เรื่องเสียว เย็ดเมียเจ้านาย “ซ้อครับ…ผมรักซ้อ…ขอเป็นผัวซ้ออีกคนนะครับ…”
ผมชื่อชาย ทำงานอยู่แถววรจักร อายุ 29 ปี ส่วนนายจ้างผู้หญิงของผมอายุประมาณ 45 ปี ผมจะเรียกแกติดปากว่า “ซ้อ” เพราะแกเป็นคนจีน ส่วนสามีแกอายุราว ๆ 50 ปี ผมมักจะไปทำงานแต่เช้าตรู่ก่อนใครเสมอ วันนั้นเฮียออกไปตีกอล์ฟแต่เช้าตรู่ ส่วนลูกสาวแกก็ยังนอนหลับอุตุอยู่บนห้อง ซ้อเรียกให้ผมขึ้นไปหาบนบ้านเพื่อวานให้ไปซื้อขนมปังที่ร้านลิตเติ้ลโฮม เมื่อก้าวขึ้นไปพบแก หัวใจผมแทบหยุดเต้นเพราะซ้อสวมชุดนอนสีเหลืองอ่อน เป็นเสื้อคู่กับกางเกงขาสั้นเนื้อนุ่ม ผมเลยแกล้งหยอดคำหวานแซวไปว่า “ซ้อดูสวยจังนะครับ… ดูสวยกว่าพวกสาว ๆ ซะอีก” ซ้อเพียงแค่ส่งยิ้มบาง ๆ ให้โดยไม่เอ่ยคำใด ก่อนจะบอกให้ผมรีบไปทำธุระ
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ เมื่อผมกลับจากซื้อของ ก็เห็นซ้อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่เก้าอี้พนักพิงในห้องนอน ในหัวสมองของผมคิดอกุศลขึ้นมาทันทีว่า วันนี้อย่างไรเสียก็ต้องเผด็จศึกฟันซ้อให้ได้ จังหวะนั้นพอดีกับที่ซ้อลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ ผมไม่รอช้า พุ่งเข้าไปสวมกอดแกจากด้านหลังทันที สองแขนโอบรัดรอบเอวบางของแกไว้แน่น ซ้อตกใจอุทานว่า “ชายจะทำอะไรน่ะ!”
ผมรีบกระซิบเสียงพร่า “ซ้อครับ… ผมรักซ้อ… ขอเป็นผัวซ้ออีกคนนะครับ…”
ซ้อดิ้นรนเล็กน้อยแล้วเอ็ดขึ้นว่า “บ้าเหรอ… ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
แต่ผมไม่สนใจ มือขวาเริ่มลูบไล้เลื่อนขึ้นมาบีบเคล้นเต้านมของแกผ่านเนื้อผ้า ถึงแม้นมของซ้อจะไม่ใหญ่โตมากนักแต่มันก็นุ่มนิ่มเต็มมือ ร่างของแกเล็กนิดเดียวเทียบกับผมไม่ได้เลย ซักพักผมก็จับแกหันหน้ากลับมาหา พร้อมกับโน้มใบหน้าลงประกบจูบเรียวปากของแกอย่างเร่าร้อน “ซ้อครับ… เป็นของผมนะครับ…”
ผมไม่รอให้แกได้ทันปฏิเสธ รวบตัวจับแกผลักให้นอนราบลงไปบนเตียงนอนนุ่มทันที มือไม้ก็จัดการปลดรูดกางเกงพร้อมกับกางเกงชั้นในของซ้อออกในคราวเดียว ซ้อรีบยกมือขึ้นมาปิดบังเนินสาวของตัวเองไว้ด้วยความอาย ผมจึงเอ่ยเกลี้ยกล่อม “ซ้อ… อย่าปิดเลยครับ ขอผมเลียมันหน่อยนะ…”
ผมใช้มือจับข้อมือแกออกเบา ๆ แล้วฝังใบหน้าลงไปซุกไซร้จูบและตวัดลิ้นเลียกลีบเนื้อสาวของซ้อทันที ติ่งเนื้อขนาดเม็ดถั่วแดงชูชันยื่นออกมาท้าทายสายตา ท่ามกลางเส้นขนบางเบาที่ปกคลุมอยู่พอประมาณ ผมดูดดึงติ่งเสียวของซ้ออย่างหิวกระหาย อยู่ ๆ อาการขัดขืนเมื่อครู่ก็พลันมลายหายไป ร่างของซ้อแอ่นหยัดเนินเนื้อขึ้นมารับสัมผัสจากปลายลิ้นของผมอย่างลืมตัว ปากก็พร่ำเอ่ยห้ามเสียงสั่น “ชาย… อย่า… อย่า…” แต่สะโพกกลับไม่ยอมขัดขืน แถมยังขยับตามแรงลิ้นจนช่องทางแฉะฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำรัก
ผมผงกหัวขึ้นแล้วจัดการถอดเสื้อผ้าของซ้อออกจนหมด เผยให้เห็นเต้านมงดงามที่ตั้งชูชัน ผมพุ่งเข้าหาแล้วดูดกลืนหัวนมของซ้อสลับกับใช้ฟันขบเม้มเบา ๆ มืออีกข้างก็สอดนิ้วกลางล่วงล้ำเข้าไปในรูเสียวของซ้อ
แกเริ่มส่งเสียงครางกระเส่า “โอย… อูยยย… อื้อออ…” ออกมาไม่ขาดสาย ในวินาทีนั้น มังกรกายของผมแข็งขึงพองโตเต็มที่จนปวดหนึบ ผมเงยหน้าขึ้นสถามด้วยความกระสัน “ซ้อพร้อมเป็นของผมหรือยังครับ…?” ซ้อพยักหน้ารับแทนคำตอบ
ผมจึงสอดใส่มังกรกายอุ่นร้อนเข้าไปในร่องรักของซ้อทันที ซ้อถึงกับสะดุ้งครางลั่น “อูยยย…!” แล้วผมก็โหมสะโพกกระแทกกระทั้นซอยยิกไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งร่างกายของเราทั้งคู่พุ่งทะยานไปถึงจุดสุดยอดพร้อมกันอย่างรุนแรง ผมฟุบหน้าลงซบกับอกซ้อโดยที่ท่อนลำยังคงแช่คาคาบอยู่ข้างใน และซ้อก็เอ่ยขึ้นว่า “ชายลุกได้แล้ว… ซ้อจะเข้าห้องน้ำ”
พอซ้อเดินกลับออกมาจากห้องน้ำ แกก็รีบแต่งตัวกุลีกุจอเพราะต้องลงไปจัดการงานข้างล่าง และไม่ลืมที่จะไล่ให้ผมลงไปทำงานด้วยเช่นกัน
ต่อมา มีอยู่ 3 วันที่ซ้อต้องเดินทางไปพัทยาเพราะมีคอนโดส่วนตัวอยู่ที่นั่น เฮียกับซ้อจึงมอบหมายให้ผมเป็นคนขับรถพาเดินทางไปตลอดทริป ตลอดการเดินทางผมนั่งมองแผ่นหลังและท่าทางของซ้อผ่านกระจกมองหลังตลอดเวลา วันนี้ซ้อสวมกระโปรงสีขาวคู่กับเสื้อสีเหลืองสดใส ส่วนเฮียสวมเสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแล็ก การเดินทางครั้งนี้ผมไม่ได้มามือเปล่า ผมแอบเตรียมยานอนหลับติดตัวมาด้วย เมื่อไปถึงคอนโดสุดหรูขนาดใหญ่ที่มีถึงสองห้องนอน ห้องครัว และห้องนั่งเล่น เฮียก็สั่งให้ผมออกไปเที่ยวเดินเล่นข้างนอกเสียก่อน ส่วนเฮียกับซ้อพักผ่อนอยู่ในห้อง
ช่วงบ่าย ผมก็แวะกลับเข้ามาพร้อมกับหิ้วเบียร์กระป๋องยี่ห้อโปรดที่เฮียชอบดื่มมาด้วย เฮียรับไปเปิดดื่มขณะที่ซ้อนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟา สักพักเฮียก็เริ่มบ่นง่วงนอน แกคงเข้าใจว่าเพลียจากการเดินทาง ทั้งที่ความจริงเป็นเพราะฤทธิ์ยานอนหลับที่ผมแอบใส่ลงในเครื่องดื่ม เฮียหันไปบอกซ้อว่า “ขอตัวไปนอนงีบสักหน่อยนะ…” ซ้อพยักหน้ารับ “จ๊ะ…”
พอเฮียเดินเข้าห้องนอนไปลับตา ผมก็รีบตรงดิ่งไปหาซ้อที่นั่งอยู่บนโซฟา โน้มตัวลงไปจูบปากแกทันที ซ้อตกใจกระซิบห้าม “อย่า… เดี๋ยวเฮียออกมาเห็น…”
ผมกระซิบตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “แกไม่ตื่นง่าย ๆ หรอกครับ… เพราะผมใส่ยานอนหลับให้แกกินไปแล้ว”
ซ้อทำตาโตดุ “เธอนี่มันร้ายจริง ๆ นะ…”
ผมไม่รอช้า จูบซ้ำลงไปอีกพร้อมกับสอดมือซุกซนล้วงผ่านชายกระโปรงเข้าไปสัมผัสเนินเนื้อสาว ขยับมือรั้งดึงกางเกงในของซ้อให้หลุดติดมือออกมา แล้วเริ่มขยี้ปุ่มเสียวรัว ๆ จนซ้อส่งเสียงครางฮือ ผมจึงเอ่ยขอร้อง “ซ้อครับ…อมมังกรให้ผมหน่อยสิ…”
ซ้ออิดออดเบา ๆ “ไม่เคยเลยนะ…”
“ลองดูหน่อยนะซ้อ…” ผมคะยั้นคะยอ
ซ้อชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใช้ปลายลิ้นแตะเลียที่ส่วนหัวบานก่อนจะค่อย ๆ อ้าปากอมครอบครองท่อนลำของผมเข้าไป แม้จะเป็นครั้งแรกแต่แกก็ทำออกมาได้ดีเกินคาด สักพักแกก็ผงกหัวออกแล้วบอกว่าเมื่อยปาก ให้ผมจัดการต่อได้เลย ผมจึงจับแกนอนราบแล้วสอดใส่มังกรกายเข้าสู่ร่องรักโดยไม่ต้องเสียเวลาถอดกระโปรง โหมกระแทกจนผมและซ้อเสร็จสมอารมณ์หมายอีกรอบ จากนั้นซ้อก็รีบจัดเสื้อผ้าแล้วเดินล่ำลกไปเช็กดูสามีว่าตื่นหรือยัง
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผมกับซ้อก็แอบลักลอบได้เสียกันเสมอมา ไม่ว่าจะลับตาที่บ้านหรือตามโรงแรมม่านรูด
หลังจากกลับจากทริปพัทยา โดยมีเฮียกับซ้อนั่งอยู่ที่เบาะหลังรถ ซ้อก็มักจะแอบส่งยิ้มหวานเยิ้มและชายตามาให้ผมตลอดเส้นทาง จนกระทั่งรถแล่นมาถึงบ้านในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ ซ้อและเฮียชวนผมอยู่ทานมื้อเย็นด้วยกันเพราะลูกสาวแกยังเที่ยวเพลินไม่กลับบ้าน ผมจึงอาสาเดินเข้าครัวไปเป็นลูกมือช่วยซ้อเตรียมทำกับข้าว วันนี้ซ้อนุ่งกางเกงขาสั้นสีแดงเพลิงคู่กับเสื้อเชิ้ตสีขาวดูทะมัดทะแมงและเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน ส่วนเฮียนั่งเอกเขนกดูทีวีอยู่ที่ห้องรับแขก
ระหว่างที่ซ้อยืนหน้าเตากำลังง่วนอยู่กับการผัดผัก ผมก็แอบเดินเข้าไปสวมกอดแกจากด้านหลังแนบแน่น จนท่อนเนื้อที่แข็งขึงพองโตชนเข้ากับบั้นท้ายอวบพอดี มือขวาเอื้อมไปบีบเคล้นเต้านมซ้อผ่านเนื้อผ้าเชิ้ต ส่วนมือซ้ายก็ซุกซนสอดไปกุมขยำเนินหอยของแกผ่านกางเกงขาสั้น
ซ้อสะดุ้งเล็กน้อย เอี้ยวตัวมาเอ็ด “ชาย… อย่าซนสิจ๊ะ… เดี๋ยวเกิดเฮียเดินมาจะแย่เอานะ…”
“ไม่หรอกซ้อ… ผมคอยมองทางให้อยู่ ป่านนี้เฮียดูทีวีเพลินไปแล้ว…” ผมกระซิบข้างหู
ระหว่างนั้นซ้อก็ยังคงผัดผักต่ออย่างทุลักทุเลเพราะถูกผมกอดรัดแนบชิดติดแผ่นหลัง “ซ้อครับ… ผมอยากทำกับซ้ออีกจัง…”
ซ้อหันมาทำหน้าดุแกมระอา “จะทำได้ยังไงล่ะชาย… เฮียก็อยู่ข้างนอก… จะให้เอายานอนหลับกรอกปากเฮียเหมือนตอนอยู่พัทยาไม่ได้หรอกนะ เพราะเดี๋ยวลูกสาวซ้อก็ใกล้จะกลับมาแล้ว…”
ผมยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วกระซิบชิดริมฝีปากแก “ถ้าอย่างนั้น… ซ้อก็ออกไปข้างนอกกับผมสิครับ…”
พูดจบ มือขวาของผมก็ยิ่งรุกรานหนักขึ้น สอดเลื้อยเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ต ผ่านบราตัวจิ๋ว แล้วใช้นิ้วหัวแม่โป้งกับนิ้วชี้สะกิดคลึงหัวนมของซ้อเบา ๆ จนแกครางแผ่ว “ปล่อยซ้อก่อนสิ… ซ้อจะตักผัดผักใส่จาน…”
“ปล่อยก็ได้ครับซ้อ… แต่ผมขอพิสูจน์หน่อยซิว่า หอยซ้อแฉะหรือยัง…?”
ผมไม่รอช้า ใช้มือซ้ายรูดซิปกางเกงขาสั้นของแกรูดลงเล็กน้อย แล้วสอดมือลอดผ่านช่องว่างผ่านชั้นในตัวบาง พอมือสัมผัสเข้ากับกลีบเนื้อนุ่ม ก็พบว่าความแฉะฉ่ำของหยาดน้ำรักซึมทะลักออกมาเปียกชุ่มจนถึงเนื้อผ้าด้านนอกอย่างชัดเจน…
ซ้อเอี้ยวตัวหันมามองค้อนปะเหลิน ๆ แล้วเอ่ยถามขึ้นเบา ๆ “พิสูจน์เสร็จหรือยังล่ะชาย…?”
ผมรีบชักมือออกแล้วยิ้มแห้ง ๆ “เสร็จแล้วครับซ้อ…” จังหวะนั้นพอดีกับที่ซ้อตักผัดผักใส่จานเสร็จเรียบร้อย ผมจึงรับอาสาถือจานอาหารออกไปจัดเตรียมไว้ที่โต๊ะอาหารข้างนอก ส่วนซ้อก็รีบรูดซิปกางเกงขาสั้นจัดระเบียบเนื้อตัวให้เรียบร้อย ก่อนจะลงมือทำกับข้าวต่ออีกสองอย่างเสร็จสรรพ แล้วไล่ให้ผมออกไปนั่งคุยกับเฮียที่ห้องนั่งเล่นตามปกติ
ผมเดินกลับมาหาเฮียที่นั่งดูทีวีอยู่ แล้วหาจังหวะเปิดประเด็นขึ้น “เอ่อ… เฮียครับ พอดีซ้อบอกว่าช่วงเย็นนี้อยากจะออกไปซื้อของใช้ส่วนตัวที่ห้างสักหน่อย จะให้ผมขับรถพาไปให้ครับ…”
เฮียละสายตาจากจอทีวี หันมาเลิกคิ้วมองผมแล้วถามด้วยความเกรงใจ “อ้าว… ชายเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว จะไหวเหรอ?”
“ไม่เป็นไรเลยครับเฮีย… ผมยินดีรับใช้ทั้งเฮียและซ้อครับ” ผมตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
เฮียพยักหน้ารับอย่างพอใจ “เออ… งั้นเดี๋ยววันนี้เฮียให้เงินพิเศษเพิ่มเป็นค่าเหนื่อยก็แล้วกันนะ”
“ขอบคุณครับเฮีย” ผมยิ้มรับทันที
สักพักซ้อก็เดินถือกับข้าวเสร็จร้อน ๆ ออกมาสมทบ เรียกให้ผมกับเฮียมาล้อมวงกินมื้อเย็นร่วมกัน เฮียนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ส่วนผมกับซ้อนั่งประกบอยู่ข้างซ้ายและขวา ทำให้เราสองคนนั่งเผชิญหน้ากันพอดิบพอดียามค่ำคืนนี้ ระหว่างที่กำลังตักข้าวใส่จาน ซ้อก็เอ่ยปากบอกกับสามีทันที
“เฮียคะ… เดี๋ยวกินข้าวเสร็จ ชั้นว่าจะแวะไปทำธุระซื้อของที่ห้างสักหน่อย ให้ชายขับรถพาไปให้ ส่วนเฮียอยู่พักผ่อนดูทีวีอยู่ที่บ้านนี่แหละ เเผื่อลูกสาวกลับมาจะได้มีเพื่อนอยู่ด้วย”
เฮียพยักหน้าอนุญาตอย่างไม่คิดระแวงอะไร “ไปสิ… แต่รบกวนไอ้ชายมันน่าดูเลยนะ เธอก็อย่าลืมให้เงินพิเศษมันล่ะ” ซ้อพยักรับคำ “จ๊ะ…”
เมื่อจัดการมื้อเย็นจนอิ่มหนำสำราญ เวลาล่วงเลยไปจนเกือบ ๆ สัปดาห์ทุ่ม ซ้อก็เอ่ยขึ้นว่า “งั้นฉันขอตัวไปอาบน้ำเตรียมตัวก่อนนะ…”
เฮียโบกมือท้วง “ไม่ต้องอาบใหม่หรอก เดี๋ยวก็ดึกดื่น แต่งตัวชุดนี้ก็ดูดีเรียบร้อยอยู่แล้วหนิ”
ซ้อทำหน้าลังเลเล็กน้อยก่อนจะยอมตามใจ “งั้นก็ได้… ไปละนะเฮีย มีอะไรจะให้ซื้อฝากไหม?”
“ไม่ล่ะ… เดินทางดี ๆ ล่ะ” เฮียตอบ
ผมเดินตามซ้อลงมาจากชั้นบนพร้อมกัน โดยมีเฮียเดินตามมาส่งที่ประตูเพื่อคอยปิดล็อกบ้านให้ ซ้อเดินอ้อมไปเปิดประตูขึ้นไปนั่งรอที่เบาะหลังรถ ส่วนผมเดินอ้อมมาฝั่งคนขับ เมื่อสตาร์ตรถพ้นปากซอยออกมาระยะหนึ่ง ผมก็ตัดสินใจจอดรถชั่วคราว แล้วหันไปบอกกับซ้อ
“ซ้อครับ… ย้ายมานั่งข้างหน้าคู่กับผมดีกว่า นั่งข้างหลังมันเหงา…”
ซ้อส่งเสียงจิ๊ปากเบา ๆ แต่ก็ยอมเปิดประตูลงมาสลับร่างขึ้นมานั่งเบาะคู่หน้าข้างคนขับอย่างว่าง่าย ใบหน้าสวยหวานระบายยิ้มเขินอาย เมื่อรถเริ่มเคลื่อนตัวออกไปสู่ถนนใหญ่ มือซ้ายของผมที่ว่างจากการจับพวงมาลัยพาวเวอร์เกียร์ออโต ก็เริ่มทำหน้าที่ซุกซน เอื้อมไปวางทาบทามบนเรียวขาอ่อนเนียนนุ่มของซ้อ ลูบไล้ขึ้นลงผ่านเนื้อผ้าอย่างถือวิสาสะ
ซ้อสะดุ้งเฮือก รีบใช้มือตีเพียะเข้าที่หลังมือผมทันที “ขับรถไปสิชาย… ซนอยู่ตลอดเวลาเลยนะ… พาซ้อไปห้างมาบุญครองด้วยล่ะ!”
“รับทราบครับซ้อ…” ผมยิ้มกริ่มรับคำสั่ง
แต่แทนที่จะขับตรงดิ่งไปห้างสรรพสินค้าตามที่ปากบอก ผมกลับเลี้ยวรถแวะเข้าโรงแรมม่านรูดย่านบรรทัดทองที่คุ้นเคยแทน ซ้อตาโตตกใจอุทานลั่นรถ “ชาย…! พาซ้อมาที่นี่ทำไมเนี่ย…!”
“ก็ผมบอกซ้อแล้วไงครับ… ว่าผมอยากนอนกอดซ้ออีก…” ผมหันไปส่งสายตาหวานเชื่อม
“เดี๋ยวซ้อก็กลับบ้านดึกหรอก…!” ซ้อเริ่มมีสีหน้ากังวล
“กลับดึกก็บอกเฮียไปสิครับว่ารถติด… ผมทำไม่นานหรอกน่า ลงรถเถอะครับซ้อ…” ผมคะยั้นคะยอจนซ้อจำใจต้องยอมเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินเคียงคู่เข้าไปในห้องพักด้วยกันอย่างจำยอม
เด็กดูแลห้องเดินเข้ามาถามที่หน้าประตู “ชั่วคราวหรือค้างคืนครับพี่?”
ผมตอบกลับไปหน้าตาเฉย “ชั่วคราวครับน้อง”
“ชั่วคราว 300 ครับ” เด็กหนุ่มแจ้งราคาตามเรทปัจจุบัน
ผมควักธนบัตรใบละร้อยสามใบยัดใส่มือเด็กไปทันที “ไม่ต้องทอนนะน้อง” แล้วจัดการหมุนล็อกกลอนประตูห้องพักจนแน่นหนา
ระหว่างที่ซ้อยืนรออยู่ที่ปลายเตียงนอน ผมสาวเท้าเข้าไปสวมกอดเอวบางจากด้านหลัง ซ้อรีบเอ่ยปากขอตัว “ชาย… ขอซ้อไปอาบน้ำก่อนดีกว่า รู้สึกเหนียวตัวไปหมดแล้ว…”
“ขอผมเข้าไปอาบด้วยกันไม่ได้เหรอครับซ้อ…?” ผมส่งสายตาเจ้าเล่ห์
“ไม่ได้จ๊ะ…!” ซ้อปฏิเสธเสียงแข็ง พร้อมกับเอี้ยวตัวมาดันอกผมออก เมื่อผมทำท่าจะรวบตัวเข้ามาจูบ แกก็รีบดิ้นขัดขืน “เดี๋ยวเสื้อผ้ามันยับหมด…!” พูดจบซ้อก็คว้าผ้าขนหนูผืนใหญ่เดินหนีหายเข้าไปในห้องน้ำทันที
ส่วนผมนอนเอกเขนกเปิดโทรศัพท์มือถือไถดูคลิปวิดีโอวาบหวามรออยู่บนเตียงนอนนุ่ม
ผ่านไปครู่ใหญ่ ซ้อก็เดินนุ่งผ้าขนหนูผืนน้อยออกมาจากห้องน้ำ แกหันมาเอ่ยไล่ให้ผมไปชำระร่างกายบ้าง “ไปอาบน้ำอาบท่าซะบ้างไป… ตัวเองก็ตัวเหม็นเหงื่อเหมือนกันนั่นแหละ”
ด้วยความที่เป็นคนรักสะอาดของซ้อ ผมจึงรีบพยักหน้ารับแล้วลุกเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเองอย่างรวดเร็ว เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเดินกลับออกมา ก็พบว่าซ้อนอนเอกเขนกรออยู่บนเตียงโดยมีผ้าขนหนูพันห่อร่างกายไว้หลวม ๆ ส่วนผมนุ่งกางเกงชั้นในตัวเดียวเปลือยท่อนบน ซ้อเองคาดว่าคงไม่ได้สวมใส่อะไรไว้ข้างในเลยเพราะเสื้อผ้าชุดเดิมอยู่ในห้องน้ำทั้งหมด ผมไม่รอช้า พุ่งขึ้นไปนอนตะแคงเคียงข้าง แล้วเอื้อมมือไปปลดปมผ้าขนหนูของแกออกช้า ๆ
เผยให้เห็นเต้านมสวยงามที่ขนาดพอดีคำ เหมาะมือพอดีเป๊ะราวกับผลส้มเขียวหวาน ผมเผลอบีบขยำแรงไปนิดจนซ้อต้องร้องท้วงอุทาน “เบา ๆ หน่อยสิชาย… เดี๋ยวก็เหลวหมดพอดี…”
“โทษทีครับซ้อ… ผมจับเพลินมือไปหน่อย…” ผมหัวเราะแก้เขิน แล้วเริ่มโน้มใบหน้าลงไปซุกไซร้ซอกคอขาวเนียน ไล้เรื่อยลงมาจนถึงวงแขนเรียว พร้อมกับใช้มือแกล้งหยอกเย้าบริเวณรักแร้ของแก
ซ้อส่งเสียงครางกระเส่า “อูยยย… โอย… ชาย… เสียวจังเลย…”
ผมไล่จูบต่ำลงเรื่อย ๆ จนถึงยอดอก นิ้วมือข้างหนึ่งก็สะกิดเขี่ยวนวนอยู่ที่หัวนมซ้าย ในขณะที่ริมฝีปากก็ดูดดึงหัวนมข้างขวาอย่างเร่าร้อน ซ้อแอ่นอกขึ้นรับสัมผัสสั่นสะท้าน สองมือจิกเกร็งโอบกอดแผ่นหลังของผมไว้แน่น ผมพรมจูบไล่ต่ำลงผ่านหน้าท้องแบนราบ วนเวียนอยู่แถวสะดือจนซ้อส่งเสียงครวญครางไม่เป็นศัพท์
จนกระทั่งใบหน้าของผมเคลื่อนมาหยุดอยู่ตรงเนินสวาท กลิ่นกายหอมกรุ่นผสมกับกลิ่นสาบสาวเฉพาะตัวของซ้อโชยเข้าจมูกจนผมเกิดอาการคลั่งไคล้ ผมอ้าปากงับติ่งเสียวเบา ๆ ซ้อสะดุ้งเฮือกครางลั่น “อูย… โอ๊ยยย… ชาย… ซ้อไม่ไหวแล้วนะ…”
ผมไม่สนใจคำท้วงติง ใช้ลิ้นร้อนสอดแทรกแหวกกลีบเนื้อนุ่มเข้าไปในรูสวาท ตวัดรัวระรัวดูดกลืนน้ำรักที่เอ่อล้นทะลัก จนซ้อทนไม่ไหวต้องร้องขอ “ชายจ๋า… ทำซ้อเถอะนะ… เอาซ้อเลยเถอะ…”
เมื่อรู้ว่าแกพร้อมเต็มที่แล้ว ผมจึงแกล้งทิ้งตัวนอนหงายราบลงไปบนเตียง เปิดโอกาสให้ซ้อเป็นฝ่ายขึ้นมาควบคุมเกมเอง ซ้อลุกขึ้นคุกเข่าคร่อมร่างผม ใช้มือสั่นเทาเอื้อมไปกุมกำท่อนลำแข็งขึงร้อนระอุของผม แล้วค่อย ๆ พามาจ่อคาที่ปากทางเข้าร่องรัก ก่อนจะค่อย ๆ หย่อนลงมาครอบครอง
ทันทีที่ความใหญ่โตจมหายมิดด้าม ซ้อถึงกับสูดปากครางยาว “ซู๊ดดด… อูยยย…!” แล้วแกก็เริ่มขย่มโยกสะโพกขึ้นลงด้วยความเร็วและรุนแรงราวกับคนเก็บกด ส่วนผมก็นอนหงายใช้สองมือบีบขยำเต้านมเต่งตึงของแกทั้งสองข้างระบายอารมณ์
เมื่อซ้อโยกเร่งจังหวะกระแทกกระทั้นอยู่ครู่ใหญ่จนใกล้ถึงขีดสุด แกก็ส่งเสียงร้องครั่นเนื้อครั่นตัว “อูยยย… โอยยย… โอ๊ย… ไม่ไหวแล้ว…!”
ผมไม่รอช้า แอ่นสะโพกเสยกระแทกสวนขึ้นไปสุดแรงเกิดพร้อมกับฉีดพ่นน้ำอสุจิร้อน ๆ ทะลักล้นเข้าไปในโพรงร่องรักของแกจนเต็มปรี่ ซ้อกรีดร้องลั่นแล้วทิ้งตัวฟุบลงนอนซบหน้าอกผมอย่างหมดแรง โดยที่ช่องทางรักยังคงตอดรัดขมิบตุบ ๆ เป็นระยะ
“เหนื่อยไหมครับซ้อ…?” ผมกระซิบถามพรางลูบหลังแก
ซ้อหอบหายใจรินรดผิวอก “แทบขาดใจเลยชาย… ซ้อไม่เคยมีความสุขขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต…”
“งั้น… ผมขออีกทีนะครับซ้อ?” ผมเอ่ยขอหน้าตาเฉย
“ไม่ได้หรอกชาย… นี่ก็สองทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว เดี๋ยวเฮียจะเริ่มสงสัยเอาได้ ไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะ…” ซ้อปฏิเสธเสียงอ่อน
“ก็ได้ครับซ้อ…” ผมพยักหน้ารับอย่างเสียดาย
ซ้อผละกายลุกขึ้นจากตัวผม เดินกลับเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อย แล้วเดินออกมาแต่งตัวจนเสร็จสรรพ เช่นเดียวกับผมที่ลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย จากนั้นเราก็รีบออกจากโรงแรมขับรถไปแวะซื้อของใช้ติดไม้ติดมือตามเป้าหมายแล้วมุ่งหน้ากลับบ้านทันที
พอรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่บ้าน ผมเดินมาส่งซ้อลงจากรถ ดึงแกเข้ามารุมหอมแก้มฟอดใหญ่พร้อมกระซิบ “นอนหลับฝันดีนะครับซ้อ” ซ้อยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้พร้อมกับเอี้ยวตัวมาหอมแก้มผมคืนเบา ๆ ก่อนที่ผมจะจัดการเอารถไปเก็บ แล้วเรียกบริการรถรับส่งผ่านแอปพลิเคชันเดินทางกลับบ้านพักส่วนตัว
คืนนั้นผมกลับถึงบ้านเกือบสี่ทุ่ม ตื่นเช้ามาก็เดินทางไปทำงานตามปกติ เช้าวันนี้ทั้งเฮีย ซ้อ และลูกสาวคนสวยอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันที่บ้าน เพราะเฮียโทรศัพท์เรียกให้ผมขึ้นไปหาบนบ้านเพื่อเอาหนังสือพิมพ์ไปให้
เมื่อก้าวขึ้นมาถึงชั้นบน ก็พบกับ “คุณนา” ลูกสาววัยยี่สิบปีของซ้อนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ในชุดนักศึกษาสุดทันสมัย—กระโปรงพลีทยาวคลุมเข่าแต่ผ่าข้างลึกเผยให้เห็นเรียวขาอ่อนขาวเนียนสะดุดตา ส่วนเฮียนั่งจิบกาแฟอยู่ข้างลูกสาว ส่วนซ้อคงกำลังวุ่นวายอยู่ในห้องครัว เนื่องจากแม่ครัวประจำบ้านขอลากลับต่างจังหวัด ซ้อจึงต้องลงมือทำอาหารเช้าด้วยตัวเอง
ผมยื่นหนังสือพิมพ์ให้เฮีย เฮียรับมาเปิดดูแล้วหันมาสั่งการ “ชาย… เช้านี้ยังไม่ต้องออกไปหาลูกค้านะ พอดีเดี๋ยวเฮียต้องเดินทางไปประชุมต่างจังหวัดสักสองสามวัน แล้วซ้อต้องดูแลร้านคนเดียว ลูกจ้างคนอื่นเฮียไม่ค่อยไว้ใจ ช่วงนี้ชายอยู่ช่วยดูแลซ้อที่ร้านก่อนก็แล้วกัน มีสินค้าอะไรต้องส่งก็ให้เด็กคนอื่นจัดการแทนไปก่อน”
“ครับเฮีย… เดี๋ยวผมช่วยดูความเรียบร้อยที่ร้านให้เองครับ” ผมรับคำ
“แล้วช่วงนี้ชายมานอนค้างที่นี่เลยนะ ตรงชั้นลอยมีห้องว่างอยู่ห้องหนึ่ง ขนของมานอนที่นี่ได้เลย สะดวกดี รบกวนหน่อยนะชาย”
ผมตอบตกลงทันที “ไม่เป็นไรเลยครับเฮีย ยินดีครับ”
จังหวะนั้นเอง ซ้อก็เดินออกจากห้องครัวในชุดนอนคลุมทับเรียบร้อย ซ้อเหลือบมองผมแล้วทักทาย “อ้าวชาย… มาทำงานแต่เช้าเลยนะจ๊ะ”
“ครับซ้อ…” เราสองคนแอบส่งสายตารู้กันวับ ๆ แวบ ๆ
เฮียหันมาถามผม “ชาย… กินข้าวเช้ามาหรือยัง?”
“เรียบร้อยแล้วครับเฮีย” ผมตอบ
คุณนาก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ยกมือไหว้ลาพ่อกับแม่ “พ่อคะแม่คะ… เดี๋ยวหนูขอตัวไปเรียนก่อนนะคะ”
“จ๊ะลูก ตั้งใจเรียนนะ” ซ้อเอ่ยปากลา ส่วนผมรีบอาศัยจังหวะเดินตามหลังคุณนากลงมาจากชั้นบนเพื่อลงมาเปิดร้าน ส่วนคุณนาเดินไปขึ้นรถยนต์ส่วนตัวของเธอ ผมได้แต่มองตามแผ่นหลังและเรียวขาขาวเนียนด้วยความหลงใหล… อ้อ… ลืมบอกไปว่าลูกสาวซ้อชื่อ “นา” ครับ
ผ่านไปสักพัก เฮียก็เดินถือกระเป๋าเอกสารลงมาจากชั้นบน พนักงานคนอื่น ๆ เริ่มทยอยเดินทางมาถึงร้านเกือบครบแล้ว เฮียหันมากำชับผมเป็นครั้งสุดท้าย “มีอะไรฉุกเฉินโทรเข้ามือถือเฮียนะ”
“ครับเฮีย!” ผมพยักหน้ารับ แล้วเฮียก็ก้าวขึ้นรถขับออกไปจากร้าน
อีกสักพักใหญ่ ๆ ซ้อก็ลงมาจากชั้นบน วันนี้แกสวมชุดเดรสกระโปรงยาวสีเขียวอ่อนสดใส แลดูสะอาดตาน่ามอง ซ้อเดินเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวด้านใน แล้วเรียกเด็กในร้านคนหนึ่งเข้าไปจัดการเรื่องเอาเช็คไปเข้าธนาคาร ผ่านระบบโมบายล์แบงก์กิ้ง จากนั้นซ้อก็กดโทรศัพท์ภายในจากห้องทำงานโทรตรงมาที่โต๊ะทำงานของผม
“ชาย… เข้ามาหาซ้อข้างในหน่อยสิ”
เมื่อผมก้าวเท้าเข้าไปในห้องทำงาน ซ้อเอ่ยบอก “ชายนั่งลงก่อนสิ…” ผมนั่งลงบนโซฟารับแขกข้างโต๊ะทำงานของแก ขณะที่ซ้อกำลังเคลียร์งานผ่านสมาร์ตโฟนจนเสร็จเรียบร้อย แกก็วางโทรศัพท์ลงแล้วหันมามองหน้าผม
“เมื่อคืน… หลังจากที่ชายส่งซ้อแล้ว กลับบ้านดึกไหมเนี่ย?”
“เปล่าเลยครับ… ประมาณสี่ทุ่มก็ถึงบ้านแล้วครับซ้อ… แล้วซ้อล่ะครับ เฮียแกซักถามอะไรหรือเปล่า?”
“อ๋อ… เปล่าหรอกจ๊ะ ไม่มีอะไร” ซ้อตอบยิ้ม ๆ
ผมไม่รอช้า ลุกขึ้นเดินตรงไปที่ประตูห้องทำงานแล้วหมุนล็อกกลอนแน่นหนา
ซ้อตกใจร้องท้วง “ล็อกประตูทำไมเนี่ยชาย… ชายจะทำอะไรซ้อในนี้ไม่ได้นะ!”
“ผมไม่ได้ทำอะไรร้ายแรงหรอกครับซ้อ…” ผมเดินเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน โน้มตัวลงกระซิบข้างหูแก “ขอผมชื่นใจนิดเดียวเองซ้อ… เดี๋ยวผมออกไปดูแลร้านข้างนอกให้เรียบร้อยเลย”
พูดจบร่างผมก็โน้มลงไปประกบจูบเรียวปากแก ซ้อจูบตอบอย่างคุ้นเคย มือซ้ายของผมเลื้อยไปบีบเคล้นเต้านมซ้อผ่านชุดทำงานอย่างมันมือ ในขณะที่มือเรียวของซ้อเองก็เอื้อมมาคว้ากำเป้ากางเกงของผมผ่านเนื้อผ้า
ซ้อผละริมฝีปากออกเล็กน้อยแล้วเอ็ดเบา ๆ “ทำไมของชายถึงได้แข็งผงกตลอดเวลาเลยฮึ…?”
“มันแข็งเพราะอยู่ใกล้ซ้อต่างหากล่ะครับ…” ผมกระซิบหยอกล้อ
“เธอนี่นะ… จ้องจะฟันซ้อลูกเดียวเลยจริง ๆ… ตกลงรีบไปทำงานได้แล้วไป!” ซ้อทำท่าดุ
“ถ้าซ้อจะให้ผมไปทำงาน… ซ้อต้องจูบมังกรให้ผมชื่นใจทีก่อนสิครับ…” ผมว่าพลางรูดซิปปลดกางเกงควักเอาท่อนลำแข็งขึงผงกหัวหง่าง ๆ ออกมาโชว์หราต่อหน้าแก
ซ้อหน้าแดงก่ำ อุทานเบา ๆ “ให้ตายสิ…!” แต่สุดท้ายก็ยอมยื่นมือเรียวเข้ามาจับกุมท่อนเนื้อของผมแล้วก้มลงจูบที่ส่วนหัวบานหนึ่งที “อ่ะ… พอใจหรือยัง? ออกไปทำงานได้แล้วไป!”
ก่อนผละออก ซ้อไม่ลืมกำชับ “เอ้อ ชาย… เย็นนี้ขึ้นไปกินข้าวเย็นบนบ้านพร้อมกับฉันและลูกด้วยนะ”
“ครับซ้อ…” ผมยิ้มกริ่มรับคำ
ตกบ่ายแก่ ๆ คุณนาก็กลับมาถึงบ้าน ทักทายผมสั้น ๆ “พี่ชาย… วันนี้ที่ร้านงานยุ่งไหมคะ?”
“ไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่หรอกครับคุณนา” ผมตอบยิ้ม ๆ แล้วคุณนาก็เดินขึ้นห้องนอนไป จนกระทั่งตกเย็น ซ้อเดินลงมาสั่งความ “ชาย… เดี๋ยวถ้าพนักงานกลับบ้านกันหมดแล้ว ช่วยล็อกประตูปิดร้านให้เรียบร้อยด้วยนะ เดี๋ยวซ้อขอตัวขึ้นไปเตรียมทำกับข้าวก่อน”
“ครับซ้อ” ผมพยักหน้ารับ
พอจัดการปิดล็อกประตูร้านเรียบร้อย ผมก็เดินขึ้นไปยังชั้นบนของบ้าน กลิ่นอาหารหอมฉุยลอยอบอวล พบคุณนาลูกสาวซ้อวัยยี่สิบปีกำลังยืนจัดโต๊ะอาหารอยู่ วันนี้เธอสวมกางเกงยืดขาสั้นสีขาวตัวจิ๋วสั้นจุ๊ดจู๋จนแทบจะเห็นขอบสามเหลี่ยมซ่อนเร้น เนินเนื้ออูมแลดูงดงามน่ามอง ส่วนท่อนบนสวมเสื้อสายเดี่ยวรัดรูปสีขาวสะอาดตา ช่วงหน้าอกหน้าใจไม่ได้ใหญ่โตมโหฬารนัก ถอดแบบพิมพ์เดียวกับผู้เป็นแม่ไม่มีผิดเพี้ยน แต่ผิวพรรณขาวผ่องออร่าจับกระแทกตา
ผมเอ่ยทัก “อ้าว… แล้วซ้อหายไปไหนล่ะครับคุณนา?”
“กำลังอาบน้ำอยู่ค่ะพี่ชาย…” คุณนาตอบ แล้วถามต่อ “แล้ววันนี้ทำไมพี่ชายถึงกลับเร็วล่ะคะ?”
“อ๋อ วันนี้ที่มหาวิทยาลัยมีเรียนแค่คาบเดียวเองค่ะ” เธอยิ้มหวานตอบ
จังหวะนั้นซ้อก็เดินออกจากห้องนอนในชุดนอนกระโปรงผ้าซาตินสายเดี่ยวสีฟ้าอ่อนบางเบา เดินตรงมาที่โต๊ะอาหารแล้วสั่งลูกสาว “นา… ช่วยตักข้าวให้แม่ทีจ๊ะ แล้วก็ตักให้พี่ชายเขาด้วยนะ”
“ค่ะแม่…” คุณนาจัดการตักข้าวเสร็จสรรพ
หลังจากเราสามคนร่วมโต๊ะอาหารกันจนอิ่มหนำสำราญ ซ้อก็หันไปบอกลูกสาว “นา… ช่วยเก็บจานชามพวกนี้ไปล้างในครัวให้แม่หน่อยนะลูก เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่จัดการต่อเอง”
“ค่ะแม่” นารับคำแล้วช่วยเก็บกวาดจานชามเดินเข้าครัวไป
จังหวะที่ปลอดคน ซ้อรีบโน้มตัวมากระซิบกระเส่าข้างหูผม “ชาย… รีบเข้าไปรอซ้อในห้องนอนก่อนเลยนะ ไปเร็ว ๆ…!”
ผมไม่รอช้า สาวเท้ายาว ๆ เดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวของซ้อแล้วปิดประตูลงเบา ๆ ทันที
ทันใดนั้น เสียงคุณนาตะโกนถามแม่มาจากในครัว “อ้าวแม่… แล้วพี่ชายหายไปไหนแล้วล่ะคะ?”
เสียงซ้อตอบกลับไปหน้าตาเฉย “สงสัยจะลงไปนอนพักผ่อนที่ห้องพักชั้นลอยแล้วมั้งลูก”
“อ้าวเหรอคะแม่… ทำไมนอนเร็วจัง?”
“ช่างเขาเถอะลูก… เดี๋ยวแม่ว่าจะไปนอนเอนหลังในห้องสักหน่อยเหมือนกัน หนูเก็บกวาดเสร็จแล้วอย่าลืมปิดไฟให้เรียบร้อยด้วยนะจ๊ะ”
“ค่ะแม่”
สิ้นเสียงพูดคุย ซ้อก็ผลักประตูเดินเข้ามาในห้องนอน ปิดล็อกกลอนอย่างมิดชิด โดยผมนั่งรออยู่บนเก้าอี้พนักพิงแบบโยกได้ตัวโปรดของแก
ซ้อเดินตรงเข้ามาหาผมแล้วเอ่ยขึ้น “ชาย… ไปอาบน้ำอาบท่าซะก่อนไป ผ้าเช็ดตัวในห้องน้ำหยิบใช้ของเฮียเขาได้เลยนะ”
“ครับซ้อ…”
ผมเดินเข้าห้องน้ำของซ้อด้วยความตื่นเต้นระคนประหลาดใจ อ่างอาบน้ำของแกเป็นอ่างวงกลมขนาดใหญ่หรูหราสมฐานะคนรวย ห้องน้ำคนมีเงินนี่มันช่างน่าอิจฉาเสียจริง ๆ ถ้าได้ลากซ้อมานอนแช่น้ำตีฟองในอ่างเดียวกันคงมีความสุขพิลึกกานต์
ใช้เวลาจัดการตัวเองไม่นานนัก ผมก็เดินนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวออกมาจากห้องน้ำ พบซ้อนั่งรออยู่บนเก้าอี้พนักพิง มองนาฬิกาดิจิทัลบนหน้าจอสมาร์ตโฟนบอกเวลาล่วงเลยไปสี่ทุ่มกว่า ๆ แล้ว ผมเดินตรงเข้าไปคุกเข่าลงแทบเท้าซ้อ วางมืออุ่นร้อนทาบทามลงบนเรียวขาเนียนสวยแล้วลูบไล้ขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างถือวิสาสะจนถึงเนินหอย เพราะวันนี้ซ้อไม่ได้สวมใส่กางเกงชั้นในเอาไว้เลยแม้แต่ตัวเดียว
ผมเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ “แหม… เตรียมความพร้อมไว้รอเลยเหรอครับซ้อ…?”
ซ้อหน้าแดงซ่าน ส่งยิ้มเขินอายกลับมา ผมไม่รอช้า เอื้อมมือไปปลดชายกระโปรงชุดนอนของแกขึ้น แล้วใช้นิ้วมือสัมผัสลูบไล้เส้นขนบางเบาที่ปกคลุมเนินสวาท ความนุ่มมือละมุนละไมทำให้ใจเต้นระรัว
“ซ้อครับ… เดี๋ยวผมอุ้มซ้อไปนอนที่เตียงดีกว่านะ…” ผมกระซิบชิดริมฝีปาก
ซ้อพยักหน้ารับเบา ๆ ผมจึงช้อนร่างอรชรของแกขึ้นสู่อ้อมแขนแล้วพาเดินไปวางลงบนเตียงนอนนุ่มอย่างแผ่วเบา บรรจงโน้มใบหน้าลงประกบจูบเรียวปากแกอย่างดูดดื่ม
“ซ้อครับ… ผมรักซ้อจนไม่อยากไปไหนแล้วจริง ๆ…”
ซ้อค้อนปะเหลิน “ชายเนี่ย… ปากหวานจิ๊ง…!”
“ผมพูดจริงนะซ้อ…”
พูดจบผมก็จัดการถอดกระโปรงชุดนอนของแกออกทางศีรษะ เผยให้เห็นเรือนร่างงดงามผุดผ่องไร้ที่ติ ผมซุกไซร้จูบไล่ต่ำลงมาจนถึงเต้านมเต่งตึง แล้วอ้าปากดูดเม้มหัวนมของแกค่อนข้างแรงด้วยความหมั่นเขี้ยว จนซ้อต้องแอ่นอกครางกระเส่าพร้อมกับใช้สองแขนโอบกอดแผ่นหลังของผมไว้แน่น
ทันใดนั้นเอง
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก…!
เสียงเคาะประตูดังสนั่นขึ้นที่หน้าห้องนอน ทำให้ผมและซ้อสะดุ้งตกใจสุดขีดจนหน้าซีดเผือด…!
ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงฉายชัดอยู่ในหัว ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงัน เฮียแกกำลังดูดดึงเคล้นคลึงเรือนร่างของซ้อ มือหยาบกร้านของแกบีบขยำเนินเนื้อนุ่มแรง ๆ อย่างไม่ค่อยทะนุถนอมนัก ซักพักเฮียก็ชักนำท่อนลำกายที่ย่อมกว่าของผมเล็กน้อย สอดใส่ล่วงล้ำเข้าไปในโพรงร่องรักของซ้อ ดูท่าทางแล้วซ้อเองก็ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมหรืออินไปกับบทเพลงรักนั้นเท่าไรนัก และเพียงไม่ถึงห้าจังหวะโยกกาย เฮียก็ปลดปล่อยสายธารความสุขออกมาอย่างรวดเร็ว แล้วดึงกายถอนตัวออก ลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างไม่แยแส
จังหวะนั้นเอง ซ้อรีบผุดลุกขึ้นคว้าผ้าขนหนูพันรอบกาย เดินตรงมาหาผมด้วยความตื่นตระหนก “ชาย… รีบลงไปข้างล่างเร็ว…!” ก่อนที่ผมจะเดินลับหายออกไป ผมดึงร่างนุ่มนิ่มของซ้อเข้ามากอดแนบแน่น ประทับริมฝีปากจูบซับความหวาดหวั่นบนเรียวปากแกเบา ๆ “ผมลงไปข้างล่างก่อนนะ นอนหลับฝันดีครับซ้อ” แกพยักหน้ารับสั่น ๆ “จ๊ะ…”
ผมก้าวเดินลงมายังชั้นลอยด้วยความรู้สึกวูบวาบในอก แต่แล้วก็เกือบสะดุ้งสุดตัวเมื่อพบร่างบางของ “คุณนา” ลูกสาววัยยี่สิบปีของซ้อนั่งหันหลังให้กับบันได กำลังเพลิดเพลินกับการดูโทรทัศน์อยู่หน้าจอ ผมก้มมองนาฬิกาข้อมือ เข็มบอกเวลาล่วงเลยไปเกือบห้าทุ่มแล้ว ผมจึงตั้งสติแล้วแกล้งทำเสียงฝีเท้าเดินตบเท้าขึ้นมาจากด้านล่างเสมือนว่าเพิ่งกลับมาจากห้องพักส่วนตัว ก่อนจะเอ่ยทักทายขึ้นเบา ๆ
“อ้าวคุณนา… ยังไม่นอนอีกเหรอครับ?”
คุณนาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันมามอง “ยังค่ะ… แล้วพี่ชายล่ะคะ เห็นแม่บอกว่าพี่ชายขึ้นมานอนข้างบนตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“อ๋อ… พี่ไปนอนตั้งแต่หัวค่ำแล้วครับ แต่พอตื่นขึ้นมาแล้วมันนอนไม่หลับ เลยว่าจะขึ้นมาดูทีวีแก้เบื่อซะหน่อย… ไม่รู้มารบกวนเวลาพักผ่อนของคุณนาหรือเปล่าครับเนี่ย?” ผมส่งยิ้มละมุน
“ไม่หรอกค่ะพี่ชาย… ว่าแต่ พี่ชายยังไม่มีแฟนอีกเหรอคะเห็นตัวคนเดียวตลอดเลย” เธอยิงคำถามกลับมาด้วยความสงสัย
ผมหัวเราะเบา ๆ “คุณนารู้ได้ยังไงล่ะครับเนี่ย?”
“ก็ถ้าพี่ชายมีแฟน ตัวติดกันขนาดนี้คงพามานอนค้างที่นี่ด้วยแล้วล่ะค่ะ” เธอตอบพลอยยิ้ม
“คุณนานี่ฉลาดจังเลยนะครับ… ว่าแต่คุณนาล่ะครับ มีแฟนหรือยังเอ่ย?”
คุณนาก้มหน้าลงเล็กน้อย ใบหน้าสวยผ่องขึ้นสีระเรื่อ “มีแล้วค่ะ… เพราะอีกไม่กี่เดือนนาก็จบการศึกษาแล้ว พอเรียนจบก็คงกลับมาช่วยแม่ดูแลร้านที่นี่ แล้วค่อยคิดเรื่องแต่งงานกันต่อค่ะ”
“เหรอครับ… ดีจังเลยนะครับ แล้วคุณนากับแฟน… เคยมีอะไรกันหรือยังครับเนี่ย?” ผมจงใจหยิบยกคำถามที่ล่อแหลมขึ้นมาทายทัก
คุณนาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าแดงก่ำขึ้นทันที “หมายถึงอะไรเหรอคะพี่ชาย…?”
“หมายถึง… เรื่องการร่วมหลับนอนกันน่ะครับ” ผมกระซิบย้ำ
“อ๋อ… ยังหรอกค่ะ! เพราะแม่สั่งสอนอบรมไว้เสมอว่าห้ามชิงสุกก่อนห่ามเด็ดขาดค่ะ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ผมแกล้งทำเป็นถอนหายใจยาว “อย่างงี้… ถ้าคุณนาแต่งงานไปแล้วเกิดมีปัญหาเรื่องบนเตียงขึ้นมา จะทำยังไงล่ะครับ? ผมเคยได้ยินมาว่าบางคู่เข้ากันไม่ได้ ถึงขั้นเตียงหักอยู่กันไม่ยืดเลยนะครับ”
“จริงเหรอคะพี่ชาย…?” เธอน้ำเสียงเริ่มลังเลและกังวล
“จริงสิครับคุณนา… ว่าแต่… คุณนาเคยเห็นส่วนนั้นของแฟนคุณบ้างหรือยังล่ะครับ?”
“ไม่เคยเลยค่ะ… แล้วพี่ชายล่ะคะ… เคยเห็นส่วนนั้นของผู้หญิงบ้างไหม?” เธอถามกลับด้วยความอยากรู้อยากเห็น
(ทั้งที่เมื่อครู่ผมเพิ่งเอามังกรสอดใส่ในร่องรักของแม่เธอมาหมาด ๆ…) ผมคิดในใจแต่ทำเป็นตีหน้าซื่อ “ไม่เคยเหมือนกันครับคุณนา…”
“อ้าว… จริงเหรอคะ?”
“เอายังงี้ไหมล่ะครับคุณนา… เรามาลองแลกกันดูก็ได้นะครับ” ผมแกล้งยั่วเย้า
“แลกยังไงล่ะคะพี่ชาย…?”
“ก็ผมเอาของผมให้คุณนาดู แล้วคุณนาก็ให้ผมดูส่วนนั้นของคุณนาบ้าง… แลกกันแฟร์ ๆ ครับ”
คุณนาร้องอุทานด้วยความตกใจ “โหย… ไม่เอาหรอกค่ะ นาอายตายเลย!”
“โธ่คุณนา… คุณนาใส่กางเกงยืดขาสั้นจุ๊ดจู๋แบบนี้ มันก็เกือบจะเผยให้เห็นสัดส่วนข้างในอยู่แล้วนะ แค่แลกกันดูเฉย ๆ ไม่เห็นจะเสียหายอะไรเลยครับ” ผมคะยั้นคะยอ
เธอมองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดระแวง “เราจะแลกกันดูตรงโซฟาห้องนั่งเล่นนี่เลยเหรอคะ? ไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวเกิดคุณพ่อคุณแม่เปิดประตูออกมาเจอเข้า จะโดนท่านดุเอาชุดใหญ่เอานะสิคะ!”
ผมรีบคว้าโอกาสทอง “ผมว่า… เราแอบเข้าไปดูกันที่ห้องนอนของคุณนาดีกว่าครับ ปลอดภัยกว่าเยอะ”
คุณนานิ่งคิดไปชั่วครู่ด้วยความตื่นเต้นผสมความอยากรู้อยากเห็น “ก็ได้ค่ะพี่ชาย… เพราะนาก็แอบอยากรู้มานานเหมือนกันว่ามันเป็นยังไง” เธอยิ้มเขินอาย “งั้นเดี๋ยวคุณนาเดินไปรอที่ห้องก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจัดการปิดทีวีแล้วปิดไฟเสร็จจะตามเข้าไปครับ”
“ค่ะ…” เธอก้าวเดินน่องเรียวงามตรงดิ่งเข้าห้องนอนส่วนตัวของเธอไปอย่างว่าง่าย
ไม่นานนัก ผมก็หมุนลูกบิดเปิดประตูตามเข้าไปในห้องนอนของคุณนา ห้องของเธอมีขนาดเล็กกะทัดรัดกว่าห้องนอนของซ้อผู้เป็นแม่ แต่ตกแต่งไว้อย่างน่ารักตามสไตล์วัยรุ่น มีโต๊ะเขียนหนังสือ โซฟาเดี่ยวตัวเล็กสำหรับนั่งคนเดียว และเตียงนอนขนาดสี่ฟุตตั้งอยู่มุมห้อง ตอนนี้นานั่งรออยู่บนโซฟาด้วยท่าทางประหม่า
ในขณะที่ตอนนี้ ท่อนลำกายของผมแข็งขึงพองโตเต็มที่จนคับแน่นกางเกง คุณนาเริ่มเอ่ยปากทวงสัญญา “พี่ชาย… ต้องให้นาดูก่อนนะคะ ตามสัญญา!”
ผมแกล้งทำเป็นยิ้มเจ้าเล่ห์ “เรามาเป่ายิ้งฉุบกันดีกว่าครับ ใครแพ้ต้องยอมเปิดให้ดูก่อน ตกลงไหม?”
“ก็ได้ค่ะ!” เธอยอมรับคำท้า และผลปรากฏว่าคุณนาเป็นฝ่ายแพ้ ผมจึงเอ่ยขออนุญาต “คุณนาครับ… ให้ผมเป็นคนช่วยถอดกางเกงออกให้ดีกว่านะครับ?”
“ก็ได้ค่ะ…” เธออนุญาตเบา ๆ
ผมโน้มตัวลง ค่อย ๆ ใช้มือรูดรั้งดึงกางเกงขาสั้นสีขาวตัวจิ๋วของคุณนาออกทางปลายขาอย่างช้า ๆ เนื่องจากเธอนั่งอยู่บนโซฟา การถอดจึงเป็นไปอย่างง่ายดายเผยให้เห็นเรียวขาอ่อนขาวเนียนผุดผ่อง
และเมื่อปราศจากกางเกงขาสั้น เผยให้เห็นกางเกงในผ้าลูกไม้สีขาวสะอาดตาอีกหนึ่งชั้น ผมไม่รอช้า ใช้ปลายนิ้วเกี่ยวขอบกางเกงในของเธอแล้วรูดลงตามเรียวขาออกไปจนหมดสิ้น เผยให้เห็นกลีบเนื้อนุ่มและเนินสวาทที่ปกคลุมด้วยเส้นขนอ่อนบางเบาดั่งกำมะหยี่ เมื่อเทียบกับของซ้อผู้เป็นแม่แล้ว ของซ้อจะดกดำหนาแน่นกว่ามาก ขณะที่ปากถ้ำสาวของคุณนายังคงปิดสนิทแน่นสนิทชิดกันอย่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง ผมจ้องมองความงามตรงหน้าด้วยสายตาเป็นประกายหิวกระหาย
ซักพักคุณนาก็ทวงสิทธิ์ “ถึงตาพี่ชายต้องเปิดให้นาดูบ้างแล้วนะคะ…!”
“ได้เลยครับคุณนา…” ผมตอบรับทันที แล้วจัดการรูดซิปปลดกางเกงและกางเกงชั้นในของตัวเองออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นท่อนลำกายมหึมาที่ตั้งชันชี้ฟ้าขนานกับพื้นห้อง
คุณนาถึงกับอุทานลั่นเบิกตากว้าง “อู้ฮู…!ทำไมมันใหญ่โตน่ากลัวจังเลยคะเนี่ย…!”
ผมยิ้มกริ่ม ขยับเข้าไปใกล้แล้วคว้ามือเรียวบางของเธอมาสัมผัสท่อนเนื้อร้อนผ่าว “คุณนาลองกุมมันดูสิครับ… รู้ไหมครับว่าถ้าคุณนาแต่งงานมีสามีไปจริง ๆ ในอนาคต สามีของคุณจะต้องใช้เจ้าท่อนที่อยู่ในมือคุณนาตอนนี้แหละ สอดใส่เข้าไปในรูสวาทของคุณนา…” ผมชี้มือไปยังเนินเนื้ออูมของเธอ
เธอหน้าแดงแจ๋ด้วยความเขินอาย “เหรอคะ… แล้วมันจะเข้าไปในตัวนาได้ยังไงกันล่ะคะเนี่ย… ใหญ่โตขนาดนี้?”
“ได้สิครับ… ถ้าแฟนของคุณนาเก่งและมีความสามารถพอ เขาจะเล้าโลมเลียจนน้ำรักของคุณนาไหลเอ่อล้นทะลัก เมื่อถึงเวลานั้น… การสอดใส่ก็จะไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ” ผมอธิบายพรางจ้องตา “คุณนาอยากลองให้ผมช่วยเร้าโลมสอนบทเรียนเบื้องต้นให้ดูก่อนไหมล่ะครับ? ถือว่าเรียนรู้ไว้ประดับความรู้ก็แล้วกันนะ”
คุณนานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ ด้วยความซื่อ “ก็ลองดูก็ได้ค่ะพี่ชาย…”
เมื่อได้รับไฟเขียว ผมไม่รอช้าเอื้อมมือไปถอดเสื้อยืดสีขาวรัดรูปของคุณนาออกจนเหลือเพียงยกทรงตัวจิ๋วสีขาวสะอาดตา ก่อนจะปลดตะขอหลังออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นหน้าอกหน้าใจที่ค่อนข้างเล็กกะทัดรัด ขนาดพอ ๆ กับลูกซาลาเปา ทว่ารูปร่างหน้าตาและเนินสวาทอูมหนากลับโดดเด่นงดงามชดเชยกันได้อย่างลงตัว
ตอนนี้ทั้งผมและคุณนาต่างเปลือยกายล่อนจ้อนอยู่ด้วยกันทั้งคู่ ผมโน้มใบหน้าลงประทับจูบเรียวปากนุ่มของเธออย่างนุ่มนวล ซซซซ ซุกไซร้ซอกคอและใบหูขาวผ่องจนเธอส่งเสียงครางแผ่วเบา “อูย… พี่ชายคะ…”
ผมใช้ริมฝีปากดูดเม้มยอดอกเล็ก ๆ ของเธอจนเธอแอ่นกายรับสัมผัสสั่นสะท้าน ในขณะเดียวกัน มือซ้ายก็เอื้อมลงไปลูบไล้เคล้นคลึงกลีบเนื้อเนียนบริเวณเนินสวาทของเธออย่างเมามัน จนเธอเริ่มบิดเร้าตัวด้วยความเสียวซ่าน
“คุณนาครับ… เราไปนอนต่อกันที่เตียงนอนนุ่ม ๆ ดีกว่านะ” ผมเอ่ยชวน
เธอพยักหน้ารับ ผมจึงใช้สองแขนช้อนอุ้มร่างอรชรลอยขึ้นจากโซฟา ตัวเธอบอบบางน้ำหนักเบาราวกับนุ่น ชั่งใจดูแล้วน่าจะไม่เกิน 45 กิโลกรัมด้วยซ้ำ ผมพาเธอเดินมาวางลงบนเตียงนอนขนาดสี่ฟุตอย่างแผ่วเบานุ่มนวล แล้วทาบทับลงไปจูบซับริมฝีปากและดูดดึงยอดอกของเธออีกครั้งอย่างเร่าร้อน
ในระหว่างที่มือข้างหนึ่งยังคงบดขยี้ปนคลึงกลีบเนื้อสาว คุณนาก็ส่งเสียงครางกระเส่าพล W ปัดป้อง “โอ๊ย ๆ… พี่ชายขา… นาปวดฉี่จังเลยค่ะ! ขอนาไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียวนะคะ…!” เธอลุกพรวดวิ่งจรูดหายเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
ผมมองตามแผ่นหลังและบั้นท้ายกลมกลึงที่เดินคล้อยหลังเข้าห้องน้ำไปอย่างนึกเสียดายเล็กน้อย แต่รอไม่นานเธอก็เดินกลับออกมาแล้วล้มตัวลงนอนแผ่หลาบนอนบนเตียงอีกครั้ง ผมไม่รอช้า ก้มลงประทับจูบเรียวปาก พรมจูบไล่เรื่อยต่ำลงมาตามหน้าท้องแบนราบ ผ่านสะดือเนียนสวย วนเวียนเข้าสู่เขตแดนหวงห้ามบริเวณเนินสวาท
คุณนาตกใจสะดุ้งเล็กน้อย เอ่ยถามด้วยความสงสัย “พี่ชาย… จะทำอะไรตรงนั้นของนาเหรอคะ?”
“อ๋อ… พี่ชายอยากจะลองชิมรสชาติความหวานของหอยคุณนาดูหน่อยครับ ว่าจะอร่อยหอมหวานขนาดไหน…” ผมเอ่ยหน้าตาเฉย
ก่อนที่เธอจะทันได้ปฏิเสธ ผมก็อ้าปากใช้ลิ้นร้อนสอดแทรกตวัดเลียเข้าที่กลีบเนื้อนุ่มและร่องสวาทของเธอ ช่วงเวลานี้เองที่น้ำรักใส ๆ ของคุณนาเริ่มเอ่อล้นทะลักออกมา รสชาติความหวานละมุนไม่ได้แตกต่างไปจากผู้เป็นแม่ของเธอเลยแม้แต่น้อย
“อูยยย… โอยยย… พ… พี่ชายขา…!” คุณนาส่งเสียงครางกระเซ่าลั่นห้อง สองมือจิกเกร็งกำผ้าปูที่นอนแน่นด้วยความเสียวซ่านที่พวยพุ่งขึ้นมาจับจิต
ผมยังคงตวัดลิ้นรัวระรัวปรนเปรอเธอไม่หยุดหย่อน ในขณะเดียวกันก็ใช้มือข้างหนึ่งขยับขึ้นมาดูดดึงยอดอกของเธอไปด้วย ส่วนนิ้วกลางมือขวาค่อย ๆ สอดแทรกเบียดเข้าไปในรูสวาทคับแคบของเธออย่างช้า ๆ
คุณนาแอ่นสะโพกรับ สองขาเรียวหุบหนีบเข้าหากันแน่นโดยอัตโนมัติ แขนทั้งสองข้างโอบกอดรัดแผ่นหลังของผมไว้แน่นจนหน้าแหงนเงยขึ้นเพดาน ส่งเสียงซี้ดปากร้องครวญครางราวกับทานของเผ็ดร้อน “โอ๊ย ๆ… อูยยย… พี่ชายจ๋า… นาเสียวไม่ไหวแล้วค่ะ…!”
และเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา ร่างกายของเธอก็เกร็งกระตุกเฮือกใหญ่ ช่องทางรักคับแคบตอดรัดขมิบนิ้วมือของผมเป็นจังหวะตุบ ๆ รัว ๆ อย่างควบคุมไม่ได้
ผมถอนใบหน้าและนิ้วมือออก แล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “คุณนาเสร็จสมอารมณ์หมายแล้วใช่ไหมครับเนี่ย…?”
เธอหอบหายใจโยนตัวไปมาด้วยความเหนื่อยอ่อน “หมายถึงอะไรเหรอคะพี่ชาย…?”
“ก็อาการซ่านเสียวที่น้องนาเพิ่งเป็นไปเมื่อกี้นี้ไงล่ะครับ”
“อ๋อ… นาเพิ่งเข้าใจความรู้สึกนี้ก็วันนี้เองค่ะ… รู้สึกหวิว ๆ เหมือนลอยได้ แต่ก็มีความสุขแปลก ๆ ดีนะคะ… แล้วพี่ชายล่ะคะ ต้องทำยังไงต่อดี? เห็นเจ้ามังกรของพี่ชายยังแข็งโด่อยู่เลยนี่คะ” เธอชำเลืองมองท่อนเนื้อของผมด้วยความแปลกใจ
“พี่ก็อยากจะเอามังกรสอดใส่เข้าไปในรูสวาทของคุณนานะครับ… แต่ใจหนึ่งก็ยังไม่กล้า”
“ทำไมล่ะคะพี่ชาย?”
“ก็กลัวว่ารูหอยของคุณนาจะฉีกขาดน่ะสิครับ… เอาเป็นว่า เก็บความบริสุทธิ์นี้ไว้ให้สามีตัวจริงของคุณนาเป็นคนเปิดซิงในคืนวันแต่งงานดีกว่านะครับ” ผมทำทีเป็นสุภาพบุรุษ
คุณนามองหน้าผมด้วยความซาบซึ้งใจ “แล้วพี่ชายจะให้นาช่วยสงเคราะห์ยังไงดีล่ะคะ ถึงจะหายอยาก?”
“พี่อยากให้นาช่วยใช้ปากปรนเปรอพี่ได้ไหมล่ะครับ…?” ผมเอ่ยขอตรง ๆ
เธอทำหน้าลังเล “นาไม่เคยทำมาก่อนเลยค่ะ… แต่เห็นว่าพี่ชายเป็นคนดี ไม่ยอมเอามังกรสอดเข้ามาในรูหอยของนาจริง ๆ… งั้นนาจะลองทำดูนะคะ”
ผมพยักหน้ารับอย่างดีใจ ลุกขึ้นมายืนคุกเข่าอยู่ข้างเตียง คุณนาขยับตัวลุกขึ้นมานั่ง แล้วค่อย ๆ ใช้มือเรียวบางกุมจับท่อนลำกายแข็งขึงของผม ก่อนจะอ้าปากอมครอบส่วนหัวบานเข้าไปแล้วโยกขยับศีรษะเข้าออกอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ตามสัญชาตญาณ
ความเสียวซ่านพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดจนผมทานทนไม่ไหว กระตุกเกร็งฉีดพ่นน้ำอสุจิร้อน ๆ พุ่งทะลักเข้าใส่เต็มปากเต็มคำของคุณนาจนเธอสำลัก รีบผละหน้าออกแล้ววิ่งพรวดพราดเข้าไปในห้องน้ำเพื่อบ้วนทิ้งทันที
ไม่นานเธอก็เดินกลับออกมาจากห้องน้ำ จัดการสวมใส่กางเกงชั้นใน กางเกงขาสั้น และเสื้อยืดสวมทับโดยไม่ได้ใส่เสื้อชั้นในตามเดิม ส่วนผมก็แต่งกายสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเช่นกัน จากนั้นเธอก็ทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงนอน ส่วนผมนั่งอยู่ที่เก้าอี้โซฟาตัวเล็ก
ระหว่างที่นั่งพักหายใจ คุณนาก็เอ่ยปากถามขึ้นด้วยความสงสัยคาใจ “พี่ชายคะ… นาอยากถามอะไรบางอย่างหน่อยค่ะ… จริง ๆ แล้วเมื่อคืนนี้… นาน่าจะเห็นพี่ชายเดินออกมาจากห้องนอนของแม่ใช่ไหมคะ? พี่ชายเข้าไปทำอะไรในห้องแม่เหรอคะ…?”
ผมถึงกับสะดุ้งสุดขีด หน้าซีดเผือดไปชั่วขณะด้วยความตกใจกลัวความลับแตก
เธอยังคงซักไซร้ต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พี่ชายบอกความจริงกับลานมาเถอะค่ะ… นาไม่เอาไปฟ้องคุณพ่อหรอกค่ะ เพราะนาเห็นตั้งแต่ตอนที่แม่เปิดประตูต้อนรับพ่อกลับมา สีหน้าท่าทางของแม่มันดูมีพิรุธน่าสงสัย นาเลยแอบสังเกตพฤติกรรมมาตลอดค่ะ”
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ตัดสินใจสารภาพความจริงบางส่วน “ถ้างั้น… พี่เล่าให้ฟังก็ได้ครับ แต่คุณนาสัญญาและสาบานนะครับว่าจะไม่เอาไปบอกใคร แม้กระทั่งแม่ของคุณนาเอง… ท่านจะได้ไม่ต้องอับอายขายหน้า”
“ค่ะ นารับปากค่ะ… แล้วเรื่องราวมันเกิดขึ้นได้ยังไงเหรอคะ เล่าให้นาฟังหน่อยสิคะ”
ผมจึงตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นที่ผมเผลอพลั้งเผลอใจไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแม่ของเธอ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ว่าทั้งซ้อและตัวผมต่างก็เต็มใจและมีความสุขที่ได้ร่วมเพศกันพอสมควร
คุณนาฟังเรื่องราวทั้งหมดจบลงด้วยความอึ้งปนทึ่ง เธอกล่าวถามต่อ “แล้วครั้งแรกที่ร่วมเพศกับแม่ของนา… คุณแม่ขัดขืนต่อต้านไหมคะ?”
“มีช่วงแรกบ้างเล็กน้อยครับ… แต่หลังจากที่พี่ได้ลองเลียกลีบหอยให้แม่ของคุณนาแล้ว หลังจากนั้นท่านก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรอีกเลยครับ”
“แล้วพี่ชายเคยถามแม่ไหมคะว่าพร้อมหรือยัง… แล้วแม่ตอบว่ายังไงคะ?”
“แม่ของคุณนาไม่ได้ตอบเป็นคำพูดครับ… แต่แกใช้การพยักหน้าตอบรับแทนครับ”
“แล้วคุณแม่เคยอมมังกรให้พี่ชายด้วยหรือเปล่าคะเนี่ย?” เธอถามด้วยความอยากรู้ลึกซึ้ง
“เคยอมให้ครั้งหนึ่งตอนที่เราไปเที่ยวพักผ่อนกันที่พัทยาครับ”
“เหรอคะ… แล้วหลั่งในปากด้วยหรือเปล่าคะ?”
“เปล่าครับ… พอดีแม่ของคุณนาบอกว่าเมื่อยปาก แกเลยบอกให้พี่เอามังกรสอดใส่ร่องรักแทน แล้วเราก็ไปหลั่งในรูหอยของแม่คุณนาแทนครับ”
คุณนานิ่งคิดไปครู่หนึ่ง “เอ๊ะ… แต่นาจำได้ว่าวันนั้นคุณพ่อก็เดินทางไปเที่ยวด้วยกันไม่ใช่เหรอคะ?”
“ใช่ครับ… แต่คุณพ่อของคุณนาแกเมาและง่วงนอนหลับไปซะก่อน พี่เลยมีโอกาสได้ร่วมเพศกับซ้อยังไงล่ะครับ”
ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ดึกมากแล้วล่ะครับ… งั้นพี่ชายขอตัวกลับไปนอนก่อนนะครับ”
ผมเดินเข้าไปประชิดตัวเธอ โน้มหน้าลงจูบเรียวปากเบา ๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปสัมผัสคลึงเนินสวาทผ่านกางเกงขาสั้นของเธออีกครั้ง “นอนหลับฝันดีนะครับคุณนา” แล้วผมก็เดินเปิดประตูลงมานอนพักผ่อนที่ห้องพักชั้นลอยตามเดิม
รุ่งเช้าวันต่อมา ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจเพราะเผลอนอนตื่นสายกว่าปกติเกือบจะเก้าโมงเช้าแล้ว รีบอาบน้ำแต่งตัวเร่งรีบขึ้นมาข้างบน ปรากฏว่าเฮียเดินทางออกไปประชุมต่างจังหวัดตั้งแต่เช้าตรู่ ส่วนซ้อกำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของแก ซ้อเรียกให้ผมเดินเข้าไปพบข้างใน
วันนี้ซ้อนุ่งกระโปรงสีเหลืองเข้มสดใส สวมเสื้อแขนกุดสีขาวบางเบาเนื้อผ้าโปร่งตาจนสามารถมองทะลุเห็นชุดชั้นในลูกไม้สีสวยด้านในได้อย่างชัดเจน
ซ้อเงยหน้าขึ้นทักทาย “เป็นยังไงบ้างจ๊ะชาย… เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหม?”
“นอนไม่ค่อยหลับเลยครับซ้อ… หลับตาลงทีไร ในหัวก็เอาแต่เห็นภาพเฮียกำลังร่วมเพศกับซ้อทุกทีเลยครับ” ผมตอบหยอกเย้า
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM





