Sexy365bet Mahagame66 UFANANCE PANAMA888 Hydra888 sagame1688
รีเก็ม RUAY LOTTOVIP

สัมผัสในวัดร้าง

เรื่องเสียว สัมผัสในวัดร้าง

ผมกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นซีเมนต์หน้าวิหารเก่า มือถือไม้กวาดทางมะพร้าวที่หักครึ่ง วัดนี้ร้างมานาน เพราะไฟไหม้ตอนผมยังเด็ก เหลือแต่โครงสร้างปูนกับต้นโพธิ์ยักษ์ที่แผ่กิ่งก้านไปทั่วบริเวณ ลมเย็นจากทุ่งนาพัดมาปะทะหน้า หอบเอาความชื้นและกลิ่นอับของตะไคร่น้ำมาให้ผมได้สูดดม

ตอนนั้นผมอายุยี่สิบเจ็ด เพิ่งเลิกกับแฟนที่คบกันมาตั้งแต่มหาวิทยาลัย ใจนึงก็เหงา อีกใจนึงก็อยากหาอะไรแปลกใหม่ เพื่อนสนิทชื่อเต้ชวนมาช่วยเก็บกวาดวัดนี้ เพราะเขาบอกว่าอาจจะมีการบูรณะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ผมไม่ได้คิดมาก ไหน ๆ ก็ว่าง แถมอยากออกจากห้องเช่าแคบ ๆ ที่มีแต่ความเงียบ

เต้พาภรรยามาด้วย ชื่อจูน ผมรู้จักจูนตั้งแต่สมัยเรียน แกเป็นคนร่าเริงชอบพูดเล่น แต่ท่าทางวันนี้เปลี่ยนไป จูนใส่เสื้อกล้ามสีดำทับด้วยผ้าถุงลายดอก สะพายเป้ใบใหญ่ที่ดูอัดแน่น เธอไม่ค่อยสบตาผม แค่ก้มหน้าก้มตากวาดใบไม้แห้ง ๆ ลงกองรวมกัน

“ช่วยกันหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวค่ำแล้วจะพากันไปกินข้าวแถวตลาดน้ำ” เต้พูดพลางกระโดดขึ้นไปบนฐานพระพุทธรูปที่หักพัง เขามองลงมาที่ผมกับจูน แล้วยิ้มปริศนา ผมไม่เข้าใจรอยยิ้มนั้น มันเหมือนคนกำลังซ่อนอะไรบางอย่างไว้เบื้องหลังดวงตาคม

จูนเดินมาหยิบไม้กวาดอีกอันตรงที่ผมวางไว้ เธอเลื่อนมาใกล้จนไหล่เสื้อกล้ามแตะกับแขนผม ผิวเธอเย็นเฉียบเพราะเหงื่อที่ซึมออกมา แต่กลับส่งความร้อนไปทั่วร่างกายผม

“พี่ไม่เหงาบ้างเหรอ อยู่คนเดียวน่ะ” จูนกระซิบเสียงแหบ ขณะที่มือเธอกวาดฝุ่นไปเรื่อยเปื่อย แต่สายตาจ้องที่ปลายเท้าผม ผมตกใจ ไม่รู้ว่าจะตอบยังไง เพราะไม่คิดว่าจูนจะพูดกับผมแบบนี้ต่อหน้าเต้

แต่เต้กลับหัวเราะลั่นจากด้านบน “ถามดี ๆ สิจูน เขาจะเขินเอา” เต้กระโดดลงมาอย่างคล่องแคล่ว เดินตรงมาหยุดระหว่างผมกับจูน มือใหญ่ตบไหล่ผมแรง ๆ “พวกเราชอบเที่ยววัดเก่า ๆ แบบนี้ แถมยังชอบชวนคนสนิทมาด้วยกัน เผื่อมีอะไรสนุก ๆ”

ผมเริ่มจับทางได้ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่ามันใช่ที่ผมคิดหรือเปล่า บรรยากาศรอบตัวอึมครึม ตะวันเริ่มคล้อยต่ำ ร่มเงาของต้นโพธิ์ทอดยาวเป็นทางเดินมืดทึบ จูนวางไม้กวาดลง แล้วเดินไปหยิบกระติกน้ำแข็งที่วางไว้ตรงเก้าอี้หิน เธอเทน้ำใส่แก้วพลาสติกสองใบ ยื่นให้ผมหนึ่งใบ ปากแก้วเปียกจากริมฝีปากเธอ

“พี่ลองดูสิ น้ำมะนาวสดผสมเกลือ แก้กระหาย” เธอยื่นมาให้ผมจับ แก้วยังอุ่นจากมือเธอ ผมยกขึ้นดื่ม รสเปรี้ยวฝาดแล่นเข้าคอ ยิ่งทำให้คอแห้งกว่าเดิม

เต้เดินอ้อมไปด้านหลังวิหาร เรียกผมตาม “มานี่ดิ มีอะไรให้ดู” ผมเดินตามไปด้วยความอยากรู้ จูนเดินตามหลังผมมาเงียบ ๆ กลิ่นน้ำอบอ่อน ๆ ลอยมาจากตัวเธอปนกับกลิ่นดินและหญ้า

ด้านหลังวิหารเป็นซากกุฏิไม้ที่พังทลายครึ่งหลัง มีเศษอิฐและกระเบื้องแตกเกลื่อนพื้น เต้หยิบถุงพลาสติกดำออกมาจากกระเป๋าเป้ เขาเขย่าถุงแล้วเทของข้างในออกมา เป็นผ้าขนหนูผืนใหญ่กับขวดน้ำมันใส่หลอดเล็ก

“เรามาไกลขนาดนี้ ไม่ได้มาเก็บกวาดวัดเฉย ๆ หรอก พี่รู้ใช่ไหม” เต้พูดเสียงเรียบ ตาเขาเป็นประกายวาวด้วยความคาดหมาย ผมกลืนน้ำลายลงคอ รู้สึกถึงความตื่นเต้นแล่นพล่านจากปลายเท้าขึ้นมาจนถึงขมับ มันเป็นอะไรที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน แต่กลับดึงดูดอย่างบอกไม่ถูก

จูนเข้ามาจับมือผม เธอบีบแน่นราวกับต้องการส่งสัญญาณบางอย่าง “ไม่ต้องกลัว พี่ไม่ต้องทำอะไรถ้าไม่พร้อม แค่พวกเราอยากรู้สึกถึงอะไรใหม่ ๆ ด้วยกัน” เธอหันไปมองเต้ที่ยืนยิ้มกว้างก่อนจะพูดต่อ “ตั้งแต่แต่งงานมา เราสองคนก็เล่นกันประมาณนี้ สนุกดีด้วยนะ”

ผมไม่รู้ว่าอะไรเข้าสิง แต่ความรู้สึกเงี่ยนเริ่มก่อตัวขึ้นมาจากใต้ท้องน้อย มือที่จูนจับอยู่เริ่มร้อน ผมตอบกลับด้วยการคลายมือแล้วเปลี่ยนไปโอบเอวบางของเธอแทน จูนยิ้มกว้าง เธอหันไปหาเต้แล้วพยักหน้า

เต้เดินเข้ามาจับชายเสื้อผม ปลดกระดุมเม็ดแรกออกช้า ๆ สายตาของเขาเหมือนคนกำลังแกะของขวัญ “เราเริ่มกันที่ตรงนี้เลยแล้วกัน วัดร้างไม่มีใครมา แถมบรรยากาศดี” เสียงเต้ทุ้มต่ำ แทรกด้วยเสียงลมหอบเบา ๆ

ผมนอนลงบนผ้าขนหนูที่ปูทับเศษอิฐ ผ้าขนหนูหนาพอที่จะกันความกระด้างของพื้น หัวใจผมสั่นระริกเหมือนกลอง อยากจะวิ่งหนี แต่ก็อยากจะรู้ว่ามันจะจบยังไง เต้ถอดเสื้อของตัวเองออกหมดแล้ว เห็นแผ่นหลังกว้างและกล้ามเนื้อที่แน่นจากงานก่อสร้าง ส่วนจูนยังนั่งคุกเข่าอยู่ข้างผม มือสาวค่อย ๆ ลูบชายกางเกงยีนส์ของผม

“เดี๋ยวจะพาให้เสียวเอง” จูนกระซิบข้างหู ลมร้อนจากปากเธอเป่ารดใบหูทำให้ขนลุก ผมเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ห้าโมงเย็นแล้ว แสงเริ่มสลัว เสียงกระรอกกระโดดบนหลังคาวihara ดังแว่วมาแต่ไกล

ผมนอนนิ่ง จูนเริ่มปลดเข็มขัดของผม มือเธอสั่นนิดหน่อย หรืออาจเป็นมือผมนั่นแหละที่สั่น เต้ยืนมองอยู่ด้านบน ยิ้มกริ่ม ก่อนจะขยับเข้ามาคุกเข่าข้างหัวผม

“พี่ไม่เคยเล่นแบบนี้มาก่อนใช่ไหม” จูนถามขณะที่เธอดึงกางเกงยีนส์ของผมลงมาถึงหัวเข่า ผมรู้สึกถึงความเย็นของผิวหนังที่สัมผัสลม “ไม่เคยเลย” ผมตอบเสียงแหบ จูนหัวเราะ เธอเลียริมฝีปากตัวเองก่อนจะก้มลงไปหาใต้สะดือของผม

ขณะนั้นความเสียววาบก็แล่นเข้าสู่ร่างกาย มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก เหมือนไฟลนที่ปลายประสาทแล้วกระจายไปทั่ว ผมผงกหัวขึ้นมอง เต้กำลังยืนแก้กางเกงของตัวเองอยู่ หีของจูนที่เปียกแฉะอยู่ใกล้ใบหน้าผม ผมร้อนรุ่มไปทั้งตัว เงี่ยนจนแทบจะทนไม่ไหว

“ทำเลย สนุกดี” เต้บอก จูนขยับตัวขึ้นมา ผมสัมผัสได้ถึงความชื้นของเธอ มันหอมหวานปนกลิ่นสาบคน จูนเริ่มขยับสะโพกไปมา ใบหน้าของผมถูกเธอคร่อมไว้แน่น ผมแทบหายใจไม่ออก แต่ก็รู้สึกเสียวมากกว่าเคยรู้สึกกับใครมาก่อน

จูนครางเสียงดังลั่นวัดร้าง เสียงสะท้อนไปมากับซากปรักหักพัง เต้เริ่มเย็ดกับจูนอีกทางหนึ่ง มองจากกล้ามเนื้อและท่าทางของเขา ความตึงเครียดและความเสียววนเวียนอยู่ในอากาศผสมกับกลิ่นไอร้อนของร่างกายสามคน ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีส้มอมชมพู เงาของต้นโพธิ์ทอดยาวจนดูน่ากลัว

ระหว่างที่จูนยังขยับอยู่บนหน้าผม ความรู้สึกเสียวปลาบแล่นไปทั่ว ผมเริ่มตอบสนองด้วยการเลียและดูด หีของเธอปล่อยน้ำออกมาเปียกทั่วคางผม รสชาติเค็ม ๆ หวาน ๆ แทรกด้วยความเปรี้ยวของเหงื่อ เธอร้องเสียงหลงจนเต้ต้องเอามือปิดปากให้

“เงียบ ๆ เดี๋ยวมีคนได้ยิน” เต้กระซิบ แต่ตัวเองก็แทบกลั้นเสียงครางไม่อยู่ จูนค่อย ๆ เลื่อนตัวต่ำลง เธอเปลี่ยนมาใช้มือรูดควยของผมที่แข็งชัน ผมจับต้นคอเธอแน่น มืออีกข้างบีบไหล่กลมของเต้ ผมแทบจะปล่อยแล้วแต่เต้สะกิด

“ยังไม่ถึงคิว” เต้กระซิบบอก ก่อนจะล้วงมือไปจับควยของผมเอง ผมเบิกตากว้าง พยายามทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

“เปลี่ยนคู่” เต้กระซิบบอกสั้น ๆ เรียบง่าย แต่กลับทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้น สมองมันตื้อไปหมด แต่ร่างกายกลับเชื่อฟังโดยอัตโนมัติ เมื่อเต้ค่อย ๆ ดึงจูนออกจากตัวผม ก่อนจะเปลี่ยนให้ผมขึ้นคร่อมจูนที่คว่ำหน้าอยู่ แล้วเขาก็บึ่งเข้าหาจูนทางด้านหน้า

ตาของผมเห็นหลังของเต้ ที่มีรอยสักเป็นรูปมังกรกำลังเลื้อยตามสันหลัง ขณะที่ผมควบคุมจังหวะกับจูน ผมรู้สึกถึงการขยับของเต้ที่สอดคล้องกันเป็นจังหวะ เสียงเนื้อกระทบกันดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทั้งสามคนรวมเป็นหนึ่งเดียวในซากกุฏิร้าง ผมเริ่มปล่อยพลังออกมาเมื่อความเสียวถึงจุดสูงสุด จูนก็ปล่อยตัวตามพร้อมกับเต้ที่คำรามต่ำ ๆ บนไหล่ของเธอ

จากนั้นทุกคนต่างก็นอนแผ่ลงบนผ้าขนหนู เหนื่อยและอ่อนล้าแต่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ จูนนอนอยู่ในอ้อมกอดของผม ขณะที่เต้นอนตะแคงข้างกอดภรรยาของตัวเองจากด้านหลัง เสียงหายใจของพวกเราปนกันเป็นทำนองเดียวกับลมที่พัดผ่านต้นโพธิ์ยักษ์สู่ความมืดมิดที่เริ่มเข้ามาปกคลุมวัดร้างแห่งนี้

ผมพลิกตัวนอนหงาย มองเพดานกุฏิที่แตกร้าวเป็นทางยาว ลมเย็นพัดผ่านช่องหน้าต่างที่ไม่มีบานประตูแล้ว

จูนขยับตัวเข้ามาซบลงบนอกผม มือของเธอลูบไล้แผงอกของผมเบา ๆ พลางถอนหายใจพอใจ

เต้ลุกขึ้นเดินไปหยิบกระติกน้ำแข็งที่วางไว้ตรงมุมห้อง เทน้ำใส่แก้วแล้วเดินกลับมา

“เอาน้ำก่อน” เต้ยื่นแก้วให้ผม ก่อนจะส่งให้จูนบ้าง

ผมจิบน้ำเย็นจัด มันชุ่มคอดีจริง ๆ หลังจากที่เราทุ่มเทร่างกายกันมาเกือบชั่วโมง

“ไม่คิดว่ามันจะดีขนาดนี้” เสียงแหบของเต้ดังขึ้นในความเงียบ

ผมหันไปมองเขา เขากำลังนั่งเท้าพิงกำแพง ใบหน้าเปื้อนยิ้มพอใจ มือลูบไล้แผ่นอกตัวเองอย่างเมามัน

“ผมก็ไม่คิดเหมือนกัน” ผมตอบกลับไป จูนหัวเราะเบา ๆ ในอ้อมแขน

“แล้วไงต่อ?” จูนเงยหน้าขึ้นมองผม ดวงตายังเป็นประกายด้วยความใคร่

ผมลูบหัวเธอเบา ๆ ก่อนจะเหลือบไปมองเต้ที่กำลังลูบไล้ร่างกายของตัวเองลงมาถึงขาหนีบ

“ถ้าพวกคุณไหว เรามาลองอะไรแปลก ๆ กันไหม” เต้พูดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มมีคลื่น

จูนดันตัวลุกขึ้นนั่ง สายตาเป็นประกาย “อะไรเหรอ”

เต้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินไปที่กระเป๋าเป้ที่วางอยู่ตรงมุมห้อง

เขาหยิบของบางอย่างออกมา เป็นเชือกเส้นยาวสีดำ กับผ้าปิดตาสีแดง

“ผมอยากให้คุณจูนเป็นคนควบคุม” เต้พูดพลางเดินกลับมา “ทั้งผมและน้อง”

จูนรับเชือกและผ้าปิดตามาด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย “ไม่เคยลองมาก่อนเลย”

ผมนั่งดูด้วยความสนใจ ความเงี่ยนเริ่มกลับมาอีกครั้งหลังจากได้พัก ร่างกายเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

“เอาสิ” ผมพูด แม้ในใจจะมีความหวาดหวั่น แต่ควยของผมก็เริ่มชี้โด่ขึ้นมาอีกครั้ง

จูนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าปิดตามาปิดตาของเต้ก่อน แล้วเดินกลับมาหาผม

เธอคุกเข่าลงตรงหน้าผม มือเรียวลูบไล้ต้นขาของผม ก่อนจะก้มลงไปหาควยของผม

ลิ้นของเธอแตะต้องหัวควยอย่างแผ่วเบา พร้อมกับมือที่เริ่มรูดเชือกพันรอบข้อมือผม ผมเสียวจนต้องกัดริมฝีปาก

“ฉันอยากให้คุณเย็ดหีฉันตอนที่ตาของเต้มองไม่เห็น” เธอกระซิบ แล้วก็สอดควยผมเข้าปากอีกครั้ง ความเงี่ยนแล่นพล่านไปทั่วร่าง

มือของเธอค่อยๆ รูดเชือกเส้นนั้นรอบข้อมือผมไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมันรัดแน่น แล้วเธอเงยหน้าขึ้นจากหว่างขาผม สายตาเธอแวววาวด้วยความเงี่ยนที่แทบจะล้นออกมา

“ตาเต้กำลังนั่งสมาธิอยู่หน้าโบสถ์” เธอกระซิบ “เราเข้าไปข้างในกันเถอะ”

ผมมองตามมือที่เธอจูงไป หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกนอกอก วัดร้างแห่งนี้เงียบสนิท มีแค่เสียงจิ้งหรีดร้องประสานกับลมที่พัดผ่านซากปรักหักพัง

เธอพาผมเข้าไปในวิหารเก่า ตรงที่พระประธานหักพังเหลือแต่ฐาน แสงเทียนสลัวๆ จากมุมหนึ่งทำให้เห็นรูปปั้นเก่าแก่ เธอถอดผ้าถุงของตัวเองออก แล้วทิ้งตัวลงนอนบนผ้าที่ปูไว้ พร้อมกับถ่างขาออกช้าๆ

“มาจัดการหีฉันเลย” เธอส่งเสียงแผ่ว “ตาเต้ไม่เห็นหรอก เขาหูตึงด้วย”

ผมคุกเข่าลงระหว่างขาของเธอ สายตามองลงไปเห็นหีที่ชุ่มโชกจนน้ำเงี่ยนเยิ้มออกมา ความเสียวแล่นขึ้นมาทันทีที่ปลายควยแตะต้องปากหีของเธอ

“เย็ดฉันเดี๋ยวนี้เลย” เธอออกคำสั่ง

ผมสอดควยเข้าไป อ้าปากค้างด้วยความเสียวที่รุนแรงกว่าที่คิด ร่างบางของเธอบิดตัวไปมา หีรัดควยผมแน่นจนแทบจะขาดใจ เธอยกสะโพกรับทุกจังหวะ มือของผมกอบกุมเนื้อนุ่มที่เอวของเธอ

“จัดหนักๆ เลย” เธอคราง “ฉันอยากให้ตาเต้ได้ยินว่าโดนเย็ดหียังไง”

ผมยิ่งเร่งจังหวะเสียบเข้าไปในหีของเธออย่างบ้าคลั่ง เสียงเนื้อกระทบกันดังอู้ในวิหารร้าง ความเสียวสะสมตั้งแต่หัวควยจนถึงปลายเส้นผม เธอกรีดร้องออกมาด้วยความเสียวจนแทบจะขาดใจ

ผมเงี่ยนจนไม่คิดอะไรอีกแล้ว สะสมกำลังทั้งหมด สุดท้ายก็ระเบิดน้ำเงี่ยนออกมาในหีของเธอ ร่างของผมสั่นเทาไปหมด ล้มตัวลงนอนข้างๆ เธอ เหนื่อยหอบ

เธอหันมาจูบผมเบาๆ แล้วกระซิบ “ขอบคุณที่มาจัดการหีฉันในวัดร้าง”

เรานอนอยู่ตรงนั้นนานพอสมควร จนเมื่อตาเต้เดินเข้ามาพอดี เขายิ้มบางๆ แล้วพูดว่า “เสร็จธุระกันแล้วใช่ไหมลูก”

เธอหัวเราะเบาๆ ลุกขึ้นแต่งตัว ส่วนผมนอนมองเพดานที่แตกเป็นรอย รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า

ตั้งแต่วันนั้นมา ทุกครั้งที่เดินผ่านวัดร้าง ผมจะนึกถึงมือที่รัดเชือกกับเสียงครางในโบสถ์ที่ไม่มีใครได้ยิน นั่นเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ผมได้สัมผัสความเสียวแบบนั้นกับคนแปลกหน้าในที่ที่ไม่มีใครคาดคิด

ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM