เรื่องเสียว นางสาวรถไฟขบวนเพล
ตัวผมเองไม่เคยคิดเลยว่าคืนที่รถไฟขบวนสุดท้ายของวันจะล่าช้าถึงสามชั่วโมงที่หนองบัวลำภู ผมนั่งอยู่บนม้าหินบริเวณชานชาลา มือถือย่ามผ้าใบเก่าๆ ที่ใส่เสื้อผ้ากับข้าวเหนียวหมูทอดที่แม่ห่อมาให้ ตอนนั้นน่าจะประมาณสี่ทุ่มกว่าแล้ว สถานีมีคนรอรถไฟไม่กี่คน ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่หอบลูกหอบหลานนั่งหลับอยู่กับพื้น
ลมหนาวปลายฝนต้นหนาวของเดือนตุลาคมพัดรู้สึกเย็นสบาย ผมถอดรองเท้าแตะออกวางไว้ข้างตัว เหยียบเท้าลงบนพื้นปูนชื้นๆ เพื่อให้หายร้อน ความเหนื่อยจากที่ทำงานก่อสร้างในกรุงเทพฯ สะสมมาตลอดอาทิตย์ รอค่ำนี้ก็จะได้กลับบ้านที่ชัยภูมิสักที รถไฟขบวนนี้มันเลททุกที ก็ชินแล้วล่ะ
ตอนนั้นเองผมก็เหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงมุมถัดไปประมาณสามเมตร เธอใส่เสื้อแขนยาวสีชมพูอ่อนกับกางเกงยีนส์ขายาว ผมสยายยาวถึงกลางหลัง ปลายผมยังมีความชื้นๆ เหมือนเพิ่งอาบน้ำมาใหม่ๆ เธอนั่งหนุนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่พลางก้มหน้าเล่นอะไรบางอย่างที่เป็นแผ่นกระดาษ ผมว่ามันน่าจะเป็นจดหมาย
ใจนึงก็คิดว่าสาวบ้านนอกเหมือนกันที่กลับมาจากทำงานที่อื่น แต่ทำไมหน้าตาสะอาดตาจัง ผิวขาวเหลืองแบบสาวอีสานแท้ๆ แต่แววตาที่ทอดมองดูมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมหยุดมองได้นาน ผมแอบจ้องเธออยู่พักใหญ่โดยไม่รู้ตัว
เธอเงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงประกาศจากลำโพงว่าไฟดับชั่วคราว ผมไม่มีจังหวะจะหลบ ก็เลยโดนสายตาคู่นั้นจับได้เต็มๆ เธอมองผมนิ่งๆ ประมาณสามวินาทีแล้วก็ยิ้มบางๆ ก้มลงไปเล่นจดหมายเหมือนเดิม แต่มือเธอจับกระดาษจนยับ การกระทำนั้นไม่ปกติ ดูเหมือนใจไม่จดจ่อกับสิ่งที่ทำ
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น อากาศเย็นแต่หัวใจมันกลับร้อนรุ่ม มันมีความรู้สึกบางอย่างที่มันกระตุกอยู่ในร่างกาย อารมณ์แบบที่ผมห้ามไม่ให้มันคิดก็คิดไม่หยุด สมองนึกถึงสาวที่เคยคบตอนอยู่กรุงเทพฯ แต่กลับมาคนนี้มันชวนให้จินตนาการหนักหน่วงกว่า
เวลาผ่านไปอีกสิบนาที ผมตัดสินใจเดินไปซื้อน้ำที่ร้านค้าหน้าสถานี ที่นั่นมีม้านั่งหินยาวหน้าห้องน้ำหญิง ผมมองเห็นเธอเดินออกจากที่เดิม เธอเดินตรงไปที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ หยิบเหรียญหยอดแล้วกดเบอร์ แต่เหมือนสายไม่ว่าง เธอถอนหายใจแรงแล้วกดวางหู ตั้งแต่อยู่ไกลๆ ผมเห็นแสงจากหน้าจอตู้สะท้อนให้เห็นแววตาเหนื่อยล้า
เธอหันกลับมาพอดีกับที่ผมเดินถือขวดน้ำออกมา เราสบตากันอีกครั้ง คราวนี้ผมเป็นฝ่ายยิ้มก่อน เธอยิ้มตอบเล็กน้อยแล้วก็เดินกลับไปที่นั่งเดิม ผมเดินตามไปนั่งที่ม้าหินฝั่งตรงข้าม ระยะห่างแค่สองเมตร มันใกล้กว่าครั้งแรก สนิทสนมจนได้ยินเสียงลมหายใจกัน
ผมชวนเธอคุยโดยเริ่มจากเรื่องธรรมดา “รถไฟขบวนนี้มันชักช้าจริงๆ น้องกลับบ้านเหรอ” เธอพยักหน้าแล้วบอกว่ากลับบ้านที่เลย เธอพึ่งกลับจากทำงานที่กรุงเทพเหมือนผม เธอบอกว่าแฟนที่คบกันอยู่สามปีเลิกกัน เลยกลับมาเยียวยาตัวเองที่บ้านเกิด ผมฟังแล้วก็อดสงสารไม่ได้ แต่ในใจอีกมุมหนึ่งก็มีความคิดที่เห็นแก่ตัวว่ามันเป็นโอกาสที่เปิดทางให้ผมเข้ามาใกล้
ผมถามต่อว่ายังกี่โมงเธอก็ตอบกลับมาเกือบทุกคำ ดูเหมือนเธอไม่รังเกียจที่ได้คุยกับผู้ชายแปลกหน้าตอนกลางคืน ผมบอกชื่อตัวเองและถามชื่อเธอ เธอบอกว่าชื่อน้ำผึ้ง ผมพูดหยอกว่าเพราะมีนัยน์ตาเหมือนน้ำผึ้งเหรอ เธอหัวเราะเบา ๆ แล้วส่ายหน้า “ชื่อแม่ตั้งค่ะ พี่ก็คิดไปได้” น้ำเสียงใสขึ้นกว่าเมื่อกี้เยอะ
น้ำผึ้งถามผมกลับบ้างว่าทำไมผมกลับบ้านดึกจัง ผมบอกว่าทำงานก่อสร้าง เลิกงานค่ำ รถไฟก็เลยพอดี เธอพยักหน้าแล้วบอกว่าชอบคนที่ทำงานกับมือ ผมได้ยินแล้วหัวใจมันกระตุก ขาของผมเผลอขยับเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว อีกใจนึงก็คิดว่ามันเชยไปหรือเปล่า แต่เมื่อเห็นเธอไม่ถอย ผมก็กล้าขยับเข้าไปนั่งข้างกัน
เวลานั้นมันช่างเดินช้าจริงๆ น้ำผึ้งบอกว่าได้ยินจากพนักงานว่าขบวนรถไฟน่าจะเลทอีกกว่าเย็นเพราะฝนตกหนักที่หัวลำโพง ผมกระซิบบอกว่าเรามีเวลาเหลือเฟือ เธอหันมามองตาผมแวบหนึ่งแล้วก็ก้มหน้า ผมเห็นขนตาของเธอกระพริบถี่ยิบ ริมฝีปากที่ชุ่มชื้นเปิดเล็กน้อยคล้ายกำลังคิดอะไร
ความต้องการทางกายมันเริ่มกดดันผนังหน้าอกเหมือนไฟที่เผาลนจากข้างใน ควยของผมมันเริ่มแข็งตัวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ภายใต้กางเกงยีนส์ที่เริ่มคับ ผมพยายามบิดขาหลบหลีก แต่ก็ทำได้ไม่สนิท กลัวว่าเธอจะสังเกตเห็นความผิดปกติ ร่างกายมันทรยศความรู้สึกที่ว่าเราควรจะใจเย็น
น้ำผึ้งบอกว่าเธอหนาว ผมเลยชวนเธอไปยืนที่ใต้หลังคาใกล้ ๆ ห้องเก็บสัมภาระด้านทิศใต้ของสถานี เพราะลมแรงไม่สู้ ที่นั่นมีไฟสลัวและเป็นมุมที่พนักงานไม่ค่อยหมุนเวียนมา เธอลังเลนิดนึง แต่แล้วก็ลุกขึ้นเดินตามผมไป ในก้าวเดินของเธอ มันเหมือนปล่อยตัวปล่อยใจให้เป็นไปตามสถานการณ์
พอถึงที่มุมนั้น ผมยืนคิดหาคำพูดกลบเกลื่อนความเงียบ แต่ก่อนที่ผมจะได้พูดอะไร น้ำผึ้งก็มาจับข้อมือผมไว้ “พี่ครับ.. มันเหนื่อยจริงๆ” เสียงเธอแผ่วเบา มือเย็น ๆ จับที่ท้องแขนผม ผมได้กลิ่นแชมพูแบบถูก ๆ ที่คุ้นจมูก กลิ่นเด็กบ้านนอกผสมกับกลิ่นตัวอ่อน ๆ ทำให้เงี่ยนขึ้นมาทันที
ผมโอบเอวเธอเข้าไปหาโดยไม่บอกไม่กล่าว เธอไม่ได้ดิ้นหรือขัดขืน ร่างเล็กนุ่มของเธอแนบเข้ามาในอ้อมแขนผมอย่างง่ายดาย ผมรู้สึกถึงลมหายใจที่ร้อนขึ้นของเธอผ่านเสื้อบาง ๆ ผมก้มลงไปจูบที่ข้างคอของเธอ ผิวตรงนั้นเย็นนุ่มละมุนลิ้นจนเสียวลึกเข้าไปในกระดูกสันหลัง
เธอส่งเสียงครางเบา ๆ แล้วก็ขยับคอให้ผมจูบได้ถนัดขึ้น มือของผมเลื่อนลงมาจับก้นกลม ๆ ของเธอผ่านกางเกงยีนส์ที่ตึง เธอยกก้นขึ้นเล็กน้อยให้มือผมทำงานสะดวกขึ้น ผมบีบอย่างแรงและเร็วเพื่อปลดปล่อยความอดทนที่สะสมมาตลอดทั้งเดือนที่ไม่ได้เย็ดใคร
ผมจูบปากเธอคราวนี้หนักหน่วงขึ้น ลิ้นพันกันโดยไม่มีใครขัด มือผมปลดกระดุมกางเกงยีนส์ของเธอแล้วล้วงเข้าไปข้างในเจอซับในที่บางเฉียบ นิ้วผมสัมผัสหีของเธอที่เริ่มเปียกชื้น เธอตัวสั่นแล้วกอดผมแน่น ร่างกายตอบสนองทุกการเคลื่อนไหวของผม
น้ำผึ้งกระซิบที่หูผมว่า “พี่… อย่าทำตรงนี้” แต่เสียงของเธอไม่ใช่ห้าม มันเป็นคำขอที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ผมจูบเธออีกครั้งแล้วกระซิบกลับ “งั้นพี่หาที่ให้” เธอพยักหน้าแล้วจูบที่ไหปลาร้าผมเป็นการตอบรับ รอบข้างมืดและสลัว แทบไม่มีผู้คนผ่านมา ผมลูบหีของเธอผ่านกางเกงในที่บางเฉียบนั้นต่อไป นิ้วก้อยผมเลียบริมขอบร่องก่อนจะสอดเข้าไปแตะแคมที่กำลังขยายตัว
ผมพาเธอเดินเลี้ยวไปอีกฝั่งของสถานีที่มีห้องปูนร้างข้างถังขยะ ที่นั่นมืดสนิท มีแต่แสงไฟจากแถวนั้นพอให้เห็นโครงร่างกัน เราไม่ต้องพูดอะไรกันอีกแล้ว ผมดึงกางเกงยีนส์ของเธอลงทันที เธอยกขาไขว้หลังผม เปิดให้ผมเข้าไปถึงเป้าที่เปียกชุ่มผมเอามือกุมควยของตัวเองที่แข็งจนล้นมือ กรี้ดกางเกงลงมาได้แค่ครึ่ง เธอก้มลงมองควยผมแล้วก็กลืนน้ำลาย ผมดันเธอพิงกำแพงไม่รอช้าอีกต่อไป
ผมดันควยเข้าไปหาความเปียกชื้นของหีเธอโดยไม่ต้องดู ปลายควยผมแตะแคมที่เปิดออก ผมดันเข้าไปทีละน้อย เสียงเธอร้องออกมาแผ่วเบา “อื้อ…” หีเธอรัดควยผมแน่นผิดปกติ มันร้อนและชื้น ชุ่มไปด้วยน้ำที่เปียกจนไหลซึมลงมาที่โคน ผมดันเข้าไปจนสุด รู้สึกถึงปากมดลูกของเธอที่กระทบปลายควย เธอกัดริมฝีปากตัวเองแน่นแต่ก็เก็บเสียงไว้ไม่อยู่
“พี่ตูน… เย็ดหนู… เย็ดแรงๆ ได้เลย” เธอกระซิบเสียงสั่น ผมเริ่มขยับตัวเข้าออกช้าๆ ก่อนจะเร็วขึ้น ทุกครั้งที่ดึงออกมามันรู้สึกถึงรอยหยักของหีเธอที่เสียดสีกับแกนควยผม เสียวตั้งแต่วูบแรกที่ปลายควยผมถูกับปากหีตอนกำลังจะเสียบเข้าไปใหม่
ผมเงยหน้ามองใบหน้าเธอในที่มืดสลัว เห็นดวงตาที่ปิดครึ่งหนึ่ง เห็นริมฝีปากที่แยกออกเล็กน้อย เธอกำลังเม้มปากตัวเองตอนโดนเสียบเข้า เสียงเนื้อกระทบกันดังเสียดสีไปกับกลิ่นคาวบางๆ ที่ลอยมาแตะจมูกผม ผมก้มลงไปดูดซอกคอเธอที่เหงื่อซึม รสเค็มอ่อนๆ ทำให้ผมเงี่ยนหนักขึ้น
“อีกครับ… เร็วอีก” ผมกระซิบพลางโน้มตัวช้อนขาเธอให้สูงขึ้น แทงเข้าลึกขึ้นทุกที ตอนที่ควยกระทบกับจุดลึกในหีของเธอ เธอสะดุ้งทั้งตัว มือที่กอดไหล่ผมบีบแรงเหมือนกรงเล็บ “ตรงนั้นแหละพี่… ตรงนั้น…” ผมจัดท่าให้มั่นคงแล้วเสียบเข้าเป้าหมายเดิมซ้ำๆ โดยไม่ออกจากจุดนั้น
น้ำหีของเธอเริ่มไหลเยิ้มออกมาขณะที่ผมขยับ เสียงเสียดสีชัดเจนขึ้นมาจากความเปียกชุ่ม เธอยกขามาเกี่ยวเอวผมอีกข้าง มั่นคงขึ้น มือผมไม่ว่างเพราะต้องจับก้นเธออีกข้างไว้ตอนกระแทก ความเสาวิ่งจากปลายควยผ่านกระดูสันหลังไปถึงขมับ มันเสียวจนแทบจะลื่นไหลออกจากร่าง
“อย่าหยุดนะพี่…” เธอบอกเสียงเครือ ผมเห็นน้ำตาเธอซึมออกมามุมนิดหน่อย แต่ไม่ใช่เสียใจ มันเป็นน้ำตาจากความเสียวที่สะสม จนทนไม่ไหวผมก้มลงจูบปากเธออีกครั้ง ลิ้นเธอดูดควักกับลิ้นผมไม่ยอมคลาย ขณะที่ผมกระแทกควยลงบนหีเธออย่างไม่ปรานี
เราสองคนหายใจหอบหนักอยู่ในความมืด เสียงตีกันดังอีดอกอีดอกสะท้อนกับผนังปูน ผมเริ่มเสียบเร็วขึ้น เสียวเสียบเร็วขึ้นจนตัวโยน เสียงของเราเริ่มดังขึ้น เธอร้องครางออกมาไม่หยุด “พี่ครับ…ผมใกล้แล้ว” ผมกระซิบบอกเธอแล้วก็พยายามจะดึงออก แต่เธอใช้ขารัดเอวผมไว้แน่น
“อย่าดึงออก… เอาในหนูเลยพี่” คำพูดของเธอดังชัดในหูผม ผมมองตาเธอในความมืดสลัว แล้วก็ยอมตามใจ เสียบต่อเนื่องเร็วแรงไม่ยั้ง สุดท้ายควยผมก็ปล่อยน้ำในหีเธอจนเต็ม ร่างผมเกร็งตัวสั่น เสียวจนแทบยืนไม่อยู่ เธอไม่ได้นิ่ง ร่างบางแนบแน่นกับผมเหมือนเก็บกลั้นไม่ให้ของไหลออก
หลังจากนั้นเรานิ่งกันไปพักใหญ่ หายใจหอบใส่กันในที่มืด ผมไม่คิดจะดึงออกทันที ปล่อยให้ควยคาอยู่ในหีเธอที่ยังอุ่นชื้น เธอซบหน้าลงบนบ่าผม ถอนหายใจยาว ผมยืนเซไปพิงกำแพงห้องปูนด้วยกันทั้งคู่ ไม่ยอมแยกจาก
“พี่ตูน… หนูไม่เคยคิดว่าจะมาทำแบบนี้บนสถานีรถไฟ” เธอพูดเสียงเบา พลางขยับก้นเล็กน้อยเป็นจังหวะทำให้ควยผมขยับตาม “แล้วก็ไม่เคยได้เสียวมากเท่านี้มาก่อน” เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ หวาน
ผมยิ้มในความมืด ลูบหลังเธอแผ่วเบา “พี่ก็ไม่เคยเหมือนกัน” ความจริงมันคือสิ่งที่ผมพูดออกไป มือผมเลื่อนจากหลังเธอมากุมก้นแน่นแล้วบีบเบาๆ “แต่เรายังไม่จบแค่นี้” ผมบอกและเริ่มขยับเอวอีกครั้ง ทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย
เธอหัวเราะเบาๆ แล้วกระซิบ “พี่ยังไม่หายเงี่ยนอีกเหรอ?” พลางแขนเธอกอดคอผมแน่นขึ้น “งั้นหนูขอขึ้นคร่อมพี่เอง” เธอผลักผมให้พิงฝา แล้วขยับตัวพลิกกลับ เอาหันหลังให้ผมเอง ทำให้ผมต้องดึงควยออกมาแล้วสอดเข้าไปใหม่จากด้านหลังตอนนี้เธอเป็นฝ่ายควบคุมจังหวะเสียเอง
ผมจับสะโพกเธอทั้งสองข้างขณะที่เธอโยกตัว ผมเห็นแผ่นหลังโค้งเว้าสวยในความมืด เห็นรูปร่างที่สะท้อนจากแสงไฟไกลๆ เธอโยกช้าแล้วเร็ว มือผมไม่อยู่สุข ลูบไล้ไปตามหน้าท้อง ไปถึงหว่างขาที่ผมกำลังเสียบอยู่ ผมใช้นิ้วกดเม็ดเล็กตรงหน้าหีเธอที่โผล่พ้น เธอร้องครางยาวแล้วโยกหนักขึ้นกว่าเดิม
“เย็ดหนูเลยพี่… เอาอีก” เธอพูดขณะโยกตัวรับควยผมด้วยความเงี่ยน ผมเริ่มขยับสะโพกตามจังหวะเธอ ตอนนี้เราเย็ดกันในท่าที่เธอควบคุม แต่ผมก็ช่วยกระแทกสวนกลับเป็นช่วงๆ เสียงเนื้อกระทบกันดังอีดอกอีดอกอีกแล้ว แต่คราวนี้ดังกว่าเดิมเพราะไม่มีผนังรอง
เธอโยกแล้วโยกเล่า จังหวะของเราสองคนเข้ากันดี จนน้ำหีของเธอไหลเยิ้มออกมาปนกับน้ำควยผมที่ค้างอยู่ข้างใน กลิ่นคาวโชยอ่อนๆ เสียวสะท้านอยู่ที่ปลายประสาททุกครั้งที่ขยับ เธอยังไม่หยุด โยกหนักขึ้นเรื่อยๆ จนผมแทบไม่อยากเชื่อว่าเด็กสาวที่ดูเรียบร้อยบนรถไฟจะเงี่ยนขนาดนี้
“ใกล้จะเสร็จแล้วพี่…” เธอบอกเสียงหอบ ผมกระแทกสวนกลับแรงขึ้นแทนคำตอบ เธอร้องลั่นในลำคอ ร่างรับส่งแรงกระแทกทุกครั้ง จนในที่สุดเธอก็หยุดนิ่ง เกร็งทั้งตัวแล้วตัวสั่นระริก เสียงครางยาวของเธอดังอยู่ในความมืด
นาทีนั้นความเสียวของผมก็มาพร้อมกันอีกครั้ง ผมปล่อยน้ำในหีเธออีกเป็นครั้งที่สอง ควยผมดันเข้าไปสุดแล้วปล่อยทั้งหมด เธอทรุดตัวลงกับพื้น ผมตามลงไปนั่งชันเข่าข้างๆ จังหวะนั้นเองที่ไฟสถานีดับวูบลงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาสว่างอีกครั้ง เรานิ่งกันอีกครั้งในความมืดที่เพิ่งกลับมาเป็นสว่าง
ผมมองนาฬิกา เกือบตีสองแล้ว เธอหันมามองผม ผมเห็นแววตาเธอแปลกไป น้ำผึ้งขยับตัวหยิบโทรศัพท์ที่ตกอยู่ข้างกองเสื้อผ้า หน้าจอสว่างขึ้นตอนเธอกดดูข้อความ ใบหน้าเธอซีดลงทันที
“มีอะไร?” ผมถาม เธอไม่ตอบ แต่ยื่นจอโทรศัพท์ให้ผมดู บนนั้นมีข้อความจากเบอร์ที่เซฟชื่อว่า “พ่อ” ข้อความล่าสุดเพิ่งส่งมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน — “พ่อกำลังไปรับที่สถานี รู้แล้วว่าอยู่ไหน”
“พ่อกำลังไปรับที่สถานี รู้แล้วว่าอยู่ไหน”
ผมมองข้อความนั้นแล้วขนลุกซู่ น้ำผึ้งหน้าเผือด รีบก้มลงเก็บเสื้อผ้าที่กระจายเต็มพื้น ผมช่วยเธอหยิบกระโปรงกับเสื้อชั้นในที่หล่นอยู่ใต้เก้าอี้
“เร็วๆ ต้องรีบ” เธอพูดเสียงสั่น มือเธอสั่นจัดจนติดกระดุมเสื้อไม่ติด ผมช่วยรูดซิปกระโปรงให้เธอ เส้นผมเธอยุ่งเหยิงเพราะเราเพิ่งเสร็จกันเสียวๆ สดๆ ร้อนๆ
“พ่อแกอยู่ชานชาลาไหนวะ?” ผมถาม น้ำผึ้งส่ายหน้า “ไม่รู้ แกเพิ่งข้อความเมื่อกี้” เธอล้วงมือค้นกระเป๋าหยิบกระจกเงาขึ้นมาส่อง ทาปากแก้ผ้าเช็ดเหงื่อที่ซอกคอ
ผมหยิบเสื้อยืดสวมคืน แต่หัวนมมันยังแข็งตุงอยู่จากที่เพิ่งปลดปล่อย เสียววาบขึ้นมาอีกนิดตอนกางเกงรูดขึ้นมาจับควยตัวเองที่ยังชื้นๆ
“เดินไปกับฉันก่อน” น้ำผึ้งบอก ผมจับมือเธอ ออกจากห้องน้ำหญิงที่แคบนั้น กลิ่นสาบของเรายังไม่จาง เดินออกมาเจอไฟสว่างจ้าสถานีรถไฟตอนเกือบตีสอง
มีคนนั่งรอรถอยู่ไม่กี่คน หญิงชราคนหนึ่งนั่งหลับ พนักงานกวาดพื้นกำลังปัดกวาดอยู่ปลายชานชาลา สายตามองฉวัดเฉวียนไปทั่ว ผมและน้ำผึ้งแยกมือจากกัน
“ไปซ่อนตรงขายของก่อน” ผมกระซิบ เธอพยักหน้า เราย่างกรายไปยังตู้ขายน้ำอัดลมที่มืดตึก ผมซื้อโค้กกระป๋องสองกระป๋องทำเป็นปกติ ตีนผมมันเทอะๆ จากที่เพิ่งเย็ดกันมา
เสียงโทรศัพท์น้ำผึ้งดังขึ้น เธอหน้าซีดกดรับ “ครับพ่อ… หนูอยู่แล้ว… ห้องน้ำผู้หญิงครับ เดี๋ยวหนูออกไป” เธอพูดเสียงกลบเกลื่อน ผมสบตาเธอ สัญญาณตกลงกันว่าจะแยกกัน
เธอเดินออกไปทางประตูกระจก ผมยืนกอดอกมอง สักพักพ่อของน้ำผึ้งก็เดินเข้ามาในสถานี ผู้ชายวัยห้าสิบ รูปร่างสูงใหญ่ค้อนข้างดุ เขามองตาเขียวใส่ผมที่ยืนอยู่แถวเก้าอี้
ผมก้มหน้าก้มหน้าดูดโค้ก พยายามทำตัวเป็นคนรอรถไฟ พ่อของน้ำผึ้งเดินเลยไปทางห้องน้ำหญิง ความเสียวที่เปลี่ยนจากเสียวเย็ดกลายเป็นเสียวกลัวชาไปทั้งตัว
เขายืนเคาะประตูห้องน้ำ “น้ำผึ้งออกมาได้แล้ว” เสียงเขาก้องไปทั่ว แล้วก็เงียบ ไม่มีเสียงตอบ เขายืนรอ คนทำความสะอาดมองแปลกๆ
ผมเห็นน้ำผึ้งเดินออกจากร้านสะดวกซื้ออีกฝั่งของสถานี เธอทำท่าเหมือนเพิ่งออกจากห้องน้ำ สะพายกระเป๋าเดินมาหาพ่อ สีหน้าใสซื่อ
“หนูเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วค่ะพ่อ” พ่อหันมามอง มองผมอีกครั้ง สายตาจ้องเขม็งเหมือนรู้หรือไม่รู้อะไรบางอย่าง
“รีบกลับบ้าน คืนนี้หนูไม่สบายอีกแล้ว” เขาลากข้อมือน้ำผึ้งเดินออกไป เธอหันมามองผมแวบหนึ่ง ก่อนที่ประตูจะปิดลง ความเงียบเข้าครอบคลุมสถานีอีกครั้ง
ผมนั่งลงตรงเก้าอี้ แขนขายังอ่อนแรง ควยที่เพิ่งเย็ดหีเธอไปสดๆ ร้อนยังมีกลิ่นเธอติดเสื้อผ้า เสียววาบเมื่อนึกถึงนาทีที่พ่อเธอยืนมองหน้าเรา
ความกลัวกับความเสียวมันผสมกันในอก ตอนนี้รถไฟขบวนแรกกำลังมา เสียงหวูดที่คุ้นเคย ผมลุกขึ้นขึ้นรถขบวนนั้น รถไฟที่กำลังพาผมไปไหนก็ได้ที่ไม่มีน้ำผึ้ง
รถเริ่มเคลื่อน ผมนั่งตรงเบาะริมหน้าต่าง มองพระอาทิตย์ที่เริ่มขึ้นสีส้มอ่อน ความเงียบเหงาและความเสียวที่ยังไม่หายดี
ตัวผมเองไม่คิดเลยว่าคืนที่เสียสาวมูลค่าสามร้อยจากสถานี จะจบลงด้วยการเกือบโดนพ่อเธอจับได้ แถมยังได้เย็ดกันครั้งสุดท้ายที่มันเฉี่ยวและเสียวที่สุดในชีวิต
นี่แหละชีวิตรถไฟขบวนเพล ถ้าใครจะมานั่งเที่ยวดึก อย่าลืมว่าบางทีความเสียวของคนอื่นอาจจะไม่จบแค่คนสองคน แต่รวมถึงความกลัวที่วิ่งตามหลังปีกหีมา
พี่ๆ ฟังแล้วคงขำขื่น บางทีความเสียวที่เราหา มันก็มาตามคราวของมัน และสุดท้ายก็สะท้านกลับมาใส่ตัวเราเอง เป็นบทเรียนให้ผมไม่แหย่รังต่อในคืนสถานีอีกตราบนานเท่านานครับ
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM








