Sexy365bet Mahagame66 UFANANCE PANAMA888 Hydra888 sagame1688
RUAY LOTTOVIP

ในห้างเก่าถนนศรีธรรม

เรื่องเสียว ในห้างเก่าถนนศรีธรรม

กลิ่นอับของห้างเก่าย่านศรีธรรมคละคลุ้งมาตั้งแต่ตอนก้าวเท้าขึ้นบันไดเลื่อน ตัวตึกอายุร่วมสามสิบปี เพดานเตี้ย ไฟนีออนริบหรี่เป็นบางหลอด เสียงเพลงจากลำโพงเก่าหูดับดังเบาๆ คล้ายเสียงครางของอาคารที่เหนื่อยล้า ตอนนั้นผมอายุยี่สิบหก เพิ่งลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพกลับมาช่วยพ่อแม่ย้ายร้านขายเครื่องเสียงจากตลาดสดเก่าเข้ามาอยู่ในห้างนี้ เพราะเจ้าของตึกให้ค่าเช่าถูกกว่าครึ่งหนึ่ง

ผมไม่ได้อยู่บ้านนานเกือบแปดปี กลับมาอีกทีทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด พ่อแม่แก่ลงมาก พี่ชายซึ่งอายุมากกว่าผมหกปีกลายเป็นหัวหน้าครอบครัวไปแล้ว เขาแต่งงานกับพี่อุ้ม ผู้หญิงที่พ่อแม่เขาส่งไปเรียนต่อด้วยกันตั้งแต่สมัยมัธยม ผมเจอพี่สะใภ้คนนี้แค่ไม่กี่ครั้งในงานแต่งกับวันปีใหม่ ทุกครั้งที่เจอ ผมต้องหลบตาเพราะรู้สึกเก้อ เขินแบบผู้ชายที่อยู่ไม่ถูกกับผู้หญิงสวย ๆ ในบ้านตัวเอง

ร้านใหม่ของเราเป็นห้องแถวสองคูหาติดกันอยู่ชั้นสอง โต๊ะวางเครื่องเสียงเรียงรายไปจนถึงเพดาน แผ่นซีดีกับเทปคาสเซ็ทตั้งเรียงบนชั้นเหล็กสีเข้ม มีเพียงพัดลมเพดานสองตัวที่หมุนหน้าไม่อยู่ พ่อกับแม่ดูตื่นเต้นกับร้านใหม่ แต่ผมกลับรู้สึกอึดอัดกับพื้นที่แคบ ๆ ที่แสงสว่างส่องไม่ถึงมุมหลังของร้าน

วันแรกที่เปิดร้าน พี่ชายต้องไปติดต่อธุระที่อำเภอตั้งแต่เช้า พ่อแม่ก็ไปธุระต่างจังหวัดกันสองคน เหลือผมกับพี่อุ้มอยู่เฝ้าร้านสองต่อสอง พี่อุ้มนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ ก้มหน้ากดคิดเลขในสมุดบัญชี ผมนั่งจัดชั้นเทปอยู่ห่างกันแค่สองเมตร ได้กลิ่นแป้งหอม ๆ ปนกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ลอยมาตามลมจากพัดลม หัวใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะเลยแม้จะพยายามทำเป็นปกติ

“น้องชายขยันจังเลย กลับมาครั้งเดียวช่วยงานใหญ่เลยนะ” พี่อุ้มเอ่ยขึ้นเสียงใส ผมหันไปก็เจอเธอยิ้มให้ มุมปากมีรอยยิ้มแบบใจดีจนเขิน เธอใส่เสื้อกล้ามสีขาวสายเดี่ยวทับด้วยเสื้อเชิ้ตบาง ๆ ปล่อยชายไว้ข้างนอก กางเกงยีนส์ขายาวเข้ารูป ผมกลืนน้ำลายลงคอแล้วตอบไปเสียงแหบ “ครับ อยู่เฉย ๆ ก็เกรงใจพ่อแม่”

เธอไม่พูดอะไรต่อ ก้มหน้ากลับไปทำงาน แต่ผมแอบเห็นท่อนแขนขาว ๆ ระหง เห็นร่องอกน้อย ๆ เมื่อเธอก้มตัวลงไปหยิบของใต้เคาน์เตอร์ ผมต้องรีบหันกลับไปทางชั้นเทปเพราะรู้สึกว่า กางเกงในมันเริ่มตึง ๆ แล้ว ไอ้เราก็เป็นผู้ชายปกติ ไม่ได้เจออะไรแบบนี้มานาน จู่ ๆ เห็นผู้หญิงสวย ๆ อยู่ในบ้านเดียวกัน มันก็คิดไปเองโดยไม่ทันตั้งตัว

ช่วงบ่ายแก่ ๆ ลูกค้าน้อยลง แดดส่องลอดช่องกระจกเป็นเส้น ๆ ตกลงบนพื้นกระเบื้องเก่า พี่อุ้มเดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ถือแก้วน้ำสองใบ “พี่ชงชามะนาวไว้ มาดื่มด้วยกันสิ นั่งทำงานทั้งวันเหนื่อยแล้ว” เธอยื่นแก้วให้ผมแล้วทรุดตัวนั่งลงบนเบาะรองนั่งข้าง ๆ ผม ระยะห่างแค่ศอกเดียว ผมรู้สึกถึงความร้อนผ่าว ๆ ผุดขึ้นจากท้องน้อย ควยในกางเกงมันแข็งขึ้นมาช้า ๆ จนต้องยกขัดสมาธิกลบเกลื่อน

“พี่อุ้มอยู่กับพี่ชายผม… มีลูกกันแล้วหรือยังครับ” ผมถามออกไปเพราะอยากพูดอะไรให้หายอึดอัด เธอหัวเราะเบา ๆ มองผมด้วยตาเรียว “ยังจ้ะ กำลังพยายามอยู่ แต่น้องชายเขาก็ยุ่งงานตลอด ไม่ค่อยมีเวลา” น้ำเสียงเธอเหมือนนิทานที่ไม่ได้พูดเต็มปาก เธอยกแก้วขึ้นดื่ม แล้วหันมามองผม “พี่ว่าเรามาคุยกันดี ๆ ก่อนดีกว่า เราแทบไม่ได้พูดจากันเลยนี่นา”

ตอนนั้นผมไม่รู้จะเอาใจไปไว้ตรงไหน มือไม้เก้ ๆ กัง ๆ หยิบเทปแผ่นหนึ่งขึ้นมาเปิดดู เป็นเทปเพลงของวงอินดี้ที่ผมชอบ สายตาผมเผลอมองไปที่ต้นขาเธอขณะนั่งพับเพียบ มันแน่น ๆ เต่ง ๆ จนเห็นลังถึงช่วงเอว เสียงเธอคุยเรื่องบ้านเมือง เรื่องร้านค้า แต่ผมฟังไม่รู้เรื่องเลยสักนิด สมองมันจดจ่ออยู่กับคำถามเดียวว่า ถ้าเผลอไปแตะตัวเธอ เธอจะว่าอะไรไหม

“พี่ถามอะไรหน่อยได้ไหม” เธอเงียบไปครู่หนึ่ง แล้ววางแก้วลง มองผมตรง ๆ “ตอนนี้มีแฟนอยู่หรือเปล่า” ผมส่ายหน้า “ไม่มีครับ ทำงานอยู่กรุงเทพก็ไม่ค่อยได้เจอใคร” เธอยิ้มมุมปากแล้วพูดเสียงต่ำ “แสดงว่า… อยู่คนเดียวมานาน พี่ว่าเห็นแววตาน้องมันเหมือนคนหิวนะ” คำพูดนั้นทำให้ผมตัวชาไปทั้งตัว ควยในกางเกงมันกระตุกดิ้นราวกับได้ยินภาษาเดียวกัน ผมเงียบไม่กล้าต่อปากต่อคำ

บรรยากาศในร้านเงียบลง มีแต่เสียงพัดลมเพดานหมุนเอี๊ยดอ๊าด พี่อุ้มลุกขึ้นเดินไปที่ประตูร้าน แล้วดึงบานเหล็กลงมา “ปิดร้านก่อนดีกว่า อากาศร้อน ๆ อย่างนี้ พี่อยากอยู่เงียบ ๆ กับน้องชายคนนี้สักพัก” เสียงเหล็กกรุ๊งกริ๊งดังไปทั่วห้อง ผมมองแผ่นหลังเธอที่เดินกลับมานั่งข้างผมอีกครั้ง คราวนี้เธอนั่งชิดขึ้นอีก หัวไหล่เราชนกันเบา ๆ ผมรู้สึกเสียวแปลบขึ้นมาจากกระดูกสันหลัง มันเสียวเหมือนรู้อยู่ว่า อะไรมันกำลังจะเกิดขึ้น

“พี่อยากลองอะไรบางอย่าง… ตั้งแต่เมื่อคืนนี้นอนคิดอยู่คนเดียว” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว มือเรียวนั้นค่อย ๆ ยื่นมาวางบนต้นขาผม แล้วเลื่อนขึ้นไปตามขาอย่างช้า ๆ “อยากรู้ว่า คนที่น้องชายทำกับพี่ทุกคืน… น้องจะทำได้ดีกว่าหรือเปล่า” คำพูดนั้นเหมือนน้ำมันราดไฟ หัวผมว่างไปหมด เหลือเพียงความรู้สึกเงี่ยนที่มันพุ่งขึ้นมาท่วมหัวใจ ผมหันไปสบตาเธอในระยะประชิด ได้กลิ่นลมหายใจหอมหวานของเธอ มือเธอกำลงบนขาผมแน่นขึ้น

“พี่อุ้ม… หมายถึง…” ผมพูดไม่จบ เธอยกมือขึ้นมาปิดปากผม แล้วกระซิบข้างหูเบา ๆ จนขนลุก “พี่ว่าเราไม่ต้องคุยกันให้มากความ… น้องเงี่ยนอยู่แล้วใช่ไหม ควยแข็งแทบจะปริ่งกางเกงอยู่แล้ว” มือเธอเลื่อนมาจับเป้ากางเกงผมแน่น ๆ ผมสะดุ้งทั้งตัว แต่ก็ปล่อยให้เธอกดมือค้างไว้ตรงนั้น ความเงี่ยนมันแล่นไปทั้งเนื้อตัว ไม่ต่างกับคนที่หิวโซเจออาหารตรงหน้า ก่อนจะเหลือบมองไปที่โซฟาเก่า ๆ มุมร้านที่เธอจงใจกวาดตาไปให้ผมเห็น

ผมหันไปมองโซฟาตัวนั้น มันเป็นโซฟาเก่า ๆ หุ้มด้วยหนังเทียมสีน้ำตาลเข้ม ตรงเบาะมีรอยถลอกจนเห็นฟองน้ำด้านใน ที่วางแขนข้างหนึ่งมีรอยฉีกเป็นทางยาว พี่อุ้มละมือจากเป้ากางเกงผม แล้วเดินนำไปนั่งที่โซฟานั้นก่อน เธอถอดรองเท้าแตะออกแล้วพับขาขึ้นนั่งบนเบาะ ผมเดินตามไปอย่างช้า ๆ หัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงตัวเอง ห้องแอร์เย็นเฉียบแต่กลับรู้สึกร้อนไปทั้งตัว

“มานั่งใกล้ ๆ นี้สิ” เธอตบเบาะข้างตัว ผมทรุดตัวลงนั่ง ขยับเข้าไปจนไหล่ชนกัน เธอเอื้อมมือมาลูบต้นคอผมเบา ๆ แล้วดึงหน้าให้เข้ามาใกล้ เธอไม่ได้จูบผม แต่เอาแก้มมาซุกที่แก้ม แล้วเสยผมให้ “กลิ่นตัวน้องหอมจัง เหงื่อบาง ๆ แต่หอม” เสียงเธอแหบพร่าเหมือนกำลังกลั้นอะไรไว้ ผมได้กลิ่นแป้งเด็กผสมกับกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวเธอ มันเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยเพราะอยู่ใกล้กันมาหลายเดือน

“พี่อุ้มครับ ผม…” เธอเอานิ้วมาทุบปากผมเบา ๆ “เงียบไว้ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น” เธอเลื่อนมือจากทุบปากลงมาที่อกผม แล้วลูบลงมาช้า ๆ ผ่านหน้าท้องจนถึงขอบกางเกงยีนส์ที่ผมใส่อยู่ เสียงซิปที่เธอดึงลงดังแกร็กในห้องเงียบ ๆ มือเธอจับขอบกางเกงในแล้วดึงลงไปจนควยผมดีดออกมา แข็งเต็มที่จนเส้นเลือดปูดเห็นชัด เธอจ้องมองมันอยู่ครู่หนึ่ง ขยับปากเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด แล้วก้มลงมาซุกหน้าลงที่โคนขาผม

ลมหายใจร้อน ๆ ของเธอเป่ารดต้นขาผมจนขนลุก ผมเอนหลังพิงพนักโซฟา กำมือแน่นทั้งสองข้าง เธอยังไม่รีบร้อน ใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามโคนควยเบา ๆ ขึ้นลงช้า ๆ แบบหยอกเล่น ทำเอาผมกลั้นหายใจแทบไม่ทัน “แข็งได้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เธอเงยหน้าขึ้นมองผมยิ้ม ๆ ผมพยักหน้าตอบอะไรไม่ถูก สมองมันตื้อไปหมด เหลือแต่ความรู้สึกเสียวตรงปลายที่มันสั่นระริก

“พี่อุ้ม…” ผมเรียกชื่อเธอเสียงสั่น เธอหลุบตาลงแล้วโน้มหน้าลงมา ใช้ปลายลิ้นแตะที่หัวควยเบา ๆ แค่สัมผัสเดียวก็แทบทรุด ผมเบิกตากว้างมองเธอที่ค่อย ๆ แลบลิ้นกวาดรอบหัวควยช้า ๆ ราวกับชิมของหวาน “อืม… อร่อยเหมือนที่คิดไว้เลย” เธอพึมพำเบา ๆ แล้วอ้าปากดูดควยผมเข้าไปทั้ง ๆ อย่างช้า ๆ ความอุ่นชื้นของปากเธอห่อหุ้มมันเอาไว้ ผมเผลอครางออกมาเบา ๆ ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ

เธอเริ่มขยับหัวขึ้นลงช้า ๆ ใช้ลิ้นโอบรัดรอบลำควยแน่น ผมมองเห็นเส้นผมเธอสยายอยู่บนตักผม เห็นมือเธอที่กำรอบโคนช่วยประกอบจังหวะ เสียงดูดดังนัวเนียไปทั้งห้อง เธอดันควยเข้าลึกจนปลายจรดเพดานปาก แล้วกลืนลงไปอีกจนจมูกราบกับหัวหน่าวผม ผมหลุดปากครางออกมา “พี่อุ้ม… โอ๊ย… ผม…” มือเธอกุมอัณฑะผมไว้เบา ๆ แล้วบีบจังหวะกับที่ดูด รู้สึกเสียวจนปลายเท้างอ

“เรามาเย็ดกันที่โซฟาตัวนี้เลยดีกว่า” เธอเงยหน้าขึ้นพูดด้วยเสียงกระเส่า น้ำลายยังเปียกอยู่ที่มุมปาก เธอดึงกระโปรงตัวเองขึ้นจนเห็นก้นกลม ๆ เปลือยเปล่า ไม่ได้ใส่กางเกงในมาแต่แรก “พี่เตรียมตัวมาอย่างดีแล้ว เงี่ยนมาครึ่งวันแล้ว อยากโดนควยของน้องชายแทบขาดใจ” เธอถีบกระโปรงทิ้งข้างตัว แล้วหันหลังให้ผม คุกเข่าลงบนโซฟา แง้มก้นให้เห็นหีสีชมพูที่เปียกเยิ้ม ผมเห็นน้ำมันเยิ้ม ๆ ไหลย้อยลงมาตรงต้นขาเธอเป็นทาง

ผมขยับตัวเข้าไปข้างหลังเธอ คว้ามือทั้งสองข้างไปจับเอวเธอไว้ ปลายควยแนบไปกับร่องหีเปียก ๆ ของเธอ เธอส่งเสียงหายใจหอบถี่ ๆ แล้วใช้มือตัวเองแหวกหีให้กว้างขึ้น “เข้าเลย… เอาควยยัดเข้าไปเลย ไม่ต้องเกรงใจพี่” ผมดันสะโพกไปข้างหน้าช้า ๆ หัวควยค่อย ๆ แทรกเข้าไปในร่องร้อนชื้นที่เสียบแน่น ความรู้สึกมันแน่นและอุ่นจนแทบขาดใจ เธอร้องเสียงหลงออกมาเบา ๆ แล้วดันก้นมาหาผมเองจนควยมุดเข้าไปจนสุด โคนควยแนบสนิทกับเหนียงเธอ

เรานิ่งอยู่แบบนั้นสักครู่ เธอผ่อนลมหายใจยาว ๆ “อยู่นิ่ง ๆ แบบนี้… พี่ซาบซ่านมากเลย รู้สึกได้ทุกเส้นเลือดเลยนะ” เธอพูดแล้วหมุนก้นช้า ๆ กระตุ้นไอ้หนูข้างใน ผมกำเอวเธอแน่น แล้วเริ่มขยับสะโพกออกแล้วสอดกลับเข้าไปใหม่ช้า ๆ จังหวะแรก ๆ ก็ยังไม่ถนัดนัก แต่อีกสองสามทีมันเริ่มเข้าล็อก เธอโยกก้นมารับทุกจังหวะ เสียงเนื้อกระทบกันดังเพลาะ ๆ ระคนกับเสียงครางต่ำ ๆ ของเธอที่อัดอั้นอยู่ที่คอ

“เร็วขึ้นสิ… เอาให้สุดเลยครับน้องชาย” เธอขอร้องเสียงสั่น ผมเร่งจังหวะขึ้น ควยเสียบเข้า ๆ ออก ๆ ในหีที่เยิ้มจนน้ำมันไหลทะลักมาเลอะโคน เสียงเย็ดกันดังฉ่ำ ๆ ไปทั้งมุมร้าน ถ้าผ่านมาข้างนอกก็คงได้ยิน พี่อุ้มเอามือข้างหนึ่งยันพนักโซฟา แต่อีกมือจับเข้าที่ก้นตัวเองแล้วแหวกให้กว้างกว่าเดิม ผมมองเห็นรอยต่อระหว่างควยกับหีตอนที่ดันเข้าและถอนออก มันคือภาพที่ชัดจนจำไม่ลืม

ผมก้มลงไปที่หลังเธอ จูบไล้ตั้งแต่บ่าลงมาถึงกลางหลัง เหงื่อบาง ๆ กำลังผุดที่ผิวเธอ รสเค็ม ๆ ปลายลิ้น แต่กลับทำให้เงี่ยนหนักขึ้นกว่าเดิม เธอหันหน้ามามองผมแวบหนึ่งแล้วกลับไป ตามองน้ำตาเลือน ๆ “พี่จะแตกแล้วนะ… อย่าหยุด…” คำพูดเธอเหมือนตัวเร่งอารมณ์ ผมจับเอวเธอแน่นแล้วกระแทกแรงขึ้น เต็มแรงเหมือนอยากให้เธอจดจำฝีมือผมไปอีกนาน เสียงเธอร้องโหยหวนเบา ๆ ฟังดูสะใจแปลก ๆ

เธอเกร็งทั้งตัว นิ้วมือจิกที่หนังโซฟาจนเล็บขูดเป็นรอย เธอถึงจุดสุดยอด ร่างสั่นเทา ๆ หีบีบรัดควยผมแน่นจนแทบขยับต่อไม่ได้ ผมกัดฟัน กระแทกอีกสองสามทีสุดแรงแล้วปล่อยเสียวสุดท้าย ผมกอดเอวเธอแน่น แล้วหลั่งในนั้นจนรู้สึกวูบไปทั้งตัว มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ได้รู้สึกมานานแบบนี้จริง ๆ ตัวเกร็งแข็งค้างอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะคลายลง

เราล้มตัวลงนอนกอดกันบนโซฟาแคบ ๆ ลมหายใจยังไม่ทันหายดี เสียงโทรศัพท์มือถือของพี่อุ้มก็ดังขึ้น มันสั่นอยู่บนโต๊ะ เห็นชื่อบนหน้าจอเป็นชื่อลูกชายของเธอ เธอรีบลุกขึ้นนั่ง ปาดเหงื่อที่หน้าผาก แล้วทำเสียงปกติรับสาย “ว่าไงจ๊ะ… อยู่ที่ร้านจ้ะ อีกแป๊บหนึ่งแม่กลับบ้านแล้ว” ผมนอนมองเธอสลับกับเพดานร้านเก่า ๆ ความรู้สึกมันซับซ้อนขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงเด็กนั่นเรียกว่าแม่ ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ากำลังนอนอยู่กับภรรยาของญาติห่าง ๆ ที่เพิ่งเสียสามีไปเมื่อปีก่อน

พี่อุ้มวางสายแล้วหันมาทางผม ยิ้มแห้ง ๆ “คงไม่ว่ากันหรอกนะ ที่พี่เผลอมา…” เธอหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วถอนหายใจ “สองอาทิตย์มานี้ พี่นอนไม่หลับ จะเอามือตัวเองก็ไม่สุด เพราะคิดถึงแต่ว่าอยากโดนเสียที น้องเป็นคนดีที่ช่วยพี่ไว้” คำพูดเธอมันทั้งปลอบใจทั้งทิ่มแทงในเวลาเดียวกัน ผมอยากถามอะไรอีกหลายอย่าง แต่นึกภาพหน้าลูกชายเธอที่เคยวิ่งเล่นอยู่ในร้านตอนผมมาส่งของ มันติดตาอยู่ตรงนั้น

“แล้วเรื่องนี้…” ผมเอ่ยขึ้น ยังพูดไม่จบ เธอก็ยื่นมือมาบีบแขนผมเบา ๆ “เรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเราสองคน ใครไม่ต้องรู้ พี่ไม่อยากให้วุ่นวายไปกว่านี้” เธอลุกขึ้นเดินไปหยิบกระโปรงมาสวม แล้วชะงักกึกตรงประตู “แต่น้องชาย… ถ้าอยากเจอกันแบบนี้อีก พี่ไม่ว่าหรอกนะ… ห้างนี้มันเปิดดึกทุกคืนอยู่แล้ว”

เสียงดังเอี๊ยดของประตูร้านเก่าดังออกมาหลังจากพี่อุ้มเดินจากไป ผมนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตัวนั้น แอร์เก่าของห้างครางฮัมเป็นเสียงเดียวกับที่เคยได้ยินตอนเด็ก ๆ ที่มานั่งรอแม่ซื้อของ โคนขายังมีรอยเธอก่ายอยู่ ความเสียวที่เพิ่งผ่านไปมันยังไม่ทันจาง แสงนีออนนอกกระจกส่องเข้าไปกระทบพื้นหินขัดสีซีดจนเห็นฝุ่นปลิว ตอนนั้นผมไม่มีคำพูดอะไรเลย สมองมันจดจำแต่สัมผัสของเธอ และตรงนั้นเองที่ผมรู้ตัวว่ามันไม่ควรเกิดขึ้น แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วและผมก็อยากให้มันเกิดขึ้นอีก

หลายอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมนอนไม่หลับ พลิกตัวไปมาเสียงดังจนคนข้างห้องทัก งานส่งของที่เคยทำมันก็ดูไร้สาระไปหมด มือตัวเองที่เอาแต่จับควยของผมตอนนอนคิดถึงเธอมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้หาย ทุกครั้งที่หลับตาลงภาพร่างอวบอิ่มในชุดทำงานสีเข้มก็ลอยเข้ามา ผมไม่เคยเงี่ยนกับใครขนาดนี้มาก่อน ไม่ใช่แค่ความต้องการทางกาย แต่เป็นความรู้สึกผิดที่ยิ่งกระตุ้นให้เสียวเข้าไปทุกที อยากกลับไปหาห้างเก่านั้นอีก แต่ไม่รู้ว่าจะไปด้วยเหตุผลอะไร กระทั่งบ่ายวันหนึ่ง เจ้าของร้านโทรมาบอกว่ามีของค้างส่งที่ห้างศรีธรรม ผมรับปากไปทั้งที่ใจเต้นแทบจะทะลุอก

รถมอเตอร์ไซค์คันเก่าจอดที่ลานจอดรถเดิม มันเป็นห้างเก่าที่แทบจะไม่มีคนเดินแล้ว มีเพียงร้านขายยาสมัยโบราณ ร้านตัดผม และร้านของพี่อุ้มที่ยังเปิดไฟอยู่ ผมเดินไปที่ร้านส่งของตามที่ได้รับมอบหมาย เสร็จธุระแล้วก็พยายามจะเดินกลับ แต่ขาก็พาตัวเองเลี้ยวไปหน้าร้านของเธอ ไฟในร้านสว่างจ้า แต่ประตูเปิดครึ่งหนึ่ง ผมแอบมองเข้าไปเห็นเธอนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ ก้มหน้ากดโทรศัพท์มือถือ สีหน้าเหมือนคนที่ไม่ได้นอนมาหลายคืน

จังหวะที่ผมกำลังลังเลว่าจะเดินเข้าไปดีหรือไม่ เสียงเธอก็พูดขึ้นลอย ๆ ว่า “ยืนอยู่ตรงนั้นทำไมล่ะ เข้ามาสิ” ผมสะดุ้งทั้งตัว เธอเงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มบาง ๆ เหนื่อย ๆ “พี่เห็นเงานายตั้งแต่เดินมาถึงหน้าร้านแล้ว” เธอลุกขึ้นปิดป้ายเปิด-ปิด แล้วดึงมู่ลี่ลงครึ่งหนึ่ง “พี่เพิ่งคุยกับลูกชายเสร็จ บอกว่าคืนนี้แม่อยู่เฝ้าร้าน” เธอพูดพลางเดินมาหาผม มือบางวางบนหน้าอกผม “นายมาเพราะคิดถึงพี่ใช่ไหม” ผมตอบอะไรไม่ออก แต่ร่างกายผมตอบแทนด้วยการดึงเธอเข้ามากอดจนแน่น

มันเกิดขึ้นอีกครั้งบนโซฟาตัวเดิม คราวนี้เร็วและรุนแรงกว่าเดิม พี่อุ้มถอดเสื้อผ้าออกเองแล้วนั่งคร่อมตัวผม เธอจับควยผมสอดเข้าที่หีของเธอที่เปียกโชกมาตั้งแต่เห็นผมเดินเข้ามา เสียงครางของเธอปนกับเสียงลมหายใจที่สั่นระริก “พี่เงี่ยนมาตั้งหลายวันแล้ว” เธอกระซิบข้างหูผมขณะที่สะโพกขยับลงมา ผมจับเอวเธอพลิกตัวลงไปนอน แล้วกระแทกเข้าไปแรง ๆ ทุกจังหวะมันสะท้านไปถึงก้นบึ้งของความเสียว หีของเธอ ร้อนและรัดแน่นเหมือนครั้งแรกที่เจอกัน ผมก้มลงไปซุกคอเธอแล้วพูดว่า “ครั้งนี้… ครั้งนี้ผมไม่ปล่อยแล้ว” เธอกระชับขารอบเอวผมตอบแทน แล้วก็มีเสียงดังจากประตูหลังร้าน…เสียงเด็กร้องเรียก “แม่!”

เด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ ยืนกึ่งหลบอยู่หลังประตูที่แง้มไว้ เขามองเห็นแม่ของตัวเองนอนเปลือยอยู่ใต้ร่างผู้ชายที่ไม่ได้ใส่เสื้อ มือเขาจับกระเป๋านักเรียนแน่นแล้วร้องไห้ออกมาเสียงดัง พี่อุ้มร้องกรี๊ดแล้วผลักผมออกแทบจะทันที ผมแทบไม่รู้จะเอาหน้าไว้ตรงไหน รีบคว้าเสื้อมาสวมในขณะที่เธอวิ่งไปกอดลูกชาย “ลูก… แม่ขอโทษ แม่ขอโทษ” เสียงเธอสั่นจนฟังแทบไม่ออก แต่เด็กคนนั้นก็แค่ร้องไห้สะอึกสะอื้นถามซ้ำ ๆ ว่า “แม่ทำอะไรอยู่” ผมยืนแข็งทื่ออยู่หน้าร้าน เหงื่อแตกพลั่ก อยากจะวิ่ง แต่ขาเจ็บไปหมดเพราะความเขินอายมันทิ่มแทงลึกกว่าความเสียวที่เพิ่งได้ไปไม่รู้เท่าไหร่

“พี่ขอร้อง… กลับไปก่อนเถอะ” พี่อุ้มหันมาพูดกับผมทั้งน้ำตา ผมก้มหน้ารับแล้วเดินออกจากร้านไปอย่างคนเสียตัว ก้าวแรกที่พ้นประตู ผมวิ่งจนเกือบไม่ทันหายใจ ปลายทางคือรถมอเตอร์ไซค์คันเดิมที่จอดอยู่กลางลานจอดห้างเก่า ผมนั่งอยู่บนเบาะรถเป็นสิบนาที มือสั่นจนกุญแจรถใส่ไม่เข้า เสียงลมที่พัดผ่านห้างร้างในยามเย็นมันดังเหมือนเสียงร้องของความผิดที่ตามมาทวง ผมอยากกลับไปขอโทษ แต่พอคิดถึงหน้าเด็กน้อยคนนั้นก็เหมือนถูกอะไรบางอย่างตบหน้า เหตุการณ์ตรงนั้นไม่ใช่แค่ความเงี่ยนหรือความเสียวอีกต่อไป มันคือความจริงที่โหดร้ายกลับมาเจอหน้าร่างที่แท้จริงของมัน

ไม่กี่วันต่อมา ผมได้ยินจากป้าแถวบ้านว่าพี่อุ้มย้ายออกจากห้างไปอยู่ในบ้านพักหลังเล็กย่านชานเมือง ไม่ได้ติดต่อใคร ไม่แม้แต่จะเปิดร้านขายของ ผมส่งข้อความไปขอโทษหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนที่เธออ่านหรือตอบกลับ กระทั่งหมายเลขโทรศัพท์ของเธอก็ปิดไปในที่สุด ผมต้องอยู่กับความรู้สึกผิดนั้นเป็นเวลานาน ทำงานไปเหมือนเดิม แต่คืนไหนที่นอนคิดถึงภาพเมื่อคืนนั้น ทั้งภาพเสียว ๆ ที่ปนกับภาพเด็กคนนั้นร้องไห้ มันวนเวียนซ้ำ ๆ จนผมต้องเก็บมันเข้าไปไว้ในลิ้นชักลึกของความทรงจำ

ประมาณปีกว่า ๆ หลังเหตุการณ์นั้น ผมบังเอิญไปเจอพี่อุ้มที่ตลาดนัดแถวชานเมือง เธอใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้า นั่งขายของอยู่หน้าร้านค้าเล็ก ๆ ดูเหมือนชีวิตกลับมาเริ่มต้นไหมอีกครั้ง ข้าง ๆ เธอมีผู้ชายคนหนึ่ง – หน้าตาธรรมดา ๆ อายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม กำลังช่วยยกของวางบนชั้น แล้วก็มีเด็กชายตัวเล็กคนนั้นวิ่งเล่นอยู่หลังร้าน หัวเราะเสียงดังเหมือนไม่ได้จำอะไรได้เลย ผมเดินผ่านหน้าร้านไปด้วยความหวั่น ๆ สายตาเราเกือบจะสบกัน แต่พี่อุ้มก็ก้มหน้ากดเครื่องคิดเลขของเธอทันที เหมือนกับว่าผมคือลูกค้าคนหนึ่งที่เดินผ่านไปอย่างไร้ความสำคัญ

สุดท้ายผมก็แค่เดินออกมากจากตรงนั้น ยืนสูดลมหายใจลึก ๆ ที่ลานจอดรถของตลาด แล้วมองขึ้นไปบนฟ้า ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจ เห็นเธอเริ่มต้นใหม่ได้ก็รู้สึกโล่งใจ แต่อีกใจหนึ่งก็อดคิดไม่ได้ว่าเราเคยอยู่ในจุดนั้นตลอดระยะเวลาหนึ่งโดยที่ไม่มีใครรู้จักเรื่องนี้จริง ๆ นอกเสียจากเราสองคน ความลับที่ผูกติดกันด้วยคำว่า “เย็ด” ที่กลายเป็นบาดแผลที่เราไม่เคยเอ่ยปากให้ใครฟัง ทั้งผมและเธอ ทั้งที่เริ่มต้นมาจากความเหงา ความต้องการของร่างกาย และห้างเก่าที่รอวันจะถูกรื้อทิ้งไปพร้อมความทรงจำพวกนั้น

คนเรามักจะโหยหาความเสียวที่มันผิดทำนองคลองธรรม บางครั้งก็แค่เพราะมันเป็นสิ่งต้องห้าม จนไม่ทันคิดว่ามันจะมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ เย็นวันนั้นที่ห้างศรีธรรม ผมได้เรียนรู้อะไรที่หนักหนากว่าความสุขเพียงชั่วครู่ นั่นก็คือการทำร้ายคนที่เราอาจจะไม่ได้รัก แต่อย่างน้อยก็ควรจะเคารพการตัดสินใจของเขา เกษียณเรื่องนี้ไว้แค่นั้นเถอะนะครับ เรื่องนี้ไม่มีใครต้องรู้และก็ไม่มีใครควรจะยึดถือเป็นแบบอย่าง ผมเองก็แค่คนหนึ่งที่เคยเดินหลงเข้าไปในเส้นนั้น แล้วก็หวังว่าใครก็ตามที่ฟังอยู่ จะไม่มีวันต้องยืนอยู่ที่จุดที่ผมเคยยืน

ห้างศรีธรรมโดนทุบทิ้งจริง ๆ ตามที่ใครเขาพูดกัน ผมขับรถผ่านตอนเย็นวันหนึ่ง เห็นรั้วสังกะสีกั้นรอบกองเศษหินกับเหล็กเส้นที่ทับถมกันเป็นภูเขา เสียงปั้นจั่นค่อย ๆ ทุบกำแพงลงมาทีละท่อน มันทำให้ความทรงจำแล่นกลับมาวูบหนึ่ง ที่ตรงนั้นเคยมีผมกับพี่อุ้มนอนกอดกันอยู่บนพื้นกระเบื้องเย็น ๆ ตอนที่ความเงี่ยนพาเราไปไกลกว่าความคิด เสียงคราง เสียงเนื้อกระทบกันดังอยู่ในหัวแวบหนึ่งแล้วก็เงียบไป ความเสียวที่เคยชวนให้เมินทุกสิ่งรอบตัว ตอนนี้มันกลับกลายเป็นแค่ความจริงที่แห้งแล้งและไร้ซึ่งความหมาย เราทำร้ายคนคนหนึ่งด้วยความเห็นแก่ตัว แม้แต่หีของเธอที่เคยร้อนแรงรองรับควยของผมในค่ำคืนที่เราทั้งคู่รู้อยู่แก่ใจว่ามันผิด ก็ไม่เคยเป็นคำตอบของความเหงาได้เลยแม้แต่นาทีเดียว การได้เย็ดกันบนห้างร้างมันให้อะไรแค่ความตื่นเต้นชั่วคราว พอไฟดับเมื่อไหร่ทุกคนก็ต้องกลับไปเผชิญหน้ากับความเป็นจริงของตัวเอง ผมเองกว่าจะเรียนรู้ว่าต้องอยู่กับตัวเองให้ได้ก่อนถึงจะกล้าสัมผัสใครเขา ก็ต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดอยู่นาน ผมไม่รู้ว่าพี่อุ้มจะจำเรื่องนี้ได้แค่ไหน ถ้าเธอกำลังนั่งฟังเรื่องนี้อยู่ที่บ้านกับสามีและลูก ขอให้รู้ไว้ตรงนี้ด้วยว่า ผมจ่ายกับบทเรียนนี้ไปจนถึงทุกวันนี้ และใครก็ตามที่ฟังเรื่องนี้อยู่ อย่าได้ลองกับคนที่เขายังไม่พร้อมเลย เพราะรสชาติของสิ่งที่ผิดมันหวานตอนแรก แต่ขมจนต้องแบกไปตลอดชีวิต

ตลาดนัดวันพฤหัสตอนเย็น ผมเดินซื้อกับข้าวอยู่ดี ๆ ก็สะดุดตากับผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนเลือกผักอยู่กับเด็กผู้ชายตัวน้อย เธอหันมาพอดี ผมจำหน้าเธอได้ทันที พี่อุ้ม ผมยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอก็ยิ้มให้บาง ๆ แล้วพยักหน้าแทนคำทักทาย ไม่มีคำพูดอะไรระหว่างเรา มีเพียงเด็กน้อยที่ดึงมือเธอให้รีบไปซื้อขนม เธอหันหลังให้ผมพร้อมกับดึงฮู้ดเสื้อกันหนาวขึ้นคลุมหัว มันเป็นภาพที่ทำให้ผมโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เธอดูมีความสุขดี มีครอบครัว มีรอยยิ้มที่ไม่ได้มีเงาของคืนนั้นหลงเหลือเลยแม้แต่น้อย ผมยืนมองเธอเดินไกลออกไปจนลับตา แล้วก็ก้มหน้ากลับไปจ่ายค่างวดผักที่ถืออยู่ในมือด้วยรอยยิ้มที่ผุดขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว

คืนนั้นผมนอนไม่หลับ แต่ไม่ใช่เพราะความเงี่ยนหรือคิดถึงว่าร่างของเธอจะร้อนแรงแค่ไหนตอนที่เราเย็ดกันบนพื้นห้างร้าง ผมแค่นอนทบทวนกับตัวเองว่าระหว่างทางที่ผ่านมา มันมีหลายครั้งที่ผมเกือบจะโทรหาเธอ ตอนที่เหงาจนอยากได้ยินเสียงคนที่เคยเสียวด้วยกัน แต่โชคดีที่มือเรามันหยุดก่อนจะกดปุ่มโทรออกเสมอ เพราะสุดท้ายเราต่างก็รู้ดีว่าสิ่งที่เราทำลงไปมันไม่ได้เกิดจากความรัก มันเป็นเพียงการเติมเต็มให้กับช่วงเวลาที่ทั้งคู่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ทุกครั้งที่ควยของผมแข็งตัวด้วยความคิดถึงหีเธอ มันก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวว่า “พอเถอะ” และนั่นคือเหตุผลที่วันนี้ผมยังเดินอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง ไม่ได้ไปทำร้ายใครเพิ่มอีกคน

หลายปีผ่านไป ผมเองก็มีครอบครัว ภรรยาที่รักเรา และลูกชายที่กำลังซนจนแทบเอาอยู่ไม่ไหว บางคืนหลังลูกหลับ ผมนอนกอดภรรยาแล้วรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่มันต่างกันลิบลับกับความเสียววาบที่เคยมีในห้างศรีธรรม ผมไม่เคยเล่าเรื่องพี่อุ้มให้ภรรยาฟังเลยสักคำ และไม่คิดว่าจะต้องเล่า เพราะบางเรื่องมันก็เหมาะที่จะเก็บไว้เป็นบทเรียนมากกว่าความทรงจำที่ต้องแบกเอาไว้ ความลับที่ผมเก็บไว้คนเดียวมันสอนให้ผมรู้จักคุณค่าของคำว่า “ครอบครัว” และทำให้ผมเข้าใจว่าการได้เย็ดกับใครสักคนมันไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่ากับการได้นอนกอดเขาไว้ด้วยความรู้สึกปลอดภัยทั้งสองฝ่าย ถ้าคุณกำลังฟังเรื่องนี้อยู่และกำลังคิดจะก้าวข้ามเส้นกับใครที่เขายังไม่พร้อม ขอให้หยุดคิดก่อนหนึ่งนาที แล้วถามตัวเองว่าคุณพร้อมจะแบกรับน้ำหนักของความผิดนั้นไปอีกนานแค่ไหน เพราะแม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหน บาดแผลที่เราสร้างไว้กับใครบางคนมันจะยังคงอยู่ และบางทีสิ่งที่เราต้องแลกกับความเสียวเพียงชั่วคราวก็คือความสงบในใจของเราที่จะไม่กลับมาอีกเลยตลอดชีวิต

ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM