เรื่องเสียว โดนหลานชายป้าจับเย็ดหี “พี่ขา…อย่าเพิ่ง…โอ้ยย…หนูเสียว..”
ฉันจำได้แม่นว่าวันนั้นเป็นเย็นวันเสาร์ ฟ้าหลังฝนโปรยปราย ท้องทุ่งข้างทางเป็นสีเขียวสดจนแสบตา ฉันเพิ่งลงจากรถตู้ที่คิวสุดท้ายปลายทาง พร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าใบเดียวกับหัวใจที่หนักอึ้งยิ่งกว่าสัมภาระทั้งหมด
การหนีออกมาจากกรุงเทพฯ ในสภาพที่เพิ่งถูกผู้ชายคนหนึ่งทิ้งกลางงานแต่งของเพื่อนร่วมรุ่น มันไม่ใช่การ “ไปพักใจ” หรอกนะ มันคือการยอมแพ้ชั่วคราว แล้วก็ไม่คิดจะสู้กับอะไรทั้งนั้น
ป้ารำไพรับฉันไว้เหมือนลูกหลานที่กลับมาจากแดนไกล แกเปิดประตูเรือนไม้เก่าให้ฉันเข้าไปนอนกลิ้งทั้งน้ำตาโดยไม่ถามอะไรแม้แต่คำเดียว รู้แต่ว่าแกอยู่บ้านสวนคนเดียว แถมมีหลานชายมาช่วยเฝ้าสวนกับดูแลวัวควายให้
ฉันเจอเขาในเช้าวันรุ่งขึ้น ชายร่างสูง ผิวเข้มเพราะตากแดดทั้งวัน ใส่เสื้อกล้ามสีดำกับกางเกงขาสั้น สะพายข้องปลาเดินลุยน้ำมาจากหลังบ้าน เขาเป็นคนเงียบๆ ยิ้มมุมปากให้ฉันเหมือนเราไม่ใช่คนแปลกหน้ากัน
“เขยิบมานั่งตรงนี้ สายลมมันจะโกรกหลังให้หายร้อน”
แค่นั้นแหละ ฉันก็รู้สึกเหมือนมีใครสักคนเปิดหน้าต่างให้หัวใจได้หายใจอึดหนึ่ง
ช่วงแรกฉันทำตัวกลมกลืนไปกับบรรยากาศบ้านสวน ตื่นเช้ามาเก็บไข่ไก่ หุงข้าวให้ป้ารำไพ แล้วก็ช่วยเขาตักน้ำรดแปลงผักหลังบ้าน เขาไม่ค่อยชวนคุย แต่เวลาเขามองมา หางตาเขาจะยิ้มก่อนทุกครั้ง
“เมื่อคืนยุงกัดไหม” เขาถามขณะนั่งไสหัวปลีอยู่บนแคร่ไม้ไผ่
“นิดหน่อย”
“เดี๋ยวเย็นๆ จะพาไปตัดตะไคร้หอมกับใบเตยมาก่อไฟไล่ยุง”
ฉันมองเขาตอนนั้น เขาเงยหน้าขึ้น แสงแดดอ่อนๆ ตกกระทบไหปลาร้า ดูกว้างและแน่น ผ่านเสื้อกล้าม ขนแขนบางๆ สีเข้มขึ้นเป็นเงา… ฉันเผลอกลืนน้ำลายตัวเองเบาๆ
ความรู้สึกแปลกๆ ตอนนั้นไม่ใช่ความหวั่นไหวแบบเด็กสาว แต่มันเป็นอาการของผู้หญิงคนหนึ่งที่เริ่มรู้ตัวว่า “ยังมีชีวิต”
ตกเย็นเราเดินลัดเลาะไปที่ชายบึงหลังสวน เขาเดินนำ ฉันเดินตาม กลิ่นดินเปียกกับกลิ่นใบไม้เน่ารางๆ ลอยมาเป็นระยะ เขาช่วยดึงแขนฉันไว้ตอนก้าวข้ามคันบัวที่ลื่น
มือเขากุมข้อศอกฉันแน่น อุ่นจนฉันเสียวที่หน้าท้อง
“ค่อยๆ” เสียงเขาต่ำ แต่ฟังชัดในความเงียบ
ฉันเงยหน้าไปมองเขาใกล้ๆ ครั้งแรก เห็นขนตาหนาเป็นแพ เห็นรอยแผลเล็กๆ ตรงสันคิ้ว และเห็นว่าฟันหน้าเขาซี่หนึ่งเบี้ยวนิดๆ ยามยิ้ม มันกลับยิ่งทำให้เขาน่ามอง
คืนนั้นเราก่อไฟไล่ยุงกันหน้าบ้าน ฉันนั่งบนแคร่ สองเข่าชัน กระโปรงผ้าฝ้ายสีอ่อนขยับขึ้นมาเหนือเข่าเล็กน้อย เขานั่งพิงเสาเรือน มองไปที่เปลวไฟเงียบๆ
“พี่ไม่ถามเหรอว่าหนูหนีอะไรมาจากกรุงเทพฯ”
เขาหันมามองฉันครู่หนึ่ง ก่อนยักไหล่เบาๆ
“ถึงไม่ถาม หนูก็เล่าเอง ถ้ายังไม่พร้อมจะเล่า อยู่เงียบๆ ก็ได้”
ฉันหัวเราะทั้งน้ำตาคลอ ความรู้สึกปลอดภัยมันก่อตัวเงียบๆ แบบนั้นเอง
คืนต่อมา… ฝนเทลงมาอย่างบ้าคลั่งกลางดึก ฉันสะดุ้งตื่นจากความฝันร้ายเกี่ยวกับงานแต่งนั้น น้ำตาไหลพราก ภาพผู้ชายคนเดิมที่ยืนกอดผู้หญิงคนอื่นสดใสในชุดวิวาห์… แล้วฉันก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
“เป็นอะไรไหม”
เขาเปิดประตูเข้ามาโดยไม่รอให้ฉันตอบ ฉันไม่รู้ว่าตัวเองลุกขึ้นไปโผเข้ากอดเขาจริงๆ ตอนไหน รู้แค่ว่าอกกว้างนั้นรองรับฉันไว้ทั้งน้ำตา เขาไม่ได้กอดฉันกลับทันที ปลายคางฉันวางอยู่บนหัวไหล่เขา ลมหายใจเขาอุ่นรินลงที่ต้นคอ
“ร้องออกมาเถอะ อย่าเก็บไว้”
ฉันเงยหน้าขึ้น มองหน้าคนตรงหน้าผ่านความสลัวของไฟฉายนอกชาน ความอบอุ่นจากอกเขาซึมเข้ามาในอกฉัน ริมฝีปากเราห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจผสมกลิ่นหลังฝนปะทะกันเบาๆ
“พี่…” ฉันกระซิบสั่น
เขาก้มลงช้าๆ เปิดทางให้ฉันถอยได้ทุกวินาที แต่ฉันกลับยิ่งเชิดคางขึ้นหาเขา
จูบแรกของเราช้าและลึก ลิ้นเขาอุ่นหนา ดันผ่านริมฝีปากฉันเข้ามาเหมือนคำปลอบที่ไร้เสียง ฉันหายใจทางจมูกแรงขึ้น มือทั้งสองข้างเลื่อนไปกอดรอบคอเขาแน่น
“อือ…” เสียงฉันครางเบาในปากเขา มือเขาไต่จากเอวฉันขึ้นมาแตะสะบักหลังผ่านเนื้อผ้าฝ้ายบางๆ ทุกปลายนิ้วที่สัมผัสทำให้ผิวฉันลุกซู่
เขาถอนจูบออก หน้าผากชนหน้าผากฉัน ตามืดวัลย์จ้องกัน
“พี่ไม่อยากให้หนูคิดว่าพี่ฉวยโอกาสตอนหนูอ่อนแอ”
ฉันตอบด้วยการดึงชายเสื้อเขาเข้าหาแล้วประทับริมฝีปากลงบนคอหอยที่กลืนน้ำลายเป็นจังหวะ มันเค็มอ่อนๆ ปนกลิ่นกายที่ต้องแดดและฝน
“ฉวยเถอะ… ถ้าหนูไม่อยากถูกฉวยมากกว่านี้” ฉันกระซิบราวละเมอ
เขาผลักร่างฉันลงนอนบนเสื่อที่ยังปูค้างไว้ ลมหายใจขาดห้วง มือใหญ่ยกขึ้นปลดกระดุมเสื้อฉันช้าๆ ทีละเม็ด เปลือยไหล่ขาวผ่องผิดกับมือเขา ฉันแอ่นอกขึ้นรับสายตาคมที่มองไล่จากคอหยักลึกมายังเนินทรวงในยกทรงลูกไม้สีเนื้อ
“สวย…” เขาพึมพำ มือข้างหนึ่งดันอกเสื้อฉันออกจากไหล่
“หน้าแดงแล้ว”
“พี่ขา…”
ริมฝีปากเขากดลงบนซอกคอฉัน ดุดูดเบาๆ จนฉันเอี้ยวตัวตามแรงเสียวแปลบที่แล่นลงถึงหว่างขา นิ้วเขาแกล้งแตะขอบยกทรงแค่ผิวเผิน ฉันแทบดิ้นเมื่อเขาก้มลงดึงสายบ่าลงช้าๆ พร้อมมองตาฉันตลอดเวลา
“อยากให้พี่แตะตรงไหน”
“ตรง…” ฉันกัดปากอาย ลากมือเขามากุมทรวงตัวเองผ่านผ้าบาง
เขายิ้มที่มุมปาก ปลดตะขอหลังเสร็จก็ดึงยกทรงออกจนหน้าอกเปลือยเปล่าสะท้านกับพัดลมเบาๆ หัวนมเล็กชันแข็งเป็นไต เขาก้มลงใช้ริมฝีปากเม้มยอดอกฉันช้าๆ ลิ้นวาดวนเป็นวง ฉันครางออกมาเป็นเสียงคร่ำครวญในลำคอ
“อา… อื้อ… ตรงนั้น…”
มุมปากเขายังเม้มดูดหนักขึ้น มืออีกข้างคลึงเส้นสะโพกฉัน รั้งชายกระโปรงขึ้นจนมิดหน้าขา นิ้วแตะริมผ้าตรงหว่างขา ลูบคลำผ่านเป้ากางเกงชั้นในที่ชื้นแฉะจนเนื้อผ้าแนบเนื้อ
“เปียกขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วใช่มั้ย”
ฉันพยักหน้าแรงพอๆ กับบีบไหล่เขา นิ้วเขาดันขอบกางเกงชั้นในหลบไปด้านข้าง สัมผัสกลีบเนื้อหวานฉ่ำของฉันโดยตรง
“โอ้ย… เสียว…”
เขาลูบนิ้วกลางขึ้นลงตามร่องเนื้อบางๆ ก่อนกดเบาๆ ที่จุดอ่อน เสียงน้ำรักมันดังจนฉันอยากมุดหน้าลงกับหมอน นิ้วเขาแทรกเข้าด้านในช้าๆ ฉันเผยอปากครางไม่ออก มีแต่อาการแขนขาเกร็ง
“พี่ขา…อย่าเพิ่ง…”
“อย่าเพิ่งอะไร” เขากระซิบร้อนข้างหู ปลายนิ้วขยับเข้าออกช้าเป็นจังหวะดึงอารมณ์ฉันให้แทบคลั่ง
“อย่าเพิ่งเอานิ้วออก…” ฉันแทบละอายกับคำพูดของตัวเอง
เขาเปลี่ยนเป็นสองนิ้ว กดลึกขึ้น หายใจฉันเป็นห้วงๆ ท้องน้อยเกร็ง น้ำรักเยิ้มมือเขา เขาเพิ่มจังหวะ มืออีกข้างบีบทรวงฉันสลับกับดูดยอดอกจนหลุดเสียง “อึก” จากคอฉันไม่ขาดสาย
“อยากให้พี่ทำอะไรต่อ บอกพี่สิ”
ฉันเงยหน้าขึ้น มองเห็นส่วนนั้นในกางเกงขาสั้นเขาตั้งตระหง่านเป็นสันยาว ผ้าบางจนเห็นเค้าโครงชัด จนฉันต้องเม้มปาก เอื้อมมือไปลูบผ่านเนื้อผ้า มันร้อนและแข็งจนนิ้วฉันสั่น
“อยากให้พี่…”
ฉันกระซิบต่อข้างหูเขาเบาๆ เขาหัวเราะเสียงต่ำ ดึงกางเกงออก ก่อนที่ควยยาวใหญ่จะกระเด้งขึ้นแตะหน้าท้องตัวเอง ฉันมองแทบไม่วางตาหัวใจเต้นจนได้ยิน
“มันใหญ่…”
“กลัวเหรอ”
“เสียวแทน…” ฉันกลืนน้ำลาย มือเล็กลูบจากโคนถึงปลาย จากนั้นก้มหน้าลงใช้ริมฝีปากจูบที่หัวบานช้าๆ ลิ้นปลายแตะร่องตรงส่วนหัว เขาสูดปากครางเบาในคอ มือทึ้งผมฉันไว้หลวมๆ
ฉันเพิ่มน้ำหนัก ครอบปากลงไปช้าๆ ลิ้นวนรอบปลาย ดูดเข้าออกเป็นจังหวะ ได้ยินเสียงเขาสบถเบาๆ ท้องแขนเขาเกร็ง
“เก่ง…เก่งจนพี่เสียวแล้ว”
“อึก…” ฉันรับลึกขึ้น น้ำลายยืดเยิ้ม ต้องเงยหน้าพักเมื่อกรามล้า เขารั้งตัวฉันขึ้น ยกขาเกลี่ยกลีบเนื้อแฉะด้วยปลายอวัยวะที่แข็งขึง แค่แตะก็เก็บเสียงครวญไม่อยู่
“จะเอาแล้วนะ…”
“ค่อยๆ… พี่…”
ปลายดันเข้ามาช้าๆ ทีละนิดจนฉันรู้สึกได้ถึงแรงกดแน่นตรงปากทาง ลมหายใจฉันขาดช่วง เกร็งท้องรอรับ มันยาวและหนาจนฉันเผลอร้อง
“อ๊าา…”
เขาดันจนสุด ฉันน้ำตาซึมที่ขอบตา ปากเผยอ ร่างกายโค้งตามแรง ผสมเสียวแปลบ มันไม่เหมือนผู้ชายคนไหนที่เคยรู้จัก
“เจ็บไหม” เขานิ่งค้างไว้ให้ฉันปรับตัว
“… ไม่เจ็บ แค่แน่น… ขยับได้แล้ว”
เขาเริ่มโยกช้าๆ ท่อนยาวถูกลึกในจังหวะสม่ำเสมอ มือสองข้างยึดสะโพกฉัน หน้าคมก้มมองจุดที่เชื่อมกัน ฉันเหลือบลงเห็นมันเข้าๆ ออกๆ เนื้อรักสีขุ่นขาวเปื้อนโคนควยเขาจนเงาแผล่บ
“พี่… ลึก…”
“ลึกถูกใจไหม”
“อื้อ… ถูกใจ… เสียวมาก…”
เขาผลักหนึบติดต่อกันจนแคร่ไม้ไผ่สั่นสะเทือน ฉันคว้าแขนเขาไว้ เสียงลมหายใจเราสลับกับครวญร้องยิ่งพาให้จังหวะเร่งขึ้น
“พี่จะเย็ดให้หนูลืมไอ้คนนั้นไปเลย…จำไว้… ว่าตรงนี้เป็นของใคร…”
“ของพี่… อ๊ะ… ของพี่… อา…”
เขายกขาฉันพาดบ่าข้างหนึ่ง องศาลึกเข้าไปจนฉันกรีดเบา หน้าอกกระเพื่อมซ้ำๆ มือเขาบีบหัวนมฉันประสานจังหวะกระทั้นในที่สุดฉันก็จะขาดใจ
“ใกล้แล้ว… พี่… หนูจะ… จะแตกแล้ว…”
“พร้อมกัน…”
ฉันเกร็งรอบเขาแน่นพาให้เขาครางเสียงทุ้ม โหมโยกไม่ยั้งแล้วกระแทกสุดตัวครั้งที่สิบห้า ทุกครั้งฟาดลงลึกจนฉันร้อง “อ๊ะ อ๊ะ” แบบไร้สติ แล้วจู่ๆ ร่างฉันก็สั่นสะท้านเหมือนสายไฟขาด
“อ้าาา… ไปแล้วว…”
น้ำรักพุ่งล้นออกมารอบโคนเขา ร่างฉันแอ่นเกร็งกอดไว้แน่น ขณะเขากดลงลึกสุดแล้วปล่อยน้ำอุ่นจัดเข้ามาภายใน มันซัดพล่านจนฉันรู้สึกทั้งตัวสั่นกระตุก ดวงตาเหลือแต่ภาพเลือนรางของเพดานเรือนไม้
เรานอนหอบแนบกันอยู่นาน เหงื่อผสมกัน แขนเขาโอบรอบเอวฉันไว้ไม่ยอมคลาย
“เป็นครั้งแรกบนเสื่อในเรือนเก่า กับผู้หญิงที่พี่แค่เห็นก็คิดว่าอยากดูแลมานานแล้ว…” เขากระซิบที่ขมับฉัน
ฉันพลิกหน้าเข้าไปซุกอกกว้างของเขา สูดกลิ่นกายอุ่นและหัวใจที่เต้นช้าลง รู้สึกเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนว่าความผิดหวังทั้งมวลมันห่างออกไปทุกที
“อยู่ต่อกับพี่ ไม่ต้องรีบกลับกรุงเทพฯ นะ…”
ฉันยิ้มทั้งน้ำตา จุมพิตที่รอยสักเล็กเหนือหัวใจเขาเบาๆ เช้าวันรุ่งขึ้นป้ารำไพยิ้มกรายมาเปิดประตู เห็นเรานั่งกินข้าวต้มหมูสับฝีมือฉันด้วยกัน แกไม่เซ้าซี้ ไม่แซว แค่ตักข้าวต้มชามที่สองให้เขายาวๆ
“ผักบุ้งข้างบึงกำลังงาม เย็นนี้ช่วยกันไปเก็บ ต้มผัดซีอิ๊วขาว”
เขารับคำแล้วหันมาสบตาฉัน เราต่างยิ้มให้กันกลายๆ ใต้กลิ่นควันเตาถ่านและสายลมที่เริ่มจะพัดเงาไม้ไผ่ทอดบนเรือนไม้อีกครั้ง
ฉันไม่รู้หรอกว่ารักใหม่ครั้งนี้จะยาวนานแค่ไหน แต่รู้แค่ว่าความอบอุ่นของมันกำลังเยียวยาส่วนที่แหลกสลายในใจฉันให้ประสานเข้าด้วยกันเงียบๆ
บางทีอาจจะไม่ต้องหาคำตอบให้ทุกอย่าง บางทีแค่ได้ตื่นมาเห็นคนที่ทำให้หัวใจเต้นแรงอยู่ตรงหน้า และได้จับมือกันเดินลงบันไดเรือนไม้ไปเก็บผักบุ้งในยามเย็น… มันก็เพียงพอแล้วสำหรับฉัน
จบ
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







