เรื่องเสียว ในเรือนไม้กลางสวน
“เปิดประตูให้หน่อยดิ๊ ร้อนชักแย่แล้ว”
เสียงเพื่อนบ้านตะโกนมาจากข้างรั้ว ผมสะดุตกับจังหวะนั้นพอดี เพิ่งจะถอดเสื้อกล้ามนอนพักหลังจากลงแปลงปลูกผักมาทั้งบ่าย มันเป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ปี 2558 อากาศร้อนอบอ้าวเหมือนนรกแตก แถมหมู่บ้านเรายังไม่มีไฟฟ้าใช้ทั้งคืน ต้องเปิดหน้าต่างรับลมกันแบบชาวบ้านจริงจัง
เพื่อนบ้านคนนั้นชื่อน้องแนน สาวอายุยี่สิบสองที่เพิ่งกลับจากเรียนกรุงเทพฯ มาช่วยพ่อแม่ทำสวน เธอมักจะแวะมาขอยืมของหรือขอเปิดประตูทางผ่าน เพราะบ้านเราอยู่ติดกับทางลัดไปหลังสวนของเธอ ผมกับเธอรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ช่วงหลังมานี้ผมเริ่มสังเกตว่าเธอเปลี่ยนไป
“เข้ามาเลย เดี๋ยวเปิดให้” ผมลุกขึ้นเดินไปไขกุญแจประตูรั้ว เปิดออกเจอเธอยืนถือถุงผ้าใบใหญ่สองใบ เหงื่อซึมตามแนวผมที่ติดหน้าผาก เสื้อยืดคอกว้างบาง ๆ ของเธอเปียกชุ่มจนเห็นโครงสร้างด้านในชัด
“เมื่อกี้พ่อแม่ฉันเข้าไปในงานวัดก่อน ฉันต้องเอาผักไปส่งให้ป้าข้างหน้า แต่ทางลัดตรงนั้นมันมืดมาก ไม่กล้าเดินคนเดียวเลย” เธอพูดพร้อมกับยื่นถุงผ้าให้ผมถือ “ช่วยหน่อยได้ไหมวะ ตามองไม่เห็น”
ผมรับถุงมาแล้วพยักหน้า มันก็แค่ทางเดินเลี้ยวไปอีกสองร้อยเมตรเท่านั้น แต่กลางคืนในหมู่บ้านยุคนั้นมืดสนิทจริง ๆ ถ้าไม่มีไฟฉายก็เหมือนเดินในอุโมงค์ นี่ผมเองก็หยิบตะเกียงเก่า ๆ ที่ใช้น้ำมันก๊าดออกมาให้แสงสว่าง
ระหว่างเดิน ทั้งคู่เงียบกันไปพักใหญ่ เสียงจิ้งหรีดกับอึ่งอ่างดังกลบความเงียบ บางครั้งก็ได้กลิ่นไอดินและกลิ่นหญ้าสดตัดใหม่ เธอเดินนำหน้าผมไปเล็กน้อย แสงตะเกียงส่องทาบเงาของเธอบนพื้นดิน
“ขอบคุณนะที่ช่วย” เธอหันมาพูดโดยไม่หยุดเดิน “ฉันกลัวความมืดที่สุดเลย ตั้งแต่เด็กก็กลัวมันประจำ”
ผมยิ้มในใจ เพราะรู้ดีว่าสมัยเด็ก ๆ เธอเคยตามผมไปตกปลากลางคืนในทุ่งนาโดยไม่กลัวอะไรทั้งนั้น แต่ตอนนี้คงเปลี่ยนไปเพราะอยู่ในเมืองมานาน เราสองคนหยุดที่หน้าบ้านป้าเธอ เธอวางถุงผ้าลงที่หน้าประตู แล้วหันมายิ้มให้ผม ใบหน้าเธอแดง ๆ กับเหงื่อที่ยังไม่แห้ง
“ว่างไหมเดี๋ยวนี้” เธอถามเสียงเบา “ฉันอยากกลับไปเอาของอีกถุงที่บ้าน แต่ไม่อยากไปคนเดียวอีก”
ตอนนั้นนาฬิกาเก่า ๆ ที่บ้านดังลั่นบอกเวลา 4 ทุ่มไปแล้ว แต่ฤดูร้อนที่หมู่บ้านคงมีแค่สองอย่างคือความร้อนกับความเหงา ผมเลยพยักหน้าเดินกลับไปกับเธอทางเดิม แต่คราวนี้เธอเดินชิดกว่าคราวก่อนมาก ข้อศอกเธอเฉียดแขนผมเรื่อย
“เมื่อกี้ฉันลืมบอกไปว่า.. ฉันแอบมาดูตอนนายลงแปลงผักทุกบ่ายเลยนะ” เธอพูดกะทันหันจนผมสะดุ้ง หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ แสงตะเกียงส่องให้ผมเห็นดวงตาของเธอเป็นประกายในความมืด
“ดูผมทำไมละ” ผมถามเสียงแหบแห้ง เธอไม่ตอบ แต่กลับจับมือผมแล้วพาเลี้ยวออกนอกทางเดินหลักเข้าไปในแนวต้นกล้วยที่เรียงรายหนาทึบ
“ตรงนี้ลัดกว่าปกติ จะได้เข้าไปทางหลังบ้านฉันโดยตรง” เธอบอก แต่เสียงเธอมันเปลี่ยนไป ลึกขึ้น หนักขึ้น เหมือนคนกำลังคิดอะไรบางอย่าง มันทำให้ผมเงื่อนขึ้นมาทันใด
พอเดินลึกเข้าไปในแนวกล้วย กลับกลายเป็นว่าที่นั่นมีกระท่อมไม้เก่า ๆ หลังหนึ่งที่รกร้างไปแล้ว หลังคามุงสังกะสี ผนังไม้ผุ เธอดึงผมเข้าไปข้างในกระท่อม แล้วจุดไฟแช็กส่องดูรอบ ๆ
“เมื่อกี้นายว่าเหงาไหมตอนกลางคืนในหมู่บ้านแบบนี้” เธอถามพลางเลื่อนไฟแช็กมาจ่อที่ใบหน้าผม ความร้อนจากเปลวไฟทำให้ผมเหงื่อแตก แต่ก็ไม่เท่ากับสายตาที่เธอมองมา มันคือสายตาที่ไม่ได้เห็นกันมานาน และมันกำลังบอกอะไรบางอย่างที่ชัดเจนมาก
“เหงาสิ ก็อยู่คนเดียวทั้งคืน” ผมตอบ รู้สึกว่าลมหายใจเริ่มถี่ เธอค่อย ๆ วางไฟแช็กบนพื้นไม้ที่ผุกร่อน แล้วช้อนคางผมขึ้น
“ฉันก็เหงาเหมือนกัน กลับมาบ้านได้อาทิตย์นึงแล้ว ไม่มีอะไรทำเลย นอกจากนั่งมองนายขุดดิน” เสียงเธอแหบพร่า ใกล้เข้ามาจนผมได้กลิ่นน้ำหอมฉุน ๆ ที่ผสมกับกลิ่นเหงื่อของเธอ “คิดถึงตอนเด็ก ๆ ที่เคยเล่นด้วยกันไหม แล้วตอนนี้เราก็โตกันแล้วนะ”
ผมไม่รู้จะตอบอะไรดี เพราะหัวใจมันเต้นแรงจนสมองตื้อไปหมด เธอไม่รอให้ผมตอบ แต่ยื่นหน้าเข้ามาจูบที่มุมปากผมเบา ๆ ก่อน จากนั้นก็เลื่อนมาจูบที่ริมฝีปากเต็ม ๆ รสชาติหวานและเค็มปนกันของเหงื่อและลิปมันที่เธอใช้ มันทำให้ผมเงี่ยงับมือทั้งสองข้างไปที่เอวเล็กของเธอโดยอัตโนมัติ
“เบา ๆ ก่อน” เธอกระซิบที่ข้างหู แต่แล้วกลับกัดใบหูผมเบา ๆ แล้วเอามือล้วงเข้าไปในกางเกงขาสั้นของผม มืออุ่น ๆ ของเธอจับที่ควยของผมที่กำลังแข็งตัวจนแทบทะลุผ้า มันตึงและร้อนจนเธอหัวเราะเบา ๆ
“ตั้งนานเลยเนอะ ที่ไม่ได้มาทำอะไรแบบนี้กัน” เธอบอก แล้วจับผมที่แข็งกระด้างอีกครั้งผ่านเนื้อผ้า ในกระท่อมมืดสนิทเหลือแต่เสียงลมหายใจหนักของเราสองคน และกลิ่นไอดินกับกลิ่นตัวเธอที่อบอวลไปทั่ว
ผมปลดกระดุมกางเกงยีนส์ของตัวเองแล้วรูดลงมา เธอดึงกางเกงในของผมลงเล็กน้อย แล้วก้มลงไปใกล้ ๆ โดยไม่พูดอะไรอีก ความร้อนจากลมหายใจของเธอที่เป่ารดหัวควยทำให้ผมขนลุก เกือบจะร้องเสียงดังถ้าไม่กัดริมฝีปากไว้
“ชอบไหม” เธอถามเสียงต่ำ พร้อมกับใช้ลิ้นแตะที่ปลายควยของผมเบา ๆ ทำให้ผมเสียววาบไปทั้งตัว ตอบอะไรไม่ถูกนอกจากพยักหน้า ผมรู้ว่านี่มันเร็วเกินไป แต่ในตอนนั้นสมองส่วนที่คิดก็ทำงานได้ไม่ดีนัก
เธอค่อย ๆ เลียจากปลายลงมาเรื่อย ๆ จนถึงโคน แล้วอมเข้าไปทั้งคำ ทำให้ผมต้องเอามือเท้าพื้นไม้เก่า ๆ ไว้แน่น รู้สึกถึงความชื้นและความอุ่นของปากของเธอที่คลึงและดูดไปมา ทุกครั้งที่เธอขยับหัวขึ้นลง ก็มีเสียงเสียดสีของน้ำลายดังขึ้นในความเงียบ
“อื้ม.. เงี่ยนมากเลย” เธอพ่นคำออกมาขณะที่ยังอมควยผมอยู่ เสียงเธออู้อี้ แต่ก็ชัดเจนในความมืด ผมหลับตาและปล่อยให้ความรู้สึกมันซึมซาบไปทุกอณูของร่างกาย อากาศร้อนในกระท่อมยิ่งทำให้เหงื่อไหลเป็นสาย
ผมนึกถึงเส้นทางกลับบ้านที่ต้องเดินอีกไกล แต่ตอนนี้ผมก็ไม่คิดจะกลับแล้ว เธอเริ่มขยับเร็วขึ้น ดูดแรงขึ้น มือที่ว่างของเธอก็ล้วงลงไปที่หว่างขาของตัวเอง ผมได้ยินเสียงเสียดสีของนิ้วกับเนื้อที่เปียกชื้นของเธอ มันยิ่งทำให้ผมเสียวและใกล้จะถึงจุดแตกแล้ว
“เดี๋ยวก่อน เดี๋ยว” ผมรีบเอื้อมมือไปจับหัวเธอไว้ พยายามดึงเธอออก “เดี๋ยวผมแตกใส่ปาก”
เธอหยุด เงยหน้าขึ้นมองผมในความมืด แล้วปาดน้ำลายที่มุมปาก “ไม่เป็นไรหรอก แตกมาเลย ฉันอยากกิน” เสียงเธอดังกระซิบ
ผมไม่ทันจะได้ตอบอะไร เธอก็กลับมาจัดการต่ออย่างรวดเร็ว คราวนี้ดูดแรงและลึกกว่าเดิมมาก ใช้มืออีกข้างบีบที่ถุงอัณฑะของผมเบา ๆ จนผมแทบจะขาดใจ ความเสียวมันแล่นไปทั่วตัว ไม่ถึงสิบนาที ผมก็ปล่อยน้ำเงี่ยน ๆ ออกมาเต็มปากของเธอ เธอกลืนมันเข้าไปพร้อมกับส่งเสียงครางต่ำ ๆ
หลังจากนั้นเธอหยุดแล้วลุกขึ้นนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าผมในความมืด ผมยังหายใจไม่ทัน ได้ยินแค่เสียงเธอถอนหายใจแล้วพูดว่า “แต่นี่ยังไม่จบเลยนะ เดี๋ยวถึงตาฉันบ้าง”







