เรื่องเสียว พนักงานร้านของชำ
เสียงกระดึงหน้าร้านดังกริ๊ง ตอนนั้นผมกำลังนั่งยองๆ จัดกระป๋องปลากระป๋องบนชั้นล่าง สายบ่าเมื่อยจนแทบจะขยับไม่ไหว เพราะเมื่อคืนยกของกันจนดึก เพิ่งจะได้นอนตอนตีสาม พอผงะขึ้นมาก็เห็นเงาผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าแผงลูกอม ผมจำได้ทันที น้องสาวของเฮียเต้ย ที่อยู่ซอยถัดไป เป็นสาวโรงงานที่กลับบ้านดึกทุกวัน เสื้อแขนยาวสีขาวที่เธอใส่ตอนเย็นแทบจะเหมือนหนังหมู เปียกเหงื่อจนมองเห็นเสื้อในสีชมพูจางๆ ผ่านเนื้อผ้า
“พี่ตุ้ย วันนี้มีน้ำเต้าหู้ใส่เครื่องมั้ยคะ” เสียงเธอหวานผิดกับท่าทางที่ดูเหนื่อยๆ ผมลุกขึ้นยืน เขย่งหยิบขวดโค้กที่ข้างบน แล้วหันไปบอก “มีสิครับ แต่ต้องรออีกสักพักนะ เดี๋ยวป้าเลิศเอามาส่งตอนสองทุ่ม” เธอถอนหายใจยาว แล้วเดินมานั่งที่เก้าอี้พลาสติกหน้าร้าน เอามือพัดพรืดๆ เหนื่อยจนหน้าซีด แต่แก้มกลับแดงเรื่อ
ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรที่ทำให้ผมสบตากับเธอในวันนั้นนานกว่าปกติ หรือเพราะลายดอกที่เสื้อในสีชมพูนั้นมันชัดจนเห็นหัวนมเล็กๆ ของเธอตอนที่เธอดึงเสื้อขึ้น แต่มือผมที่กำลังจะหยิบบุหรี่กลับชะงักค้างอยู่แค่ครึ่งทาง ตอนสายประมาณเก้าโมงที่ร้านของชำในซอยย่านชานเมือง มันมีความเงียบแบบที่ทำให้ทุกอย่างชัดเจนเกินไป ผมรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเงี่ยนขึ้นมาเฉยๆ
“พี่ตุ้ยเป็นอะไร หรือว่าวันนี้พี่เหนื่อย” เธอถามพร้อมกับก้มมองผมที่ยืนนิ่ง “เปล่าๆ เมื่อคืนยกของตามีนไม่ทัน” ผมรีบตอบ พลางคลี่บุหรี่ออกมาจุด เธอยิ้มแล้วบอกว่า “งั้นพี่ตุ้ยมาคุยเป็นเพื่อนหน่อยดิ สองสามวันมานี้เงียบจนเหงา หัวหน้ากะก็ด่าเอาๆ”
ผมนั่งลงข้างๆ เธอ เก้าอี้พลาสติกพ่อค้าจากวัดแคบจนไหล่ของเราชนกัน ผมได้กลิ่นเหงื่อของเธอปนกับน้ำหอมถูกๆ ที่ตลาดนัด ข้างหูเธอมีไฝเม็ดเล็กๆ เวลาที่เธอหันมาคุยกับผม ลมร้อนจากปากของเธอลูบหน้าผมพอดี ผมก้มลงมองหน้าอกเธอที่ขึ้นลงเป็นจังหวะ ความคิดมันเริ่มแล่นไปไกลเกินกว่าที่จะควบคุมคำพูดตัวเองได้
“นี่มืดแล้วนะ หรือเดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้านดีกว่า แถวนี้ก็เปลี่ยว” ผมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นสบายๆ เธอเงยหน้ามองผม ตากลมโดของเธอมีประกายที่ผมหาคำอธิบายไม่ถูก “ก็ดีค่ะ แต่เดี๋ยวกลับดึก เดี๋ยวแม่บ่น” เธอตอบพร้อมกับเอามือลูบผมตัวเอง
ผมกดบุหรี่ลงในกระป๋อง แล้วเดินเข้าไปในร้าน เปิดตู้แช่เบียร์ คว้าเบียร์ออกมาสองกระป๋อง กระแทกฝาเปิดแล้วยื่นให้เธอหนึ่ง “ดื่มคลายร้อนก่อน ผมว่าเดี๋ยวทุ่มหนึ่งค่อยไป” เธอรับไปแล้วจิบทันที เบียร์เย็นเยียบจนเธอขมวดคิ้ว ผมหัวเราะเบาๆ
“พี่ตุ้ยไม่ค่อยชอบผู้หญิงดื่มเบียร์เหรอคะ” เธอถามเสียงเบา “ไม่เลย ตรงกันข้าม ผมชอบผู้หญิงกินเหล้า เพราะมันทำให้ไม่ต้องคิดมาก” ผมตอบ สายตามองไปที่ปากของเธอที่เปียกจากเบียร์ เส้นผมที่หน้ามาหยิกยุ่งเหยิงเพราะเหงื่อ เธอหัวเราะ มีฟันขาวเรียงสวย
เวลาล่วงเลยไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นมีลูกค้ามาซื้อของเป็นพักๆ ผมกับเธอก็นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย เรื่องโรงงาน เรื่องหัวหน้ากะที่ชอบขี้เกียจ เรื่องเงินเดือนที่พออยู่ได้ แต่ไม่พอเหลือ สัมผัสของเธอที่บางครั้งขยับเข้ามาโดนแขนผม หรือหัวไหล่ของเธอตอนหัวเราะ แตะโดนตัวผมทุกที ทำให้ผมรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ทุ่มสิบห้า ผมบอกปิดร้านเร็ว แล้วขี่มอเตอร์ไซค์พาเธอไปส่งที่บ้าน ซอยเปลี่ยวที่ต้องผ่านทุ่งนา ทั้งสองข้างทางมืดตื้อ มีแต่เสียงจิ้งหรีด เธอโอบเอวผมไว้แน่น ลมตอนกลางคืนพัดเสื้อของเธอกระพือ รู้สึกได้ถึงหน้าอกของเธอแนบชิดกับหลังผม ความร้อนจากตัวเธอทำให้ผมใจเต้นแรงขึ้น
พอถึงที่เปลี่ยวระหว่างทาง ผมก็หักพ่วงข้างเข้าไปจอดในซอยเปล่า เธอถามด้วยน้ำเสียงตกใจ “พี่ตุ้ย ไปไหนคะนี่” ผมหันไปมองหน้าเธอ ในที่มืดตาเราเจอกันพอดี “แวะพักก่อน พี่ขี้เกียจขับต่อแล้ว” ผมพูดแล้วก็ลงจากรถ ยื่นมือไปหาเธอ เธอลังเลอยู่พักหนึ่ง แต่สุดท้ายก็จับมือผมแล้วลงมา
ข้างทางมีศาลาร้างเก่าๆ ที่ชาวบ้านเคยตั้งไว้ผีเสื้อกลางทุ่งนา ผมพาเธอเดินเข้าไปใต้ถุน ที่นั่นมีแสงจันทร์ส่องลอดร่องไม้ลงมาเป็นทาง ผมหันไปจับมือเธอไว้แน่น “เป็นอะไรไปหรือเปล่า” เธอถามด้วยเสียงที่สั่นน้อยๆ “ไม่เป็นไร ผมแค่อยากอยู่กับเธอสองต่อสอง”
ผมดึงเธอเข้ามากอด ไม่รอให้คิดเยอะกว่านั้น คอของเธอหอมอ่อนๆ ตอนที่ผมก้มลงไปซุกที่ไหล่ เธอผ่อนหายใจยาวๆ ตัวเธอไม่ขยับหนี แต่กลับโอบกอดผมตอบกลับมา ผมสัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นแรงที่ข้อมือ ได้ยินเสียงเธอกระซิบเบาๆ “พี่ตุ้ยครับ… เดี๋ยวไม่ดี”
แต่มันไม่ทันแล้ว ผมใช้อีกมือหนึ่งปลดกระดุมเสื้อของเธอทีละเม็ด เผยผิวที่ขาวนวลในแสงสลัว เนื้อผ้าเสื้อในสีชมพูนั่นแทบจะหลุดออกจากไหล่เธออยู่แล้ว ผมถอดมันออกไปอย่างไม่ต้องใช้ความพยายามมาก แล้วก้มลงไปริมฝีปากแตะที่ซอกคอเธอเบาๆ ก่อนจะขยับลงมาที่อกอวบอิ่มของเธอ
เธอตัวสั่นสะท้าน นิ้วมือของเธอกำผมนที่ต้นแขนแน่น เสียงหายใจของเธอเนิบนาบ “พี่ตุ้ย ใจเย็นๆ ค่ะ” แต่ผมรู้ดีว่าร่างกายของเธอมันโกหกไม่เป็น หัวนมของเธอแข็งตึงเสียบใส่ลิ้นผมเมื่อผมเลียผ่าน ความเสียววิ่งจากปลายลิ้นไปถึงขาหนีบ ควยของผมแข็งจนเจ็บจากที่มันเสียดสีกับกางเกงยีนส์หนาๆ
ผมพลิกเธอนอนลงกับเสื่อพลาสติกเก่าๆ ที่มีอยู่แล้วในศาลา มือของผมลูบไล้หน้าท้องของเธอ ไล่ลงไปถึงขอบกางเกงยีนส์ที่เธอใส่ เธอยกสะโพกขึ้นเล็กน้อยให้ผมดึงมันลง ไม่มีกางเกงใน เส้นขนสีดำของหีเธอปรากฏในแสงจันทร์ที่ส่องลงมา ผมก้มลงไปมอง มันอวบอิ่ม ชุ่มไปด้วยน้ำบางๆ ที่เริ่มซึมออกมา
ผมใช้มือแยกขาอ่อนเธอกว้างออก แล้วก้มลงไปจูบตรงนั้น ริมฝีปากของผมแตะที่ปากหีของเธอเบาๆ เธอสะดุ้ง ร้องออกมาเบาๆ ก่อนจะเอามือกุมหัวผมไว้ “พี่ตุ้ย อย่า…มันเสียว” แต่ผมไม่หยุด ลิ้นของผมตวัดผ่านแนวร่องสวาทนั้น ไล่จากด้านล่างขึ้นไปจนถึงปุ่มเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่หลังแผ่นหนังคลุม เธอสะบัดตัวเมื่อผมแตะโดนมัน
น้ำหีของเธอไหลออกมามากจนผมต้องใช้ลิ้นตวัดรับ รสชาติมันเค็มกับหวานเจือกันอย่างประหลาด เธอกัดริมฝีปากตัวเองแน่น พยายามกลั้นเสียงคราง แต่ท้ายที่สุดก็ปลดปล่อยออกมาดังชัดในความเงียบของทุ่งนา เสียงนั้นทำให้ผมเงี่ยนมากขึ้นไปอีก
ผมลุกขึ้นนั่งคุกเข่า แล้วถอดกางเกงของตัวเองออก ควยของผมตื่นตัวเต็มที่ หัวควยแดงและเป็นมันจากน้ำที่ออกมาเล็กน้อยตอนที่ผมเลียหีเธอ เธอมองมัน ตากลมโตของเธอมีทั้งความกลัวและความต้องการปนกัน ผมไม่พูดพร่ำทำเพลง ค่อยๆ คร่อมตัวเธอ แล้วนำปลายควยแนบเข้ากับปากหีของเธอ
“พี่ตุ้ย เบาๆ นะคะ” เธอพูดเสียงสั่น ผมถอนหายใจ แล้วดันเข้าไปทีละนิด หีของเธอแคบและร้อนแรงผิดปกติ ผมรู้สึกได้ถึงเนื้อในมันหุบรัดรอบควยของผมแน่น เธอโอดครวญเบาๆ จากความเจ็บปนเสียว ผมรอสักครู่ให้เธอชิน แล้วจึงเริ่มขยับสะโพก
การเย็ดครั้งแรกในคืนนั้น มันไม่ได้เร่งรีบหรือรุนแรง ผมค่อยๆ กระแทกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องอยู่ในศาลาไม้เก่า เธอกอดรัดผมไว้แน่น สะโพกของเธอโยกขึ้นรับทุกครั้งที่ผมถลำลึก อุณหภูมิระหว่างเราสองคนร้อนจนเหงื่อของเราปนกันเป็นทาง
ผมก้มลงจูบปากเธอ หอมกลิ่นเบียร์ที่ยังค้าง ลิ้นของเราโลดแล่นใส่กัน แขนของผมสอดไว้ใต้สะบักของเธอ ดึงให้ร่างเล็กของเธอแนบชิดมากขึ้น ผมเร่งจังหวะเร็วขึ้น ความเสียวที่สะสมตั้งแต่แรกเริ่มค่อยๆ ระเบิดในเอวและหน้าท้อง เธอกัดไหล่ผมเบาๆ พร้อมกับตัวเกร็ง แล้วเสียงของเธอก็แตกเป็นเสี่ยงในลำคอ ครางดังลั่นว่าเธอกำลังจะแตก
ภาพนั้นมันชัดเจนในหัวผมจนถึงทุกวันนี้ ผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมไม่เคยสนิทสนม กำลังนอนหอบหายใจอยู่ใต้ผม ขาของเธอพับเปิด รอยจูบที่คอและหน้าอกแดงเป็นจ้ำ หีของเธอยังชุ่มและบวมจากการเสียดสี ผมไม่รอให้เธอหายเหนื่อย ผมกลับมาเย็ดเธออีกครั้ง คราวนี้แรงขึ้นเรื่อยๆ จนเสียงกระดานศาลาเริ่มครางตาม
เสียงกระดานศาลามันครางตามจังหวะที่ผมกระแทกเข้าไปลึกๆ เธอเอามือกุมหัวผมไว้แน่น เล็บขบลงบนหนังหัวจนเจ็บแปลบ แต่ผมไม่หยุด ยิ่งเจ็บยิ่งเสียว ยิ่งเงี่ยน—ผมกระแทกแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเธอต้องยกขาขึ้นพาดบ่าไว้
“ช้า… ช้าก่อนดิ…” เธอพึมพำแต่เสียงมันขาดห้วน
ผมไม่ฟัง ความอยากมันบังตาหมดแล้ว มือผมกอบโกยเนื้อสะโพกเธอมากดเข้าไว้ หัวควยเสียดสีกับผนังหีที่ยังชุ่มเยิ้ม ทุกครั้งที่ดึงออกจะมีเสียงดังฟอดๆ เหมือนดูดขวดเปล่า
“ก็ไม่เห็นบอกให้ช้าเลยตอนแรกนี่หว่า” ผมกระซิบข้างหูเธอ เสียงแหบแห้ง
เธอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วกัดติ่งหูผมกลับ “เงี่ยนนักเหรอ”
“ก็เด็กแถวนี้ทั้งสวยทั้งน่าหมก แกเป็นรุ่นพี่หน้ามนต์ด้วย” ผมเย้ากลับ มือลูบลงไปใต้ราวนมเธอ—แล้วก็หยุดแค่นั้น เพราะรู้ว่าแตะเกินไปเธอจะเงียบ
“นี่มันเรื่องจริงหรือฝันเนี่ย” เธอละเมอออกมา สองขาบีบรัดเอวผมแน่นเหมือนกลัวผมจะหนี
ผมก้มลงจูบเธออีกที ลิ้นตวัดตามซอกฟัน รสชาติเปรี้ยวหวานปนกลิ่นเบียร์เก่าๆ มันทำให้ผมแข็งขึ้นไปอีก ทั้งที่ควยยังเสียบอยู่ข้างในเธอ แต่ผมแทบจะแตกอีกครั้งแล้ว
“หรือว่าอยากให้ผมรีบแตกแล้วเอาออก” ผมถามด้วยน้ำเสียงแหย่ จังหวะกระแทกช้าลง
เธอส่ายหน้า แล้วดึงผมลงมาจูบที่คอ “ไม่ต้องรีบ อยากให้ค้างแบบนี้ทั้งคืน”
ผมยิ้มในใจ แล้วขยับมือลงไปกดที่เม็ดแตงของเธอ นิ้วหัวแม่มือวนเป็นวงกลมช้าๆ เสียงเธอหายใจถี่ขึ้นทันที แน่นอนว่าผมรู้ว่าผู้หญิงชอบจุดไหน—มันเหมือนจำทางเข้าหมู่บ้านได้เองหลังจากผ่านไปครั้งแรก
“อือ… ตรงนั้นแหละ” เธอคราง สะโพกกระดกขึ้นรับ
“ตรงไหนวะ” ผมแสร้งทำเป็นไม่รู้ จงใจลดแรงกดลง
เธองอแง ดันหัวผมลงไปที่หน้าอก “ตรงที่เหลือบๆ ไง… เย็ดปากเลยสิ ขอให้เสียว”
ผมอมเม็ดแตงของเธอเข้าไป ลิ้นตวัดขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ตัวเธอสะท้านทั้งร่าง มือทั้งสองข้างก่ายกุมท้ายทอยผมไว้แน่น กดให้ลึกขึ้นไปอีก
“อาา… ใช่เลย… ใช้ลิ้นสิ” เธอครางคำรามในลำคอ
ผมหยุดดูดแล้วเงยหน้าขึ้นมองเธอ “แล้วบอกด้วยนะว่าอยากให้ผมทำอะไรต่อ ไม่งั้นผมไม่ทำ”
“ขี้เล่นจริงๆ ผู้ชายคนนี้” เธอถอนหายใจแล้วยิ้มแห้งๆ “ก็อยากให้… เย็ดให้เสียวๆ ไง อีกแล้ว”
“ไหนขอฟังอีกทีดิ”
“เย็ดหีฉันสิ ไอ้บ้า!”
ผมขำในลำคอแล้วหันไปกระแทกเข้าที่หีเธอเต็มแรง เสียงเนื้อกระทบกันกลับมาดังกึกก้องในศาลาไม้เก่าอีกครั้ง คราวนี้ผมไม่ประวิงเวลาแล้วเพราะผมเองก็ใกล้จะแตก สะโพกกระแทกถี่ขึ้น เหงื่อหยดจากหน้าผากผมลงบนลำตัวเธอเยิ้มเป็นทาง
มือเธอจิกแผ่นหลังผมเป็นรอย แล้วส่งเสียงแหลมเล็กๆ ตอนที่กำลังจะถึงจุดสุดยอด “อีกนิด… อีกนิดเดียวนะ!”
ผมเร่งจังหวะจนสุดแรง ควยแข็งชาไปหมด ความเสียวมันแล่นจากเอวขึ้นมาจนถึงท้ายทอย แล้วผมก็รู้สึกถึงคลื่นที่ซัดออกจากปลายควย—น้ำแตกพุ่งเข้าไปในถุงยาง ตัวของผมเกร็งค้างอยู่ชั่วครู่ก่อนจะทรุดลงทับร่างเธอ
“อ๊าาา…” เธอร้องออกมาเบาๆ ขาทั้งสองข้างคลายออกจากเอวผม ปล่อยให้ผมตกลงไปนอนทับเธอ
ทั้งคู่หอบหายใจดังลั่นในความมืดของศาลา ควันบุหรี่ที่เคยมีจางหายไปแล้ว เหลือเพียงกลิ่นเหงื่อและกลิ่นอับของไม้เก่า
“เจ็บไหม” ผมถามหลังจากหายใจทัน
เธอส่ายหน้าแล้วใช้มือลูบหลังผม “เจ็บตรงที่ฉันไม่ใช่ผู้หญิงของแกต่างหาก”
ผมหัวเราะแหะๆ แล้วกลิ้งลงไปนอนข้างๆ มองเพดานศาลาสลอนไม้เก่า อากาศเริ่มเย็นขึ้น แต่ตัวผมยังอุ่นจากความร้อนของเธอ
“หึงหรือเปล่า”
“ไม่หึง… แต่เจ็บนิดหน่อย” เธอตอบแล้วหัวเราะเบาๆ “ตลกดี เราไม่เคยคิดเลยว่าวันนึงจะมาเย็ดกับพนักงานร้านของชำวัยรุ่นแบบนี้ได้”
“ผมก็ไม่เคยคิดเหมือนกัน” ผมพูดตามความจริง
“แบบนี้แล้วพรุ่งนี้ซื้อน้ำเต้าหู้ ต้องลดราคาให้ฉันปะ”
ผมหันไปมองหน้าเธอ แล้วขำพรืดออกมา “ลดเลยสิ รุ่นพี่”
ในความมืด ผมรู้สึกว่าเธอจับมือผมมากุมไว้ นิ้วของเราสอดประสานกัน ความรู้สึกมันอบอุ่นกว่าการเย็ดเสียอีก คืนนี้เราต่างได้สิ่งที่ต้องการกันและกัน—แล้วมันก็แค่นั้น ไม่มีการสัญญา ไม่มีความคาดหวัง แค่สองคนที่บังเอิญมาเจอกันแล้วบังเอิญเมากันแล้วบังเอิญ… เย็ดกันในศาลาไม้เก่า
ผมหลับตาลง กลิ่นของเธอยังติดอยู่ที่ปลายจมูก เสียงลมพัดผ่านใบไม้และเสียงจิ้งหรีดร้องประสานกันเป็นเพลงกล่อม
คืนนี้อาจเป็นแค่ครั้งหนึ่งของชีวิต แต่ภาพของพนักงานร้านของชำกับรุ่นพี่สาวที่ขายของส่งบริษัท—มันจะติดอยู่ในความทรงจำของผมไปอีกนาน
กระดิ่งหน้าร้านดังกรุ๊งกริ๊งตอนเช้ามืด ฉันสะดุ้งตื่นเพราะยังไม่ได้นอน ตัวยังเปียกเหงื่อและกลิ่นของคืนนั้นติดแน่นอยู่ตามไรผม พอเปิดไฟเห็นแต่เงาตัวเองในกระจก รอยฟกช้ำที่คอและหัวนมยังแดงอยู่ชัดเจน ฉันเอามือลูบแผ่นอกตัวเอง แล้วนึกถึงตอนที่เขาคว่ำหน้าฉันลงกับพื้นศาลา ควยแข็งเสียดสีเข้าไปในหี จนน้ำแตกเลอะเทอะไปทั้งขา ทั้งตัวฉันสั่นเทาไปหมด รู้สึกเสียวซ่าในท้องน้อยจนต้องสูดหายใจลึก
พอเปิดร้านจริงจัง ป้าข้างบ้านเดินมาซื้อน้ำตาลก้อนกับปลากระป๋อง ฉันยิ้มให้ตามปกติ แต่ในหัวกลับวนเวียนแต่ภาพตอนที่เขาจับหัวฉันให้ก้มลงไปอมควยเขา คำสั่งของเขาและกลิ่นอับๆ ของใครบางคนที่ค้างอยู่บนตัวฉัน มันทำให้ฉันเงี่ยนขึ้นมาอีกทั้งที่ยืนอยู่หน้าร้าน ฉันต้องเดินเข้าไปหลังร้านรีบเปลี่ยนกางเกงในเพราะเปียกไปหมด
คืนนั้นเมื่อเขาจากไป ฉันก็รู้ว่ามันคือการปลดปล่อยอะไรบางอย่างที่คั่งค้างมานาน ไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่ความผูกพัน แค่ความต้องการของร่างกายที่บังเอิญมาลงตัวกันในเวลาที่ทั้งคู่เหงาและเมาจนเกินพอดี ฉันไม่ได้หวังอะไรจากเขาตั้งแต่แรก แค่เสี้ยวหนึ่งของคืนที่เราเอาแต่เย็ดกันโดยไม่สนใจว่าเช้าจะมาถึง
ทุกวันนี้ที่ร้านของชำยังคงมีเศษใบไม้แห้งติดมากับฝ่ามือเวลาล้วงหยิบถุงขนม มีกลิ่นสมุนไพรปนเหงื่อเวลาลมพัดเข้ามาจากทิศทางศาลาไม้เก่า และฉันก็ยังนึกถึงคืนนั้นทุกครั้งที่เก็บของตอนเย็น เพราะมันเป็นคืนที่ฉันได้เป็นตัวของตัวเอง โดยไม่ต้องแคร์ว่าใครจะคิดยังไง
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM








