เรื่องเสียว ออฟฟิศกลางเมือง
ตัวผมเองไม่เคยคิดเลยว่าออฟฟิศสี่ชั้นย่านสาทรจะพาผมมาเจออะไรแบบนี้ ตอนนั้นอายุยี่สิบหก เพิ่งย้ายมาทำงานที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างเล็กๆ ได้ปีกว่าๆ ช่วงบ่ายแก่ๆ เสียงแฟกซ์ดังเป็นจังหวะ พัดลมตั้งพื้นเป่าปลิวกระดาษร่วง เลขาสาวชื่อป้อมเดินผ่านโต๊ะผมบ่อยจนเริ่มคุ้น
ป้อมอายุราวๆ สามสิบต้นๆ หุ่นเล็กแต่สะโพกกลมกลึง เวลาเดินในกระโปรงทรงเอ มันช่างชวนมองเสียจริง วันนั้นอากาศร้อนอบอ้าวจนเสื้อเชิ้ตเปียก เหงื่อซึมตลอดแนวกระดุม ผมเองก็เริ่มรู้สึกเงื่อนๆ ใจไม่เป็นปกติ
ผมเอาแต่เหลือบมองป้อมตอนก้มลงเปิดลิ้นชัก สายตายาวไปถึงแนวต้นขาที่เห็นผ่านช่องกระโปรง ความคิดเริ่มแล่นไปไกล ผมเงี่ยหูฟังเสียงเธอพูดโทรศัพท์ เสียงหวานติดจมูก ฟังแล้วคันตามซอกคอ ความเสียวเล็กๆ มันแล่นแปลบขึ้นมาจากใต้เอว
ป้อมหันมาเจอผมมองพอดี เธอยิ้มบางๆ แล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ แต่ผมนึกในใจว่าเธอคงรู้ ผมไม่ใช่คนเดียวที่จ้องเธอในออฟฟิศนี้ เพื่อนร่วมโต๊ะชื่อโต้งก็เคยพูดถึงเธอแบบกึ่งล้อกึ่งจริงว่า “หีสวยนะเว้ย” ตอนนั้นผมหัวเราะ แต่ตอนนี้เริ่มเข้าใจ
เย็นวันศุกร์ก่อนเลิกงาน ป้อมเดินมาวางเอกสารตรงหน้าผม พร้อมกับโน้ตแผ่นเล็ก “หลังเลิกงานมาเจอกันที่ร้านกาแฟแถวปากซอยนะ” ผมเงยหน้ามองเธอ เธอสะบัดผมแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะ ใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ ความคิดพันกันวุ่นวาย
ผมนั่งไม่ติด ทำอะไรไม่ถูก รีบเก็บของก่อนเวลา นัดกับโต้งไว้แต่กลับบอกว่าติดธุระต้องรีบกลับ โต้งมองตาแล้วยิ้มอย่างรู้ทัน “ไปเจอพี่ป้อมเหรอ” ผมพยักหน้าเบาๆ มันไม่มีความลับในออฟฟิศเล็กๆ แบบนี้หรอก
ร้านกาแฟเป็นแนวเปิดโล่ง มีม่านพลาสติกกันยุง ป้อมนั่งรออยู่แล้ว เธอสวมเสื้อยืดคอกว้างกับกางเกงยีนส์ขาสั้น เห็นแผ่นหลังบางๆ ผมเข้าไปนั่งตรงข้าม เธอยิ้มแล้วพูดว่า “เงียบๆ นะ เดี๋ยวเพื่อนพี่มาตรงนี้”
ผมอึ้ง ไม่ทันถามอะไร เธอก็ชี้ไปที่ประตู ชายคนหนึ่งในเสื้อเชิ้ตแขนยาวอายุราวๆ สามสิบห้า เดินเข้ามาพร้อมกับผู้หญิงอีกคนสวมเดรสสีดำ ผมรู้จักเขาดี เพราะเขาเป็นหัวหน้าแผนกบัญชี พี่นัทที่ปกติพูดจาเรียบร้อยและขึงขัง
พี่นัทนั่งลงข้างป้อม ผู้หญิงเดรสดำนั่งข้างผม ป้อมแนะนำ “นี่มด เพื่อนพี่” มดยิ้มหวาน ผมโบกมือทักทาย แต่ในใจเริ่มปะติดปะต่อ สถานการณ์แปลกๆ มันชวนให้เสียวแปลบที่ท้อง
ป้อมเปิดฉาก การสนทนาเริ่มคลี่คลายจากเรื่องงานไปสู่เรื่องส่วนตัว ผมจิบกาแฟกลบเกลื่อน แต่ใต้โต๊ะพี่นัทเอาเท้าแตะขาผมเบาๆ ผมชะงัก มองหน้าเขา เขาทำเป็นคุยกับป้อมไม่สนใจ
มดหันมาสะกิดผม “ไม่สบายเหรอ” ผมส่ายหน้า เธอขยับมาใกล้ มือวางทาบบนต้นขาผมเบาๆ เสียงหัวใจดังอื้อไปหมด หัวควยเริ่มตึงตัว รู้ว่าถ้าปล่อยไว้คงไม่จบแค่นี้
ป้อมกระซิบข้างหูพี่นัท แล้วหันมาทางผม “คืนนี้พี่มีอะไรจะชวน” น้ำเสียงนุ่มแต่แฝงความหมาย ผมกลืนน้ำลาย รู้ว่าหมดทางเลี่ยงแล้ว ความเงี่ยนมันเริ่มขึ้นสมอง
บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป มดกระซิบข้างหูผม “เราไปต่อกันไหม” ผมมองหน้าป้อม เธอพยักหน้า ตาคมกริบ ผมพยักหน้ากลับ หัวใจเหมือนจะกระโดดออกจากอก
ทั้งสี่คนลุกขึ้นพร้อมกัน ป้อมจ่ายค่ากาแฟทิ้งธนบัตรไว้บนโต๊ะ เราขึ้นรถสองคันตามกันไป รถของพี่นัทแล่นนำไปยังคอนโดแถวพระรามสี่ ผมซ้อนมอเตอร์ไซค์รับจ้างตามหลัง ลมร้อนปะทะหน้า แต่ใจเย็นวาบไปถึงไหนต่อไหน
เมื่อถึงหน้าคอนโด ป้อมรออยู่ที่ล็อบบี้แล้ว เธอจูงมือผมเข้าไปในลิฟต์ ดวงตาเธอมีประกายพิศวาส พูดเพียงสั้นๆ “ชั้นยี่สิบสอง ห้องเลขที่หก” เสียงลิฟต์ดังขึ้นทีละชั้น หัวใจผมเต้นตามจังหวะนั้นไม่ขาดสาย
ประตูลิฟต์เปิดออก เสียงสไลด์แผ่วเบา ล็อบบี้ชั้นยี่สิบสองเงียบสงบ ป้อมเดินนำไปตามทางเดินปูพรมสีเทา ห้องเลขที่หกอยู่ปลายสุด เธอหยิบคีย์การ์ดแตะที่ตัวล็อค เสียงปลดล็อคดังกริ๊ก เธอเปิดประตูแล้วหันมายิ้มให้ผม “เข้ามาเลย”
ในห้องเป็นคอนโดแบบหนึ่งห้องนอน ตกแต่งโทนขาว-เทา โซฟาหนังสีดำตั้งอยู่กลางห้อง พี่นัทกับมดนั่งอยู่แล้ว มดเปลี่ยนเป็นชุดคลุมบางสีดำ ป้อมเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบไวน์ขาวออกมาหนึ่งขวด “ใครเอาบ้าง” เธอถามเสียงเรียบ ผมรับมาแก้วหนึ่ง จิบแล้วรู้สึกเย็นคอ แต่ข้างในร้อนเป็นไฟ
ป้อมนั่งลงข้างผมบนโซฟา ต้นขาของเธอแตะกับต้นขาผมผ่านผ้ายีนส์บาง ไฟฟ้ากระชากทั่วร่าง เธอหันมาจ้องตาผม แววตาเหมือนแมวกำลังจะตะครุบเหยื่อ “อึดอัดไหม” เธอถาม ผมส่ายหน้า แต่จริง ๆ เหงื่อซึมตามไรผมหงอก
พี่นัทเปิดเพลงบรรเลงเบา ๆ เสียงแซ็กโซโฟนลอยมากับกลิ่นไวน์ เขามองมาทางผมกับป้อมแล้วยิ้ม “เด็ก ๆ คงอยากมีเวลาส่วนตัว” มดหัวเราะคิก ลุกขึ้นเดินไปจับมือพี่นัท “ไปคุยกันในห้องนอนดีกว่า” ทั้งสองเดินหายเข้าไปในห้องนอนด้านใน ปิดประตูตามหลัง
เหลือแค่ผมกับป้อมในห้องรับแขก ความเงียบทำให้หัวใจเต้นดังจนได้ยิน ป้อมวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะ เธอขยับเข้ามาใกล้ วางมือบนต้นขาผม “ตั้งแต่แรกเห็นนายในออฟฟิศ ฉันก็รู้ว่านายมีอะไรพิเศษ” นิ้วเรียวของเธอลูบแผ่วเบา จากหัวเข่าขึ้นมาจนถึงกลางขา ผมแทบกลั้นหายใจ
“ป้อม…” ผมเอ่ยชื่อเธอเสียงแหบ เธอกดนิ้วลงบนเป้ากางเกงผมเบา ๆ “ชู่… อย่าพูดมาก” เธอขยับขึ้นมาคร่อมตักผม ทั้งคู่สบตากัน ผมจับเอวบางของเธอไว้ สัมผัสร้อนผ่านผ้าบาง
เธอก้มลงจูบผม ชุ่มฉ่ำด้วยไวน์ ลิ้นของเธอสอดเข้ามาในปากผมอย่างรู้งาน ผมตอบรับ ดูดดึง ความเงี่ยนเริ่มพลุ่งพล่านในท้องน้อย ป้อมครางเบา ๆ ในลำคอ มือของเธอลูบแผ่นหลังผมใต้เสื้อ
น้ำลายของเราปนกัน ผมเริ่มร้อนรน มือลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของเธอ ป้อมถอนจูบแล้วกระซิบ “เรามาเร็วดีกว่า เดี๋ยวพวกนั้นออกมา” เธอถอยลงจากตักผม จับมือพาผมเดินไปที่โซฟาตัวยาว ปูพรมหนานุ่ม
เธอถอดเสื้อท่อนบนออก เผยให้เห็นเสื้อชั้นในสีดำลูกไม้ หน้าอกของเธออวบอิ่มอยู่ในคัพ ผมเห็นหัวนมสองตุ่มแข็งชัดผ่านผ้า ป้อมดึงมือผมไปวางบนหน้าอกเธอ “จับสิ” เธอพูดเสียงแผ่ว ผมบีบเบา ๆ เธอครางยาว
ผมก้มลงซุกไซ้ระหว่างซอกอกของเธอ สูดกลิ่นหอมของสบู่และเหงื่ออ่อน ๆ ป้อมเอามือรูดซิปกางเกงผม “ควยนายแข็งแล้วสินะ” เธอพูดเย้าแล้วหัวเราะเบา ๆ ผมถอดกางเกงกับบ็อกเซอร์ออก ควยของผมตั้งชัน ชี้ตรงมาทางเธอ
ป้อมเลียริมฝีปากแล้วทรุดตัวลงคุกเข่า เธอใช้มือจับควยผมชี้เข้าปาก แลบลิ้นเลียจากโคนถึงปลายอย่างช้า ๆ “อ่า…” ผมร้องออกมาโดยไม่รู้ตัว เสียวแปลบไปทั้งตัว เธออมปลายควยผมไว้ อมดูดพลางแลบลิ้นกลิ้งไปมา ตามองขึ้นมาที่ตาผมอย่างยั่วเย้า
ผมหอบถี่ ร่างสั่นไปตามจังหวะปากของป้อม มือของเกล้าผมของเธอให้หลุดจากหน้า เธอดูดควยผมลึกขึ้น เร็วขึ้น น้ำลายไหลย้อยเป็นทาง ผมรู้สึกเหมือนจะระเบิด “พอ… เดี๋ยวเสร็จ” ผมบอกเสียงแหบ ป้อมถอนปากออกช้า ๆ ยังอมปลายไว้ แล้วคายออกอย่างเสียดาย
เธอเช็ดมุมปากแล้วยิ้มกริ่ม “อย่าเพิ่งหมดแรงเลย ยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ” เธอลุกขึ้น ถอดกระโปรงกับกางเกงในทิ้ง เผยให้เห็นหีที่เกลี้ยงเกลา ไม่มีขน ขาวเนียน ดำขมวดเล็กน้อยตรงหวี ผมเห็นน้ำใส ๆ เยิ้มเป็นทาง ผมจับขาเธอแยกออก แล้วก้มลงไปเลียตรงจุดนั้นจนเธอครางลั่นห้อง
ตัวผมเองไม่เคยคิดเลยว่าเสียงครางของป้อมจะดังขนาดนี้ เธอเอามือกุมหัวผมไว้แน่น ขยับหีเข้าหาปากผมเป็นจังหวะ น้ำหีเยิ้มอาบคางผมเลอะเทอะ ผมใช้ลิ้นคลึงเม็ดแตดที่แข็งเด้ง แล้วดูดเม้มแรงขึ้น “อ๊าาา… ใช่… ตรงนั้น…” ป้อมครางลั่น อีกมือเธอกุมคอนกรีดแล้วสะบัดหน้าไปมา
ผมหยุดแล้วเงยหน้าขึ้นมองเธอ ป้อมตาค้าง ผมแดง หายใจหอบ “อยากโดนเย็ดไหม” ผมถามเสียงต่ำ เธอพยักหน้ารัวแล้วก้มลงมาจูบปากผมอีกครั้ง ปากเธอหอมหวานปนกลิ่นหีของตัวเอง หัวควยผมแข็งชี้ทะยานอยากเสียบเข้าไปในหีที่กำลังรอรับ
ผมพยุงเธอให้หันหลังแล้วก้มลงบนโต๊ะทำงาน ป้อมใช้สองมือยันขอบโต๊ะ แอ่นก้นขึ้น ผมเห็นหีเธออ้าออกหวอ เปียกแฉะไปหมด มือผมจับควยยันเข้าไปที่ปากหี แล้วดันเสียบเข้าไปทั้งดอก “อื้มมม…” ป้อมครางอ้อแอ้ ตัวเกร็งไปหมด หีเธอรัดควยผมแน่นเหลือเกิน
ผมเย็ดเธอช้า ๆ เสียบเข้าไปลึกจนโคน เสียวจนขนลุกไปทั้งตัว ป้อมขยับก้นรับตามจังหวะ พลางร้องครางไม่หยุด “เย็ดหนูอีก… เย็ดหีหนูอีก…” เธอร้องขอ ผมเร่งจังหวะเร็วขึ้น เสียบเข้าออกจนน้ำหีกระเด็นเป็นฝอย เสียงเนื้อกระทบกันดัง slap ๆ ไปทั่วห้องทำงาน
ป้อมหันหน้ามามองผมตาปรือ “รู้มั้ย… ผมกะอีฟน่ะ เขาก็เงี่ยนจัด” เธอบอกเสียงสั่น ผมชะงัก อีฟก็คือเลขาห้องข้าง ๆ ที่ผมแอบมองประจำ “อะไรนะ” ผมถามไม่ทันขาดคำ ป้อมควักโทรศัพท์ออกมา กดโทรหาใครสักคนแล้วตะโกนใส่เครื่องแบบไม่เกรงใจ “เข้ามาเลย! รอไร!”
ประตูห้องเปิดออก อีฟในชุดกระโปรงทรงเอเดินเข้ามา ท่าทางเขิน ๆ คล้ายรู้อยู่แล้วว่าจะเจออะไร เธอปิดประตูล็อคกลอนแล้วเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ ปลดกระดุมเสื้อออกเผยให้เห็นเสื้อในสีชมพู ผมมองสลับไปมาระหว่างป้อมกับอีฟ สมองคิดอะไรไม่ทัน แต่ควยยังแข็งค้างอยู่ในหีป้อม
“ผมบอกแล้ว ต้องขอมาสวิงค์กับอีฟ” ป้อมกระซิบ ผมถอนควยออกจากหีเธอแล้วหันไปหาอีฟ เธอยิ้มเขินแล้วเอามือแตะหน้าอกตัวเองเลื่อนลงมาจับที่เป้ากางเกงผม ผมก้มลงจูบปากเธออย่างไม่รีรอ มือล้วงเข้าไปในกระโปรงเจอหีที่เปียกชุ่มไม่ต่างจากป้อม
อีฟนอนลงบนโซฟา ผมเสียบควยเข้าไปในหีเธอทันที ไม่ต้องปูทางเพราะน้ำหีเยิ้มออกมาเต็มที่แล้ว เธอส่งเสียงดังกว่าใคร ครางแบบไม่แคร์ใครทั้งนั้น ป้อมเดินมานั่งคร่อมหน้าผมให้ผมเลียหีเธออีกครั้ง ร่างทั้งสามคนพะเนินเทินทึกอยู่ในห้องทำงานตอนเกือบเที่ยงคืน
นั่นคือคืนแรกที่ผมได้รู้จักโลกสวิงกิ้งในออฟฟิศ มันไม่ใช่เรื่องน่าโม้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทำให้ผมอินกับเพื่อนร่วมงานมากขึ้น จะว่าไปมันก็แค่การเจอจังหวะชีวิตที่ทุกคนเงื่อนตรงกัน แล้วใครสักคนกล้าที่จะพูดออกมาก่อน
ทุกวันนี้ผมกับทั้งป้อมและอีฟยังทำงานที่เดิม แต่เราก็มีกติกาใหม่ว่าเรื่องอะไรควรเกิดแค่ในเวลานอกงานเท่านั้น เพราะความลับในออฟฟิศพังชีวิตได้ในพริบตา แต่สำหรับใครที่อยากหาประสบการณ์แบบนี้ ขอบอกว่าต้องมั่นใจก่อนว่าใจถึงและพร้อมรับผลที่จะตามมา เพราะโลกของสวิงกิ้งมันเสียวและมันส์ แต่ก็ไม่เหมาะกับทุกคนครับ
แต่กติกามันก็มีไว้ให้แหกอยู่ดี คืนหนึ่งป้อมโทรมาบอกว่าอีฟเมาแล้วเงี่ยนจัด ผมเองก็เสร็จงานพอดี เลยขับรถไปส่งทั้งคู่ที่บ้านป้อม
พอถึงบ้านป้อม อีฟเดินโซซัดโซเซเข้าห้องนอนไป ตอนแรกผมคิดว่าจะแค่ช่วยป้อมจับเธอเข้านอน แต่พอป้อมปิดประตูห้องลง ผมก็รู้ว่าคืนนี้คงไม่ได้ธรรมดา ป้อมกระซิบข้างหูว่า “พี่จำได้ปะ คราวที่แล้วเราลองกันสามคนในออฟฟิศ” ผมเงียบแต่ควยเริ่มแข็ง ป้อมยิ้มแล้วเดินไปปลุกอีฟ บอกว่าน้องอีฟ พี่จะเย็ดหีเธออีก คราวนี้สามคนอีกไหม อีฟที่เมาแต่น้ำหียังเยิ้มตอบกลับมาว่า “เย็ดเลยพี่”
นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เราทำกันสามคน ทั้งที่ตั้งกติกากันไว้ แต่พอความเงี่ยนมันมา มันก็ยากจะต้านทาน สุดท้ายเราก็ตกลงกันใหม่ว่าถ้าจะมีอะไรกันอีกต้องแจ้งล่วงหน้า และควรเป็นนอกเวลางานเท่านั้น เพราะไม่อย่างนั้นความเสียวในออฟฟิศอาจกลายเป็นขี้ปากคนทั้งบริษัทได้
สำหรับใครที่คิดจะลองสวิงกิ้งกับเพื่อนร่วมงาน ขอให้คิดให้ดีก่อนครับ เพราะแรงดึงดูดทางเพศมันพาคนเสียงานเสียการมาแล้วเยอะ ผมเองก็เกือบจะโดนลูกหลงเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่คนใจเย็นพอ หรือไม่สามารถแยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานออกจากกันได้ ก็อย่าเสี่ยงเลยครับ เพราะบางทีการได้แค่เงี่ยนแล้วช่วยตัวเองที่บ้าน ก็อาจจะปลอดภัยกว่าการเอาความเสียวมาไว้ในที่ทำงานเยอะ
หลังจากวันนั้น ผมกับป้อมและอีฟก็พยายามทำตัวปกติในออฟฟิศ แต่สายตาที่มองกันมันเปลี่ยนไปแล้ว เวลาประชุมหรือเดินสวนกันใน corridor ผมรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่มาจากทั้งสองคน บางครั้งอีฟแกล้งเดินมาขอคำปรึกษางานแล้วเสียบโน้ตใส่กระเป๋าเสื้อผม เป็นรูปหัวใจกับข้อความ “คืนนี้ว่างไหม” ผมต้องรีบยัดทิ้งก่อนคนอื่นเห็น แต่ความเงี่ยนมันเริ่มสะสม เพราะเราไม่ได้มีอะไรกันอีกเลยเกือบสามเดือนตามกติกาใหม่
จนกระทั่งวันศุกร์ปลายเดือน ป้อมชวนผมกับอีฟไปกินข้าวด้วยกันสามคนที่ร้านอาหารญี่ปุ่นใกล้ที่ทำงาน ปกติเราก็ไปกินข้าวกันบ่อยอยู่แล้ว แต่คืนนั้นอีฟใส่กระโปรงสั้นมาก เธอรู้ว่าผมชอบขาเธอ เธอมานั่งเบียดข้างผมบนเก้าอี้ยาวในร้าน มือเธอลูบต้นขาผมใต้โต๊ะ ป้อมเห็นก็ยิ้มแล้วสั่งเหล้ามาเป็นขวดใหญ่ พอเริ่มเมา ป้อมก็กระซิบบอกว่าคืนนี้ยกเว้นให้เป็นคืนพิเศษ แก้บนกติกาเก่าได้ไหม ผมมองหน้าอีฟ เธอพยักหน้า ผมตอบตกลงทันที
เราไปต่อที่คอนโดป้อม ผมกับป้อมผลัดกันเย็ดหีอีฟอยู่บนเตียงใหญ่นานเป็นชั่วโมง ตอนนั้นความเสียมันเข้าแทนที่ทุกอย่าง ความคิดเรื่องกติกาเลือนหายไปหมด เราเปลี่ยนคู่กันไปมา ควยผมแข็งตลอดเวลาเพราะเห็นทั้งสองคนนอนแยกขาให้ผมดูหีที่ชุ่มโชก พอเช้าวันเสาร์ตื่นมา เห็นอีฟนอนกอดหมอนอยู่ข้างๆ ป้อมกำลังทำกาแฟในครัว ทุกคนเงียบ ไม่มีใครพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ผมรู้สึกผิดลึกๆ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่ามันเสียวที่สุดเท่าที่เคยมีมา
หลังจากนั้นทั้งอีฟและป้อมเริ่มมีทีท่าแปลกๆ ในที่ทำงาน อีฟเลิกสบตากับผม ป้อมก็เงียบขรึมลง เหมือนความสัมพันธ์สามคนที่เคยสนุกมันเริ่มมีรอยร้าว จนวันหนึ่งป้อมโทรมาหาผมตอนดึก บอกว่าเลิกกันดีกว่า ให้แยกทางกันทำงานคนละทีมดีกว่า เพราะไม่อย่างนั้นความสัมพันธ์นี้จะพังทั้งสามคน ผมเห็นด้วย และนั่นคือจุดจบของวงสวิงกิ้งในออฟฟิศของเรา
ข้อคิดจากเรื่องนี้คือ แรงดึงดูดทางเพศในที่ทำงานมันเหมือนไฟที่ลุกไหม้ช้าๆ ถ้าปล่อยให้ควันมันอบอวลไปทั่วทั้งออฟฟิศ สักวันมันจะเผาผลาญทั้งอาชีพการงานและความสัมพันธ์ของทุกคน การได้เสียวกับเพื่อนร่วมงานมันอาจจะสนุกชั่วข้ามคืน แต่หลังจากนั้นคุณต้องนั่งทำงานกับเขาทุกวัน ต้องเห็นหน้า ต้องประชุมร่วมกัน ถ้าใจไม่แข็งพอ หรือไม่สามารถแยกเรื่องเงี่ยนออกจากเรื่องงานได้ สุดท้ายคุณอาจเสียทั้งงานทั้งเพื่อนไปเลยก็ได้ ผมเองโชคดีที่ทุกอย่างจบลงด้วยดีไม่มีใครเดือดร้อนมากนัก แต่นั่นก็เป็นบทเรียนที่ทำให้ผมคิดว่าบางทีแค่ช่วยตัวเองคนเดียวตอนดึกๆ ก็อาจจะคุ้มค่ากว่าการลากความต้องการทางกายเข้ามาในชีวิตประจำวันมากนัก
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







