Sexy365bet Mahagame66 UFANANCE PANAMA888 Hydra888 sagame1688
RUAY LOTTOVIP

แตกในเสียวร้านชำ

เรื่องเสียว แตกในเสียวร้านชำ

เสียววาบขึ้นมาจนควยแทบจะทะลุกางเกง ผมแทบไม่ทันตั้งตัว นั่งอยู่บนม้าหินหน้าร้านชำป้าสมศรีตอนบ่ายแก่ ๆ แดดร่มลมพัดพอดี แต่ความเสียวที่ว่านี่ไม่ใช่จากลม มันเกิดจากภาพตรงหน้า แตงโมลูกสาวป้าสมศรี วัยยี่สิบเอ็ด ก้มลงหยิบถ่านไฟฉายจากลังไม้ใต้เคาน์เตอร์ เสื้อยืดสีขาวตัวบางของเธอมันรัดรูปจนเห็นเนินอกชัดเจน เวลาก้มแบบนั้นชายเสื้อมันยกขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นแผ่นหลังขาว ๆ ช่วงเอว จนผมกลั้นหายใจ

ผมอายุมาได้ยี่สิบห้าแล้ว ยังไม่มีแฟนเป็นชิ้นเป็นอัน ทำงานรับจ้างทั่วไปในหมู่บ้าน เสาร์อาทิตย์ว่างก็มานั่งกินน้ำอัดลมหน้าร้านชำ มองผู้หญิงผ่านไปผ่านมา แต่แตงโมนี่สิ เธออยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ป้าสมศรีก็คอยจับตาดูอยู่ตลอด ผมเคยคิดจะจีบแตงโมหลายครั้ง แต่ติดที่ป้าแกเข้มงวดเหลือเกิน ทุกครั้งที่เราใกล้ชิดกันแค่พูดคุย ป้าสมศรีจะโผล่มาไม่ช้าก็เร็ว

ร้านชำป้าสมศรีเป็นเพิงไม้หลังใหญ่กลางหมู่บ้านยุค 90 ขายของทุกอย่างตั้งแต่ปลากระป๋องไปจนถึงยาดม ข้างหน้ามีโต๊ะไม้ตัวเก่าเอาไว้นั่งเล่น มีพวกผู้ชายในหมู่บ้านมานั่งเล่นไพ่บ้าง ดื่มเหล้าบ้าง แต่ผมมาที่นี่เพราะแตงโม ผมรู้ตัวดีว่าความเงี่ยนมันเริ่มกัดกินความคิดตอนไหน มันเริ่มตั้งแต่เดือนก่อนตอนแตงโมใส่กระโปรงสั้นมาเดินกวาดหน้าร้าน

ชมนั้นอากาศร้อนอบอ้าว แตงโมใส่เสื้อกล้ามตัวบางกับกางเกงขาสั้น ผมเห็นขาเธอขาวเนียนตั้งแต่ต้นขาลงไปถึงน่อง แล้วที่เสียวที่สุดคือตอนเธอหันหลังกวาดพื้น ก้นกลม ๆ ของเธอขยับไปมาตามจังหวะไม้กวาด ผมต้องเอามือปิดตาซ่อนความแข็งของควยเอาไว้ วันหลังผมเริ่มไปนั่งหน้าร้านทุกบ่ายเพื่อรอให้แตงโมออกมาเดิน เล่าเรื่องเสียว

ป้าสมศรีสังเกตเห็นพฤติกรรมผม แกมักจะส่งสายตาดุ ๆ มาให้ หรือไม่ก็ส่งแตงโมไปทำธุระในบ้านเสียทุกครั้ง ผมรู้ว่าป้าแกหวงลูกสาววัวสาว แถวยังสาวอยู่ อายุเพิ่งยี่สิบกว่า ป้าแกคงไม่อยากให้ใครมาแตะต้อง แต่ผมมันก็หนุ่มที่เงี่ยนจัดและพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้แตงโม ลึก ๆ ผมเชื่อว่าแตงโมก็มีใจให้ผมเหมือนกัน

สังเกตจากที่เธอมักจะยิ้มให้ผมตอนที่แม่ไม่อยู่ หรือเวลาส่งของให้ผมนานกว่าลูกค้าคนอื่น บางครั้งมือเธอจงใจถูกมือผมตอนทอนเงิน ผมรู้สึกได้ถึงความร้อนของฝ่ามือเธอที่แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความหมาย ผมกล้าพูดได้เลยว่าแตงโมก็เงี่ยนไม่ต่างจากผม แค่ต้องหาโอกาสให้เราอยู่ด้วยกันสองคนสักครั้ง

วันหนึ่งโอกาสนั้นมาถึง ป้าสมศรีต้องไปร่วมงานศพที่วัดอีกหมู่บ้าน แกฝากให้แตงโมขายของอยู่ร้านคนเดียว ผมรู้ข่าวนี้จากเพื่อนบ้านที่มานั่งดื่มน้ำตอนเช้า หัวใจผมเต้นแรงแทบจะทะลุออกมาจากหน้าอก นี่แหละโอกาสที่ผมรอ ต้องทำให้ได้สักครั้ง

เช้าวันนั้นผมแต่งตัวดีกว่าทุกวัน ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าที่ซื้อมาจากตลาดนัดเมื่ออาทิตย์ก่อน สระผมเรียบร้อย เดินไปร้านชำด้วยหัวใจที่พองโต แต่ระหว่างทางก็แวะซื้อขนมหวานกับน้ำอัดลมมาฝากแตงโมด้วย ของกำนัลเล็กน้อยที่ผมหวังจะทำให้เธอสบายใจเวลาอยู่กับผม

ผมถึงร้านชำตอนสิบโมง ร้านยังเงียบ มีแตงโมคนเดียวกำลังนั่งอ่านนิยายอยู่หน้าเคาน์เตอร์ เธอเงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าผม รอยยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้า “พี่จะซื้ออะไรคะวันนี้” เสียงเธออ่อนหวานกว่าทุกวัน ผมยิ้มกว้างขึ้น หยิบขนมที่ซื้อมาวางตรงหน้าเธอ “พี่ซื้อมาฝาก ไม่ได้มาซื้อของ”

แตงโมเขินจนหน้าแดง แกะขนมกินทันทีโดยไม่รอช้า ผมนั่งลงตรงเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์ มองดูเธอแทะขนมด้วยความพอใจ เราคุยกันเรื่อยเปื่อย ตั้งแต่เรื่องหนังละครจนถึงข่าวในหมู่บ้าน ความสนิทสนมมันกลับมาเหมือนเมื่อก่อน ไม่มีป้าสมศรีคอยจับจ้องเหมือนกับเราสองคนได้เป็นตัวเอง

คุยไปสักพักแตงโมก็ขยับตัวมาใกล้ผมมากขึ้น เธอท้าวแขนบนเคาน์เตอร์โน้มตัวมาทางผม ทำให้ผมมองเห็นลึกเข้าไปในคอเสื้อของเธอ เนื้ออกขาว ๆ ที่ซ่อนอยู่ในเสื้อกล้ามชวนให้ผมต้องกลืนน้ำลาย “พี่ไม่ต้องเกรงใจนะคะ อยู่กันสองคนไม่มีใครเห็น” เธอกระซิบเบา ๆ แต่ดังพอให้ผมได้ยินชัด

คำพูดของแตงโมเป็นเสมือนสัญญาณไฟเขียว หัวใจผมเต้นระรัว มือทั้งสองข้างเริ่มสั่น ผมยกมือขึ้นแตะแขนเธอเบา ๆ แตงโมไม่สะบัด เธอยิ้มแล้วขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นอีก จนไหล่เราชนกัน “แตง…พี่อยากบอกอะไรเธอมานานแล้ว” ผมพยายามกลั้นหายใจ “พี่ชอบแตงมาตั้งนานแล้ว ไม่รู้ว่าแตงจะรู้สึกยังไงกับพี่”

แตงโมนั่งเงียบสักพัก ก่อนที่เธอจะหันมาจ้องตาผมตรง ๆ “แตงก็ชอบพี่เหมือนกันค่ะ แต่กลัวแม่” เสียงเธอแผ่วเบา ผมรู้ได้ทันทีว่าเราสองคนเข้าใจกันแล้วไม่ต้องอ้อมค้อมอะไรอีก ผมค่อย ๆ โน้มตัวเข้าไปใกล้จนริมฝีปากเกือบแตะกัน

เราจูบกันอย่างร้อนแรงบนเก้าอี้หน้าร้านชำ ผมจับท้ายทอยเธอไว้แน่น แตงโมตอบรับจูบด้วยความกระหายที่ซ่อนเร้นมานาน ลิ้นของเราเกี่ยวพันกันราวกับรอคอยวันนี้มานานแสนนาน มือผมลูบไปตามแผ่นหลังของเธอผ่านเสื้อบาง ๆ สัมผัสถึงความอุ่นและความนุ่มของเนื้อเธอ

แตงโมครางเสียงต่ำในลำคอ มือเธอลูบจากหน้าอกผมลงมาเรื่อย ๆ จนถึงเข็มขัด ผมรู้สึกว่าเธอปลดหัวเข็มขัดของผมออกด้วยความชำนาญ มือเธอสอดเข้าไปในกางเกง ลูบควยผมที่แข็งเป็นเสา “พี่แข็งมากเลย” เธอกระซิบข้างหูพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์ ผมแทบจะขาดใจเมื่อมือนุ่ม ๆ ของเธอรูดปลายควยผมไปมา

แตงโมเช็ดมือกับกระโปรงก่อนจะดึงผมนั่งลงบนตักของเธอ สองแขนของเธอสอดกอดผมไว้แน่น ผมซุกหน้าลงในซอกคอของเธอสูดดมกลิ่นหอมของแป้งผสมเหงื่อ มันชวนให้ผมเงี่ยนจนต้องกัดฟันกราม “แตง…พี่อยากเย็ดเธอ” ผมกระซิบตรง ๆ ไม่ต้องเกรงใจอีกต่อไป

แตงโมหัวเราะเบา ๆ แล้วกระซิบตอบ “หลังร้านมีห้องเก็บของ มีเตียงเก่า ๆ ค่ะ” เธอลุกขึ้นยืดตัวเดินนำผมไป ผ่านกองลังน้ำอัดลมและถังแกลลอนเปล่า จนสุดทางเราพบกับประตูไม้บานเล็ก แตงโมไขกุญแจเปิดเข้าไป ข้างในเป็นห้องมืดสลัว มีกลิ่นฝุ่นกับเชื้อรา แต่มีเตียงเก่า ๆ ที่นอนผืนเก่า ๆ วางอยู่

ผมปิดประตูลั่นกุญแจ คราวนี้ไม่เหลือใครอีกแล้วนอกจากเรา แตงโมหันมามองตาผมด้วยแววตาหื่นกระหายไม่แพ้กัน เธอเริ่มถอดเสื้อกล้ามของตัวเองออกช้า ๆ เผยให้เห็นหน้าอกอวบอิ่มสีขาวนวลน่าเสียวน่าดู ผมแทบกลั้นหายใจไม่ทัน ควยผมแข็งสั่นสะเทือนจนต้องปลดกางเกงออกแทบจะทันที

แตงโมเดินเข้ามาหาผม ใช้แขนโอบคอผมไว้แน่น “พี่จ๋า…แตงอยากให้พี่ทำให้แตงเสียว” เธอซุบซิบริมหูผมด้วยเสียงละห้อย ผมก้มลงขบเม้มเลือกนมของเธอเบา ๆ ก่อนจะออกแรงดูดจนแตงโมสะดุ้งครางออกมา “อือ…พี่…เสียวค่ะ…”

ผมผลักแตงโมลงนอนบนเตียง เธอหอบหายใจถี่ เสื้อผ้ารกรุงรัง กระโปรงของเธอถูกพับขึ้นจนเห็นกางเกงในสีขาวที่มีรอยเปียกเป็นรอย ผมพยายามควบคุมสติ แต่มือมันกลับรีบดึงกางเกงในของเธอลงมาจนเห็นหีสีชมพูหวานหยดน้ำคาวปลา “พี่ขอแตงนะครับ…” ผมกระซิบก่อนจะก้มลงเลียหีของเธออย่างบ้าคลั่ง

แตงโมกรีดร้องเมื่อลิ้นผมแตะอวัยวะของเธอ เธอยกสะโพกขึ้นรับจังหวะเลียของผมอย่างหมกมุ่น มือของผมจับขาเธอแยกออกกว้าง ๆ จนเห็นทุกอย่างชัดเจน เสียงครางของแตงโมดังกระหึ่มในห้องเล็ก ยิ่งทำให้ผมอยากเย็ดเธออย่างหนัก “พี่…เข้ามาเลย” แตงโมเรียกร้อง ผมก็ไม่รอช้า ตั้งท่าควยแข็งเสียบเข้าหีของเธอ

เสียงเราโครมครามด้วยความเสียว ผมเสียบควยเข้าไปลึกเท่าที่จะลึกได้ แตงโมร้องรับด้วยความสุข เธอดันก้นขึ้นรับจังหวะกระแทกของผมอย่างเก่งกาจ ร่างทั้งสองสาดเหงื่อร้อนราวกับไฟจะลุกมาแตะตัว เสียงหีของแตงโมเยิ้มดังตู๊บตู๊บตามจังหวะเย็ด “แรงอีก…พี่…เย็ดแตงแรงอีกค่ะ” แตงโมไม่พูดเปล่า เธอคว้าตูดผมบังคับให้เสียบควยใส่หีตัวเองแรงขึ้นไม่หยุด

เราทั้งคู่เสียพอารมณ์จนลืมเวลา ผมรู้สึกว่าความเสียวมันเริ่มขึ้นถึงขีดสุด ควยผมแข็งยิ่งกว่าเดิมในหีที่เยิ้มของแตงโม “แตง…พี่กำลังจะแตกแล้ว” ผมกระซิบใกล้หูเธอ แตงโมพยักหน้ารับ “แตกในหีแตงเลยค่ะ” ผมแทบไม่ต้องฟังคำสั่ง เสียววาบขึ้นมาแล้วน้ำควยของผมก็พุ่งเข้าใส่หีของแตงโมอย่างไม่ยั้ง

และแล้วในวินาทีที่เราทั้งคู่กำลังหอบหนักด้วยความเสียวที่ผ่านพ้น จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นหน้าร้าน พร้อมกับเสียงร้องของใครบางคน “แตงโม! มีคนมาซื้อของ! แตงโมอยู่ไหน”

แตงโมสะดุ้งตัวโยนจนผมที่กำลังซบอยู่บนหลังเธอแทบหลุดออกจากกัน “แม่มา!” เสียงเธอแทบกระซิบ มือเธอยกขึ้นปิดปากตัวเองไว้แน่น สีหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ แตงโมรีบสะบัดตัวให้ผมถอนควยออกจากหีเธออย่างเร็ว เสียงควยหลุดจากหีดังจั๊กเสียงหนึ่งดังผิดกับบรรยากาศที่เงียบงันไปทันที

ผมคว้ากางเกงขึ้นมาใส่แทบไม่ทัน ขากางเกงกลับด้านอยู่ก็ไม่สนใจแล้ว รีบดึงขึ้นมา แตงโมป้ายหีตัวเองด้วยผ้าขนหนูที่วางไว้อย่างรวดเร็ว แล้วกระโจนใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อเก่า ๆ ที่เพิ่งถอดทิ้งไว้ เสียงขวดน้ำพลาสติกที่โดนเตะล้มดังขึ้น จนผมต้องหันไปมอง “เราไปแอบข้างหลังมุ้งลวด!” แตงโมชี้ไปที่ประตูบานเล็กหลังร้านที่เปิดทิ้งไว้

ผมรีบเดินลุยเข้าไปในห้องที่มืดทึบ มีกลิ่นอับของถุงปุ๋ยกับพืชผักตากแห้ง มือควานหาที่ซ่อน แต่ก็ได้แค่หมอบอยู่หลังกองกระสอบข้าวสารเก่า ๆ ผ่านช่องว่างของมุ้งลวดที่กรุด้วยพลาสติก ผมเห็นเงาคนร่างอ้วนกลมเดินตุ้ย ๆ เข้ามาในร้าน พร้อมกับเสียงที่คุ้นหูเป็นอย่างดี “แตงโม! ให้ตายเถอะ แม่เรียกตั้งหลายที” เสียงนั้นมันคือเสียงของป้าสมศรี เพื่อนบ้านที่ขายกับข้าวอยู่ฝั่งตรงข้ามนั่นเอง

แตงโมยืนอยู่หน้าร้าน ปรับเสื้อผ้าให้เข้าที่ ทั้งที่เหนื่อยหอบจากฤทธิ์เดชของผมเมื่อกี้ แต่กลับทำหน้านิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “อ้าวป้าสมศรี ป้าว่าหนูไม่ได้ยินน่ะ หนูนั่งหลับอยู่หลังร้าน” ป้าสมศรีเหลือบมองแตงโมตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วก็เอ่ยเสียงสูง “นี่หนู หนูแต่งตัวอะไรกันวะ ดูซี้ซั้วไปหมด” แตงโมหัวเราะแห้ง ๆ “หนูกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าค่ะ ป้าจะเอาอะไร”

ผมอยู่ในมุมอับ ใจเต้นแรงกลัวว่าแตงโมจะเผลอพูดอะไรออกมา หรือป้าสมศรีจะสังเกตเห็นร่องรอยแปลกปลอมบนตัวแตงโม แต่ป้าสมศรีกลับเดินไปหยิบของในตู้เย็นชำรุด เลือกเอาน้ำแข็งถุงหนึ่งขึ้นมา “เอาน้ำแข็งหน่อย เอามาทำน้ำแข็งไสขาย ป้าวันนี้ขายดีจริงนะ” แตงโมรับถุงน้ำแข็งไป คิดเงินตามปกติ ป้าสมศรีมองหน้าแตงโมอีกครั้ง ก่อนจะสะกิดว่า “หน้าหนูแดงจัง ป่วยรึเปล่า เดี๋ยวป้าต้มน้ำขิงให้กินนะ”

“ไม่ต้องค่ะป้า หนูสบายดี” แตงโมตอบเสียงอ่อย ป้าสมศรีหันหลังเดินออกไป สะบัดก้นป้าด้วยท่าทางมั่นใจ ก่อนจะหันมายิ้มกับแตงโมแล้วพูดว่า “ระวังโรคติดต่อนะหนู” แล้วก็เดินจากไป แตงโมหน้าซีดลงทันที ผมเห็นมือนางสั่นเล็กน้อยขณะวางถุงน้ำแข็งลง

เมื่อเงียบสนิท ผมรีบเดินออกมาจากที่ซ่อน แตงโมหันมามองผมด้วยสายตาที่ปนทั้งสมเพชและตื่นเต้น “ได้ยินที่ป้าพูดไหมพี่” ผมพยักหน้า หัวใจยังเต้นไม่หยุด “แต่ว่า…เราก็เสร็จกันแล้วเนอะ” แตงโมยิ้มแหย ๆ แล้วเดินมาหาผม เธอกอดผมแน่น ใบหน้าซุกที่ไหล่ “แตงไม่รู้ว่าพี่จะคิดยังไงกับแตงหลังเรื่องนี้”

ผมกอดตอบเธอในอ้อมแขน พยายามจับความรู้สึกของตัวเอง “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันแตง แต่ต่อจากนี้…เรามาเป็นเพื่อนกันดีกว่านะ” คำพูดนั้นดังขึ้นจากปากผมโดยไม่ทันตั้งตัว แตงโมเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยแววตาที่เหมือนกำลังถูกมีดบาด “เพื่อน…เหรอคะ” ผมสบตาเธอ พยักหน้าช้า ๆ “เพราะถ้าเรายังทำแบบนี้ต่อไป มันจะกลายเป็นนิสัยที่ไม่ดีต่อเราทั้งคู่”

แตงโมหลุดจากอ้อมกอดผมช้า ๆ น้ำตาของเธอไหลลงอาบแก้ม แต่รอยยิ้มกลับแต้มอยู่ที่มุมปาก “แตงเข้าใจค่ะ” เธอเช็ดน้ำตาแล้วพูดต่อ “แตงคงต้องหันมาดูแลร้านของตัวเองให้ดีขึ้น ปล่อยให้ตัวเองมัวแต่อยู่กับอารมณ์แบบนี้ คงแย่เอาได้” ผมสบตาเธอ พยายามสื่อความเข้าใจโดยไม่ต้องพูดอะไรอีก

“แล้วพี่ล่ะ จะกลับยังไง?” แตงโมถามเบา ๆ ผมมองนาฬิกาในมือ มันเกือบสองทุ่มแล้ว “พี่เดินกลับบ้าน ทางนี้มันก็ไม่ไกลมาก” แตงโมยื่นขวดน้ำเย็น ๆ ให้ผมหนึ่งขวด “เอาไปกิน เดี๋ยวน้ำตาลตก” ผมรับมาถือไว้ ก่อนจะเดินออกจากร้านไปทางประตูหลังที่ผมเข้ามาตอนแรก

แสงไฟจากตะเกียงที่ส่องสลัวในตรอกซอยทำให้ผมเห็นเงาตัวเองทอดยาวบนพื้นดิน ผมเดินกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่ยุ่งเหยิง ทั้งคันและเสียวที่ยังเต้นอยู่ในร่างกาย แต่ก็มีบางสิ่งที่หนักอึ้งอยู่ในอก ความสัมพันธ์แบบนี้มันเป็นแค่ความต้องการทางกายหรือเปล่า หรือเรามันแค่คนที่อ่อนแอ? ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนในตอนนั้น

ผ่านไปสองอาทิตย์ ผมไม่กล้าแวะร้านแตงโมอีกเลย เวลาผ่านไปก็หายคิดถึง แต่วันหนึ่ง ผมบังเอิญเห็นแตงโมที่ตลาด เธอยิ้มให้ผมกว้างเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้มีอะไรบางอย่างที่ต่างไป เธอแต่งตัวเรียบร้อยขึ้น ผมเกล้าเรียบร้อย และที่ข้างกายเธอ มีเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งยืนเกาะกระโปรงเธออยู่

“นี่ลูกพี่สาวแตงเองค่ะ” เธอบอก ผมยิ้มกลับ ไม่กล้าถามอะไรต่อ แต่ในใจก็คิดว่าบางทีสิ่งที่เธอหลบซ่อนไว้ในร้านเมื่อวันนั้น อาจเป็นแค่ส่วนหนึ่งของความเหงาในชีวิต ส่วนผมก็เหมือนกัน มันเป็นแค่เรื่องเสียวที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก

จนถึงวันนี้ ผมก็ยังนึกถึงร้านชำของแตงโมอยู่บ่อย ๆ แต่ไม่ใช่เพราะความเสียวอีกแล้ว เป็นเพราะบทเรียนที่ว่า บางครั้งความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ยั้งคิด มันอาจทำลายบางสิ่งที่คุณไม่รู้ตัวว่าคุณมีค่ามากแค่ไหน โดยเฉพาะความศรัทธาที่คนอื่นมีให้คุณ แล้วพวกคุณล่ะ เคยมีประสบการณ์แบบนี้ไหม? หรือว่าคุณก็แค่กำลังมองหาคำตอบจากเรื่องเล่าของผม? ไม่ว่ายังไง ขอบคุณที่ฟังผมจนจบนะ

แต่อย่าคิดว่าผมจะจำแตงโมได้แค่นั้นนะครับ เพราะอีกสามเดือนต่อมา ผมได้ยินข่าวจากป้าข้างบ้านว่าแตงโมย้ายร้านไปอยู่แถวตลาดสดใกล้ๆ กัน และที่สำคัญ เธอเริ่มค้าขายกับผู้ชายคนใหม่ที่มาช่วยประจำที่ร้าน ผมไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นคือใคร แต่ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่าวันนั้นที่ผมนั่งอยู่ในร้านกับแตงโม ผู้ชายคนนั้นคงไม่รู้ว่ามีใครบางคนเคยนั่งอยู่บนตักของเธอมาก่อน ผมเงียบและไม่ปริปากบอกใคร แต่ความเงียบนั้นกลับทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นทุกครั้งที่เห็นร้านชำเก่าที่ตอนนี้ปิดตัวลงแล้ว

ถึงวันนี้ ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับแตงโม มันใช่แค่ความอยากหรือเปล่า หรือมันเป็นความต้องการที่แท้จริงของคนสองคนที่ต่างก็เหงา แต่สิ่งที่ผมรู้คือเวลาที่คุณปล่อยให้ความเงี่ยนครอบงำ คุณอาจจะลืมคิดถึงผลเสียที่ตามมา ผมไม่ได้อยากให้เรื่องนี้เป็นแค่บทเรียนสำหรับผมคนเดียว แต่สำหรับทุกคนที่กำลังอ่านอยู่ อย่าปล่อยให้ความเสียวในพริบตาทำลายสิ่งที่คุณสร้างมาทั้งชีวิต เพราะบางครั้งสิ่งที่คุณคิดว่าเป็นแค่การเย็ดสนุกๆ มันอาจจะทำให้คุณเสียคนที่คุณรักไปตลอดกาลก็ได้

ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM