันก็เป็นแค่ความทรงจำที่ถูกทิ้งไว้ในห้องเช่าหลังนั้น แต่สิ่งที่ติดตัวผมมาจนถึงวันนี้ไม่ใช่แค่ความเสียวตอนที่ผมเย็ดเธอจนตัวงอ หรือเสียงเธอครางเบาๆ ขณะที่ผมกระแทกควยเข้าไปในหีของเธอจนเสียวซ่านไปทั้งตัว มันคือการได้รู้ว่าคนเรามีเงื่อนไขในใจเสมอ แค่บางครั้งเราไม่กล้าบอก หรือไม่กล้าถาม แล้วก็ต้องมาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เหมือนกับว่าอะไรๆ มันก็แค่เรื่องผ่านไป เพื่อนๆ ครับ ผมไม่ได้ภูมิใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้เสียใจ มันเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผมเข้าใจว่าความเงี่ยนของผู้ชายบางทีก็ถูกควบคุมด้วยเหตุผลที่เราไม่เคยคิดมาก่อน เช่นเดียวกับที่ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะยอมรับเงื่อนไขจากผู้หญิงแบบนั้นได้โดยไม่รู้สึกแย่ สุดท้ายแล้วทุกคนก็แค่กำลังหาทางระบายความต้องการของตัวเองในแบบที่พอจะรับไหว แล้วก็เดินจากกันไป โดยไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆ ให้ยุ่งยาก
แล้ววันหนึ่งประมาณเดือนกว่าๆ หลังจากนั้น ผมก็บังเอิญเจอเธออีกครั้ง ตอนนั้นผมกำลังเดินกลับจากซื้อข้าวเย็นแถวปากซอย เธอยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ ในชุดทำงานสูทสีดำ ผมเกือบจะเดินผ่านไปแบบไม่ทัก แต่เธอหันมาเห็นก่อนแล้วก็ยิ้มบางๆ ให้ “หายหน้าไปนานนะ” เธอพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ไม่ค่อยได้ไปออกกำลังกาย” ผมตอบ เธอพยักหน้า แล้วก็มองผมด้วยสายตาแบบเดิมที่ผมคุ้นเคยดี
“คืนนี้ว่างไหม” เธอถามเสียงเรียบ คราวนี้ผมไม่ต้องคิดอะไรอีกแล้ว เพียงแค่พยักหน้า เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ยื่นกุญแจห้องมาให้แล้วบอกว่า “ไปรอที่ห้องเลย เดี๋ยวฉันตามไป” ผมรับกุญแจมา พร้อมกับความเงี่ยนที่แล่นขึ้นมาทันที ไม่ใช่แค่เพราะอยากเย็ด แต่เพราะรู้แล้วว่านี่คือสิ่งที่เธอต้องการอีกครั้ง
คืนนั้นมันหนักหน่วงกว่าครั้งแรก เธอไม่ต้องมีเงื่อนไขอะไรอีกแล้ว เพราะทุกอย่างมันถูกตกลงกันด้วยภาษากายตั้งแต่วินาทีที่เราสบตากัน ผมเย็ดเธออย่างเมามัน ไม่มีคำพูดใดๆ มีแต่เสียงเนื้อกระทบกัน เสียงเธอครางเสียวจนแทบกลั้นไม่อยู่ และเสียงผมที่กระซิบคำหยาบคายข้างหูตอนที่ควยเสียบเข้าไปในหีเปียกชื้นของเธอ จนกระทั่งทั้งคู่หมดแรงนอนแผ่บนเตียง ก่อนที่เธอจะพูดอะไรกับผมสักประโยค
“ฉันอาจจะไม่เจอเธออีกแล้วนะ” เธอพูดพลางหันหลังใส่ผม “ย้ายไปทำงานต่างจังหวัด” ผมไม่ได้ถามอะไรต่อ เพราะรู้ว่านี่คือการบอกลาแบบที่เธอถนัด ไม่ต้องมีน้ำตา ไม่ต้องมีคำอธิบาย มีเพียงแค่การจากไปที่เรียบง่ายเหมือนกับที่เธอเข้ามาในชีวิตผม เช้าวันนั้นเธอไปก่อนที่ผมจะตื่น ทิ้งไว้แค่ควยแข็งๆ กับความว่างเปล่าในห้อง
เพื่อนๆ ครับ สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเรื่องนี้คือบางครั้งความสัมพันธ์มันไม่ได้ต้องการคำจำกัดความอะไรให้มันซับซ้อน บางคนเข้ามาในชีวิตเราแค่เพื่อเติมเต็มบางอย่างที่ขาดหาย แล้วก็จากไปโดยไม่ต้องมีปมอะไรให้ต้องคอยขบคิด ผมไม่เคยเสียใจที่ได้เย็ดเธอ ไม่เคยเสียใจที่ทำตามเงื่อนไขนั้น เพราะมันทำให้ผมรู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าความเงี่ยนของผู้ชายมันก็แค่ความต้องการอย่างหนึ่งที่พอเราเข้าใจและจัดการกับมันได้ ชีวิตมันก็เดินต่อไป และตัวเราก็ไม่ต้องแบกอะไรที่ไม่จำเป็นไว้ให้เหนื่อย ทุกวันนี้เวลาผมไปวิ่งที่ลานกีฬาแห่งใหม่ ผมยังนึกถึงตอนที่เธอยืนรอผมอยู่ตรงมุมสนามนั้น แล้วก็นึกขอบคุณเธอในใจ ที่ทำให้ผมรู้ว่าการปล่อยวางก็เป็นความเสียวแบบหนึ่งที่ทำให้เรามีชีวิตต่อไปได้อย่างไม่ต้องรู้สึกผิด
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







