เรื่องเสียว เด็กดื้อตัวแสบ ต้องเจอกับบทลงโทษภาคปฏิบัติ’ จนต้องร้องขอชีวิตไปจนถึงเช้า
ท่ามกลางความวุ่นวายของชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ผม “ยอด” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ผู้ได้รับมอบหมายให้สวมปลอกแขน “หัวหน้าฝ่ายระเบียบวินัย” มีหน้าที่คอยสอดส่องและตักเตือนรุ่นน้องที่แต่งกายไม่ถูกระเบียบ ชีวิตของผมวนเวียนอยู่กับความเคร่งครัด กฎเกณฑ์ และสมุดจดชื่อ จนกระทั่งผมได้เจอกับ “ปลา”
ปลาคือเด็กเฟรชชี่ปีหนึ่งที่สะดุดตาผมตั้งแต่แรกพบ ไม่ใช่เพราะเธอโดดเด่นสะท้านลานเกียร์ แต่เพราะเธอคือความเรียบร้อยที่หาได้ยากในยุคนี้ กระโปรงพลีทคลุมเข่า เสื้อนักศึกษาตัวโคร่งที่ติดกระดุมยันเม็ดบนสุด รอยยิ้มบางๆ และท่าทางขี้อายเวลาเดินผ่านซุ้มระเบียบวินัย ทำให้ผมเผลอมองตามเธออยู่บ่อยๆ โดยไม่รู้ตัว
แต่แล้ว… ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ
มันเริ่มต้นในเช้าวันจันทร์สัปดาห์หนึ่ง ผมยืนหน้านิ่งอยู่หน้าประตูทางเข้าคณะ สายตาปะทะเข้ากับร่างบางที่เดินตรงเข้ามา ปลาไม่ได้ใส่กระโปรงพลีทคลุมเข่าอีกต่อไป แต่มันถูกแทนที่ด้วยกระโปรงทรงเอที่สั้นเหนือเข่าขึ้นมาหลายนิ้ว เสื้อนักศึกษาตัวโคร่งถูกเปลี่ยนเป็นเสื้อรัดรูปทรงบอยที่แนบไปกับสัดส่วนโค้งเว้าของหญิงสาววัยสะพรั่ง กระดุมเม็ดบนถูกปลดออกเผยให้เห็นไหปลาร้าขาวเนียน ผมแทบจะลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ ก่อนจะดึงสติกลับมาแล้วรีบเป่านกหวีดเรียก
“น้องปลาครับ ทำไมวันนี้แต่งตัวผิดระเบียบ” ผมพยายามเก๊กเสียงขรึม พร้อมหยิบสมุดจดขึ้นมา
เธอเดินเข้ามาหาผมใกล้กว่าปกติ ใกล้จนผมได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ชวนให้ใจเต้นผิดจังหวะ เธอมองสบตาผม ไม่หลบตาเหมือนเคย มุมปากยกยิ้มนิดๆ ที่ดูเจ้าเล่ห์อย่างประหลาด “ขอโทษค่ะพี่ยอด พอดีปลาหยิบกระโปรงผิดตัวมา พี่ยอดจะจดชื่อปลาก็ได้นะคะ… หรือจะลงโทษอะไรก็ได้ ปลาพร้อมรับผิดค่ะ”
น้ำเสียงของเธอไม่ได้มีความสลดเลยสักนิด กลับแฝงไปด้วยความท้าทายและ… ยั่วยวน
ตั้งแต่วันนั้น มหกรรม “จับผิดปลา” ของผมก็เริ่มต้นขึ้น ทุกครั้งที่ผมเข้าเวรตรวจระเบียบ ปลาจะปรากฏตัวในชุดที่ท้าทายกฎเกณฑ์มากขึ้นเรื่อยๆ วันพุธเธอมาพร้อมกับกระโปรงที่ผ่าข้างสูงจนเห็นเรียวขาขาวเนียนยามก้าวเดิน วันศุกร์เสื้อนักศึกษาของเธอบางลงและรัดแน่นจนเห็นรอยตะเข็บชุดชั้นในสีเข้ม ทุกครั้งที่ผมเรียกเธอมาตักเตือน เธอก็จะเดินเข้ามาประชิดตัว ส่งสายตาหวานเชื่อม และหาเรื่องชวนผมคุยด้วยคำถามซื่อๆ ที่แฝงความนัย
“พี่ยอดว่าเสื้อตัวนี้มันรัดไปเหรอคะ ปลาว่าปลาก็หายใจสะดวกอยู่นะ… พี่ยอดลองจับดูไหมคะว่าผ้ามันตึงไปหรือเปล่า”
“กระโปรงตัวนี้สั้นไปนิดนึงเหรอคะ แต่ถ้าปลาใส่ยาวกว่านี้… พี่ยอดก็คงไม่เรียกปลามาคุยด้วยสิคะ จริงไหม?”
ผมเริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังตกหลุมพราง เด็กเรียบร้อยคนนั้นหายไปไหน? นี่มันลูกแมวยั่วสวาทชัดๆ และที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ… ผมปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตัวเองหลงใหลในความเซ็กซี่ที่เธอจงใจสร้างขึ้นมาเพื่อปั่นหัวผม ทุกครั้งที่สายตาผมเผลอไล่มองทรวดทรงของเธอตอนที่เธอแกล้งก้มหน้ามาใกล้ๆ หรือตอนที่เธอขยับตัวจนกระโปรงเลิกขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจผมมันก็พุ่งสูงจนแทบจะทะลุอก
ตั้งแต่วันนั้น มหกรรม “ปั่นประสาทผู้คุมกฎ” ของปลาก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ… และมันไม่ได้หยุดอยู่แค่การที่เธอแต่งตัวผิดระเบียบเพื่อให้ผมจับ แต่เธอเริ่มยกระดับมันขึ้นไปอีกขั้น ยกระดับจนผมแทบคลั่ง
ผมเริ่มสังเกตเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของเธอเวลาที่ผมอยู่ใกล้ๆ หรือเวลาที่เธอรู้ว่าผมกำลังมองอยู่ ปลาไม่ใช่แค่เด็กสาวที่แต่งตัวเซ็กซี่เพื่อดึงดูดสายตาผมเพียงคนเดียวอีกต่อไป แต่เธอกำลังใช้ “ผู้ชายคนอื่น” เป็นเครื่องมือในการกระตุ้นสัญชาตญาณความหวงแหนของผม
บ่ายวันพฤหัสฯ ที่ใต้ถุนคณะซึ่งเต็มไปด้วยนักศึกษานั่งทำงานและพักผ่อน ผมเดินตรวจตราตามปกติ สายตาปะทะเข้ากับกลุ่มเพื่อนผู้ชายของปลาที่นั่งหัวร่อต่อกระซิกกันอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อน กลางวงนั้นคือปลา ในชุดเสื้อนักศึกษารัดรูปที่ปลดกระดุมเม็ดบนออก และกระโปรงทรงเอตัวสั้นกุด เธอนั่งอยู่บนม้าหินอ่อน โดยขยับตัวเปลี่ยนท่านั่งอยู่ตลอดเวลา
หัวใจผมกระตุกวูบเมื่อเห็นเธอยกขาขึ้นไขว่ห้างอย่างตั้งใจ จังหวะที่ขาเรียวขาวพาดทับกัน กระโปรงทรงเอที่สั้นอยู่แล้วเลิกสูงขึ้นจนเผยให้เห็นบราเดอร์พาร์ทสีเข้มด้านในอย่างชัดเจน มันไม่ใช่ความบังเอิญ เพราะเธอไม่ได้รีบดึงกระโปรงลง แต่กลับนั่งค้างอยู่อย่างนั้น ส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้เพื่อนผู้ชายในวงที่พากันตาค้าง ลอบกลืนน้ำลายกันเป็นแถว
ผมกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด ก้าวสั้นๆ ตรงเข้าไปหาโต๊ะนั้นทันที “น้องปลา! นั่งให้มันเรียบร้อยหน่อย” เสียงผมเข้มและดุดันกว่าปกติจนคนรอบข้างหันมามอง
ปลาค่อยๆ หันมามองผม ดวงตาคู่สวยฉายแววซุกซนและท้าทาย เธอแกล้งทำหน้าตกใจแบบไม่เนียนเอาเสียเลย “อุ๊ย! ขอโทษค่ะพี่ยอด ปลาไม่ได้ทันระวัง… พอดีกระโปรงมันสั้นไปนิดนึง” พูดพลันขยับตัวเอามือลูบกระโปรงลงเบาๆ แต่สายตายังคงจ้องมองผมอย่างยั่วยวน ไม่มีความสลดเลยสักนิด เพื่อนผู้ชายในวงต่างพากันเงียบกริบ ทำตัวไม่ถูกกับบรรยากาศมาคุที่เกิดขึ้น
นั่นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น… หลังจากวันนั้น เธอมักจะหาโอกาสนั่งยั่วผู้ชายคนอื่นในระยะสายตาผมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานในห้องสมุด ที่เธอเลือกที่นั่งหน้ากระจกใสที่ผมต้องเดินผ่าน แกล้งก้มตัวลงต่ำเพื่อหยิบของที่พื้น ทำให้คอเสื้อนักศึกษาอ้าออกกว้างจนเห็นเนินอกขาวสล้างชัดเจนต่อหน้าเพื่อนผู้ชายที่นั่งฝั่งตรงข้าม หรือการยืนคุยกับรุ่นพี่ผู้ชายที่ซุ้มระเบียบวินัย โดยที่เธอแกล้งเอียงตัว เอาไหล่ชนแขนของรุ่นพี่คนนั้นเบาๆ พร้อมกับส่งสายตาหวานเชื่อม
เหตุการณ์ที่ทำเอาผมฟิวส์ขาดที่สุดเกิดขึ้นในวันกิจกรรมคณะ บรรดานักศึกษาปีหนึ่งและปีสี่ต่างมารวมตัวกันที่ลานกิจกรรม ปลาในชุดเสื้อยืดสีขาวบางๆ และกางเกงยีนส์ขาสั้นกุด เดินถือแก้วน้ำอัดลมเข้าไปในวงล้อมของบรรดาเฮดว้ากปีสี่กลุ่มเพื่อนของผม เธอยิ้มร่าเริง พูดคุยอย่างออกรส
จังหวะที่เธอกำลังหัวเราะขำมุกตลกของเพื่อนผมคนหนึ่ง เธอก็แกล้งทำแก้วน้ำหลุดมือ “ว้าย!” น้ำอัดลมสีเข้มราดรดลงบนเสื้อยืดสีขาวของเธอจนเปียกโชก
แทนที่จะรีบหันหลังหนีหรือเอาผ้ามาเช็ด ปลากลับยืนนิ่งอยู่กลางวง เพื่อนผู้ชายพากันชะงัก สายตาจับจ้องไปที่เสื้อยืดที่เปียกชื้น มันลู่แนบไปกับผิวเนื้อขาวเนียน เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวและบราลูกไม้สีดำด้านในอย่างโจ่งแจ้งยิ่งกว่าตอนแต่งชุดนักศึกษาเสียอีก
“โอ๊ย! เปียกหมดเลย ทำไงดีคะพี่ยอด” เธอหันมาถามผม เสียงออดอ้อน น้ำตาคลอเบ้าอย่างเสแสร้ง แต่มุมปากกลับยกยิ้มนิดๆ ที่รู้ว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ
ผมเดินตรงเข้าไปหากลุ่มเพื่อน ท่ามกลางสายตาโลมเลียที่จ้องมองร่างของปลา ผมถอดแจ็คเก็ตช็อปของตัวเองออกแล้วคลุมไหล่ให้เธออย่างแรง จนเธอเซเล็กน้อย “กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้!” ผมพูดเสียงรอดไรฟัน คว้าข้อมือเล็กๆ ของเธอแล้วกระชากให้เดินตามผมออกมาจากกลุ่มเพื่อน
“พี่ยอด… เจ็บนะ” เธอบ่นพึมพำ แต่ไม่ได้ขัดขืน เดินตามผมมาที่ห้องพักฝ่ายระเบียบวินัยที่เงียบสงัด
พอปิดประตูห้อง ผมปล่อยข้อมือเธอแล้วดันร่างบางให้ถอยไปติดผนัง “ทำแบบนี้ทำไม?” ผมถามเสียงเข้ม จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ตอนนี้ไม่ได้มีแววซุกซนอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและท้าทาย
ปลาเชิดหน้าขึ้น มองสบตาผมอย่างไม่ลดละ “ทำอะไรคะ? ปลาก็แค่… อุบัติเหตุ”
“อุบัติเหตุบ้านป้าเธอสิ!” ผมตวาดอย่างหมดความอดทน “เธอตั้งใจ… เธอตั้งใจแต่งตัวแบบนี้ ตั้งใจนั่งให้มันเลิกสูง ตั้งใจก้มให้คนอื่นมอง ตั้งใจทำนมหกต่อหน้าเพื่อนพี่! เธอทำเพื่ออะไรปลา? ทรมานพี่สนุกมากใช่ไหม?”
ในห้องพักที่ไร้เสียงรบกวน มีเพียงเสียงหอบหายใจของเราสองคน ความกดดันและคาวมปรารถนาที่ถูกเก็บกดมาตลอดหลายสัปดาห์เริ่มปะทุขึ้นจนควบคุมไม่อยู่ ผมขยับเข้าไปใกล้เธอจนไม่มีช่องว่างเหลืออยู่ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายความเย้ายวนผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ของเธอ ปลุกเร้าสัญชาตญาณความดิบในตัวผมให้ตื่นขึ้น… เธอกำลังเล่นกับไฟ และไฟดวงนี้ก็กำลังจะแผดเผาเธอเข้าจริงๆ แล้ว
ในเสี้ยววินาทีที่ผมคิดว่าตัวเองกำลังจะเผด็จศึกแม่แมวยั่วสวาทตรงหน้า ทุกอย่างกลับพลิกผันไม่เป็นอย่างที่คิด
เมื่อผมโน้มหน้าลงไปหมายจะประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มที่กำลังเชิดขึ้นท้าทาย มือหนาของผมกำลังจะเอื้อมไปรวบเอวคอดบางที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อยืดเปียกชื้นให้เข้ามาแนบชิด… ปลากลับเบี่ยงตัวหลบอย่างพลิ้วไหวราวกับปลาไหลคลุกน้ำมัน!
เธอหมุนตัวมุดออกจากการกักขังของวงแขนผมอย่างง่ายดาย ทิ้งให้ผมยืนหน้าทิ่มจูบอากาศธาตุอยู่กับกำแพงห้องพักระเบียบวินัย
“อุ๊ย! ใจเย็นๆ สิคะพี่ยอด” เสียงใสหัวเราะคิกคักลอยมาจากด้านหลัง พอผมหันขวับไปมอง ก็เห็นเธอยืนกอดอกส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ “หึงปลาจนหน้ามืดเลยเหรอคะเนี่ย ไม่เอาน่า ปลาก็แค่หยอกเพื่อนพี่ยอดเล่นนิดเดียวเอง ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เสื้อเปียกสักหน่อย”
นั่นไง! ยัยเด็กแสบ ผมกัดฟันกรอด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทำแบบนี้ ผมเริ่มจับทางได้แล้วว่าเกมของปลาคืออะไร เธอชอบปั่นหัวผม ชอบทำให้ผมหึงจนเลือดขึ้นหน้า ชอบเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและไฟริษยาของผมเวลาที่เธอยกขาโชว์กางเกงในให้ผู้ชายคนอื่นดู หรือทำนมหกเรี่ยราดเรียกเรตติ้ง… แต่พอผมเอาจริง พอผมก้าวข้ามเส้นไปเพื่อจะสัมผัสหรือครอบครองเธอจริงๆ เธอกลับเป็นฝ่ายดึงจังหวะถอยหนี รักษาระยะห่างเอาไว้ให้ผมได้แต่กลืนน้ำลายและทรมานใจเล่น
เธอมีความสุขที่ได้เป็นคนคุมเกม เป็นนางพญาที่นั่งมองผู้คุมกฎอย่างผมดิ้นทุรนทุรายเพราะความหวงแหน
“ได้… ชอบเล่นเกมแบบนี้ใช่ไหมปลา” ผมพึมพำกับตัวเองในใจ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา แล้วปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงและเย็นชาเหมือนเดิม ผมตัดสินใจแล้วว่า ในเมื่อยิ่งตามยิ่งหนี ยิ่งหึงยิ่งได้ใจ… งั้นผมก็จะไม่ทำอะไรเลย!
ผมเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ หยิบแฟ้มเอกสารระเบียบวินัยขึ้นมาเปิดอ่านด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม ไม่สบตา ไม่ด่า ไม่พูดด้วย ไม่แม้แต่จะชายตามองร่างบางที่ยืนเปียกโชกเซ็กซี่ขยี้ใจอยู่กลางห้อง
ความเงียบโรยตัวลงมาปกคลุมห้องพัก ผ่านไปสามนาที… ห้านาที… เสียงหัวเราะคิกคักของปลาเงียบลง ผมแอบเห็นจากหางตาว่าเธอยืนทำหน้าเหลอหลา เหมือนเด็กที่จู่ๆ ของเล่นชิ้นโปรดก็พังคาเมือ
เมื่อเห็นว่าผมไม่สนใจ ไม่อาละวาด และไม่แม้แต่จะพยายามเดินเข้าไปแตะต้องตัวเธออีก อาการเรียกร้องความสนใจของเธอก็เริ่มทำงาน
เธอเดินลากเท้าเข้ามายืนที่หน้าโต๊ะทำงานของผม “พี่ยอดคะ… เสื้อปลาเปียก หนาวจังเลย” เธอส่งเสียงออดอ้อน
ผมพลิกหน้ากระดาษเอกสาร “ก็กลับไปเปลี่ยนสิ พี่ไม่ได้ล่ามโซ่ไว้สักหน่อย” ผมตอบเสียงเรียบโดยไม่เงยหน้ามอง
เมื่อไม้ตายแรกไม่ได้ผล เธอก็เริ่มขยับสเต็ป ผมเห็นเธอเดินอ้อมมาด้านข้างโต๊ะ ก่อนจะทิ้งสะโพกกลมกลึงลงนั่งบนขอบโต๊ะทำงานของผมอย่างถือวิสาสะ จังหวะที่เธอนั่ง ขาเรียวขาวก็ตวัดไขว่ห้าง กางเกงยีนส์ขาสั้นที่สั้นอยู่แล้วร่นขึ้นไปจนเผยให้เห็นต้นขาด้านในขาวเนียน เธอจงใจแกว่งปลายเท้าไปมาเฉียดหน้าขาผมเบาๆ ราวกับจะเชิญชวน
“พี่ยอดอ่านอะไรอยู่เหรอคะ น่าเบื่อจะตายไป”
ผมยังคงจ้องตัวหนังสือ แกล้งทำเป็นไม่รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากโต๊ะที่เธอนั่งทับ
คราวนี้ปลาเริ่มทนไม่ไหวเมื่อความนิ่งของผมมันช่างขัดใจ เธอขยับตัวเปลี่ยนท่านั่ง เธอยกมือขึ้นเสยผมที่เปียกชื้นไปด้านหลัง พร้อมกับแอ่นหน้าอกขึ้นอย่างจงใจ เสื้อยืดสีขาวที่เปียกน้ำแนบลู่ไปกับทรวดทรงจนเห็นบราลูกไม้สีดำเด่นชัด เธอขยับตัวโน้มลงมาใกล้ๆ แกล้งชะโงกหน้ามาดูแฟ้มเอกสารที่ผมอ่านอยู่ การกระทำนั้นทำให้คอเสื้อยืดของเธอหย่อนตกลงมา เนินอกอวบอิ่มที่ถูกดันทรงไว้แทบจะกระแทกเข้ากับสายตาของผมอยู่รอมร่อ
“แฟ้มนี้สนุกกว่าปลาอีกเหรอคะ…” เสียงของเธอเริ่มสั่นนิดๆ ไม่ใช่ความหนาว แต่เป็นความหงุดหงิดที่ผมทำเมิน
ผมทำใจดีสู้เสือ พยายามเพ่งสายตาทะลุตัวหนังสือ แม้ในหัวจะจินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ตาม “อืม กฎระเบียบข้อที่ 45 ว่าด้วยเรื่องการแต่งกาย…”
ปลาส่งเสียง “จิ๊” ในลำคออย่างขัดใจ เมื่อเห็นว่าการนั่งแอ่นอกยั่ว หรือเปิดหวอโชว์ต้นขาไม่สามารถดึงสายตาผมให้ละจากแฟ้มได้ เธอก็ยิ่งงัดมารยาหญิงออกมาใช้แบบกะเทาะเปลือก เธอเปลี่ยนจากนั่งไขว่ห้าง มาเป็นชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งบนโต๊ะทำงานของผม ปล่อยให้กางเกงขาสั้นรั้งตึงจนเห็นส่วนโค้งเว้าของสะโพกชัดเจนยิ่งขึ้น ร่างกายของเธอแทบจะเกยขึ้นมาบนโต๊ะ มือเล็กๆ ของเธอเอื้อมมาดึงปากกาออกจากมือผมอย่างเอาแต่ใจ
“พี่ยอด! เลิกสนใจกระดาษพวกนี้เถอะค่ะ” เธอพูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย คราวนี้เธอไม่หนี ไม่ถอยห่างแล้ว แต่กลับเบียดตัวเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมและกลิ่นกายสาวลอยเตะจมูกผมเต็มๆ
ผมช้อนตามองเธอด้วยแววตาเรียบเฉย แกล้งเลิกคิ้วถาม “มีอะไรอีกล่ะปลา พี่ต้องทำงาน ถ้าน้องไม่กลับไปเปลี่ยนเสื้อก็อย่ามารบกวน”
สายตานิ่งสนิทของผมเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟของคนชอบเอาชนะ ปลากัดริมฝีปากล่างของตัวเอง เธอก้มตัวลงมาหาผมจนใบหน้าเราห่างกันแค่คืบ สองมือของเธอยันลงบนพนักพิงเก้าอี้ของผม กักขังผมไว้ด้วยแขนเรียวเล็กของเธอเอง คราวนี้เธอจงใจบดเบียดหน้าอกที่ยังคงชื้นน้ำของเธอเข้ากับแผงอกของผมอย่างตั้งใจ ไม่มีการโยกตัวหลบเหมือนเมื่อสิบนาทีก่อนอีกต่อไป
“ทำไมทีเมื่อกี้พี่ยอดยังอยากจะ ‘ทำโทษ’ ปลาอยู่เลยล่ะคะ…” เธอกระซิบชิดริมฝีปาก ท่าทางยั่วยวนแบบเต็มพิกัด ชนิดที่ว่ายอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อเรียกความสนใจคืนมา “…พอตอนนี้ปลาอยู่เฉยๆ ให้ทำโทษแล้ว ทำไมพี่ยอดถึงไม่ยอมทำล่ะ?”
ผมลอบยิ้มในใจอย่างผู้ชนะ ยัยแมวน้อยเอ๋ย… คิดจะเล่นเกมดึงจังหวะกับผู้คุมกฎงั้นเหรอ พอผมแกล้งทำเป็นไม่สนใจ ไม่มอง ไม่หึง เธอก็ทนไม่ได้เสียเอง ต้องเป็นฝ่ายงัดสารพัดท่ามายั่ว ยอมลงทุนเบียดเสียดแนบชิดจนเนื้อแนบเนื้อเพียงเพื่อให้ผมกลับไปเป็นฝ่ายมองและคลั่งไคล้เธอเหมือนเดิม… และตอนนี้ เธอก็เข้ามาอยู่ในกำดักของผมเองโดยที่ไม่ต้องออกแรงวิ่งไล่จับเลยสักนิด
ท่ามกลางแสงไฟสลัวและเสียงเบสหนักหน่วงของร้านเหล้ากึ่งผับหลังมหาวิทยาลัย คืนวันศุกร์ที่ควรจะเป็นเวลาพักผ่อนของผมกลับกลายเป็นสมรภูมิรบทางอารมณ์ที่ดุเดือดที่สุด
ผมเพิ่งเลิกจากการประชุมสโมสรนักศึกษา เดินตามมาสมทบกับกลุ่มเพื่อนที่จองโต๊ะไว้มุมสุดของร้าน แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาสองขาของผมชะงักกึกราวกับถูกตอกตะปูตรึงไว้กับพื้น
กลางวงล้อมของไอ้พวกเพื่อนเวรที่กำลังส่งเสียงหัวเราะร่าเริงและหน้าแดงก่ำไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ คือ “ปลา”
แต่เธอไม่ได้มาในชุดนักศึกษาที่ผมคุ้นตา วันนี้เธอสลัดคราบเด็กเฟรชชี่ทิ้งไปจนหมดสิ้น ร่างบางสวมเพียงเสื้อสายเดี่ยวผ้าซาตินสีแดงเลือดนกที่ทั้งบางและคว้านคอลึกจนเห็นร่องอกขาวเนียนอวบอิ่มอย่างชัดเจน สายเดี่ยวเส้นเล็กจิ๋วบนบ่าดูราวกับพร้อมจะขาดได้ทุกเมื่อ ส่วนท่อนล่าง… มันคือกางเกงยีนส์ขาสั้นกุด สั้นจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเพียงเศษผ้าที่ปกปิดรอยต่อของเรียวขาเท่านั้น
ผมขบกรามแน่นจนปวดหนึบ เมื่อเห็นว่าเธอกำลังทำตัวเป็น “เด็กเอ็น” ระดับวีไอพีประจำโต๊ะ
“พี่เอกคะ แก้วนี้ปลาชงพิเศษให้เลยนะ” เสียงหวานใสของเธอดังแข่งกับเสียงเพลง ปลาขยับตัวเข้าไปนั่งเบียดไอ้เอก เพื่อนสนิทของผมจนแทบจะเกยขึ้นไปบนตักมัน มือเล็กๆ คีบน้ำแข็งใส่แก้ว รินเหล้าอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะประคองแก้วจรดริมฝีปากของไอ้เอก “ดื่มให้หมดนะคะ ถ้าไม่หมดปลาโกรธจริงๆ ด้วย”
“เฮ้ยยย น้องปลาป้อนขนาดนี้ พี่ไม่พลาดอยู่แล้วคร้าบ” ไอ้เอกยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียม รับเหล้าเข้าปากพลางมองทรวดทรงของคนป้อนด้วยสายตาที่ผมเห็นแล้วอยากจะควักลูกตามันออกมาโยนทิ้ง
ผมเดินหน้าตึงเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ว่างฝั่งตรงข้าม ทุกคนในโต๊ะหันมาทักทายผม มีเพียงปลาที่ปรายตามองผมแค่แวบเดียว… แวบเดียวเท่านั้นจริงๆ ก่อนที่เธอจะสะบัดหน้ากลับไปสนใจไอ้ตั้มที่นั่งอยู่อีกฝั่ง
“พี่ตั้มอยากกินถั่วไหมคะ เดี๋ยวปลาป้อน” ไม่พูดเปล่า ปลายังหยิบถั่วลิสงขึ้นมาหนึ่งเม็ด โน้มตัวข้ามโต๊ะไปหาไอ้ตั้ม จังหวะที่เธอโน้มตัว เสื้อสายเดี่ยวคอลึกก็ตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง เผยให้เห็นเนินเนื้ออวบสล้างที่แทบจะหกทะลักออกมานอกร่มผ้า ไอ้ตั้มอ้าปากรับถั่วไปพร้อมกับกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ส่วนผม… มือที่วางอยู่บนโต๊ะกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง แก้วของผมยังคงว่างเปล่า
ปลาชงเหล้าให้ทุกคน เติมน้ำแข็งให้ทุกคน เช็ดเหงื่อ หยอกล้อ หัวเราะคิกคักกับมุกตลกฝืดๆ ของเพื่อนผมทุกคน… ยกเว้นผม เธอทำเหมือนผมเป็นธาตุอากาศที่ไม่มีตัวตนอยู่ในวงนี้ หากผมอยากกินเหล้า ผมต้องรินเอง หรือไม่ก็ต้องให้เพื่อนรินให้
เธอตั้งใจ… เธอตั้งใจลากเส้นแบ่งเขตแดนอย่างชัดเจน นี่คือการเอาคืนของยัยเด็กแสบ หลังจากที่ผมแกล้งเมินเธอในห้องพักระเบียบวินัยวันนั้น วันนี้เธอเลยจัดชุดใหญ่ ยกระดับการยั่วประสาทด้วยการใช้เพื่อนของผมเป็นเครื่องมือ และมันก็ได้ผลชะงัด… เลือดในกายผมกำลังเดือดพล่าน
“น้องปลาครับ ชงให้ไอ้ยอดมันหน่อยสิ แก้วมันแห้งจนหยากไย่จะขึ้นแล้วเนี่ย” ไอ้เอกที่เริ่มเมาหันไปบอกปลา
ผมจ้องหน้าเธอเขม็ง รอคอยว่าเธอจะทำยังไง
ปลาหันมามองผม รอยยิ้มหวานหยดยังคงประดับอยู่บนใบหน้า แต่แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และท้าทาย เธอหยิบที่คีบน้ำแข็งขึ้นมา หมุนไปมาในมือช้าๆ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา “อุ๊ย… พอดีปลาชงไม่เก่งน่ะค่ะ กลัวชงแล้วพี่ยอดจะไม่ถูกใจ พี่ยอดเขาเป็นคน ‘เจ้าระเบียบ’ จะตายไปนี่คะ ปลากลัวทำผิดกฎเดี๋ยวจะโดน ‘ทำโทษ’ เอา… ให้พี่ยอดชงเองดีกว่าเนอะ”
คำพูดที่แฝงนัยยะลึกซึ้งนั้นทำให้ผมแทบฟิวส์ขาด เธอกำลังย้อนรอยคำพูดของผม เธอกำลังประกาศสงครามอย่างเป็นทางการต่อหน้าเพื่อนผมทุกคนที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย
“เออๆ งั้นชงให้พี่ต่อเลยน้องปลา วันนี้พี่ใจดี ไม่ดุเหมือนไอ้ยอดมันหรอก” ไอ้ตั้มหัวเราะร่วน แขนของมันถือวิสาสะพาดไปด้านหลังพนักพิงเก้าอี้ของปลา ซึ่งเธอก็ไม่ได้ปัดออก ซ้ำยังเอนหลังไปพิงท่อนแขนของมันอย่างออดอ้อน จังหวะที่เธอขยับตัว กางเกงขาสั้นก็รั้งขึ้นไปอีกจนเห็นต้นขาด้านในขาวผ่อง
ความอดทนของผมขาดผึงลงในวินาทีนั้น
เส้นความโกรธและความหวงแหนมันพุ่งทะลุปรอท ผมไม่ได้สนใจเกมการเอาชนะอะไรอีกต่อไปแล้ว ภาพที่ผู้ชายคนอื่นมาใกล้ชิด สัมผัส และมองทรวดทรงของเธอด้วยสายตาหื่นกระหาย มันทำลายกำแพงความเยือกเย็นของผู้คุมกฎจนป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
ผมลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ เสียงขาเก้าอี้ครูดกับพื้นดังเอี๊ยดจนทุกคนในโต๊ะชะงัก ผมเดินอ้อมโต๊ะตรงดิ่งไปหาปลาโดยไม่สนใจสายตาของใครทั้งสิ้น
“พี่ยอด… จะทำอะ–”
ปลาพูดยังไม่ทันจบประโยค ผมก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กๆ ของเธอ แล้วออกแรงกระตุกเพียงนิดเดียว ร่างบางก็ปลิวหวือลุกขึ้นมายืนแนบชิดกับอกผม กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากตัวเธอลอยเตะจมูก ยิ่งปลุกปั่นอารมณ์ดิบในตัวผมให้ลุกโชน
“ไอ้ยอด มึงทำอะไรน้องเขาวะ!” ไอ้เอกร้องโวยวาย
ผมปรายตามองเพื่อนเรียงตัวด้วยสายตาดุดันที่เย็นเยียบจนทุกคนเงียบกริบ ก่อนจะหันไปตวาดเสียงกร้าว “กลับ! ไปคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้!”
“ปลาไม่กลับ! ปลายังสนุกอยู่เลย ปล่อยนะพี่ยอด!” เธอพยายามขืนตัว สะบัดข้อมือ แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของเธอจะสู้แรงของคนที่กำลังหึงจนหน้ามืดอย่างผมได้ แววตาของเธอสั่นระริกเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคราวนี้ผมเอาจริง ไม่ได้แกล้งนิ่งเหมือนที่ผ่านมา
“จะเดินไปดีๆ หรือจะให้อุ้มพาดบ่าออกไปกลางร้าน เลือกเอา!” ผมกดเสียงต่ำขู่ ชิดริมฝีปากกับใบหูของเธอ ให้ได้ยินกันแค่สองคน
ปลาเบิกตากว้าง สัมผัสได้ถึงรังสีความเอาจริงที่แผ่ออกมาจากตัวผม เธอเม้มปากแน่น ยอมหยุดดิ้นรนแต่ยังคงทำหน้ามุ่ย ผมไม่รอช้า ดึงกึ่งลากร่างบางในชุดสายเดี่ยวสุดหวิวฝ่าฝูงชนในร้านเหล้าออกมาที่ลานจอดรถด้านหลังอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงโวยวายตามหลังของพวกเพื่อนๆ ที่ผมเลือกจะทำหูทวนลม
คืนนี้แหละ… ยัยเด็กเอ็นตัวแสบจะได้รู้ซึ้งสักทีว่า การเอาตัวเองมาเป็นเหยื่อล่อเพื่อเล่นกับไฟริษยาของผู้ชายที่หวงของจนแทบคลั่ง มันจะต้องเจอกับบทลงโทษที่หนักหนาแค่ไหน!
ลานจอดรถหลังร้านเหล้าที่มืดสลัวและเงียบสงัด มีเพียงแสงจากหลอดไฟนีออนที่กะพริบติดๆ ดับๆ กลับกลายเป็นสมรภูมิอารมณ์ที่ร้อนระอุที่สุดในชีวิตของผม
ผมดันร่างบางของปลาให้แผ่นหลังแนบชิดกับประตูรถยนต์ ล็อกตัวเธอไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างที่ยันกับกระจกรถ ปิดทางหนีทุกทิศทาง เสียงหอบหายใจของเราสองคนดังก้องในความเงียบแข่งกับเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นกระหน่ำ
ปลาเงยหน้ามองผม ดวงตาคู่สวยที่เคยมั่นใจและเต็มไปด้วยความท้าทาย ตอนนี้เริ่มมีความหวั่นไหวซ่อนอยู่ แต่ถึงอย่างนั้น มุมปากของเธอก็ยังคงยกยิ้มร้ายกาจอย่างคนที่ไม่ยอมแพ้
“เก่งนักใช่ไหม… ห๊ะ! ที่ไปนั่งยั่วผู้ชายคนอื่นให้พี่ดูเนี่ย มันสนุกมากใช่ไหมปลา!” ผมกดเสียงต่ำถาม พยายามข่มอารมณ์ดิบเถื่อนที่กำลังพลุ่งพล่านจนแทบจะระเบิด
ปลาเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมหลบตา “ก็พี่ยอดอยากเมินปลาก่อนทำไมล่ะคะ ปลาก็แค่อยากรู้ว่าพี่ยอดจะทนเป็นพระอิฐพระปูนไปได้สักกี่น้ำ… แล้วสุดท้ายก็ทนไม่ได้นี่นา”
“ใช่! พี่ทนไม่ได้!” ผมตวาดกลับจนร่างบางสะดุ้ง “พี่ทนไม่ได้ที่เห็นไอ้พวกนั้นมองนมเธอ ทนไม่ได้ที่เห็นสายตาหื่นกระหายพวกนั้นโลมเลียไปทั่วตัวเธอ ทนไม่ได้ที่เธอส่งยิ้มหวานๆ รินเหล้าให้คนอื่นที่ไม่ใช่พี่! เข้าใจไหมว่าพี่โคตรหวง!”
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของผมด้วยความฟิวส์ขาด ทำเอาปลาชะงักไปชั่วครู่ รอยยิ้มท้าทายบนใบหน้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจ แววตาของเธอเปล่งประกายระยิบระยับในความมืด ราวกับนางพญาที่กำชัยชนะไว้ในมือ
“พี่ยอด… หวงปลาเหรอคะ?” น้ำเสียงของเธออ่อนลง เปลี่ยนเป็นความออดอ้อนที่แฝงไปด้วยความเย้ายวนร้อยเปอร์เซ็นต์ มือเล็กๆ ที่เคยขืนตัว ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาวางทาบบนแผงอกของผม ลูบไล้เบาๆ ผ่านเนื้อผ้าเสื้อเชิ้ต “ถ้าหวง… แล้วทำไมปล่อยให้ปลาคอยเก้อตั้งนาน ปล่อยให้ปลาต้องลงทุนทำตัวเป็นเด็กใจแตกอยู่ตั้งหลายวัน”
ผมก้มลงมองร่างอวบอิ่มในชุดสายเดี่ยวสีแดงเลือดนกที่ตอนนี้สายข้างหนึ่งหลุดลุ่ยตกลงมาอยู่ที่ต้นแขน เผยให้เห็นเนินเนื้อขาวสล้างที่สะท้อนแสงไฟสลัว อกของเธอขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจรัวเร็ว ทรวดทรงโค้งเว้าที่แนบชิดกับผมมันกระตุ้นไฟปรารถนาจนผมแทบคลั่ง ยิ่งได้กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากลมหายใจของเธอ สติสัมปชัญญะของผมก็แทบจะขาดสะบั้น
“เพราะพี่อยากจะสั่งสอนเด็กดื้อไงล่ะ… แต่ดูเหมือนว่ายิ่งปล่อยไว้ เด็กดื้อยิ่งได้ใจ งั้นคืนนี้พี่คงต้องเปลี่ยนวิธีทำโทษใหม่”
ไม่รอให้เธอได้เถียงอะไรอีก ผมก้มหน้าลงฉกฉวยริมฝีปากอวบอิ่มนั้นอย่างตะกะตะกรามและดุดัน มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวล แต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยการลงทัณฑ์ ความหวงแหน และความปรารถนาที่ถูกกดทับมาเนิ่นนาน ผมบดคลึงริมฝีปากของเธออย่างเอาแต่ใจ ขบเม้มริมฝีปากล่างจนเธอต้องเผยอปากออก ร้องครางอืออาในลำคอ เปิดทางให้ผมสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปกวาดต้อนความหวานและรสกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ที่ยิ่งทำให้ผมมัวเมา
มือหนาของผมเลื่อนจากการยันรถ มาโอบรัดรอบเอวคอดบาง ดึงร่างของเธอให้เข้ามาแนบชิดจนไม่มีช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน สัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นของหน้าอกอวบที่เบียดชิดกับแผงอกกว้างของผม ปลาลืมตัวยกแขนขึ้นคล้องคอผม ร่างกายของเธออ่อนระทวยเบียดเข้าหาผมและตอบรับสัมผัสอย่างเร่าร้อนไม่แพ้กัน
ผมถอนจูบออกช้าๆ ให้เราทั้งคู่ได้กอบโกยอากาศหายใจ ก่อนจะลากริมฝีปากลงมาตามแนวสันกราม ซุกไซ้สูดดมความหอมกรุ่นที่ซอกคอขาวเนียน ผมขบเม้มผิวอ่อนนุ่มนั้นแรงๆ จนเกิดรอยรักสีจางๆ เป็นการประทับตราแสดงความเป็นเจ้าของ เพื่อไม่ให้ผู้ชายหน้าไหนกล้ามายุ่งกับเธออีก
“อ๊ะ… พี่ยอด… ตรงนี้ไม่ได้นะคะ เดี๋ยวคนเดินมาเห็น…” ปลาครางเสียงสั่น มือเล็กขยุ้มคอเสื้อผมแน่นเมื่อผมลากไล้ริมฝีปากต่ำลงมาถึงเนินอกขาวที่โผล่พ้นเสื้อสายเดี่ยว
“ให้เขาเห็นไปเลย จะได้รู้กันไปเลยว่าเธอเป็นของใคร!” ผมตอบเสียงพร่า มือข้างหนึ่งเลื่อนลงไปลูบไล้ต้นขาเนียนที่โผล่พ้นกางเกงยีนส์ขาสั้นกุด สัมผัสถึงความร้อนผ่าวจากผิวกายสาว ผมลูบเค้นต้นขาของเธอเบาๆ ก่อนจะสอดมือเข้าไปใต้เสื้อสายเดี่ยว สัมผัสกับผิวเนื้อนุ่มลื่นที่ปราศจากบราเซียร์อย่างที่ผมคาดไว้ตั้งแต่แรก
ปลาสะดุ้งเฮือก แอ่นอกรับสัมผัสจากฝ่ามือร้อนของผมอย่างลืมตัว เสียงหอบหายใจของเธอหนักหน่วงขึ้น “พี่ยอด… พี่มัน… คนบ้า…” เธอต่อว่าด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แต่ร่างกายกลับเบียดเข้าหาผมมากขึ้นอย่างไร้การต่อต้าน
“พี่บ้าได้มากกว่านี้อีก ถ้าน้องยังกล้าไปใส่ชุดแบบนี้ให้หมาตัวไหนดูอีก!” ผมกระซิบชิดใบหู ก่อนจะขบกัดติ่งหูเธอเบาๆ จนร่างบางสะท้านไปทั้งตัว “ตั้งแต่วันนี้ไป… ห้ามใส่กระโปรงสั้น ห้ามใส่เสื้อรัดรูป ห้ามปลดกระดุมโชว์ร่องอก ห้ามทำนมหกใส่ใคร และที่สำคัญ… ห้ามไปนั่งชงเหล้าให้ใครหน้าไหนอีกนอกจากพี่คนเดียว! เข้าใจไหม!”
ปลาช้อนตามองผมด้วยดวงตาที่ฉ่ำปรือและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ รอยยิ้มซุกซนกลับมาปรากฏบนใบหน้าเธออีกครั้ง แม้จะอยู่ในสภาพที่ถูกผมรุกไล่จนแทบหมดแรงต้านทาน
“กฎเยอะจังเลยนะคะ คุณหัวหน้าระเบียบวินัย…” เธอกระซิบ ยืดตัวขึ้นมาแตะริมฝีปากเบาๆ ที่สันกรามของผม “แล้วถ้าปลาทำตามกฎทุกข้อ… ปลาจะได้รางวัลเป็นอะไรคะ?”
ผมกระตุกยิ้มมุมปาก รวบร่างเธอขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างรวดเร็ว จนปลาต้องรีบกอดคอผมไว้แน่นเพราะกลัวตก
“รางวัลของเด็กดี… พี่จะจัดให้ทั้งคืน เอาให้พรุ่งนี้ลุกมาใส่กระโปรงสั้นไม่ไหวเลยดีไหมล่ะ?”
พูดจบ ผมก็จัดการยัดยัยตัวแสบเข้าไปในเบาะข้างคนขับ ปิดประตูรถเสียงดังปัง ก่อนจะรีบอ้อมมาฝั่งคนขับ สตาร์ทรถและเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปจากลานจอดรถหลังร้านเหล้าทันที
เกมการปั่นประสาทของผู้คุมกฎและเด็กเฟรชชี่ยั่วสวาทได้จบลงแล้ว… แต่นี่มันเพิ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘บทลงโทษภาคปฏิบัติ’ ที่ผมรับรองได้เลยว่า ยัยลูกแมวตัวแสบจะต้องร้องขอชีวิตไปจนถึงเช้าอย่างแน่นอน
ภายในห้องโดยสารที่แอร์เย็นเฉียบ แต่ความรู้สึกของคนสองคนกลับร้อนรุ่มดั่งเปลวไฟ รถสปอร์ตคันหรูของพี่ยอดแล่นทะยานฝ่าความมืดของค่ำคืนไปอย่างรวดเร็ว ปลานั่งเงียบกริบอยู่ที่เบาะข้างๆ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะกำลังใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
เมื่อรถจอดสนิทที่ลานจอดรถคอนโดส่วนตัวของพี่ยอด เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินอ้อมมาเปิดประตูแล้วรวบตัวเธออุ้มพาดบ่าราวกับเธอเป็นเพียงตุ๊กตาตัวเบาหวิว
“พี่ยอด! ปล่อยนะ เลือดลงหัวปลาหมดแล้ว เดี๋ยวก็อ้วกใส่เสื้อซะหรอก!” เธอโวยวายพร้อมทุบหลังเขาดังอั้ก พยายามเรียกฟอร์มเก่งของตัวเองกลับมา
“อ้วกมาก็ซักให้ด้วย ซักด้วยมือนะ แล้วบวกโทษเพิ่มอีกสองกระทง” เขาตอบกลับเสียงเรียบแต่แฝงความเจ้าเล่ห์ ไม่สะทกสะท้านกับแรงทุบเท่ามดกัดของเธอเลยสักนิด
เมื่อถึงหน้าห้อง ทันทีที่ประตูไม้บานหนาเปิดออกและปิดล็อกลงกลอนอัตโนมัติ ความมืดมิดก็กลืนกินรอบด้าน ปลารู้สึกถึงแผ่นหลังที่ถูกดันให้แนบกับบานประตูอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ริมฝีปากร้อนผ่าวจะทาบทับลงมาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่จูบแห่งความโกรธเกรี้ยวและหึงหวงเหมือนที่ลานจอดรถ แต่เป็นจูบที่ลึกซึ้ง เรียกร้อง และเต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกเก็บซ่อนไว้มาเนิ่นนาน
“รู้ไหมว่าห้องนี้… ไม่เคยมีใครได้รับอนุญาตให้เข้ามา” เสียงกระซิบพร่าของพี่ยอดดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับลมหายใจอุ่นที่เป่ารดจนร่างบางสะท้าน
คำพูดนั้นทำให้ปลาชะงัก ท่ามกลางความมืดมิด เธอเริ่มตระหนักและปะติดปะต่อเรื่องราวได้ ผู้ชายที่ดูแข็งกร้าว เจ้าระเบียบ และสร้างกำแพงกฎเกณฑ์มากมายขึ้นมาล้อมรอบตัวเอง แท้จริงแล้วอาจจะแค่ใช้มันเพื่อปกป้องความรู้สึกเปราะบางบางอย่างในใจ ไม่ให้ใครเข้ามาวุ่นวาย… และเธอกำลังตระหนักได้ว่า ตัวเองกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขายอมพังทลายกำแพงนั้นลงมาด้วยมือของเขาเอง
“แล้ว… บทลงโทษของคนที่บังอาจทำลายกำแพงของพี่ยอด คืออะไรคะ?” เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงเย้ายวน นิ้วเรียวเกี่ยวคล้องคอเสื้อของเขาเอาไว้หลวมๆ
ไฟในห้องสว่างขึ้นพรึบ! ปลากะพริบตาถี่ๆ ปรับแสง ก่อนจะพบว่าบทลงโทษแรกคือ… เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของพี่ยอดถูกโยนมาคลุมหัวเธอจนมิด
“ไปอาบน้ำ ล้างกลิ่นเหล้าและกลิ่นสายตาของไอ้พวกนั้นออกให้หมด แล้วใส่แค่เสื้อตัวนี้ตัวเดียว… กางเกงในก็ห้ามใส่ นี่คือกฎข้อแรกของการลงโทษคืนนี้” เขาสั่งเสียงเด็ดขาด แววตาคมกริบกวาดมองร่างบางในชุดสายเดี่ยวที่ตอนนี้สายหลุดลุ่ยจนแทบจะปิดบังอะไรไม่มิด
ปลาหน้าแดงซ่าน ความเขินอายเริ่มตีตื้นขึ้นมาแข่งกับความท้าทาย “แล้วถ้า… ปลาแอบใส่ล่ะคะ?”
พี่ยอดกระตุกยิ้มมุมปาก เขาค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทีละเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้ามาตลอด “พี่ก็จะถือว่าเธอขัดคำสั่ง… และพี่จะต้อง ‘ตรวจค้น’ ทุกซอกทุกมุมด้วยตัวเองไง ไปอาบน้ำได้แล้ว ก่อนที่พี่จะหมดความอดทนแล้วจับเธออาบพร้อมกันตรงนี้”
เมื่อบานประตูห้องน้ำเปิดออก ไอน้ำอุ่นๆ ลอยอวลออกมาพร้อมกับร่างบางที่ทำให้หัวใจผมกระตุกวูบ
ปลาเดินออกมาในสภาพที่มีเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของผมสวมทับอยู่ ชายเสื้อยาวลงมาปรกแค่กึ่งกลางต้นขา เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนที่ผมหวงนักหวงหนา ผมที่เปียกชื้นลู่ไปกับกรอบหน้า หยดน้ำเกาะพราวตามลำคอและซึมลงบนเนื้อผ้าจนบางส่วนแนบชิดไปกับทรวดทรงโค้งเว้า กลิ่นครีมอาบน้ำของผมที่ติดอยู่บนตัวเธอ… มันให้ความรู้สึกรัญจวนใจอย่างบอกไม่ถูก
ผมนั่งพิงหัวเตียงในสภาพที่ท่อนบนเปลือยเปล่า สายตาจับจ้องทุกย่างก้าวของเธอ ปลาเดินบิดไปมาเล็กน้อยด้วยความเขินอาย แววตาซุกซนที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความประหม่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ “ผู้คุมกฎ” ที่ตอนนี้พร้อมจะกลายร่างเป็นผู้ล่าอย่างสมบูรณ์แบบ
“เดินมานี่สิ” ผมตบลงบนที่นอนข้างตัว ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
เธอเม้มริมฝีปาก ค่อยๆ ก้าวขึ้นมาบนเตียงกว้าง แต่แทนที่ผมจะให้เธอนั่งลงข้างๆ ผมกลับเอื้อมมือไปคว้าเอวบางแล้วดึงรั้งร่างของเธอให้ล้มลงมาคร่อมอยู่บนตักผม
“อ๊ะ! พี่ยอด…” ปลาร้องอุทาน สองมือเล็กต้องรีบยันลงบนแผงอกแกร่งของผมเพื่อพยุงตัว
“ไหนขอดูหน่อยสิ ว่าทำตามกฎที่สั่งไว้หรือเปล่า” ผมไม่รอช้า เลื่อนฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ไล่จากหัวเข่าเนียน สอดเข้าไปใต้ชายเสื้อเชิ้ตที่ร่นขึ้นมาจนถึงหน้าขา สัมผัสถึงผิวเนื้อนุ่มลื่นที่ปราศจากอาภรณ์ใดๆ กีดขวาง… เธอยอมถอดทุกอย่างออกตามที่ผมสั่งจริงๆ
ร่างบนตักผมสะดุ้งเฮือก ใบหน้าหวานแดงซ่านไปถึงใบหู “ป…ปลาทำตามกฎแล้ว พี่ยอดห้ามทำโทษเพิ่มนะ” เธอก้มหน้าซ่อนสายตา แต่เสียงสั่นๆ นั่นมันยิ่งยั่วให้ผมอยากรังแกเธอให้หนักขึ้นไปอีก
“ใครบอกล่ะ…” ผมช้อนปลายคางเธอขึ้นมาให้สบตา “การทำตามกฎ เป็นแค่การเริ่มต้นของบทลงโทษต่างหาก”
ผมพลิกตัวกดร่างบางให้จมลึกลงไปกับฟูกนุ่ม ตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็เริ่มทำหน้าที่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองที่เธอใส่อยู่ออกทีละเม็ด… ทีละเม็ด
“นี่สำหรับข้อหาแรก… ที่ใส่เสื้อผ้ารัดรูปยั่วพี่” ผมกระซิบ ก่อนจะก้มลงจูบประทับรอยแดงที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ สูดดมกลิ่นกายสาวที่ผสมกับกลิ่นสบู่อย่างตะกะตะกราม ปลาร้องครางแผ่วเบา ร่างกายบิดเร่ารับสัมผัส
“และนี่… สำหรับข้อหาที่ไปนั่งอ่อยไอ้เอก” เมื่อกระดุมถูกปลดออกจนหมด ผมแหวกสาบเสื้อออก ก้มลงครอบครองความอวบอิ่มที่ตั้งชูชันรอรับการลงทัณฑ์ ผมขบเม้มและดูดดึงอย่างเอาแต่ใจ สลับกับใช้ปลายลิ้นหยอกล้อจนคนใต้ร่างแอ่นอกรับอย่างลืมตัว เสียงหวานครางอื้ออึงไม่เป็นศัพท์
“พ…พี่ยอด… อื้อ… ปลาเสียว…” เล็บคมของเธอที่หลุดจากการเกาะกุม จิกลงบนไหล่ผมเพื่อระบายความเสียวซ่าน
“ยังไม่หมด… ข้อหาที่หนักที่สุด คือทำให้พี่หึงจนแทบบ้า!” ผมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอ แววตาของผมเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่แผดเผาทุกสิ่ง ผมก้มลงประกบริมฝีปากเธออีกครั้ง มอบจูบที่ดุดันและเร่าร้อน เรียวลิ้นเกี่ยวตวัดดูดกลืนลมหายใจของเธอจนหมดสิ้น ในขณะที่มือก็เลื่อนต่ำลงไปสัมผัสกับความอ่อนนุ่มที่ตอนนี้เปิดรับและพร้อมเต็มที่
ปลากระตุกเกร็ง ร่างกายของเธอโอนอ่อนรับสัมผัสของผมอย่างเต็มใจ ไม่มีแรงต่อต้าน ไม่มีเกมการดึงจังหวะอีกต่อไป มีเพียงความโหยหาที่เราทั้งคู่ต่างปลดปล่อยออกมา
ท่ามกลางบรรยากาศในห้องที่ร้อนระอุจนแทบจะหลอมละลาย ยอดหยุดทุกการเคลื่อนไหวลงกลางคัน ทิ้งให้ปลาต้องหอบหายใจรวยรินอยู่ใต้ร่างด้วยความทรมานที่แสนหวาน
หยาดเหงื่อจากปลายคางคมกริบหยดลงบนเนินอกที่กำลังกระเพื่อมไหวอย่างหนักหน่วงของคนใต้ร่าง ยอดตรึงข้อมือทั้งสองข้างของปลาไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างเลื่อนไปบีบเค้นปลายคางของเธอเบาๆ บังคับให้ดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำปรือไปด้วยน้ำตาแห่งความปรารถนาต้องช้อนขึ้นมาสบตากับเขา
“พี่ยอด… อึก… อย่าแกล้งปลาแบบนี้…” ปลาส่ายหน้าไปมาบนหมอน ร่างกายของเธอสั่นเทิ้ม แอ่นโค้งเข้าหาเพื่อไขว่คว้าหาสัมผัสที่ถูกกระชากออกไปในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ความต้องการที่ถูกจุดประกายจนถึงขีดสุดกำลังแผดเผาเธอจากข้างในจนแทบจะบ้าตาย
ยอดกระตุกยิ้มมุมปาก แววตาของเขาดำมืดและเต็มไปด้วยสัญชาตญาณของการเป็นเจ้าของอย่างเปี่ยมล้น เขาก้มลงไปกระซิบชิดริมฝีปากบางที่กำลังเผยอคราง ลมหายใจร้อนจัดเป่ารดจนปลาสะดุ้งเฮือก
“ถ้าอยากให้พี่ทำต่อ… ต้องสัญญากับพี่มาก่อน” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและกดต่ำ ดุดันจนคนฟังใจสั่น “บอกพี่สิปลา… ว่าความเร่าร้อนทั้งหมดที่เธอมี สายตายั่วยวนพวกนี้… และเสียงครางแบบนี้… เธอจะเก็บมันไว้ใช้กับพี่แค่คนเดียว”
“อื้อ… พี่ยอด…”
“พูดออกมา!” ยอดกดจูบลงบนซอกคอขาวเนียน ฝังเขี้ยวขบเม้มแรงๆ จนเกิดรอยแดงช้ำเพื่อเป็นการลงทัณฑ์ “สัญญามา ว่าตั้งแต่วันนี้ไป เธอจะเป็นเด็กยั่วสวาทให้พี่ดูแค่คนเดียว จะไม่ไปทำตัวเซ็กซี่เร่าร้อนแบบนี้ให้หมาตัวไหนเห็นอีก… ถ้าไม่พูด พี่ก็จะปล่อยให้เธอค้างอยู่อย่างนี้แหละ”
การถูกต้อนให้จนมุมทั้งทางร่างกายและอารมณ์ ทำให้ปราการความเย่อหยิ่งของปลาพังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี สติสัมปชัญญะของเธอขาวโพลน มีเพียงสัญชาตญาณดิบและความต้องการที่เขากำลังปั่นหัวเธออย่างหนัก
“ปลา… ปลายอมแล้ว… อ๊า!” เธอหวีดร้องเมื่อยอดจงใจลากปลายนิ้วสากไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าอย่างอ้อยอิ่ง ทรมานเธอด้วยความเชื่องช้า “ปลาจะเป็นของพี่ยอด… จะเซ็กซี่ให้พี่ยอดดูคนเดียว… อื้อ! จะไม่ทำแบบนี้กับใครอีกแล้ว… ของพี่ยอด… ปลาเป็นของพี่ยอดคนเดียว… ช่วยปลาที…”
น้ำตาแห่งความอึดอัดทรมานไหลอาบหางตา ร่างบางบิดเร่าอย่างไม่อาจควบคุม คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของเธอเต็มไปด้วยความเว้าวอนและยอมจำนนอย่างราบคาบ
เมื่อได้รับคำตอบที่น่าพึงพอใจ แววตาของยอดก็ลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาที่ไม่มีอะไรหยุดยั้งได้อีกต่อไป “จำคำพูดตัวเองไว้ให้ดีนะ… ยัยเด็กแสบ”
เขาปล่อยข้อมือของเธอให้เป็นอิสระ ก่อนจะถาโถมพายุอารมณ์ที่กักเก็บไว้ทั้งหมดเข้าใส่ร่างบางอย่างหนักหน่วงและดุดันที่สุด คราวนี้ไม่มีการดึงจังหวะ ไม่มีการแกล้งให้ทรมานอีกต่อไป มีเพียงความเร่าร้อนที่สอดประสานกันอย่างลึกล้ำ ทุกจังหวะที่เขาขยับเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความทรงพลัง แข็งแกร่ง และตอกย้ำความเป็นเจ้าของจนปลาแทบจะหลอมละลาย
“พี่ยอด! พี่ยอด!! อ๊าาา!”
ปลาผวาเฮือก เล็บคมจิกทึ้งลงบนแผ่นหลังกว้างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเขา ร่างกายของเธอถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงตามแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ ความเสียวซ่านที่ถูกกักขังและทรมานมาเนิ่นนานระเบิดออกอย่างรุนแรงราวกับพลุไฟที่สว่างวาบในหัว เธอหวีดร้องครางชื่อเขาไม่ขาดปาก ร่างบางกระตุกเกร็ง โค้งแอ่นรับความสุขสมที่ทะลักทลายเข้ามาจนล้นปรี่
ยอดคำรามเสียงต่ำในลำคออย่างพอใจ ก่อนจะเร่งจังหวะสุดท้ายด้วยความดุดันและปลดปล่อยทุกความปรารถนาที่อัดอั้นเข้าใส่ตัวเธอจนหมดสิ้น เขาฟุบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น หอบหายใจหนักหน่วง กอดรัดร่างที่ยังคงสั่นสะท้านของปลาเอาไว้แนบกอด
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







