Sexy365bet Mahagame66 UFANANCE PANAMA888 Hydra888 sagame1688
RUAY LOTTOVIP

แม่หม้ายปลายนา เงี่ยนมานาน…เสียวจนน้ำพุ่งพล่าน

เรื่องเสียว แม่หม้ายปลายนา เงี่ยนมานาน…เสียวจนน้ำพุ่งพล่าน

พ่อใหญ่คำปันส่งข้ามาจากอุดรถึงเชียงใหม่ตั้งแต่อายุยี่สิบสาม งานแรกในชีวิตคือเด็กเดินเอกสารให้โรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้สักย่านสันกำแพง เงินเดือนห้าพันห้า อยู่ห้องเช่าสี่เหลี่ยมหลังตลาด กลางคืนว่างจนเหงา เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่กลับบ้านเมีย ตกเย็นหลังเลิกงานได้กินเหล้าขาวกับแกล้มลาบหมูอยู่หน้าร้านป้าเจียงแล้วก็กลับห้องนอนดูเพดานขึ้นรา ชีวิตวนอยู่อย่างนั้นปีกว่า

จนกระทั่งเดือนเมษายน พี่ช่างหล้าคนคุมไลน์ประกอบชวนไปเที่ยวดอยสะเก็ดช่วงสงกรานต์ “เอ็งไปเป็นเพื่อนอ้ายหน่อย เดี๋ยวได้เล่นน้ำสาว ๆ มันคึก” ผมไม่เคยปฏิเสธเรื่องเที่ยวอยู่แล้ว วันนั้นใส่เสื้อกล้ามสีขาวกางเกงขาสามส่วน รองเท้าแตะคีบ สะพายย่ามผ้าใบ ขับมอเตอร์ไซค์ซ้อนท้ายพี่หล้าไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน สองข้างทางเป็นทุ่งนาเขียวขจี กลิ่นดินกับน้ำคลองโชยมาแตะหน้าเหมือนบอกว่าวันนี้ชีวิตต้องมีอะไรดีขึ้น

งานสงกรานต์จัดที่ลานวัดประจำหมู่บ้าน ปะรำไม้ไผ่ผูกผ้าสีจัดจ้าน เครื่องเสียงเปิดเพลงลูกทุ่งหมอลำดังกระหึ่ม ผู้คนสาดน้ำกันเปียกทั้งตัวทั้งใจ หนุ่มสาวในหมู่บ้านแต่งกายด้วยเสื้อลายดอกสีสด ยิ้มแย้มแจ่มใส ผมยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ริมวง พี่หล้าหายวับไปกับเพื่อนเก่า ปล่อยให้ผมถือชามข้าวซอยมือจนเกร็ง สายตาเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ใต้ต้นฉำฉา กำลังปาดเหงื่อจากหน้าผากด้วยหลังมือ

แกเป็นผู้หญิงวัยสามสิบกว่า สูงราวศอกแขนผม ใส่เสื้อคอกระเช้าสีม่วงอ่อนผ้าซิ่นลายน้ำไหลยาวกรอมเท้า ผมดำขลับเกล้าเป็นมวยต่ำเปิดต้นคอขาวเนียน ใบหน้าเรียวรูปไข่ คิ้วเข้มดกเป็นธรรมชาติ ปากอิ่มสีคล้ำแบบคนกินหมากอ่อน ๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเหลือบมองรอบลานอย่างเงียบ ๆ ทรวดทรงสะโพกผาย ไหล่ลาด เอวคอดช่วงบนแล้วผายออกตรงเชิงกรานอย่างได้สัดส่วน ผ้ายังเปียกน้ำจากนั้นคงถูกสาดมาแล้วช่วงหนึ่ง เนื้อผ้ามันแนบกับผิวจนเห็นรอยชุดชั้นในสีขาวครีมทาบอยู่ใต้ร่มผ้า

ผมยืนมองอยู่นานผิดวิสัยคนขี้อาย จนพี่หล้าเดินสะกิด “น้องสนใจแม่บัวคำเหรอ เป็นแม่หม้าย ผัวตายได้สองปี มีลูกสาวติดคนหนึ่งอายุสิบขวบ อยู่ท้ายหมู่บ้าน มีที่ดินนาเก้าอยู่แปลงหนึ่ง” เสียงพี่หล้าลงท้ายด้วยหัวเราะหึ ๆ “สวยเนาะ ผู้หญิงแบบนี้เหมือนเหล้าเก่า ต้องดื่มให้เป็น”

ใจผมมันวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ยังไม่กล้าเข้าไปทัก ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา แต่อกข้างซ้ายมันเต้นแรงจนรู้สึกว่ามือไม้เริ่มเกร็ง คงเป็นบุญหรือโชคชะตาอะไรสักอย่าง ตอนบ่ายแก่ ๆ หลังพระสงฆ์สวดมนต์เสร็จ ชาวบ้านตั้งขบวนแห่กันไปรอบหมู่บ้าน ผมถูกพี่หล้าผลักเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ แม่บัวคำโดยบังเอิญ น้ำในขันเล็ก ๆ ของผมก็พอดีสาดเปื้อนแขนแก

“โอ๊ย ขอโทษครับพี่” ผมยกมือไหว้เร็ว ๆ แกหันมามองหน้าแล้วหัวเราะเบา ๆ เห็นฟันขาวเรียบเป็นระเบียบ “ไม่เป็นไรอยู่แล้ว เอ้า เจ้าหนุ่มมาจากไหน หน้าตาไม่คุ้นเลย” เสียงแกนุ่มเหมือนสำเนียงเหนือแท้ ๆ ลากเสียงยาวที่พยางค์ท้ายจนนุ่มหู “ผมมาจากอุดรครับ มาเป็นเด็กโรงงานที่พี่หล้า” แกพยักหน้าน้อย ๆ “อ๋อ ลูกน้องพี่หล้านี่เอง” แล้วแกละสายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าแวบหนึ่ง มีรอยยิ้มบางตรงมุมปาก “งั้นเที่ยวให้สนุกล่ะ อย่าเกร็ง”

จากวันนั้น ผมเก็บใบหน้าและเสียงของแกไว้ในหัวทุกคืน ทุกครั้งที่หลับตาเห็นแต่ผ้าซิ่นลายน้ำไหลแนบกับสะโพก เห็นเสื้อสีม่วงเปียกน้ำรัดรูปทรวงอกที่ตั้งอยู่ใต้เนื้อผ้า ผมไม่รู้ว่าเรียกอาการนี้ว่าอะไร รู้แต่ว่ามันคันยุบยิบอยู่กลางอกและลามลงต่ำถึงหน้าท้องทุกครั้งที่คิดถึงแม่บัวคำ

สองอาทิตย์ต่อมา ผมตัดสินใจอ้างพี่หล้าขอยืมมอเตอร์ไซค์ไปดอยสะเก็ดแต่เพียงลำพัง ใจหนึ่งก็กลัวทำตัวน่าเกลียด อีกใจก็อยากเห็นหน้าแกสักครั้ง นั่งรถวนอยู่เกือบชั่วโมงจนมาเจอบ้านไม้ยกใต้ถุนสูงหลังหนึ่ง มีต้นเฟื่องฟ้าขึ้นพุ่มใหญ่หน้าบ้าน ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยืนตำน้ำพริกอยู่บนแคร่ใต้ถุน ใส่เสื้อคอกระเช้าสีชมพูอ่อน ๆ ผ้าซิ่นลายตีนจกสีแดงเข้ม มวยผมต่ำแบบเดิม แกเงยหน้าขึ้นมองเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์ และยิ้มออกมาทันที “มาได้ยังไงล่ะ” น้ำเสียงแกไม่แปลกใจหนักหนา เหมือนรู้อยู่แล้วว่าสักวันผมจะโผล่มาหน้าบ้าน

“ผมมาเที่ยวครับพี่ พอดีวันหยุด…” ผมตอบตะกุกตะกัก แกหัวเราะในลำคอ “อืม มาเที่ยวแล้วจะไปไหนต่อล่ะ” ผมยืนเงียบ จนแกผายมือเชิญขึ้นบ้าน “ขึ้นมาก่อน เดี๋ยวแดดร้อนมาก” เนื้อไม้กระดานใต้ฝ่าเท้าเย็นเฉียบผิดกับอากาศภายนอก ใต้ถุนบ้านโปร่ง มีหมอนขิดเรียงอยู่หลายใบ หิ้งพระเล็ก ๆ ตั้งสูงทางทิศตะวันออก กลิ่นใบเตยกับข่าในครัวลอยมาจากชานหลังบ้าน

แม่บัวคำเสิร์ฟน้ำกระเจี๊ยบเย็น ๆ มาให้ แก้ผ้าสไบออกพาดไว้บนราวไม้ข้างบันได เผยให้เห็นต้นแขนเรียวเนียน เนื้อสีน้ำผึ้งอมแดงนิด ๆ ตอนนั่งลงตรงข้ามกัน ระยะห่างแค่ศอกกว่า ผมได้กลิ่นน้ำอบตะไคร้จากเรือนผมแกโชยมาเบา ๆ เวลาก้มเก็บใบตำลึงลงชาม แนวคอเสื้อเปิดกว้างจนเห็นร่องอกเบื้องบน และเสื้อชั้นในสีเนื้อเกาะอยู่กับทรวงอกเป็นทรงกลมแน่น

“พี่อยู่บ้านคนเดียวเหรอครับ” ผมถามเสียงสั่น แกเงยหน้าสบตาแวบหนึ่งแล้วตอบเรียบ ๆ “ลูกสาวไปอยู่บ้านยายช่วงปิดเทอม กลับอีกทีเสาร์นี้” ประโยคนั้นมันแวบผ่านหูไปแล้วทิ้งให้หัวใจเต้นแรงกว่าเดิม สภาพบรรยากาศทั้งบ้านเงียบสงัด มีแค่เสียงลมพัดใบไม้กับไก่คุ้ยเขี่ยอยู่ใต้ถุน ผมกลืนน้ำลายดังเอื๊อก แสร้งทำเป็นสนใจใบตำลึงในมือ

วันนั้นผมได้ช่วยแกหาบน้ำรดแปลงผักหลังบ้าน แกเดินนำไปตามคันดินแคบ ๆ ผ้าซิ่นตึงสะโพกทุกย่างก้าว ผมเดินตามหลัง มองเห็นเรียวขาขาวเนียนตั้งแต่ใต้หัวเข่าลงไปจนถึงข้อเท้า แก้มก้นกระทบกันเบา ๆ ใต้ร่มผ้าเป็นจังหวะ ผมต้องแสร้งก้มลงไปดึงหญ้าข้างทางเพื่อซ่อนความเกร็งของเป้ากางเกง

คืนนั้นนอนห้องเช่า เงานึกหน้าอกแก มือนึกถึงผิวแขนแก แล้วเลื่อนมือล้วงกางเกงในตัวเองจนเสร็จกิจแบบไม่มีสมาธิจะคิดอย่างอื่น

เสาร์ต่อมา รู้จากแกว่ายังต้องไปตัดอ้อยริมแปลงนาที่อยู่ห่างหมู่บ้านออกไป ผมออกปากขอช่วยแต่เช้าตรู่ แกไม่ปฏิเสธ เพียงแต่ยิ้มมุมปากแบบคนเข้าใจอะไรบางอย่าง พอไปถึงแปลงนา สองข้างทางเป็นอ้อยสูงพ้นหัวคน แสงแดดรำไรทะลุใบลงมา ผมใส่เสื้อม่อฮ่อมแขนยาว กางเกงขาก๊วย แกใส่เสื้อคอกระเช้าสีเขียวอ่อน ผ้าซิ่นเก่าลายขวางมิดเข่า รวบชายผ้าเหน็บเอวไว้หลวม ๆ ให้คล่องตัว เวลาก้มตัดอ้อย แก้มก้นและขาอ่อนแวบ ๆ เปิดให้เห็นเนื้อขาวนวล ต้นขาเรียวผายขึ้นไปถึงโคนก้นเนียนเรียบใต้แสงแดดอ่อน

เหงื่อเราไหลย้อยตามไรผม แกหันมายิ้มเหนื่อย ๆ “เหนื่อยไหมพ่อหนุ่ม” ผมส่ายหน้า ดันตัวเข้าไปช่วยแกยกมัดอ้อย ร่างกายสัมผัสกันเล็กน้อยช่วงหัวไหล่ ผิวแกเย็นนิด ๆ ทั้งที่อากาศร้อนระอุ หัวใจผมเต้นดังจนกลัวแกได้ยิน ตกเที่ยงแกชวนไปนั่งกินข้าวใต้ต้นมะม่วงใหญ่ มีห่อข้าวเหนียวและแจ่วบองใส่ถ้วยใบเล็ก แกนั่งพิงโคนต้นไม้ เหยียดขาไปข้างหน้า ผ้าถุงเลิกขึ้นจนเห็นเข่าเปลือย ผมมองต้นขาแกแล้วเผลอกลืนน้ำลายดัง ถามแกลอย ๆ ว่าอากาศร้อนไหม แกตอบสั้น ๆ “ร้อน แต่มันก็ต้องทนเอา”

แล้วแกก็ใช้ชายเสื้อปาดเหงื่อที่ซอกคอ เผยให้เห็นทรวงอกอกหนึ่งถูกเสื้อชั้นในรัดตรึงอยู่ใต้ผ้าสีเขียวบาง ๆ อกตูมกลมแน่น มีรอยเปียกเหงื่อเป็นวงจางตรงร่องอก ผมหลบสายตาแทบไม่ทัน แกมองมาพอดี “มองอะไรเปล่า” เสียงแกแฝงแววขำมากกว่าดุ “เปล่าครับ มองแปลงอ้อย” ผมตอบหน้าตาเกร่อ แกหัวเราะเบา ๆ ผ่อนลมหายใจยาว

บรรยากาศเงียบลงชั่วอึดใจหนึ่ง จนจู่ ๆ แกเอ่ยเสียงเรียบ “เป็นหนุ่มยี่สิบสามยี่สิบสี่ ไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนบ้างเหรอ” ผมแก้เก้อ “ยังครับ ทำงานอย่างเดียว” แกพยักหน้า “แบบว่าดีแล้ว จะได้ไม่ต้องมีภาระเร็ว” แล้วแกก็ถอนหายใจต่ำ ๆ พลางพูดเหมือนรำพึง “มีผัวก็ยังเหมือนไม่มี อยู่คนเดียวสงบปากสงบคำดีกว่า” ผมจับน้ำเสียงแกได้ว่ามีบางอย่างเจ็บปวดฝังอยู่ลึก ๆ

บ่ายวันนั้นเราไปตักน้ำที่คลองเล็กท้ายแปลงนา แกชวนล้างหน้า ผมถอดเสื้อออกผูกเอว เดินลงไปยืนในน้ำลึกประมาณเข่า แกยืนริมตลิ่ง พอนานไปแกก็ถลกผ้าซิ่นขึ้นเหนือเข่าแล้วเดินลุยลงมาในน้ำเย็น ๆ ผิวขาแกโดนน้ำเป็นมันวับ ผมเห็นโคนขาหนีบแนบกันใต้ผ้าซิ่นเปียกเป็นรอยชัด น้ำใสระดับหัวเข่าสะท้อนเงาเรียวขาเหมือนชวนให้มองไม่รู้จบ

เราเล่นน้ำกันเหมือนเด็ก ๆ ผลักน้ำใส่กันเบา ๆ จนเสื้อแกเปียกโชกเต็มตัว เนื้อผ้าซีดบางแนบกับผิวทรวงอกจนเห็นโครงเสื้อชั้นในและปุ่มอกตั้งเป็นไตชัดอยู่ตรงผ้าบาง ผมจ้องลืมตัวอีกครั้ง แกไม่ดุ แต่กระแอมเบา ๆ แล้วพูดยิ้ม ๆ “เอ็งนี่นะ” พร้อมเอามือเสยผมตัวเองขึ้นแล้วบีบน้ำออก แผ่นอกกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหายใจ

“พี่ครับ” ผมเรียกแกเสียงเบา “ผมชอบพี่จริง ๆ นะ” มันหลุดออกมาจากปากทั้งที่สมองยังสั่งห้าม แกมองหน้าผมนิ่ง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องลึกเข้าสู่ตาผม เหมือนจะชั่งดูความจริงใจ “ชอบแบบไหน” แกถาม ผมนิ่งไปสามวินาทีแล้วตอบ “ชอบแบบผู้ชายชอบผู้หญิง” อากาศรอบตัวเงียบสนิท เสียงน้ำไหลกระทบก้อนหินกลบเสียงหัวใจเต้นไม่มิด

แกไม่ตอบทันที แต่เดินออกจากน้ำขึ้นฝั่ง ผมเดินตามห่าง ๆ ใจคอเสียแล้วว่ารับมือกับความผิดพลาดไม่ถูก พอถึงใต้ต้นมะขามเทศใกล้แปลงอ้อย แกหันมาพูดหน้าตาเรียบ ๆ “ถ้าเอ็งจะชอบพี่ ก็ต้องรู้ไว้อย่างหนึ่ง พี่ไม่ได้ต้องการคนดูแลมาชุบมือเปิบ แต่พี่ก็ไม่ได้สวยหนุ่ม ๆ ที่ไหน” ผมรีบสวน “ผมไม่ได้คิดแบบนั้น” แกหัวเราะบาง ๆ ทว่าแววตาไม่หัวเราะด้วย “ปากดี”

ระยะห่างตอนนั้นแค่ศอกเดียว เราเปียกทั้งคู่ แกเสยผมเปียกลู่ไปข้างหลัง ผมก้าวเข้าไปประชิดตัว ดันหน้าผากแตะหน้าผากแกเบา ๆ ได้ยินเสียงหายใจทั้งคู่ดังสลับกัน มือผมจับข้อมือแกรวบไว้หลวม ๆ ก่อนพบว่าแค่ข้อมือแกยังทำหัวใจผมสั่นไปทั้งตัว แกไม่ผละออก ดวงตาแกปรือลงครึ่งหนึ่ง มองริมฝีปากผมเหมือนเพ่งพิศอะไรบางอย่าง

ผมไม่รู้ตัวเองบุกจูบแกได้ยังไง รู้แค่ปลายปากเราสัมผัสกันนุ่มร้อน กลิ่นเหงื่อและกลิ่นดินกระทบปลายจมูก ปากแกคล้ายเปิดรับอย่างเชื่องช้า ลิ้นผมดุนเข้าไปหาปลายลิ้นแกแผ่วเบา รู้สึกทรวงอกแถบหน้าท้องเบียดแนบกันผ่านเสื้อเปียก แกยกมือขึ้นมาบีบต้นแขนผมแรงพองาม ผมถอนจูบแล้วมองหน้าแก แกหอบเล็กน้อย ริมฝีปากแดงอิ่มขึ้นจากเดิม อกแกกระเพื่อมชัดทุกขณะ

“อ้ายหนุ่ม…” เสียงแกแหบพร่าเรียกอย่างนั้น ผมดึงแขนแกมาคล้องคอตัวเอง แล้วก้มจูบซ้ำอีกครั้ง คราวนี้ลงน้ำหนักมากขึ้น มือไต่จากเอวแกขึ้นไปตามลำตัว ลูบคลำผ่านผ้าเปียกจนถึงโคนทรวงอก นิ้วผมกดลงบนส่วนโค้งของอกแกผ่านเสื้อชั้นในทีละน้อย รู้สึกปุ่มอกงอกขึ้นมาแตะอุ้งมือเบา ๆ แกสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อผมบีบคลึงรอบอกทั้งสองข้างแล้วใช้หัวแม่มือกดปุ่มอกบนผ้าเปียกเบา ๆ แกไม่ร้องห้าม แต่ส่งเสียงครางในลำคอแผ่วเบาเหมือนหายใจลึก ๆ

ผมเลิกเสื้อแกขึ้นช้า ๆ เผยเสื้อชั้นในสีเนื้อเปียกแนบอยู่กับทรวงอกทรงกลมเต็มอก ผิวขาวอมชมพูเรื่อ แกเนื้อดีเกินกว่าที่คิด นิ้วผมปลดตะขอชั้นในออกด้านหน้าแบบไม่รอช้า อกทั้งสองปลดปล่อยออกมาเบื้องหน้าเต็มตา หัวนมสีชมพูคล้ำตั้งชันขึ้นบนฐานนูนกว้าง ผมกดใบหน้าลงที่ซอกอกแกดูดหายใจเข้ากลิ่นเหงื่อและน้ำนมผสมผิวกายหนักหน่วง ลิ้นผมเลียไปบนยอดอกขวาเป็นวงกว้าง แกงอตัวเล็กน้อย มือจิกผมไว้แน่น

“ลงไปให้ถึงที่สุดเลย…” แกเอ่ยเหมือนไม่ตั้งใจจะพูด แต่หลุดออกมาในลมหายใจ ผมถลกผ้าซิ่นแกสุดเอว ดันแกพิงโคนมะขามเทศ เนื้อผิวหลังแกกระทบเปลือกไม้หยาบจนแกเอ็ดเบา ผมใช้มือสอดเข้าไปใต้ผ้าซิ่น ปลดสายเอวยางยืดชั้นในของแกออก ถอดจนหลุดพ้นเท้าแทบไม่ทันได้พัก สายตาผมเหลือบลงมองของลับของแกตรงกลางหว่างขา เป็นหีโหนกนูนสวย เนื้อสีก่ำอมชมพู มีขนดกดำแหวกออกเล็กน้อยตรงแนวบิ๊กบี มีน้ำใสเยิ้มซึมตามกลีบอยู่ก่อนแล้ว

“พี่บัว…” ผมเรียกแกด้วยน้ำเสียงต่ำ พร้อมใช้นิ้วชี้แหวกกลีบสวาทออกช้า ๆ เนื้อในสีแดงเรื่อเด้งสู้แสงแดดรำไร แกสั่นสะท้าน รั้งหัวไหล่ผมไว้แน่น ผมก้มลงเลียไปตั้งแต่โคนขาไล่ขึ้นถึงกลีบนอกก่อนดักจับปุ่มเนื้อแข็งเหนือร่องด้วยปลายลิ้น แกสะดุ้งหนักขึ้น มือคว้าผมไว้เป็นจังหวะ ๆ ตอนผมดูดเบา ๆ ไม่เปิดโอกาสให้หนี ผมสอดนิ้วกลางไล้แนวปากหีแล้วดุนเข้าข้างในช้า ๆ แกขยุ้มไหล่ผมจนจมูกเล็บจิกเนื้อ

“บ้าดีจริง…อื้อ…” เสียงแกครางขาดเป็นห้วง ๆ ผมใช้นิ้วเพิ่มเป็นสองนิ้ว ขยับเข้าออกช้า ๆ บิดปุ่มเนื้อด้านในฉ่ำ แกทิ้งหัวพิงต้นไม้ แอ่นสะโพกรับเหมือนต้องการของที่ใหญ่กว่านั้น ผมถลกถอดกางเกงขาก๊วยตัวเองออก รูดลงถึงตาตุ่ม ควยตัวเองตั้งตรงชูออกมาเต็มตัว มันยาวใหญ่กว่าที่เคยเห็นตัวเองทุกวัน ทั้งคันตุงเป็นสีเนื้อเข้มปลายแดงตึง มีเส้นคลีตูดสีม่วงเข้มชัดตามท่อน วงไข่ทั้งสองแน่นหนืดเหมือนอัดน้ำเชื้อไว้หลายวัน

ผมอัดหัวควยจ่อตรงปากหีแล้วเสียดสีขึ้นลงกับกลีบสวาท แกถอนใจยาวเหมือนห้ามความอยากแล้วดันสะโพกรับ ผมกดหัวควยเข้าไปช้า ๆ เนื้ออุ่นแน่นรัดเข้ามาเป็นชั้น ๆ จนต้องหลับตาสะกด แกเอ่ยแผ่ว “อื้อ…เข้าลึก ๆ ได้เลย” ผมเสียบเข้าไปจนสุดโคนในคราวเดียว กระดูกเชิงกรานเรากระทบกันดังเปียก ๆ แกครางเอามือทุบอกผมหนึ่งที แต่กลับดันขาเปิดกว้างให้ผมขยับ

ผมเย็ดแกยืนสองขาเกือบไม่ถนัด จึงจับแกนอนเอนลงมากับพื้นดินที่มีตออ้อยหมอนรอง แหย่เข่าข้างหนึ่งของแกชันสูงขึ้น แล้วคร่อมเสียบท่าสบัดก้น แกโยกสะโพกรับทุกกระทุ้ง อวัยวะผมจมโคนทุกครั้ง เนื้อในของแกนุ่มหนึบ หนีบอัดราวกับกลืนควยไว้ไม่มีปล่อย ผมโน้มตัวก้มดูดปากแกสลับกระซาบถามหลายครั้งว่าเสียวไหมครับ แกตอบเสียงสั่น “เสียว…เสียวตั้งแต่หัวถึงก้นเลยอ้าย…เอาเร็ว ๆ อีก…” สะโพกผมตอกแรงขึ้นจนเสียงเนื้อกระทบกันดังแจ๊ะ ๆ กลืนกับเสียงลมในโกรกอ้อย

ผมถามแกว่า “พี่ว่าเย็ดสนุกไหม” แกครางยาว “สนุก…เงี่ยนมานาน…” เสียงตอบจากลึก ๆ นั้นทำให้ผมน้ำแทบแตกตั้งแต่รอบแรก สุดท้ายผมชักออกมาแล้วจับแกพลิกนอนคว่ำ ดันสะโพกสูง ให้หน้าหีแดงจัดเปิดอ้าอยู่ตรงที่ทุกอย่างคุ้นเคย ผมถ่างก้นแกเล็กน้อย เห็นวงร่องทั้งสองปรากฏเต็มตา มีน้ำรักจากภายในไหลย้อนลงมาเปื้อนโคนขาเป็นทางยาว ผมเสียบเข้าใหม่จากข้างหลัง ลึกกว่ารอบแรกจนแกต้องซบอกกับพื้นหญ้า เสียงครางทุ้มจากท้องแกดังสะท้านทั้งสองคน

รู้สึกควยผมมันตีบตึงมากขึ้นจนเส้นเลือดตรงโคนเต้นเป็นจังหวะ ผมรู้ตัวว่าจะแตกแล้วรีบถามแกว่า ปล่อยข้างในได้ไหม แกไม่ตอบเป็นคำ พยักหน้าแรง ๆ แล้วแอ่นก้นรับ ผมซอยเร็วตื้นๆ สักสิบครั้งแล้วกระแทกสุดโคนจมมิด น้ำพุ่งพล่านเข้าไปในหีแกเป็นชุด ๆ ตัวผมเกร็งสั่นจนฟันกระทบกัน แกครางเสียงต่ำ “อื้อ…” พร้อมกับขยุ้มฟางใต้ร่าง สะโพกแกยังเด้งเบา ๆ เหมือนดูดเอาทุกหยดไว้ข้างใน

พอถอนออกมา น้ำสีขุ่นข้นไหลย้อนจากปากหีแดง ๆ ของแกลงมาเป็นสายช้า ๆ ผมทรุดลงกอดแกจากข้างหลัง แกหันหน้ามาคลี่ยิ้มอ่อนแรง “ทีนี้ก็ไม่ต้องมาทำเป็นแค่มาช่วยตัดอ้อยแล้ว” แล้วเราก็หัวเราะกันเบา ๆ ท่ามกลางเหงื่อเปียกและกลิ่นสวาทติดดิน

หลังจากนั้นเรามีความสัมพันธ์กันเนือง ๆ ผมไปหาแกทุกสุดสัปดาห์ บางคืนนอนค้างที่บ้านไม้ยกใต้ถุน แกลุกตื่นก่อนฟ้าสางหุงข้าว ผมตื่นตามไปนั่งมองแกใส่ผ้าซิ่นรัดสะโพกเดินสะบัดอยู่ในครัว จนต้องเข้าประชิดกอดจากข้างหลังและเย็ดแกกับขอบเตียงไฟเป็นครั้งคราว จนแกเคยเอ็ดว่าเดี๋ยวข้าวจะไหม้ทั้งหม้อ

สิ้นปีเราตัดสินใจอยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผย ผมขนของจากห้องเช่าไปไว้บ้านแก ช่วยทำนาเลยช่วงหน้าฝนจนต้นข้าวเขียว ลูกสาวแกเรียกผมว่าอ้ายหนุ่ม ตอนเย็นสามคนพ่อแม่ลูกนั่งกินข้าวแลงที่แคร่หน้าบ้าน ลมเหนือพัดเอากลิ่นข้าวใหม่มากับเสียงจักจั่น ชีวิตผมไม่เคยกังวลถึงความเงียบงันอีกเลย

ปลายเดือนธันวาคมปีนั้นเอง แม่บัวคำสารภาพเสียงเบา ๆ ว่ารอบเดือนไม่มาสองเดือนแล้ว ผมหัวเราะเสียงดังจนเจ้าตองหันมอง พร้อมดึงแกเข้ามากอดไว้ใต้แสงไฟนีออนดวงเล็กหน้าบ้าน มือลูบคราบเหงื่อที่ต้นคอแกเบา ๆ แล้วบอกว่า “ดีแล้วพี่ เอาไว้ให้อ้ายได้อุ้มทั้งแม่ทั้งลูกไง”

คืนนั้นเรานอนกอดกันบนเสื่อผืนเดิมใต้ถุนบ้าน เสียงระฆังวัดดังจากไกลลิบเหนือทุ่งนาว่างเปล่า ผมเลื่อนมือลูบท้องแบน ๆ ของแกไปมาช้า ๆ แกกุมมือผมไว้และหลับไปอย่างวางใจเต็มดวง ผมแนบหน้าเข้ากับมวยผมของแก สูดกลิ่นน้ำอบตะไคร้ปนเหงื่ออ่อน ๆ แล้วก็หลับตาลง พร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ไม่มีอะไรในหัวที่ต้องการไปไกลเกินหน้าบ้านไม้อีกต่อไปแล้ว

ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM