เรื่องเสียว เสียวแรกก้าวที่สิบของหัวใจ ”แตกในเลย…อื้อ เสียว…อ๊ะ…ตรงนั้น…อย่าหยุด อ้า…”
ผมกับแพรวคบกันมาตั้งแต่ปีแรกที่มหาวิทยาลัย ตอนนั้นเราอายุ 19 ยังไม่รู้จักความรักเลยด้วยซ้ำ รู้แค่ว่าเวลาอยู่ใกล้กันแล้วใจมันเต้นแรงผิดปกติ แรกๆ ก็แอบมองกันอยู่ห่างๆ จนมีวันหนึ่งฝนตกหนัก เธอลืมร่ม ผมเลยถือร่มไปส่งหอ พอถึงหน้าหอ เธอหันมาพูดทั้งยิ้มๆ ว่า “ขอบคุณนะ เดี๋ยวไว้เลี้ยงข้าวแก้บน” น้ำเสียงเธอใสจนใจผมกระตุก แล้วจากวันนั้นเราก็คุยกันทุกวันจนกลายเป็นแฟนกันโดยปริยาย ไม่มีใครขอใครเป็นทางการด้วยซ้ำ
เวลาผ่านไปเร็วจนน่าใจหาย 10 ปีเต็มๆ ที่เราอยู่ด้วยกันมา ผ่านทั้งเรื่องทะเลาะ งอน ดีกัน น้ำตา และเสียงหัวเราะ ผ่านช่วงที่ผมเป็นเด็กฝึกงานเงินเดือนแปดพัน ผ่านช่วงที่แพรวต้องไปทำงานต่างจังหวัดอยู่เกือบปี ผ่านการย้ายบ้านสามครั้ง ผ่านการนอนกอดกันในห้องเช่าแคบๆ ที่แอร์ไม่เย็น จนมาถึงวันนี้ที่เรามีบ้านหลังเล็กๆ ด้วยกัน มีแมวหนึ่งตัว และมีชีวิตที่ลงตัวพอสมควร
แต่สิ่งที่ยังไม่ลงตัวคือเรื่องทะเบียนสมรส เราเคยคุยกันหลายครั้งแต่ก็เลื่อนมาตลอด แพรวบอกว่ายังไม่พร้อมบ้าง ผมบอกว่ารอให้เงินเก็บถึงหลักแสนก่อนบ้าง จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เหตุผลพวกนั้นหรอก มันคือความกลัวลึกๆ ว่าการ “แต่งงาน” จะทำให้ความสัมพันธ์ของเราเปลี่ยนไป กลัวคำว่าสามีภรรยาจะทำลายความหวานแบบแฟนที่ยังตื่นเต้นกันทุกครั้งที่ได้เจอหน้า
แต่เย็นวันเสาร์หนึ่ง หลังเรากินข้าวเสร็จ แพรวก็นั่งเงียบๆ บนโซฟา เธอใส่ชุดนอนสายเดี่ยวสีเทาอ่อน ผมยาวดำขลับมัดหลวมๆ ปล่อยให้ตกปรกบ่า เธอหันมามองผมแล้วพูดเบาๆ ว่า “อาทิตย์หน้า…ไปจดทะเบียนกันไหม” ผมอึ้งไปพักหนึ่ง มองหน้าเธอที่จริงจังจนเห็นเส้นเลือดเล็กๆ ที่ขมับเต้นเบาๆ แล้วถามกลับว่า “แน่ใจแล้วเหรอ” เธอพยักหน้าแล้วขยับมานั่งชิด “เราคบกัน 10 ปีแล้วนะ ถ้ายังไม่แน่ใจตอนนี้จะไปแน่ใจตอนไหน” เสียงเธอทุ้มจนผมรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ จึงโอบไหล่เธอไว้แล้วตอบไปว่า “ได้สิ ไปกัน”
คืนนั้นหลังจากตกลงกัน ผมรู้สึกใจมันพองโตอย่างบอกไม่ถูก พอนึกถึงคำว่า “สิบปี” ภาพความหลังก็ไหลกลับมาเป็นฉากๆ จำได้ว่าครั้งแรกที่จูบกันอยู่ที่ริมสระน้ำหลังมหาวิทยาลัย ตอนนั้นมือไม้สั่นไปหมด จูบแล้วหัวเราะกันทั้งคู่เพราะฟันกระทบกันเสียงดัง จำได้ว่าครั้งแรกที่มีอะไรกันอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ หลังหอ แอร์ไม่เย็น เหงื่อไหลโซมกาย กลิ่นสาบเหงื่อผสมน้ำหอมราคาถูกแต่เราก็ยังมีความสุขสุดๆ ตอนนั้นผมยังหนุ่มแน่น เธอก็ยังเขินทุกครั้งที่โดนเนื้อตัว แม้จะผ่านมาสิบปีแล้ว แต่พอนึกถึงวันแรกๆ มันก็ยังทำให้ยิ้มคนเดียวได้เสมอ
ตกดึกหลังจากอาบน้ำเสร็จ แพรวออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนตัวเดิม ผมหมาดๆ ปล่อยสยาย เธอเดินมานั่งที่ขอบเตียง หยิบโลชั่นมาทาแขนขาเนิบๆ ผมมองจากมุมเตียง เห็นผิวขาวเนียนที่ต้นขาโผล่พ้นชายชุดขึ้นมาแวบๆ ใจมันเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ ถึงแม้จะอยู่ด้วยกันมานาน แต่ทุกครั้งที่เห็นเธอในมุมแบบนี้ ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้ามาก็ยังคงเป็นความ “อยาก” เหมือนเมื่อสิบปีก่อนไม่มีผิด
“เป็นอะไร ทำไมมองแบบนั้น” แพรวชำเลืองมามุมปาก ผมไม่ได้ตอบ แต่ขยับเข้าไปนั่งข้างๆ แล้วเอื้อมมือไปเกยที่ต้นขาเธอ ผิวเธอเย็นชื้นจากโลชั่นทำให้ผิวมันลื่นกว่าปกติ ผมลูบขึ้นเบาๆ พร้อมกดจูบที่ซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นครีมอาบน้ำ แพรวสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหัวเราะในลำคอ “ทะลึ่งตั้งแต่ยังไม่ถึงวันดีเลยนะ” เธอแกล้งดันอกผม แต่แรงนั้นมันเบาเหมือนไม่จริงจังนัก
ผมไม่รีบร้อน อยากให้คืนนี้เป็นคืนที่พิเศษ ไม่ใช่แค่การมีเซ็กซ์ตามอารมณ์ แต่เป็นเหมือนการ “ฉลอง” การตัดสินใจครั้งสำคัญของเราสองคน ผมค่อยๆ ปลดสายเดี่ยวของเธอลงทีละข้าง ชุดนอนร่วงลงไปกองที่เอว เผยให้เห็นอกอวบขาวที่ไร้บราใต้ออกมา ผมก้มลงซุกหน้าลงกับอกเธอ หายใจเข้าลึกจนกลิ่นกายเธออบอวลเต็มปอด แพรวครางแผ่ว “อืม…” พร้อมกับเอามือลูบท้ายทอยผมอย่างเอ็นดู
“จำได้ไหม…คืนแรกที่เรามีกัน” ผมถามเสียงอู้อี้อยู่กับผิวเธอ นิ้วมือผมค่อยๆ ไล้ขึ้นมาจากเอวจนถึงซี่โครงบางๆ แผ่วเบาจนเธอตัวสั่นน้อยๆ “จำได้สิ…ตอนนั้นนายเงอะงะจะตาย” เธอหัวเราะเบาแต่ก็สะดุ้งเมื่อผมบีบเอวตอบโต้ “แล้วตอนนี้ล่ะ” ผมเงยหน้าขึ้นมอง ตาเธอเป็นประกายในแสงไฟสลัว “ก็ยังเงอะงะอยู่ดีแหละ” ปากว่าแบบนั้น แต่มือเธอกลับรั้งคอผมลงไปจูบแรงๆ ลิ้นเธอรุกเร้าอย่างไม่ประนีประนอม
จูบนั้นนานจนลมหายใจเริ่มขาดห้วง ริมฝีปากเราบดเบียดกันอย่างเร่าร้อน มือของผมเลื่อนลงไปที่หน้าท้องแบนราบของเธอ ลูบวนเป็นวงเล็กๆ ก่อนจะสอดเข้าไปในกางเกงในลูกไม้สีดำ แพรวครางอือในลำคอพร้อมกับหนีบขาเข้าหากันเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใช่การปฏิเสธ มันคือการ “เชิญ” ให้ผมไปต่อต่างหาก
“เปียกแล้วเหรอ” ผมกระซิบข้างหู น้ำเสียงแหบพร่าอย่างตั้งใจให้เธอรู้สึกว่า “คนนี้แหละ” ที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ แพรวเม้มปากซ่อนยิ้มแต่ก็พยักหน้าเล็กน้อย ผมดึงมือออกแล้วปลดทุกอย่างที่เหลือออกจากร่างเธอจนเปลือยเปล่าเต็มตา ก่อนจะผลักเธอนอนหงายลงบนที่นอนนุ่มๆ ผิวขาวเนียนตัดกับผ้าปูสีเทาเข้ม ยิ่งทำให้สัดส่วนของเธอเด่นชัดขึ้น เอวบาง สะโพกผาย อกอวบที่ยอดอกสีชมพูเริ่มแข็งเป็นไตเล็กๆ เมื่อถูกลมพัดจากแอร์กระทบผิว
ผมก้มลงจูบยอดอกซ้ายเบาๆ แพรวสะดุ้งเฮือกพร้อมกับคราง “อ๊ะ…” มือเธอกำชายผ้าปูที่นอนแน่นเมื่อลิ้นผมตวัดวนช้าๆ ที่ยอดอกแข็งนั้น อีกมือหนึ่งของผมบีบเคล้นอกอีกข้างเป็นจังหวะบีบแรงสลับเบา บางครั้งก็ใช้ปลายนิ้วเขี่ยยอดอกเบาๆ จนเธอแอ่นอกเข้าหา “ตรงนั้น…อืมมม…”
ผมผละจากอกเธอแล้วไล่จูบลงมาที่หน้าท้องแบนราบ ลิ้นลากลงตามแนวสะดือจนถึงหัวหน่าวที่โกนเกลี้ยงเรียบเนียน ผมแยกขาเธอออกช้าๆ เผยให้เห็นกลีบพูอวบอิ่มสีชมพูเข้มที่เริ่มแฉะด้วยน้ำรักใสๆ เยิ้มออกมา ผมใช้นิ้วแหวกออกเบาๆ ก่อนจะก้มลงเลียที่เม็ดคิตตี้ของเธอ ปากผมดูดเบาๆ สลับกับกวาดลิ้นเป็นวงช้า แพรวสะดุ้งเฮือกใหญ่แล้วครางเสียงแหลม “อ๊ะ อ๊ะ…ตรงนั้น…อือออ…” มือเธอกดหัวผมแนบกับร่องสาวหวานหวิวเพิ่มแรงขึ้น
“เสียว…เสียวมาก…อย่าหยุดนะ…” เธอพึมพำเสียงสั่น เอวของเธอเริ่มขยับส่ายเข้าหาใบหน้าผมตามจังหวะลิ้นที่ดูดเม็ดเล็กๆ นั้นแรงขึ้น ผมสอดนิ้วกลางเข้าไปในร่องสาวช้าๆ จนมิดนิ้ว ความคับและอุ่นร้อนจนแทบจะดึงนิ้วเข้าไปอีก แพรวร้องครางเสียงขาด “อ้อออ…ลึก…อื้อออ…” ผมขยับนิ้วเข้า-ออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พร้อมกับใช้ลิ้นตวัดวนที่เม็ดคิตตี้ไม่ยั้ง น้ำรักของเธอเยิ้มเลอะนิ้วผมจนแฉะพลั่กๆ เสียงดังลามกข้างหู
ไม่นานนัก แพรวก็เกร็งตัวสุดท้าย มือเธอกำผมแน่น ร้องครางเสียงหลง “จะไปแล้วว…อ้า…” แล้วร่างทั้งร่างก็กระตุกพวยพุ่ง น้ำรักไหลเยิ้มออกมามากจนเปียกชุ่มทั้งง่ามขา ผมประคองเอวเธอไว้แล้วเบาแรงลิ้นลงเป็นจังหวะช้าผ่อนคลาย ปล่อยให้เธอหอบหายใจครวญครางในลำคออยู่ครู่หนึ่ง
พอตั้งสติได้ แพรวก็ดึงแขนผมขึ้นมาประกบร่าง ใบหน้าของเธอแดงเรื่อเหงื่อซึมที่ไรผม “ถึงตาฉันแล้วนะ” เธอพูดพลางผลักผมให้นอนหงายแทน แล้วขยับมานั่งคร่อมบนตัก ผมเห็นร่างเปลือยของเธออยู่เหนือผมในมุมที่เห็นทุกสัดส่วนได้ชัดเจน แพรวก้มลงจูบซอกคอผมช้าๆ เลื่อนต่ำลงมาเรื่อยจนถึงอก มือเธอล้วงเข้าไปในกางเกงบ็อกเซอร์ที่ขึ้นเป็นกระโจมอยู่แล้ว ปลดมันออกช้าๆ ปลดปล่อยความแข็งขืนที่รอคอยออกมา
“ยังใหญ่เหมือนเคยเลยนะ” เธอแกล้งพูดเสียงยั่วๆ ก่อนจะใช้มือจับมันขึ้นมาลูบช้าๆ ปลายนิ้วไล้ขึ้นลงตามความยาวจนผมเสียวซ่านไปทั้งตัว “โอ้ย…อย่าแกล้งนักสิ” ผมครางหน้าเหยเก แพรวหัวเราะคิกแล้วก้มลงจูบที่ปลายควยผมเบาๆ ก่อนจะใช้ลิ้นตวัดวนช้าๆ ที่หัวบาน ผมต้องกลั้นเสียงครางไว้แทบไม่อยู่ เธอค่อยๆ อ้าปากอมลงไปช้าๆ จนลึกสุดเท่าที่จะทำได้ แก้มบุ๋มลงจากการดูดแรงๆ มือเล็กๆ ของเธอปลุกปล้ำกับโคนควยที่เหลืออยู่ ผมรู้สึกเหมือนความร้อนทั้งหมดในตัวไหลมารวมอยู่ที่ตรงนั้น
“อ้า…ดีมากเลย…” ผมครางในลำคอ มือหนึ่งลูบแก้มเธอ อีกมือหนึ่งกดหัวเธอให้จังหวะเข้าลึกมากขึ้น แพรวครางอือตอบรับเป็นจังหวะ เสียงน้ำลายกับเสียงดูดดังลามกจนอารมณ์พุ่งสูง เธอเร่งจังหวะจนผมต้องสะกดตัวเองเอาไว้ไม่อย่างนั้นอาจจะจบก่อนที่อยาก
“ไม่ไหวแล้ว…ขึ้นมาสิ” ผมกระซิบเสียงสั่น แพรวถอนปากออกช้าๆ พร้อมน้ำลายยืดเส้นเล็กๆ แล้วขยับตัวขึ้นมานั่งคร่อมตักผม มือเธอจับควยผมวางทาบกับกลีบสาวเปียกแฉะของเธอ ขยับถูหัวควยไปตามร่องสักสองสามทีจนหัวบานชุ่มน้ำรัก ก่อนจะค่อยๆ กดสะโพกลงช้าๆ “อื้ด…” ทั้งคู่ครางพร้อมกันเมื่อหัวควยแหวกเข้าไปในร่องสาวที่คับแน่น
“อึก…” แพรวครางเสียงสั่น ตัวแข็งไปชั่วขณะเมื่อความใหญ่ของผมค่อยๆ จมหายลึกเข้าไป เธอค่อยๆ ขยับโยกสะโพกช้าๆ ปรับตัวกับความแน่นในท้องน้อย ความร้อนจากผนังภายในบีบรัดควยผมทุกจังหวะที่ขยับ มันช่างนุ่มละมุนและชุ่มชื้นจนผมต้องเกร็งหน้าท้องสู้กับการสิ้นสุดก่อนเวลา
“เสียวมาก…ข้างในมึงมันฟิตชะมัด” ผมคราง แพรวก้มลงมองหน้าผม ตาสวยของเธอปรือปรอยด้วยอารมณ์ เธอเร่งจังหวะโยกสะโพกเร็วขึ้น หน้าอกขาวเด้งดึ๋งๆ เป็นจังหวะ มือทั้งสองของเธอยันอกผมไว้ ก่อนจะแอ่นสะโพกเป็นวงคลึงเม็ดคิตตี้ของตัวเองกับฐานควยผม “อ้อออ…ตรงนั้นแหละ…อึ้มมม…” เธอครางลากเสียงจนผมจับเอวเธอแน่นช่วยเซิ้งสวนทุกจังหวะ
“ลึกอีก…แรงอีกได้ไหม…” เธออ้อนเสียงขาด ผมพลิกตัวเธอลงนอนหงายในท่าเดิมโดยที่ควยผมยังคาอยู่ในตัวเธอ ผมโอบขาเธอพาดบ่าแล้วเริ่มกระทุ้งแรงขึ้น จังหวะแรกๆ ช้าแล้วค่อยเร่งขึ้นตามเสียงครางที่บ่งบอกว่าเธอต้องการมากกว่านั้น สะโพกผมกระแทกเข้า-ออกอย่างแรงและลึกขึ้นทุกครั้ง จนเสียงเนื้อกระทบกันดังเพียะๆ ปนกับเสียงน้ำรักแฉะพลั่กเต็มห้อง
“อ๊ะ อ๊ะ…แรงกว่านี้…อ้าาา…” แพรวครางเสียงสูงขึ้นเรื่อยๆ ตาของเธอเหลือบเหมือนจะพยายามทำความเข้าใจกับความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามา ผมจับเอวเธอแน่น กระแทกแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความอัดแน่นในตัวเธอบีบรัดควยผมดุจปากหอยทากที่กำลังหดเกร็ง “ไม่ไหวแล้ว…จะแตกแล้ว…” ผมพูดเสียงสั่นระหว่างคราง
“แตกในเลย…อื้อ…ฉันอยากได้…” แพรวกระซิบเสียงแผ่วแต่เต็มไปด้วยความต้องการ ผมยิ่งฮึกเหิม กระทุ้งอีกเพียงห้าทีก็รู้สึกวินาทีที่ร้อนระอุแล่นจากโคนควยพุ่งตรงสู่หัวบาน ผมกดสะโพกแน่นจนจมมิดลำ ร่างกระตุกปลดปล่อยน้ำกามเข้าไปจนล้นร่องสาว แพรวเกร็งตัวแน่น ร้องครวญเสียงพร่า “อ้าาา…ข้างในฉ่ำเลย…” แล้วแกนกายของเธอก็บีบรัดผมต่อจนผมปวดหนึบๆ ตรงโคนง่ามขา
เราสองคนหยุดนิ่งอยู่ในท่าเดิม ร่างกายเปียกชุ่มด้วยเหงื่อที่คละเคล้ากับฟีโรโมนและโลชั่นของแพรว ผ่านไปนาทีกว่าผมจึงค่อยๆ ถอนตัวออกมา น้ำรักผสมน้ำกามไหลย้อนออกมาจากน้องสาวของเธอเป็นทางขาวขุ่นบนผ้าปูที่นอน แพรวหอบหายใจแรง เอามือก่ายหน้าผากแล้วหัวเราะเบาๆ “โอ้ย…ขาลั่นหมดแล้ว”
ผมล้มตัวนอนข้างๆ แล้วดึงเธอเข้ามากอดจากด้านหลัง ปลายนิ้วลูบไล้แผ่นหลังเหนียวเหงื่อของเธอช้าๆ รู้สึกได้ถึงหัวใจที่ยังเต้นแรงเร่าๆ กระทบซี่โครงของกันและกัน แพรวหันหน้ามากระซิบเสียงดังแค่สองคนรู้ “สิบปีก็ยังไม่น่าเบื่อเลยเนอะ” เธอว่าแล้วขยับเข้ามาแนบแก้มกับหน้าอกผม มือเธอซุกเข้าไปในอุ้งมือผมแล้วกุมไว้แน่น ผมก้มลงจูบเส้นผมเธอหอมๆ แล้วตอบ “ไม่น่าเบื่อ แล้วก็ไม่อยากให้เบื่อด้วย”
คืนนั้นเรายังไม่นอนในทันที แต่พูดคุยกันถึงแผนจะไปจดทะเบียนวันอังคาร จะเล่าให้พ่อแม่ฟังก่อนหรือหลัง จะจัดงานเล็กๆ ที่บ้าน หรือจะไปทะเลด้วยกันสองคนแค่แล้วแต่จะสะดวก คุยเสียงแผ่วเบาสลับกับหยอกล้อบ้างบางจังหวะ จนง่วงแล้วเธอก็หลับไปก่อนในอ้อมแขนผม ยังคงมือเล็กๆ กุมแน่นอยู่ที่อกซ้ายของผม
เช้าวันจันทร์ ผมตื่นก่อนจึงแอบไปทำไข่กระทะให้ แพรวเดินออกมาจากห้องนอนตัวหอมกลิ่นสบู่ มัดผมยุ่งๆ เป็นมวย แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปผมคาเอี๊ยมยืนทอดไข่ไม่พูดอะไร ก่อนจะเดินมากอดจากด้านหลังแล้วเอาแก้มแนบกลางหลัง “สามีในอนาคต” เธอพูดเสียงหวาน ผมหัวเราะแล้วตะโกนลั่นว่า “รีบๆ ไปอาบน้ำแต่งตัว เดี๋ยวไข่เย็น” แต่ในใจดันฟูจนเกือบทำไม้พายหลุดมือ รู้สึกเหมือนไม่เคยรู้จักคำว่าเช้าที่สดใสแบบนี้มานาน
เมื่อถึงวันอังคาร เราแต่งตัวเรียบๆ สีสุภาพ แพรวใส่ชุดเดรสสีครีม ผมปล่อยตรงสลวย เธอทาลิปสติกสีชมพูอ่อนจนดูหน้าเด็กลงเหมือนตอนมหาวิทยาลัย ผมสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนสบายๆ ทั้งคู่ขับรถไปที่สำนักงานเขต ระหว่างทางเปิดเพลงช้าๆ ในรถแล้วร้องตามกันเบาๆ บางจังหวะหันมายิ้มให้กันโดยไม่ต้องพูดอะไร
ที่อำเภอ เราเจอคิวค่อนข้างยาว แพรวนั่งเอกสารให้เรียบร้อยแล้วกำมือผมแน่น บรรยากาศทางการมันทำให้หัวใจเต้นแรงแบบแปลกใหม่ ทั้งตื่นเต้นและใจหายปนกัน ตอนที่เจ้าหน้าที่เรียกชื่อจนถึงรอบเรา ผมแอบเห็นรอยยิ้มกว้างของแพรวแล้วก็ยิ้มตาม เธอเซ็นชื่อก่อนแล้วส่งปากกาให้ผมต่อ ผมจรดปากกาลงในช่องว่าง ขณะนั้นทุกวินาทีราวกับถ่ายทอดอยู่ในภาพช้า ความหมายของชีวิตบัดนี้มันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความรัก หรือความผูกพัน หากแต่คือคนข้างกายที่กล้าเซ็นชีวิตร่วมกันอย่างแท้จริง
เมื่อเสร็จสิ้นพิธีและได้ทะเบียนมาอย่างเป็นทางการ เราสองคนถือสมุดเล่มเล็กๆ เดินออกจากอำเภอแล้วยืนกอดกันกลางลานจอดรถ ไม่หวาดหวั่นสายตาคนอื่น “สิบปีที่รอคอย วันนี้มันเบาใจไปหมดเลย” แพรวพูดหน้าซบกับอกผม ผมกอดเธอแน่นแล้วกระซิบ “ต่อไปค่อยๆ ใช้ชีวิตไปด้วยกัน ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องกลัว” เธอเงยหน้าขึ้นมองตาผมแล้วหัวเราะทั้งน้ำตาเล็กๆ ผมจูบหน้าผากเธอหนึ่งครั้งช้าๆ เป็นคำมั่นที่ไม่มีเสียง
เย็นวันนั้นเรากลับบ้านแล้วทำกับข้าวด้วยกัน ผมปิ้งหมูสามชั้น แพรวตำส้มตำ กินกันสองคนกับข้าวเหนียวร้อนๆ บนโต๊ะไม้หน้าบ้าน ฟังเพลงจากลำโพงเก่าๆ เสียงแมวร้องขออาหารข้างๆ เป็นความสุขเล็กๆ ที่เริ่มต้นในหลายบทใหม่ของชีวิต
เมื่ออาบน้ำเสร็จ ตกดึกเรานั่งชมรูปที่ถ่ายกันไว้ที่อำเภอ แพรวเอนหัวพิงไหล่ผมแล้วพูดเบาๆ ว่า “สิบปี พรุ่งนี้ก็คือวันที่สิบเอ็ดสินะ” ผมนิ่งคิด แล้วตอบ “วันที่ 11 เดือน 11 ปีที่ 11 ” เธอหัวเราะที่ผมพูดมั่วเองยังไม่รู้ตัว แต่หัวใจของเราต่างตรงกันว่าการก้าวข้ามสิบปีแรกไปด้วยกันคือการตัดสินใจที่กล้าหาญที่สุดแล้วของชีวิตที่เคยมีมา
ก่อนนอน แพรวหันมาหาผมบนเตียง มือเธอจับมือผมแล้วจูบที่ข้อมือข้างซ้าย “ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกันนะ” เธอว่าเสียงแผ่ว ผมบีบมือตอบแล้วดึงเธอเข้ากอด แสงไฟจากโคมเล็กๆ ข้างเตียงทำให้เงาหน้าเธอดูอ่อนโยนจนผมอยากหยุดช่วงเวลานี้ไว้จริงๆ “เราจะไม่ทิ้งกัน จะรักตั้งแต่วันที่สิบเอ็ดเรื่อยไป” ผมกระซิบ แล้วเราก็หลับไปพร้อมกับลมหายใจอุ่นๆ ของอีกฝ่าย
เรื่องจบลงตรงนั้น แต่มันไม่ใช่จุดจบ มันคือจุดเริ่มต้นของวันพรุ่งนี้ที่เราตกลงจะใช้ร่วมกันอย่างสง่างามที่สุด เท่าที่ชายหญิงคู่หนึ่งจะทำได้ นับจากวันที่ 11 เป็นต้นไป
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







