เรื่องเสียว พยาบาลสาวความสัมพันธ์เวรดึก
คันยุบยิบๆ อยู่ในกางเกงยีนส์ตัวเก่งนั้นอีกแล้ว มันเริ่มมาตั้งแต่พี่จันทร์เดินผ่านตอนเช้า ยิ้มให้แล้วก็หันหลังกลับไป ผมนั่งอยู่หน้าห้องเวร เขย่าขา พยายามสะกดจิตตัวเอง แต่ความคิดมันแล่นไปถึงรูปร่างอวบอัดของเธอจนต้องเอามือปิดหน้าตัวเอง
นี่มันกะดึกที่โรงพยาบาลประจำอำเภอแถวขอนแก่นนะ ไม่ใช่ผับ ไม่ใช่ห้องเช่า แต่ความเงียบของตึกผู้ป่วยในตอนใกล้เที่ยงคืนมันกลับทำให้ผมนึกถึงอะไรต่อมิอะไรขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว ผมเป็นเจ้าหน้าที่เวรเปล อายุยี่สิบห้า ทำงานมาสองปี กะดึกนี่เหงาที่สุด เพราะมีแค่พยาบาลกับผมที่ตื่นกันอยู่สองสามคน
พี่จันทร์เป็นพยาบาลวิชาชีพ อายุสามสิบเอ็ด ทำงานที่นี่มาสิบปีแล้ว เค้าเป็นคนเหนือ มาจากจังหวัดลำปาง แต่ย้ายมาอยู่กับสามีเก่าที่อีสานแล้วก็เลิกกัน พูดจาเหน่อๆ แต่เสียงหวานจนผมต้องตั้งใจฟัง ผมเคยแอบมองตอนเค้าใส่ชุดยูนิฟอร์ม เวลาก้มเซ็นเอกสารที่โต๊ะ สัดส่วนมันช่างกลมกล่อม ที่เอวคอด แล้วสะโพกก็ผายออกกำลังดี
คืนนี้มันเป็นคืนเดือนหงาย แสงจันทร์สาดผ่านหน้าต่างบานเกล็ดเข้ามาเป็นทาง ผมเดินไปหยิบน้ำที่ตู้เย็นในห้องพัก ก็เจอพี่จันทร์นั่งจิบกาแฟอยู่คนเดียว ถ้วยกระเบื้องใบเก่าในมือ เค้าหันมามองผม สายตาเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่ “กะดึกเวรน้องคืนนี้เงียบดีเนาะ” เค้าพูด เสียงเหมือนชาวเหนือปนอีสานนิดๆ
“ครับพี่ เมื่อกี้เข้าห้องคนไข้ไปรอบนึง ก็หลับกันหมดแล้ว” ผมตอบแล้วนั่งลงตรงข้าม มือไม้เริ่มไม่เป็นระเบียบ เวลาอยู่ใกล้เค้ามันช่างน่าปวดใจเหลือเกิน ในห้องเย็นๆ แบบนี้ ผมกลับรู้สึกร้อนผะผ่าวไปทั้งตัว
“น้องไม่นอนเหรอ เดี๋ยวเช้าต้องขนคนไข้ขึ้นไปผ่าตัดอีกนะ” เค้าพลางจิบกาแฟ ริมฝีปากแตะขอบถ้วยช้าๆ ผมกลืนน้ำลาย รู้สึกว่าซิปกางเกงเริ่มตึง ตอบเสียงแหบ “ยังไม่ค่อยง่วงเลยพี่ นั่งเป็นเพื่อนพี่ก่อนได้ไหม”
เค้าก็แค่พยักหน้า วางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะ แล้วยื่นข้ามมาแตะมือผมแผ่วเบา “ทำไมมือเย็นจัง” คำถามนั้นดังขึ้นในความเงียบ มันเหมือนกระแสไฟฟ้าช็อตเข้าที่กลางอก ผมไม่ได้ตอบอะไร แต่กลับคว้ามือของเค้ามากุมไว้แทน
ผ่านไปสักพักหนึ่ง ผมก็รู้สึกได้ถึงแรงดึงที่ข้อมือ พี่จันทร์ลุกขึ้นยืน แล้วพาผมเดินออกจากห้องพัก ไปตามทางเดินที่มืดสลัว ตรงไปทางห้องเก็บยากั้นม่านที่ไม่มีใครใช้ตอนกลางคืน ผมเดินตามเหมือนถูกมนต์ เสียวปลาบไปทั้งตัว ผมรู้ว่ามันผิด ว่าที่นี่คือที่ทำงาน ว่าผมกับเค้าเป็นเพื่อนร่วมงาน แต่อารมณ์ที่ถูกกดไว้นานมันช่างบ้าคลั่ง
ม่านพลาสติกถูกดึงปิด เสียงคลิ๊กที่ล็อกประตูจากด้านในดังขึ้น เค้าหันมาสบตา ผมเห็นแววตาที่ไม่เหมือนพยาบาลในเวลางานอีกต่อไป แต่มันคือแววตาของผู้หญิงที่กำลังหิวโหยอะไรบางอย่างโดยที่ผมก็หิวไม่แพ้กัน
“น้องบอกพี่สิ ว่าอยากทำอะไรกับพี่” เครื่องแบบสีขาวของเค้ายังคงติดกระดุมครบทุกเม็ด แต่ผมนึกถึงร่ายกายภายใต้มันจนเลือดสูบฉีดหน้าขึ้นมาหมด ในห้องแคบๆ ที่มีกลิ่นแอลกอฮอล์จากขวดยาผสมกับกลิ่นกายของเค้า ผมแทบจะคลั่ง
“ผมเงี่ยนพี่จนทนไม่ไหวแล้วครับ” ผมพูดออกไปตรงๆ ไม่มีเกรงใจ เหงื่อซึมที่หลังมือ มันเป็นคำสารภาพที่เก็บไว้ตั้งแต่เดือนแรกที่ทำงานที่นี่ เค้าหัวเราะเบา ๆ แล้วจูงมือผมไปแตะที่หน้าอกตัวเองผ่านชุดยูนิฟอร์ม “ก็พี่เงี่ยนเหมือนกันนั่นแหละ เก็บไว้กี่คืนแล้วล่ะ”
ผมไม่รอช้าอีกแล้ว มือไม้เลื่อนเข้าไปใต้เสื้อของเค้า ผิวเนียนอุ่น แผ่นหลังที่โค้งรับสัมผัส เค้าหอบหายใจถี่ขึ้นเรื่อยๆ ชุดยูนิฟอร์มสีขาวถูกปลดกระดุมออกจากกันจนเห็นชุดชั้นในสีครีมบางเบา ผมโน้มตัวลงไปซุกซบที่ลำคอ ได้กลิ่นสบู่ผสมกับเหงื่ออ่อนๆ หอมจนต้องจมูกฟุดฟิด
“พี่เสียวแล้วน้องเอ๋ย” เค้ากระซิบเสียงสั่นรัว มือเค้าลงไปคลำที่กางเกงผม ควยในกางเกงมันแข็งแทบเป็นท่อนไม้ ผมกัดฟันกรามแน่นเมื่อเค้าเริ่มคลึงมันผ่านผ้ายีนส์ที่เปียกเหงื่อ ความอดทนมันเริ่มจะหมดลง
ผมปลดตะขอเสื้อชั้นในของเค้าออก เสื้อชั้นในหลุดลงมากองที่พื้น เค้าถอนใจยาว ก่อนจะดึงผมเข้ามาประกบจูบอย่างดูดดื่ม ลิ้นร้อนสอดเข้าสอดออก ริมฝีปากประกบแน่นจนแทบหายใจไม่ทัน น้ำลายของเค้าหวาน กลิ่นกาแฟยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น
แล้วผมก็ลากมือลงต่ำไปเรื่อยๆ ชายกระโปรงยาวของยูนิฟอร์มถูกถลกขึ้นจนถึงเอว เห็นกางเกงในสีขาวที่เปียกไปหมดตรงกลาง ผมเอามือลูบไล้ผ่านมัน แค่ผ้าผืนน้อยผืนนั้นก็รู้สึกถึงความอุ่นชื้นทะลุออกมา พี่จันทร์ขยับสะโพกเบาๆ รับสัมผัสของผม
“ได้เลยมั้งครับพี่” ผมกระซิบเสียงแหบพร่า เค้าตอบรับด้วยการกัดที่ติ่งหูผมเบาๆ มือของเค้าฉุดรูดซิปกางเกงผมลงมาอย่างไม่รีรอ ควยที่ตอนนี้แข็งชี้ตั้งทะลุออกมาจากในกางเกงในชนิดตรงๆ ผมเห็นพี่จันทร์อมยิ้มก่อนจะก้มลงไปชั่วครู่ ผมแทบช็อคกับความร้อนชื้นของปากเค้า แต่เค้าก็แค่แตะปลายลิ้นไว้ก่อนแล้วเงยหน้าขึ้นมา
เค้าถอดกางเกงในของตนเองทิ้ง โยนไปอีกทาง แล้วก็ดึงผมเข้าไปหา ผมรับรู้ถึงความเปียกชุ่มของหีที่ใต้ถ้ำนั้นผ่าออกรับปลายควยผม ตอนนี้ไม่มีอะไรมาขวางกั้นแล้วนอกจากความร้อนที่รอเวลาเย็ดกัน ผมทิ้งน้ำหนักลงไป มือยันผนังห้องเย็นๆ ก่อนจะสอดใส่เข้าไปอย่างช้าๆ เติมเต็มจนแน่น
เสียงพี่จันทร์ครางออกมาเป็นจังหวะกับความเสียวที่แล่นไปตามสันหลัง ผมเริ่มขยับสะโพกเร็วขึ้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังฉ่ำชื้นในห้องเก็บของที่ไม่มีใครได้ยิน กลิ่นสาบสางปนเลือดสตรีทุกรอบที่เสียบเข้าไปมันช่างทำให้สมองพร่าเลือน ผมหมดสติดิ่งไปกับแรงกระแทกที่ส่งกลับมาในทุกครั้งที่จ้วงเสียบ
เราเปลี่ยนท่าไปอีกหลายครั้งจนหลังผมปวด ควยชุ่มไปด้วยน้ำของเค้าที่ไหลไม่หยุด พี่จันทร์หอบจนแทบขาดใจ เค้าสะบัดผมที่เปียกเหงื่อทิ้งก่อนจะบอกว่ายังไม่พอ ผมก็แค่ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะพาเค้าเอนลงไปกับพื้นเย็นๆ แล้วสอดใส่ต่ออีกครั้ง รอบนี้มันนานกว่าเดิม เสียงครางดังจนเกรงใจผู้ป่วยในตึก
พี่จันทร์ถึงจุดแตกสลายก่อนผมอีกครั้ง เค้าตะครุบหลังผมแน่น เล็บขูดเป็นรูปนิ้วมือ ตัวสั่นเทาอย่างรุนแรง ผมก็ยิ่งเสียวจนเอวกระตุกตาม สักพักผมก็ปล่อยน้ำออกมาด้านในเองโดยไม่ทันถาม หลังจากนั้นเราแค่นอนกอดกันบนพื้นเย็นๆ เหงื่อยังซึมที่แผ่นหลัง
ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา พี่จันทร์ยังนอนหนุนแขนผมอยู่ เค้าหายใจแรงแต่เริ่มสม่ำเสมอ มือผมลูบแผ่นหลังเค้าที่เปียกเหงื่อ แผ่นซีเมนต์เย็นเฉียบเริ่มส่งความเย็นเข้าสู่ร่างกาย ผมรู้สึกว่าเราต้องออกไปแล้ว แต่ไม่อยากขยับ
พี่จันทร์พลิกตัวมามองหน้าผม เค้ายิ้มบางๆ “อีหล่าสิ เฮ็ดให้ข่อยปวดตัวไปทั้งซวง” เสียงเค้าหยอกล้อแต่อ่อนโยน ผมหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะก้มลงหอมแก้มเค้าเบาๆ ผมบอกว่าอีกฝาก็ไม่เบาเหมือนกัน แทบจะฉีกเสื้อผมขาด
เรานอนนิ่งกันต่ออีกพักใหญ่จนเสียงเครื่องปรับอากาศดังหวีดเบาๆ จากในตึก พี่จันทร์ค่อยๆ ลุกขึ้นเก็บของ เค้าบอกว่าต้องไปเริ่มงานรอบดึกแล้ว เพราะนี่แค่ช่วงพักเบรกเท่านั้น ผมก็ลุกตามไปเก็บกางเกง หยิบเสื้อที่ถูกโยนไว้มุมห้อง
ตอนใส่กางเกงผมรู้สึกได้ถึงความเหนียวเหนอะที่ต้นขา ควยยังชุ่มไปด้วยน้ำของเราทั้งสองคน ผมมองพี่จันทร์ที่กำลังรัดกระโปรงเรียบร้อย เค้าหันมายิ้มให้อีกครั้งก่อนจะเอื้อมมือมาขยี้หัวผมเล่น “อีหล่าโตนี้ข่อยเอาอีกหลายๆ อยู่” เค้าว่าแล้วก็เปิดประตูออกไป
ผมยืนนิ่งในห้องเก็บของอีกครู่หนึ่งเหงื่อเริ่มแห้งติดผิว เสียงฝีเท้าของพี่จันทร์ห่างออกไปเรื่อยๆ ผมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินออกมาปิดไฟ ห้องนั้นมืดอีกครั้งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เดินกลับไปที่จุดนั่งเวรก็เจอพี่จันทร์นั่งอยู่ที่โต๊ะแล้ว เค้ากำลังก้มกรอกเอกสารเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมนั่งลงข้างๆ ไม่พูดอะไร มีเพียงเตะขาเค้าเบาๆ ใต้โต๊ะเป็นเชิงรู้กัน เค้าสะดุ้งเล็กน้อยแล้วแอบยิ้ม
ดึกของคืนนั้นผ่านไปช้ามาก ผมกับพี่จันทร์แสร้งทำเป็นทำงานปกติ แต่สายตาเรามองหากันตลอดเวลาที่หมุนเวียนไปตึกต่างๆ การเสียวในคืนนั้นมันยังไม่หายไปจากสมอง มันเป็นความร้อนที่ยังกรุ่นอยู่ในท้องน้อย
เวลาประมาณตีสาม ผมไปเดินเก็บของที่ห้องเก็บขยะการแพทย์ ตรงมุมตึกจะเจอพี่จันทร์ยืนสูบบุหรี่รออยู่พอดี ผมเดินเข้าไปโดยไม่พูดอะไร เค้าหันมายื่นบุหรี่ให้มวนนึง ซึ่งผมสูบไม่เป็นแต่ก็รับไว้แค่ถือเล่น
พี่จันทร์บอกว่าพรุ่งนี้เค้าต้องไปดูแม่ที่ป่วยอยู่ต่างอำเภอ แล้วอาจจะไม่กลับมาเวรดึกอีก เพราะจะย้ายไปอยู่กับครอบครัว ผมนิ่งไปพักใหญ่ จิบน้ำลายแล้วพยักหน้า ไม่รู้จะพูดอะไร
ผมหยิบบุหรี่ที่ถือขึ้นมาจุดตามพี่จันทร์ สูบแล้วแสบคอจนไอ แต่ก็สูบต่อไปอีกสองสามคำเพราะไม่อยากให้บรรยากาศเงียบเกินไป พี่จันทร์หัวเราะชอบใจที่เห็นผมไอ สำลักควันออกมาเป็นทาง
เค้าบอกว่าผมเด็ก ไม่ควรไปติดอะไรแบบนี้ แต่เหตุการณ์เมื่อคืนนี้เค้าจะจำไปอีกนาน ผมยิ้มแห้งๆ แล้วบอกว่าผมก็คงจำไปอีกนานเหมือนกัน มันไม่ใช่แค่การเย็ด แต่มันเป็นความรู้สึกที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อน
พี่จันทร์มองผมด้วยสายตาใจดีก่อนจะเขี่ยบุหรี่ดับ “เดี๋ยวนี้ได้คิดแล้วว่า ผู้หญิงที่ผ่านคนมาเยอะมันไม่ใช่คนเลวเสมอไป” เค้าพูดเบาๆ ผมรู้ทันทีว่าเค้าพูดถึงตัวเอง แม่ของผมก็เคยเป็นพยาบาลมาก่อน แล้วเคยบอกว่าคนที่ทำงานโรงบาลเห็นความทุกข์ของคนไข้บ่อยๆ เลยอาจไม่ซีเรียสกับความสุขของตัวเอง
ผมคว้ามือพี่จันทร์มากุมไว้แน่นๆ มือเค้าหยาบกร้านจากการทำงาน แต่กลับให้ความอบอุ่นประหลาด ผมบอกว่าผมไม่สนใจว่าพี่จันทร์ผ่านใครมาบ้าง แค่คืนนี้มันพิเศษสำหรับผม เค้าเม้มปากแล้วสะบัดมือหนีเล่นๆ แต่แววตาชุ่มชื้นขึ้นนิดหน่อย
เสียงเค้าดังลอดไรฟัน “อีหล่าโตนี้ ดึกแล้วกลับไปพักผ่อนเถอะเดี๋ยวไม่มีแรงทำงานตอนเช้า” ผมพยักหน้า แล้วเดินกลับไปที่ตึกผู้ป่วยโดยไม่หันกลับไปมองอีก ทั้งที่อยากจะหันไปหอมแก้มเค้าอีกสักครั้ง
ผมมานั่งที่โต๊ะคนเดียว คิดทบทวนทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งผิดทั้งถูกปนกันไปหมด หัวโล้นผู้ชายอายุ 24 กำลังจะยี่สิบห้าควรจะมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ แต่พอเจอหีที่ทั้งเนียนทั้งร้อนของพี่จันทร์เข้าไปแล้วสมองมันก็ดับวูบทุกที
เช้ามาแสงแรกส่องเข้ามาในตึก ผมส่งมอบเวรให้พี่จันทร์ที่เปลี่ยนมาใส่ชุดขาวเรียบร้อยแล้ว เค้ายื่นถุงกาแฟร้อนให้ผมถุงนึงพร้อมรอยยิ้มที่มีแต่เราเท่านั้นที่รู้ความหมาย ผมรับมาแล้วเดินออกจากโรงพยาบาลด้วยความรู้สึกที่ยังครุกรุ่น
ตอนเดินออกประตูโรงบาลผมก็คิดได้ว่า การที่เรามีความสัมพันธ์แบบไม่ตั้งตัวกับใครสักคน บางทีมันก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป ถ้าเรารู้จักรักษารอยต่อระหว่างความเสียวกับความจริงให้ดีพอ
วันนี้พี่จันทร์คงกำลังนั่งรถกลับบ้านเค้าไปแล้ว ส่วนผมนั่งเขียนเรื่องนี้ลงในไดอารี่ที่ไม่ได้แตะมานาน เสียงหวูดรถไฟดังลอยมาจากสถานีใกล้ๆ ผมรู้สึกคิดถึงเค้า แต่ก็ไม่ได้อยากให้เกิดอะไรซ้ำอีกหรอกนะ
จริงๆ ครับ การที่ผมเล่าให้คุณฟังวันนี้ ผมแค่อยากจะบอกว่า ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร หรือผ่านชีวิตอะไรมาบ้าง ความต้องการทางกายมันเป็นธรรมชาติของมนุษย์เสมอ แต่อย่าลืมรักษาใจของกันและกันไว้ด้วย เพราะสุดท้ายแล้วการเย็ดมันจบที่เสียว แต่ความทรงจำมันอยู่ที่น้ำใจต่างหากครับ
เสียงรถไฟที่ได้ยินจากสถานีใกล้ๆ มันเหมือนสะกิดให้ผมนึกถึงคืนนั้นอีกครั้ง ได้แต่ยิ้มให้กับตัวเอง ตอนนี้พี่จันทร์คงถึงบ้านแล้วล่ะมั้ง กลับไปหาเมียแฟนเค้าตามปกติ ส่วนผมก็นั่งเขียนนี่จบพอดี อยากบอกว่าที่เล่ามาทั้งหมดเนี่ย ผมไม่ได้อยากให้ใครเอาไปทำตามหรือคิดว่าผมเป็นคนเจ้าชู้ ผมแค่อยากให้รู้ว่าในวันที่เราเจ็บปวดหรือโดดเดี่ยว การมีใครสักคนที่เข้าใจกันชั่วคราว มันก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป ถ้าทั้งสองฝ่ายรู้จักแยกแยะและไม่ทำร้ายใคร การเย็ดกันมันแค่เรื่องของกาย แต่เสียวที่เกิดขึ้นในใจนั่นแหละที่เราจะต้องรับผิดชอบกันเองครับ หวังว่าถ้าคุณได้อ่านเรื่องของผมแล้วคุณจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิต หรือความต้องการของมนุษย์ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ เพราะสุดท้ายแล้ว ความจริงที่เราต้องเผชิญหน้ากับตัวเองนั่นแหละ ที่สำคัญที่สุด
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







