เรื่องเสียว รอยเย็ด-รอยเล็บ ควยใหญ่ทำไมถึงใจร้าย กระแทกจนขาแทบทรุด เสียวโคตร…อ้าาา
เรื่องมันเริ่มต้นจากอะไรธรรมดาๆ แค่นั้นจริงๆ นะครับ เช้าที่อากาศร้อนอบอ้าวเหมือนทุกวัน ผมเดินเข้าออฟฟิศพร้อมกาแฟเย็นในมือ กลิ่นแอร์เย็นกับกลิ่นเอกสารปะปนกันจนชิน พนักงานต้อนรับยกมือไหว้ยิ้มแห้งๆ ลุงยามหน้าประตูสูดกาแฟร้อนจากแก้วสแตนเลส ทุกอย่างเหมือนเดิมหมด ยกเว้นคนเดียว…
“พี่โตส เช้านี้แกงส้มใส่ปลาอะไรครับ”
เธอเดินสวนมาในชุดเดรสสีเนื้อเรียบๆ ผมยาวสลวยปล่อยประบ่า กลิ่นแป้งเย็นลอยตามลมแอร์บางเบา รอยยิ้มมุมปากแบบที่ผมจำได้ดี มันไม่ใช่แค่ทักทาย แต่มันเป็นการหยอกเล่นในทีมเดียวกัน เล็กๆ ขำๆ แต่กับผมแล้ว… มันสะกิดหัวใจทุกครั้ง
“ปลาช่อนครับน้องมินท์ แล้วก็ไข่เจียวชะอมด้วย” ผมตอบกลับยิ้มๆ
เธอพยักหน้าพลางเชิดคางนิดหนึ่ง มือเล็กเรียวชูนิ้วโป้งให้ก่อนเดินเลี่ยงเข้าห้องทำงานตัวเอง ห้องผมอยู่ตรงข้าม มีกระจกใสกั้นแค่ครีมเทาๆ ที่ดึงขึ้นลงได้ ผมเห็นเธอนั่งลง เปิดจอ ชิมกาแฟจากแก้วสีชมพู แล้วเหลือบตามองผมผ่านกระจกนิดหนึ่ง แค่นั้นแหละครับที่ทำให้ใจเต้นแรงจนต้องแสร้งก้มหน้าก้มตาทำงาน
ความสัมพันธ์ของเรามันเป็นแบบนั้นมานานหลายเดือนแล้ว ต่างคนต่างรู้อยู่ลึกๆ ว่าชอบกัน แต่ไม่มีใครพูดตรงๆ ผมเป็นรุ่นพี่แผนกบัญชี เธอเป็นรุ่นน้องแผนกการตลาด ชั้นเดียวกัน พักกลางวันเจอกันบ้าง เดินสวนกันหน้าห้องน้ำบ้าง สบตากันทีก็รีบหลบ ไม่กล้าทักให้มากกว่านั้น
แต่สิ่งที่ผมจำไม่เคยลืม คือวันหนึ่งฝนตกหนักมาก ไฟฟ้าที่ออฟฟิศวูบบ่อยๆ จนหัวหน้าปล่อยให้กลับก่อนเวลา ผมเดินไปที่ลานจอดรถ เห็นเธอยืนหอบเอกสารไว้กับอก มองฟ้าฝนสีเทาจ๋า สองแขนเปลือยกอดกระเป๋าผ้าไว้แน่น เดรสสีอ่อนที่เริ่มเปียกน้ำฝนจากละอองลมแนบกับเนื้อตัวจนเห็นส่วนเว้าโค้งรำไร เธอไม่ได้ใส่บรษิทแบบดันทรง แต่เป็นแบบผ้าบางที่พอเปียกแล้วทำให้เห็นรอยนูนของหัวนมผ่านเนื้อผ้าอย่างชัดเจน
“มินท์ เดี๋ยวพี่ไปส่ง” ผมพูดเสียงนิ่ง สะกดใจตัวเองเอาไว้
เธอหันมายิ้ม ตาใสเหมือนเด็กได้ของเล่น “รบกวนพี่โตสด้วยจริงๆ นะคะ เรียกรถแอปฯ ก็ไม่ยอมมารับสักที”
ระหว่างทางรถติดมาก ฝนกระหน่ำจนต้องเปิดปัดน้ำฝนระดับแรงสุด ที่ปัดปาดไปมาผวับๆ เหมือนจังหวะหัวใจผม แล้วรถก็จอดนิ่งกลางแยก พระอาทิตย์ยังไม่ตกแต่ฟ้ามืดครึ้ม เธอนั่งข้างกันใกล้กว่าที่เคย กลิ่นตัวเธอผสมกลิ่นฝนลอยอวลเต็มรถ ยี่สิบนาทีผ่านไป… สามสิบนาที… เธอเริ่มขยับตัวบ่อยๆ ขาเรียวขยับหนีบเข้าหากัน มือบีบกระโปรงเดรสไว้แน่น
“เป็นอะไรหรือเปล่า” ผมถาม หันไปเห็นเธอกัดริมฝีปากล่าง เบือนหน้าหนีออกกระจกข้าง
“คือ… มินท์ฉี่นานแล้วค่ะ ไม่ไหวจริงๆ”
สิ้นคำนั้นแหละครับ ความเงียบในรถกลายเป็นความกดดันมหาศาล เธอหันมามองหน้าผม ตากลมโตเว้าวอน แก้มแดงเรื่อๆ “แถวนี้มีห้องน้ำที่ไหนไหมคะ”
รถติดกลางถนน ฝนตกหนัก ทางเท้าก็ยังไม่เห็นจะปลอดภัย ผมมองสลับระหว่างหน้าเธอกับซองยาดมที่วางอยู่บนคอนโซล คิดหาทางออก แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับร้านสะดวกซื้อใหญ่ที่อยู่เลยสี่แยกไปหน่อยเดียว ต้องออกนอกเส้นทางเล็กน้อยแต่พอไปถึงได้
“เดี๋ยวพี่พาไปเซเว่น เอาไหวไหม”
เธอพยักหน้าถี่ๆ เอวคด หนีบขาไว้
ผมตัดสินใจหักพวงมาลัยออกซ้าย ลัดซอยเล็กแคบๆ ข้างร้านก๋วยเตี๋ยวจนถึงลานจอดร้านสะดวกซื้อ ยังไม่ทันจอดสนิทดี เธอก็ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วเปิดประตูรถพรวดพราดขึ้นไปยืนรอจ่ายตังค์เข้าห้องน้ำหน้าตาตื่น ผมจอดตามเข้าไปนั่งรอที่มุมร้าน รู้สึกว่าตัวเองโคตรมีความสุขกับการได้ดูแลเธอแค่นี้ หัวหน้าตัวเองจะด่าแค่ไหนที่ออกนอกเส้นทาง… ช่างมัน
ตั้งแต่วันนั้นเราก็สนิทกันมากขึ้น เธอเริ่มแวะมาคุยที่โต๊ะผมบ่อยๆ เอากาแฟมาให้บ้าง ขนมถ้วยเล็กๆ บ้าง บางวันก็ชวนกินข้าวเที่ยงด้วยกันสองคน วันหนึ่งในห้องพักพนักงาน ตอนพักกลางวัน อากาศร้อนอบอ้าวมาก เครื่องปรับอากาศเสียพอดี เธอนั่งพัดตัวเองด้วยพัดลมกระดาษ เม็ดเหงื่อเล็กๆ ผุดที่อกลึกของเดรส ผู้ชายในห้องหลายคนแอบมอง แต่ไม่มีใครกล้าทำอะไรนอกจากเหล่ตา
“พี่โตสถือแฟ้มไปประชุมด้วยนะ เมื่อวานยายเลขาสั่งเอกสารหาย” เธอพูดเสียงเนือยๆ เช็ดเหงื่อที่ซอกคอด้วยทิชชูแผ่นบาง
แล้วก็มาถึงวันสำคัญ… วันที่ออฟฟิศเราไปสัมมนาประจำปีที่รีสอร์ตติดทะเล ผ่านไปเย็นแรกๆ งานเลี้ยงกลุ่มย่อยตามแผนกก็เลิกดึก ผมดื่มเบียร์ไปหลายขวดจนหน้าแดงไม่รู้ตัว ระหว่างเดินกลับห้องพัก ใต้แสงไฟสลัวริมสระว่ายน้ำ เธอยืนรออยู่เงียบๆ ในชุดเดรสสั้นสีขาวลินิน รองเท้าแตะเส้นเล็ก เผยเรียวขาขาวเนียนสะท้อนน้ำ
“มินท์รอพี่โตสอยู่เหรอ” ผมถาม เข้าไปใกล้จนได้กลิ่นดอกไม้หอมเย็นจากเส้นผมเธอ
“ค่ะ… อยากคุยด้วยนิดหน่อย” เธอเอ่ย
แล้วอยู่ๆ เธอก็ซบหน้าลงกับอกผม เงียบอยู่นานจนเหมือนเวลาในค่ำคืนนั้นถูกแช่แข็งไว้ ผมไม่รู้จะวางมือตรงไหน สุดท้ายก็ใช้ฝ่ามือหนักๆ กดลงบนศีรษะเธอเบาๆ เป็นเชิงปลอบ
“พี่โตสคิดยังไงกับมินท์คะ” เสียงเธอพร่าเบา อู้อี้กับอกผม
“พี่จะไม่มีวันทำอะไรให้น้องมินท์ลำบากใจ” ผมตอบอย่างนั้น
เธอเงยหน้าขึ้น น้ำตาคลอ ตาคมจัดส่งสายตาแบบผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความต้องการอะไรบางอย่าง ดวงตาคู่นั้นสั่งให้ผมกลั้นหายใจ เธอใช้มือจับข้อมือผม พลิกขึ้นคว่ำลงเหมือนสำรวจ
แล้วเธอก็จูบผมก่อน
ริมฝีปากนุ่มๆ นั้นสัมผัสริมฝีปากผมช้าๆ เหมือนจะถามว่า “ได้ไหม” ผมตอบโดยไม่ได้ใช้คำพูด แต่ใช้สองแขนกอดเธอขึ้นมาแนบอกพาเดินเลี่ยงเข้าไปทางบันไดหนีไฟหลังตึก รูปทรงของหน้าอกสาวอวบนุ่มกดน่วมอยู่กับหน้าอกผม เธอครางเบาๆ ในลำคอ “อือ…” เมื่อผมกัดติ่งหูเล็กๆ ข้างซ้ายของเธอ
คืนนั้น ผมอุ้มเธอเข้าไปที่ห้องพักซึ่งมีเพียงเสียงทะเลกระทบฝั่งไกลๆ เธอปลดเสื้อผ้าให้ตัวเองช้าๆ เผยเรือนร่างขาวละเอียด เอวคอด สะโพกผายบอบบาง หีของเธอโหนกนูนสวยมีขนบางเบา กลีบสีชมพูอมน้ำตาลอ่อนยังปิดสนิท ราวกับรอให้เปิดออก ผมใช้ปากเล้าโลมตั้งแต่ซอกคอ สะบัก เอวบาง จนเธอสั่นสะท้าน บั้นท้ายหน่อยุบยวบยาบ เธอสอดนิ้วเข้าไปในผมผมและคราง
“อ๊ะ… พี่โตส… ตรงนั้น… อือ…”
ผมเลียปากแผลของหัวนมสีชมพูเข้มสลับดูดเบาๆ เธอครางเสียงขึ้น อกกระเพื่อมแรง มือบีบไหล่ผมแน่น “เสียว… เสียวจัง…”
จากนั้นมือผมจึงไต่ลงไปตามสะดือ ผ่านเนินหีอิ่มนูนขึ้นมารับนิ้ว ผมใช้นิ้วกลางค่อยๆ เขี่ยร่องแคบ เธอผงะเล็กน้อยแต่สะโพกดันสวนขึ้นตาม
“อื้อ… อย่าเพิ่ง… อ่อนจัง… แล้วก็… อือ…”
“พี่จะเข้าได้ไหมมินท์” ผมถามเสียงกระซิบแล้วกัดใบหู
“ได้… แต่ว่า… ค่อยๆ เข้า…”
ผมดันควยเข้าไปช้าๆ ร่องหีคับแน่นบีบรัดควยผมตั้งแต่หัวควยยันโคน ปากเธอแบะอ้าครางยาว “อ้าาา…” เธอโยกสะโพกสวนขึ้นรับจนผมต้องโอบเอวเธอ ยกร่างให้จังหวะเข้าลึกทุกครั้ง เตียงดังเอี๊ยดอ๊าดไปกับคลื่นทะเลด้านนอก เหงื่อไคลของเราสองคนเปียกชื้นไปทั้งตัว เสียงครวญครางมันสอดแทรกตามแรงโยก
“เสียวมาก… เสียวโคตร… พี่โตส… ลึกอีก… อ๊ะ อ๊ะ… ตรงนั้นมันใช่… อ้าาา…”
มันไม่ใช่แค่การเย็ดกันธรรมดา มันคือการสนทนาตอบโต้กันผ่านร่างกาย ทุกครั้งที่ผมกระแทกเต็มแรง เธอจะร้องคำว่า “ว่ารัก” ปนไปกับเสียงคราง จนผมไม่อาจแยกได้ว่าเธอร้อง “พี่โตส… มินท์รัก…” หรือมันเป็นเพียงเสียงกระเส่า
ผมเปลี่ยนจังหวะเป็นเสือลำบาก โดยจับเอวเธอหันหลัง โก่งสะโพกขึ้นคว่ำหน้าลงหมอน เมื่อผมสอดควยเข้าไปจากด้านหลัง เธอร้องลั่นห้องจนผมเอามือปิดปากเธอไว้ เธอดูดนิ้วผมจนเปียก เสียงครางหายใจรุนแรงปนคำสาปแช่งว่าทำไมพี่โตสควยใหญ่ทำไมถึงใจร้าย กระแทกจนขาแทบทรุด แล้วพลิกกลับมาใหม่เป็นท่าควบม้า ผมให้เธอขึ้นคร่อมแล้วบดเอวสั่นๆ สองมือเธอท้าวบนอกผม ตะโพกงามขยับหมุนเป็นวง กลีบหีเสียดสีกับโคนควยจนแฉะ เสียงน้ำสาดเสียดกันมันชัดเจนไม่แพ้เสียงสาบถอ่อยๆ ของเธอ
“จะแตกแล้ว… พี่โตส… มินท์จะไป… อ้าาา… ค้างไว้ตรงนั้น… อย่าหยุด… ไหวๆ…” เธอครวญ
ผมกระตุกควยขึ้นรับเป็นจังหวะแรงเมื่อถึงพีค ปล่อยน้ำรักเข้าไปข้างในแน่นๆ จนเธอตาซึมมือทุบอกผมเบาๆ ปากพึมพำ “หมดแล้ว… โอ๊ย… ไม่ไหวแล้ว พี่ทำมิ้นท์ตัวแตกหมดแล้ว”
เรานอนกอดกันยาวจนคลื่นสงัด ค่อยปรับลมหายใจซบไหล่กัน
เช้าวันถัดมาแสงแดดส่องทะลุม่านบาง เธอนอนพิงอกผมเงียบๆ ผิวแก้มช้ำแดง เพราะคางที่เสียดสีกับไรหนวด แล้วเธอก็ลากเล็บเบาๆ เป็นทางยาวที่ข้อพับแขนผม ทิ้งรอยแดงจางไว้
“พี่โตส… หนูไม่เคย ‘แอบชอบ’ พี่เลยตั้งแต่แรก”
ผมหันไปจูบผมเธอ ยิ้ม “ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ผมก็ลืมไม่ได้เหมือนกันวันนั้นแกงส้มใส่ปลาช่อน ชิมไม่อร่อยเลย เพราะอดมองหน้าคนใส่ต่างหูดอกเดซี่”
เธอหัวเราะคิกคัก “ติงต๊อง!”
ความสัมพันธ์เราไม่ได้ถูกเก็บเป็นความลับอีกต่อไป มันถูกประกาศด้วยรอยยิ้มยามเช้า กาแฟสองแก้ว และการเดินเคียงข้างกันที่เดิมหน้าลานจอดรถ
หลายเดือนต่อมา เธอถือซองย้ายงานมาจากฝ่ายการตลาดไปอยู่แผนกผมเอง หัวหน้าบอก “ให้มันรู้ไปสิวะ จะได้ไม่ต้องแอบมองกันผ่านกระจก เดี๋ยวงานเสีย”
ออฟฟิศทั้งชั้นหัวเราะลั่น ตอนนั้นเองที่ผมมองเธอ แล้วยิ้มกับตัวเองว่า ความรักมันเริ่มจากอะไรธรรมดาๆ ก็ได้ แค่ได้สบตากคนบางคนในตอนเช้าฝนแรกของเดือนหก… มันก็มากพอให้หัวใจมันเดินทางไกลได้จนสุดทางแล้ว
ตอนนี้ที่ข้อพับแขนของผมยังมีรอยจางๆ เป็นแนวยาวเล็กๆ เวลาขับรถตอนติดแดงหรือประชุมครึ้มใจ ผมจะใช้นิ้วหัวแม่มือลูบมันเบาๆ แล้วอดยิ้มคนเดียวไม่ได้
แค่นั้นแหละครับ… เรื่องของชายหนุ่มออฟฟิศที่แอบชอบใครสักคน แล้วเรื่องมันก็ไปจบที่รอยเล็บและการจับมือกันไปตลอด
จบแล้วครับ
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







