เรื่องเสียว พนักงานขาย ห้างเซ็นทรัล
มันเริ่มจากความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะใต้กระโปรงทรงเอ สีกรมท่าของยูนิฟอร์ม หลังจากยืนขายครีมบำรุงผิวมาเกือบสามชั่วโมงตรง กลิ่นแอร์เย็นฉ่ำของห้างเซ็นทรัลสาขารัชดาฯ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมทดสอบจากเคาน์เตอร์ฝั่งตรงข้าม ทำให้ฉันรู้สึกเคลิ้ม ๆ แต่ที่ทำให้ฉันเงี่ยนจริง ๆ ไม่ใช่แอร์เย็นหรือกลิ่นน้ำหอมหรอก
มันคือสายตาคู่นั้นที่จ้องมองฉันมาตั้งแต่ตอนบ่ายโมงกว่าแล้ว
เขาเป็นผู้ชายอายุประมาณสามสิบต้น ๆ ไว้หนวดบาง ๆ ผมรองทรงสูงแบบสมัยนิยม ใส่เสื้อเชิ้ตผ้าดิบแขนสั้นสีขาบ สะพายกระเป๋าสะพายหนังสีน้ำตาล เดินวนมาแถวเครื่องสำอางผู้หญิงอยู่หลายรอบ จนเพื่อนร่วมงานของฉันที่ชื่อเบญจก็เริ่มสังเกต
“นั่นใครอ่ะ เดินมาห้ารอบแล้วมั้ง” เบญจกระซิบข้างหูฉัน พลางขยับปากเล็กน้อยไม่ให้ลูกค้าเห็น ฉันเหลือบมองเขาอีกครั้งแล้วรีบก้มหน้ากดขวดครีมโฟมล้างหน้าเข้าที่
“ไม่รู้จัก ไม่ใช่ลูกค้าประจำ” ฉันตอบเสียงเรียบ แต่ในใจกลับเดาไม่ออกว่าทำไมเขาจ้องฉันขนาดนั้น
ความเงียบระหว่างรอลูกค้าทำให้ฉันเริ่มนึกไปถึงเรื่องอื่น ความเสียววาบจับที่หน้าขาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มันเป็นอารมณ์ที่ฉันไม่เคยรู้สึกตอนอยู่หน้าร้านขายของมาก่อน แต่เมื่อกี้ตอนเขายืนชิดเคาน์เตอร์จนเกือบแตะข้อศอกฉัน ตอนที่เขาเอื้อมหยิบน้ำหอมขวดเล็กที่ตั้งอยู่ตรงหน้าฉันพอดี ซี่โครงของฉันมันสั่นอย่างกับถูกไฟดูด
“น้องครับ” เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้ฉันผงะ เงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาทันที ในมือเขาถือครีมกลางวันยี่ห้อดังที่วางไว้ตรงมุม “ตัวนี้เนื้อครีมมันสำหรับผิวแห้งหรือผิวมันครับ”
ฉันกระพริบตาปริบ ๆ พยายามตั้งสติ “ผิวมันก็ใช้ได้ค่ะพี่ แต่ถ้าผิวแห้งมากแนะนำเป็นตัวครีมบำรุงกลางคืนมากกว่า”
เขายิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มกวาดมองฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าอย่างช้า ๆ ก่อนจะพูดกลับมาว่า “แล้วถ้าผิวธรรมดาแบบพี่ล่ะ ควรใช้ตัวไหน”
เสียงหัวใจฉันเต้นแรงจนกลัวเขาจะได้ยิน
“อ่อ… ถ้าผิวพี่ธรรมดา ใช้ตัวสีฟ้านี่ก็ได้ค่ะ” ฉันชี้ไปที่ขวดข้าง ๆ “เนื้อบางเบา กันแดดด้วย”
เขาพยักหน้า แต่ก็ยังไม่เดินไปไหน พลิกขวดโฟมล้างหน้าในมือเล่นไปมา ก่อนจะวางลงแล้วหันกลับมามองฉันอีกครั้ง “น้องชื่ออะไรครับ” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป ดูจริงจังขึ้น ไม่ใช่เสียงลูกค้าถามเพราะมารยาทอีกแล้ว
ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าเท้าทั้งสองข้างมันเกร็งอยู่ใต้เคาน์เตอร์ หัวนมมันแข็งขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลภายใต้ยูนิฟอร์มผ้าฝ้ายหนาคู่นั้น “ชื่อฟ้า… พี่ชื่ออะไรคะ”
“พี่ชื่อหนึ่ง” เขาวางมือลงบนเคาน์เตอร์กระจก นิ้วมือสากเกรียนเล็กน้อย คงเป็นคนทำงานใช้แรง “พี่ขอเบอร์น้องหน่อยได้มั้ย”
นาทีนั้นฉันคิดถึงเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งที่บอกฉันไว้เสมอว่า ระวังผู้ชายที่มาจีบหลังเคาน์เตอร์เพราะเขาเห็นเราเป็นแค่ของเล่น แต่พอเจอของจริง สายตาที่จ้องมองมาจริง ๆ กับการที่เขาไม่เกรงกลัวที่จะยืนถามชื่อถามเบอร์ตรง ๆ มันทำให้ฉันลืมข้อควรระวังทั้งหมด
ฉันเขียนเบอร์โทรศัพท์บ้านใส่กระดาษโน้ตส่งให้เขา
วันนั้นฉันกลับบ้านด้วยความรู้สึกร้อนรุ่มในท้องน้อย เพียงแค่คิดว่าเขาจะโทรมาหรือไม่โทร มันก็ทำให้ฉันนอนดิ้นไม่หลับบนฟูกบาง ๆ ในหอพักแถวลาดพร้าวแล้ว ตอนนั้นฉันอายุยี่สิบสี่เพิ่งย้ายมาจากต่างจังหวัดได้สองปี ทำงานประจำในห้าง ใช้ชีวิตแบบสาวโสดธรรมดา ๆ ที่ไม่คิดว่าตัวเองจะเงี่ยนได้ขนาดนี้กับผู้ชายที่แค่เดินมาถามครีมกันแดด
วันที่สามหลังจากวันนั้น เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้นตอนสองทุ่มกว่า ฉันวิ่งไปรับสาย มือไม้สั่นระริก
“ฟ้าสวัสดี” เสียงเขาปลายสาย “พี่หนึ่งนะ”
“อ๋อ… พี่หนึ่ง” ฉันพยายามทำเสียงนิ่งแต่รู้สึกว่าปลายลิ้นมันรวบรัด “พี่จะซื้อครีมอะไรอีกรึเปล่าคะ”
เขาหัวเราะเบา ๆ เสียงทุ้มกังวานทะลุหูฟัง “อาทิตย์หน้าพี่จะไปเยี่ยมน้องที่ต่างจังหวัด เลยอยากซื้อของฝากสักหน่อย น้องออกเวรกี่โมงวะ มีเวลาว่างมั้ย”
ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น การที่เขาเปลี่ยนสรรพนามจาก “น้อง” ที่ดูห่างเหิน มาเป็น “น้อง” ที่ออดอ้อนแบบนี้ทำให้ฉันรู้เลยว่านี่ไม่ใช่การซื้อของฝากธรรมดาอีกแล้ว “เลิกห้าทุ่มค่ะพี่”
“งั้นพี่ไปรอที่ร้านอาหารตรงชั้นใต้ดินนะ ร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำข้างบันไดเลื่อน”
หลังจากวางสาย ฉันนั่งจ้องพัดลมเพดานด้วยหัวใจเต้นเสียจนจีบยูนิฟอร์มที่รีดเสร็จแล้วต้องรีดใหม่อีกครั้งเพราะเหงื่อท่วมมือ ฉันอาบน้ำถึงสองรอบ สระผมด้วยยาสระผมกลิ่นผลไม้ที่เก็บไว้ใช้เฉพาะวันที่ออกเดท และเลือกใส่ชุดกระโปรงสั้นสีขาวที่ซื้อจากตลาดนัดสวนจตุจักร เสื้อกล้ามสีดำเกาะอกคอกว้างแบบที่กำลังอินเทรนด์ในยุคนั้น
บรรยากาศร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำในห้างเซ็นทรัลยามใกล้ปิดห้าง ผู้คนเริ่มบางตา แสงไฟจากเพดานทาด้วยโทนอุ่นสลัว ๆ เขานั่งรออยู่ที่โต๊ะมุมห้อง ติดกระจกมองออกไปเห็นลานน้ำพุเล็ก ๆ ด้านนอก เขาใส่เสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงินเข้ม กางเกงยีนส์ขายาวที่ไม่ดูแพงมากแต่เข้ากับรูปร่างของเขาอย่างน่าประหลาด
“น้องฟ้ามาแล้ว” เขาลุกขึ้นยืนแตะแขนฉันเบา ๆ การสัมผัสแค่ปลายนิ้วทำให้ฉันขนลุกซู่ “นั่งสิ เดี๋ยวพี่สั่งก๋วยเตี๋ยวใส่ลูกชิ้นปลา อร่อยมาก”
เขาสั่งก๋วยเตี๋ยวแล้วก็ชวนคุยเรื่องทั่วไป เรื่องทำงาน เรื่องห้าง เรื่องเพื่อนฝูง แต่สิ่งที่สะกดฉันไม่ให้ไปไหนคือสายตาเขาที่จ้องมองริมฝีปากฉันตลอดเวลาที่ฉันตอบคำถาม มันเป็นสายตาแบบที่ผู้ชายจะมองผู้หญิงที่เขาคิดอยากจะเย็ด ไม่ใช่สายตาที่มองน้องสาวหรือเพื่อนร่วมงาน
หลังกินก๋วยเตี๋ยวเสร็จ เราออกจากห้างด้วยกัน เพราะห้างปิดแล้ว ประตูทางออกที่ใกล้ลานจอดรถมอเตอร์ไซค์เปิดแง้มไว้ให้พนักงานเดินออก เขาจูงมือฉันเดินลงบันไดเลื่อนที่หยุดนิ่งแล้ว มือของเขาลูบหลังมือฉันช้า ๆ ก่อนจะปล่อยตอนถึงชั้นล่าง
“บ้านฟ้าอยู่แถวไหน” เขาถามขณะเดินนำไปทางร่มไม้ข้างห้าง ที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ของเขาจอดอยู่ใต้ต้นจามจุรีใหญ่ ๆ มีมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าเวฟสีแดงคันเก่า ๆ หนึ่งคัน
“ลาดพร้าวซอยแปด” ตอบเสร็จก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังปล่อยให้เรื่องนี้ไปไกลเกินกว่าที่ตั้งใจไว้
“เดี๋ยวพี่ไปส่งนะ” เขาบอกโดยไม่ถามความสมัครใจ สวมหมวกกันน็อคครึ่งใบให้ฉันด้วยมือของเขาเอง ก่อนจะขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์และหันมามองฉันด้านหลัง
ตอนนั้นกลางคืนถนนลาดพร้าวยังไม่พลุกพล่านเท่าทุกวันนี้ รถราเริ่มบาง เสียงลมพัดผ่านหูตอนมอเตอร์ไซค์แล่นเร็ว มือฉันที่จับท้ายรถประคองตัวไว้ กลับถูกเขาดึงไปโอบเอวเขาแทน แขนของฉันแนบชิดกับลำตัวแข็ง ๆ ของเขาได้กลิ่นสบู่ผสมเหงื่ออ่อน ๆ ที่ทำให้ฉันต้องซุกหน้าลงที่แผ่นหลังของเขา
พอถึงหน้าหอพัก เขาดับเครื่องแล้วยืนเท้าสามขา มองฉันใต้แสงไฟสีส้มของเสาไฟฟ้าหน้าหอ “ขึ้นไปส่งได้มั้ย”
ประโยคนั้นฟังดูเป็นคำถาม แต่แล้วเขาก็ก้าวเท้าตามหลังฉันขึ้นบันไดไปแล้วโดยไม่รอคำตอบ
ห้องเช่าชั้นสองของฉันเป็นห้องเดี่ยวขนาด 3×4 เมตร มีโต๊ะเครื่องแป้งกระจกบานใหญ่ ตู้เสื้อผ้าสีขาวใบเก่า และเตียงนอนเดี่ยวขนาดสามฟุตครึ่งที่ปูผ้าปูที่นอนลายดอกกุหลาบ เขาก้าวเข้ามาแล้วกวาดสายตามองรอบห้องอย่างช้า ๆ ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าฉัน
“ห้องน้องเล็กแต่น่ารักดีนะ” เขาวางกุญแจมอเตอร์ไซค์ลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วหมุนตัวกลับมาจับคางฉันให้น้ำหนักของนิ้วมันค่อย ๆ กดลงบนกราม
“พี่หนึ่ง…” ฉันพยายามเปล่งเสียงแต่กลับแหบแห้งเป็นใช้การไม่ได้
เขาค่อย ๆ จูบลงบนริมฝีปากฉันครั้งแรก อ่อนโยนช้า ๆ เหมือนไม่อยากให้ฉันกลัว แต่ลิ้นของเขาที่สอดเข้ามาหลังจากนั้นไม่กี่วินาทีกลับร้อนและหิวกระหาย ฉันตอบรับการจูบนั้นอย่างหลงใหล มือของเขาเลื่อนจากคางลงมาปาดไหล่ ก่อนจะเลื่อนลงมาจับเอว กระชากร่างฉันให้แนบชิดกับลำตัวของเขาอย่างแรง
จูบนั้นยาวนานจนฉันเริ่มไม่มีลมหายใจ เขาผละริมฝีปากออกเพียงเล็กน้อย ซบหน้าลงข้างหูของฉัน พร้อมกับกระซิบเสียงแหบด้วยอารมณ์ที่แทบไม่ต้องเดา “ฟ้า… วันแรกที่พี่ยืนมองน้องตอนอยู่หลังเคาน์เตอร์ พี่รู้เลยว่าพี่จะต้องได้เย็ดน้อง”
ฉันไม่ทันได้ตอบอะไรด้วยซ้ำ มือของพี่หนึ่งก็ล้วงเข้าไปใต้กระโปรงเครื่องแบบนักเรียนของฉันแล้ว เสียงกระดุมหลุดจากผ้าฟาดลงพื้นดังเปาะ ฉันรู้สึกถึงลมเย็นของแอร์ห้างที่ปะทะผิวขาอ่อน ก่อนที่เรี่ยวแรงทั้งหมดจะหายไปเพราะนิ้วที่สอดเข้ามาในหีของฉันอย่างชำนาญ ฉันเงี่ยนจนแทบบ้า เสียวจนขาสั่น แต่พี่หนึ่งก็ยังกระซิบข้างหูว่าให้เงียบ กลัวคนเดินผ่านเห็น… ผ่านมาหลายปีแล้วนะคะ ฉันก็ยังนึกถึงวันนั้นเสมอ จะว่าเสียใจก็ไม่เชิง แต่มันเป็นบทเรียนว่าเวลาเราเด็กและใจง่าย เรามักจะตกหลุมรักคนที่พูดเพราะ ๆ และกล้าพอจะพูดคำว่า “เย็ด” กับเราต่อหน้าโดยไม่สะทกสะท้าน ฟังดูเสียว ๆ แต่ตอนนั้นมันโคตรเสียวจริง ๆ ค่ะ
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







