Sexy365bet Mahagame66 UFANANCE PANAMA888 Hydra888 sagame1688

หลานชายเย็ดหีน้าสาวแท้ๆ “ตรงนั้น…อ๊ะ…ไม่ไหวแล้ว…อื้อ…เสียว…แรงอีก…น้าเสียว”

เรื่องเสียว หลานชายเย็ดหีน้าสาวแท้ๆ“ตรงนั้น…อ๊ะ…ไม่ไหวแล้ว…อื้อ…เสียว…แรงอีก…น้าเสียว”

บ้านยายฉันเป็นเรือนไม้เก่าแก่กลางหมู่บ้านที่ต้นโพธิ์ใหญ่ขึ้นคร่อมปากซอย หลังคาปั้นหยามุงกระเบื้องดินขอ สองแถวซ้อนลดหลั่น ชายคายื่นยาวบังแดดบังฝนจนทั่วชาน หน้าบ้านมีบันไดไม้ห้าขั้น ทอดขึ้นสู่ระเบียงกว้างที่ปูด้วยไม้ตะเคียนแผ่นใหญ่ ขัดมันจนขึ้นเงาเย็นยะเยือกทุกครั้งยามเท้าเปล่าแตะยามบ่าย

ฉันเติบโตมากับเสียงไก่ขัน เสียงใบโพธิ์เสียดสีกับสายลม และเสียงลั่นเอี๊ยดของพื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าคนเดิน กระทั่งอายุยี่สิบห้าฉันยังกลับมาที่นี่ทุกเดือนเพื่อเยี่ยมยายและลูกพี่ลูกน้องที่อาศัยอยู่ด้วยกันสามสี่ครอบครัว

เย็นวันหนึ่งช่วงปลายฤดูฝน ฉันกลับจากกรุงเทพด้วยรถทัวร์เที่ยวค่ำ ถึงหน้าปากซอยหกโมงครึ่ง ฟ้ายังหม่น ฝนเพิ่งซาลง กลิ่นดินชื้นกับควันธูปจากศาลเจ้าที่หน้าหมู่บ้านคละเคล้าเหมือนดึงฉันกลับไปสู่อดีตอันอบอุ่น

ฉันก้าวขึ้นบันไดไม้ช้าๆ เสียงรองเท้าผ้าใบยางกระทบไม้ดังทุ้ม ระเบียงหน้าบ้านว่างเปล่า ประตูบานเฟี้ยมไม้สักเปิดอ้าทิ้งไว้ แสงไฟนีออนสีส้มนวลลอดออกมาจากห้องโถง เดินเข้าไปเห็นหญิงคนหนึ่งนั่งพับเพียบหันหลังให้พลางจับจีบชายผ้าถุง กลิ่นน้ำฝนกับกลิ่นแป้งเย็นลอยมาตามลมนุ่มๆ

“น้าภา” ฉันเอ่ยขึ้นเบาๆ

เธอหันมา ดวงหน้ารูปไข่ผิวขาวเนียน คิ้วโก่งดกธรรมชาติ ดวงตายิ้มรับก่อนริมฝีปากอิ่มจะเผยรอยยิ้มบาง “อ้าว หลานชายคนเก่ง ถึงแล้วเหรอ นึกว่าจะดึกกว่านี้อีก นั่งก่อนสิ เดี๋ยวน้าชงน้ำร้อนให้”

น้าภาเป็นน้าสาวแท้ๆ ของฉัน ต่างจากแม่เพียงสามปี แต่หน้าตาเธอดูอ่อนกว่าวัยมาก สวมเสื้อคอกระเช้าสีครีมเนื้อบางกับผ้าถุงสีแดงมัดหมี่ ผมยาวสลวยปล่อยสยายกลางหลัง เอวคอดกริบ สะโพกผายกลม มีน้ำมีนวลสมเป็นสาวใหญ่ใกล้สี่สิบที่ยังไม่มีครอบครัว

ฉันนั่งลงบนเสื่อสานตรงมุมห้องโถง พลางมองแผ่นหลังของเธอขณะรินน้ำจากกระติกใส่แก้ว กล้ามเนื้อสะบักขยับยามคว้าแก้ว ต้นแขนขาวเรียวมีรอยบุ๋มตรงข้อพับพอดี มือเรียวเก็บชายผ้าถุงพลางเดินเขย่งเท้ามาใกล้

“ยายไปทำบุญค้างคืนที่วัดกับน้าแต๋ว กลับพรุ่งนี้เช้า ส่วนพี่ชายแกกับพี่สะใภ้ไปงานแต่งเพื่อนนอกหมู่บ้าน” เธอวางแก้วน้ำตรงหน้าแล้วนั่งลงตรงข้าม ปล่อยปลายเท้าเปลือยยื่นออกมาจากผ้าถุง ข้อเท้ากลมเล็ก ขาวเนียนเย็นตา “คืนนี้มีเราสองคน”

ฉันรู้สึกใจเต้นเร็วอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้ยินประโยคนั้น กลืนน้ำลายลงคอแห้งผาก มองเลยไปที่ดวงตาเธอซึ่งมีแววอ่อนโยนวาบหนึ่งก่อนจะหลุบต่ำลง

“ทานข้าวมาหรือยัง”

“ยังเลยครับ”

“งั้นเดี๋ยวน้าไปผัดข้าวใส่ไข่ให้ ระหว่างรอก็อาบน้ำก่อนก็ได้” เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะโพกกลมกลึงยื่นสวยใต้ผ้าถุงแนบเนื้อ เดินผ่านฉันไปยังครัวโดยไม่รอคำตอบ ทิ้งกลิ่นหอมแป้งเย็นกับกลิ่นเนื้อตัวหลังฝนไว้ใกล้ปลายจมูก

ฉันอาบน้ำเสร็จก็ได้เวลาข้าวผัดร้อนๆ นั่งทานตรงพื้นเรือน ฟังเสียงจิ้งหรีดกังวานสลับเสียงฝนหยดจากชายคาเป็นจังหวะเรื่อยๆ น้าภานั่งทอเสื่ออยู่ไม่ห่าง ขยับไม้สอดเส้นพลาสติกเป็นเพลงเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรสักพัก แต่บรรยากาศเหมือนมีความลับบางอย่างค่อยๆ นอนนิ่งอยู่ใต้ผืนเสื่อนั้น

“แดดร่มลมโกรกแบบนี้ ทำไมแกลังกลับบ้างล่ะ เมืองหลวงมันวุ่นวายจะตาย” เธอเอ่ยปนยิ้ม สายตายังจดจ่อกับเสื่อ

“ก็เงินเดือนมันสูงครับ งานก็ชอบ” ฉันตอบเชิงขอโทษ “แต่คิดถึงที่นี่ตลอด อยากกลับมานอนฟังเสียงฝนกระทบกระเบื้องเหมือนเมื่อก่อน”

“แล้ว…เคยมีแฟนหรือยัง”

“ไม่มีเลยครับ”

“โกหกใช่ไหม”

“จริงๆ ครับ” ฉันสบตาเธอเต็มๆ เป็นครั้งแรกในหลายปี

น้าภาหัวเราะเบาในลำคอ “หนุ่มโสด หุ่นอย่างแก งานดีขนาดนี้ ระวังเถอะ เดี๋ยวก็มีคนเอาไปทำแฟน”

ฉันยิ้มแห้ง วางจานข้าวที่ว่างเปล่าแล้วเช็ดปาก “แล้วน้าล่ะครับ ทำไมไม่แต่งงานสักที”

เธอเงยหน้าขึ้นจากงานทอ มองฉันนิ่งหนึ่งวินาที ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบแต่มีอะไรสั่นอยู่ในนั้น “ก็คงเพราะยังไม่เจอคนที่มัน ‘พอดี’ กับใจสักทีมั้ง”

คำว่า “พอดี” ค้างอยู่ในหัวฉันหลายวินาที พร้อมกับภาพหญิงสาวใต้แสงนีออนที่หันมายิ้ม เอวบางสวยกับหน้าอกที่ประทับอยู่ใต้เสื้อเนื้อบางอวบอิ่มจนสายสะดือจางๆ ลอยมาเต้นในความนึกคิด ฉันต้องรีบดื่มน้ำจนหมดแก้วเพื่อกลบความรู้สึก

ดึกแล้วเราต่างแยกย้ายเข้าห้อง ฉันได้นอนห้องท้ายสุด เดินไปตามระเบียงไม้ส่งยิ้มกับน้าภาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเธอจะปิดประตูห้องเบาๆ กลอนไม้เลื่อนลงเสียงกึก

ฉันนอนพลิกตัวบนฟูก ฟังเสียงน้ำหยดและเสียงลมหายใจตัวเอง ท้องฟ้าปลอดโปร่งหลังฝน มองลอดหน้าต่างเห็นเดือนเกือบเต็มดวง ใจร้อนรุ่มกับคำพูดเมื่อหัวค่ำ แข้งขาพลอยเกร็งกระตุก ตีสองกว่าเพิ่งผล็อยหลับไปด้วยความฝันเลือนรางที่อบอวลด้วยกลิ่นแป้งเย็น

เช้าวันรุ่งขึ้นท้องฟ้าสดใส หญิงชรากลับมาพร้อมกับน้าแต๋วและผลไม้จากตลาดหน้าวัด พี่ชายกับพี่สะใภ้กลับตอนสาย ส่วนฉันตื่นสายเพราะคืนนั้นนอนไม่หลับ เดินออกจากห้องก็พบน้าภากำลังตากผ้าอยู่ที่ลานข้างบ้าน เธอก้มๆ เงยๆ ไม้ค้ำราวสูงเสมอหน้าผาก ชายพกผ้าถุงเผยอน่องอวบขาวขึ้นทีละน้อยทุกครั้งที่ก้มเก็บเสื้อในกะละมัง

“เมื่อคืนหลับดีไหม” เธอหันมาถามยิ้มหวาน

“ฝันดีครับ” ฉันตอบแล้วรีบก้มหน้าเดินไปบ้วนปากที่โอ่ง ไม่อยากให้เธอเห็นสีหน้า

วันนั้นผ่านไปเชื่องช้า ฉันเดินดูหมู่บ้านตั้งแต่เช้ายันบ่าย แวะนั่งเล่นที่ศาลาริมน้ำกับลุงๆ ป้าๆ กินข้าว

เย็นร่วมกันหมดทั้งครอบครัว แต่ทุกครั้งที่สายตาเหลือบไปเจอเธอ ความรู้สึกเหมือนมีปมค่อยๆ รัดแน่นตรงชายโครง

ตกดึกของอีกวัน ฉันออกมานั่งที่ระเบียงคนเดียว ปล่อยให้ยุงกัดขาตามภาษา ดึกมากแล้วทุกคนเข้าห้องหมด ฉันได้ยินเสียงกลอนประตูห้องน้าภาเลื่อน แล้วฝีเท้าเบาๆ ดังมาใกล้

“นั่งทำอะไรดึกๆ ดื่นๆ” เธอทรุดลงนั่งห่างฉันเพียงคืบ ดึงสไบคลุมไหล่ ปล่อยผมเปียกหมาดเป็นมันปลาบลู่แนบซอกคอ

“นอนไม่หลับครับ”

“คิดอะไรอยู่”

“อาจจะคิดถึงคนนึง”

เธอเงียบไปนาน เงยหน้าขึ้นมองเดือนแล้วยิ้มเพียงมุมปาก “ชอบคนที่ใช่หรือชอบคนที่พอดี”

ฉันไม่ตอบ กลับมองมือเธอที่วางบนตัก เรียวสวยเหมือนนางแบบ มีน้ำนมเป็นรอยด่างจางๆ ตรงนิ้วก้อย เธอก็ดันมือมาวางทาบบนแขนฉันเบาๆ เหมือนบอกว่าไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น

“มันแปลกไหมครับ ถ้าบางเรื่องเราชอบคนใกล้ตัวเกินไป”

“จะแปลกอะไร ในเมื่อหัวใจมันรู้เอง”

ฉันกำมือนั้นไว้หลวมๆ เธอไม่ดึงกลับ นิ้วเรียวเย็นจัดแต่เนื้ออุ่นข้างในกำตอบ ทั้งสองนั่งเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังประสานกับเสียงหรีดหริ่ง ฉันโน้มหน้าไปหาเธอช้าๆ จนปลายจมูกชนแก้มนุ่ม เธอหลับตาลง ผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวปะทะริมฝีปากฉัน

“ถ้าจะถอยก็ถอยตอนนี้” เธอกระซิบเสียงแผ่ว

แต่ฉันไม่ถอย กลับกดริมฝีปากลงบนกลีบปากอิ่มนุ่มนั้นเต็มรัก ดูดดึงแผ่วๆ มือเลื่อนขึ้นกอบต้นคอขาวเนียนของเธอไว้ สอดนิ้วเข้าไปในเส้นผมเปียก เธอครางอือในลำคอ มือทุบอกฉันเบาเหมือนไม่จริงจัง แล้วก็เผยอริมฝีปากรับปลายลิ้นของฉันเข้าไปอย่างว่าง่าย

เสียงฝนที่ไม่ตกกลายเป็นความเงียบ สองร่างบนระเบียงไม้เคลื่อนไหวช้า ฉันกดเธอลงนอนกับพื้นระเบียง สองมือสอดเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตตัวหลวมที่เธอสวมทับชุดนอน ปลดกระดุมเม็ดบนออกทีละเม็ด ดิ้นหลุดจากบ่า เผยให้เห็นร่องอกขาวนวลลึกงดงามอยู่ใต้แสงเดือน

“อือ…ตรงนี้…มันยัวะจริงๆ” เธอกระซิบพลางหอบ มือฉันเลื่อนลงไปกอบหน้าอกอิ่มเต่งผ่านเสื้อยืดบาง ปลายนิ้วกดขยำเบาๆ เธอสะดุ้งเฮือก ปากเผยอ อา…อึก… อกแนบเข้ามาหาฝ่ามือฉันโดยไม่รู้ตัว

ฉันดึงเสื้อยืดตัวนั้นขึ้นถึงอก หน้าอกสองข้างกระเด้งเผยออก เนื้อเนียนผ่อง หัวถันสีชมพูคล้ำเม้มขมวดแข็งตึง ฉันโน้มลงดูดเม็ดหนึ่งเข้าปาก ใช้ลิ้นตวัดวนรอบยอด เธอครางซี๊ด… โอย… อ่า… แขม่วท้องแอ่นอกขึ้นหาปากฉันอย่างต้องการ ปลายนิ้วข่วนศีรษะฉันเบาๆ

“อื้อ…อย่าแรงนัก…น้าเสียว”

ฉันไม่ตอบ ใช้มืออีกข้างเลื่อนไปตามแนวสะโพก รั้งผ้าถุงของเธอลงช้าๆ จนหลุดจากต้นขา มือลากเข้าซอกต้นขาที่ร้อนชื้น ปลายนิ้วแตะกลีบเนื้ออูมซึ่งเปียกเยิ้มติดกันยวง เธอสะดุ้งบิดสะโพกหนีเล็กน้อย

“ตรงนั้น…อ๊ะ…ไม่ไหวแล้ว…”

“ไหนครับ”

“อย่าแกล้งน้า…”

นิ้วฉันสอดเข้าไปในร่องลึกของความเนื้อนุ่ม ช้าๆ เธอสูดปากซี๊ดยาว เกร็งปลายเท้า ก่อนยกสะโพกตามน้ำหนักมือฉับๆ ครางอื้ออย่างเสียวสุด นานแล้วกระมังที่เธอไม่ถูกใครแตะตรงนี้ น้ำของเธอชุ่มจนซอกขาฉันเปียก

“น้าหนีบนิ้วผมเลย”

“อย่าพูด…อ๊า…”

ฉันเพิ่มปลายนิ้วที่สอง กดคลึงปุ่มไตเล็กๆ ที่บวมแข็งด้วยหัวแม่มือมือซ้าย เธอร้องครางยาว อ๊ะ…ตรงนั้น…อูย…เสียวจะตาย… มือเธอบีบไหล่ฉันแน่น ผมดำเปียกชื้นปัดไปมาบนพื้นไม้

“อยากให้ทุกครั้งที่ฝนหยุด น้าเดินมาหาผมแบบนี้”

“อื้อ…ไม่บอก…”

ฉันรั้งข้อเท้าเธอขึ้นวางพาดบ่าทีละข้าง แหวกขาวเนียนออกกว้างแล้วก้มลงซุกหน้าลงตรงร่องพิศวาส ปลายลิ้นดุนดันปาดเลียร่องในแนวยาว เธอร้องเสียงหลง อาาา… หมับต้นขาหนีบหัวฉัน มือทุบอกฉันเป็นจังหวะ แต่บั้นเอวกลับแอ่นออกมารับลิ้นฉันเป็นระลอก เสียงน้ำเดิน รสเปรี้ยวหอมของสตรีตรงนั้นทำให้ฉันแข็งขึ้นสุดตัว ก้นบีบแน่นจนเส้นเลือดเด่น

“จะเอาให้น้าเลยไหมครับ”

“อื้อ…เร็ว”

ฉันปลดกางเกงออก ถอดเสื้อของตนจนเหลือเพียงผิวกายเปลือยอันอบอุ่นแนบเนื้อเธอ กดอกแนบอก แอ่งเนื้ออุ่นชื้นนั้นเปิดรอปลายควยแข็งยาวที่ชี้ขึ้น มันใหญ่โตจนเธอตาโตเมื่อเหลือบมอง ก่อนจะรีบหลับตาเม้มริมฝีปาก

“ใครแข็งตั้งขนาดนี้ มันใหญ่เสียวจะขาด…อ๊า…”

ฉันดันส่วนหัวของมันเข้าไปทีละนิด เข้าไปผ่านผมเผ้าบางเบื้องล่างของเธอ เธอโก่งหลังพร้อมครางยาว อาาา…โอ้ย…อืมมมม… ลึก…อ้วน… จันดันสุดลำจนหัวสะโพกแนบเนื้ออ่อน แอ่นนิ่งไว้อึดใจแล้วจึงกวาดเอวถอยกระทุ้งเข้าหนักๆ ตามจังหวะ

เสียงสองร่างกระทบกันดังกึกๆ บนระเบียงเก่า ไม้ลั่นเอี๊ยดเป็นจังหวะเดียวกับเธอครวญ เสียว…เสียว…แรงอีก…อ๊ะ…อึก…ลึกตรงนั้น… ฉันพลิกเธอขึ้นคร่อม ปล่อยให้เธอขย่มเอง สะโพกงอนๆ กลมโตขยับบดคลึง คลานลงตามจังหวะจนผมเปียกปลิว สะบัดหน้าไปมา เธอเหลือบตาสบฉัน กัดนิ้วตัวเองเมื่อจุดนั้นถูกกระแทกลึกทุกครั้ง

“จะแตกหรือยังครับ”

“อย่ารีบ…อ้า…น้าจะไป…จะไปแล้ว…อ๊ะอ๊ะ…”

ฉันกระชากเธอกลับมานอนราบ ดึงสะโพกกลมขึ้นแล้วกระแทกแรงเร็ว เธอเงยหน้าแหงนกับพื้น ปากแบะค้าง ลูกตาเหลือกขึ้นวับ ครางขาดห้วง อ้าาา…ไม่ไหว…จะแตกแล้ว…เสียวท้องน้อย… อุ้งมือเกาะอกตัวเอง ปล่อยสุดปลายกาย ฉันก้มมองร่องรอยเบื้องล่างที่ดูดรั้งควยแน่นกินลึกจนพุงแบนบีบ รู้สึกเสียวสู่โคน

“ผมเสร็จพร้อมน้าเลย”

ฉันกดบั้นเอวเธอชิดสะโพก แอ่นบีบก้นสุดแรง ปล่อยน้ำพราดเข้าไปในนั้น เธอร้องครางสุดท้าย อาาาา…ค้างไว้…ปล่อยในนี้เลย… ก่อนตัวจะสลายกลายเป็นความนุ่มแฝงรัด แล้วเราก็หอบหายใจครวญแผ่วระคนกัน จนลมเย็นยามดึกพัดผ่านร่างเปลือยอันชุ่มเหงื่อ

เรานอนเคียงกันบนระเบียงเก่าของเรือนโบราณนั้น จนเดือนลับเมฆไปครึ่งฟ้า น้าภาซบหน้าลงกับอกฉัน นิ้วลูบไล้ไรผมระหว่างตาปลา “ถ้าแกไม่กลับมา เรื่องนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น”

“แล้วถ้าผมกลับมา…ทุกเดือน?”

เธอเงยยิ้มทั้งน้ำตา ปลายจมูกแดงตื้นตัน “งั้นมานั่งตรงระเบียงนี้ทุกคืนจนแก่เลยไหมล่ะ”

“ได้ครับ”

นับจากนั้น หมู่บ้านเก่าแก่ก็มีความลับอีกหนึ่งเรื่องซ่อนอยู่ใต้ชายคาปั้นหยาเย็นล้ำ รอเพียงสายฝนหยุดกับแสงเดือนเต็มดวงเท่านั้นวันรุ่งขึ้นความเงียบจะกลับเข้าที่ แต่ทุกลมหายใจของเราสองคนต่างจำทุกวินาทีของคืนนั้นได้เป็นอย่างดี

ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM