Sexy365bet Mahagame66 UFANANCE PANAMA888 Hydra888 sagame1688

สวิงกิ้งคืนฝนพรำ ริมรั้วหลังงานเลี้ยง ความเงียบมีเพียงเสียงเพลงกับเสียงหายใจของคนสี่คน

เรื่องเสียว สวิงกิ้งคืนฝนพรำ ริมรั้วหลังงานเลี้ยง ความเงียบมีเพียงเสียงเพลงกับเสียงหายใจของคนสี่คน

คืนนั้นฝนเทลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา ผมกับแฟนขับรถวนหาบ้านเพื่อนอยู่เกือบชั่วโมง เพราะซอยในหมู่บ้านจัดสรรที่บางใหญ่หน้าตาเหมือนกันไปหมด ไฟถนนก็ดับเป็นช่วง ๆ บรรยากาศยิ่งชวนหลงทาง ฝนสาดกระแทกกระจกจนที่ปัดน้ำฝนแทบเอาไม่อยู่
“เห็นบอกเลี้ยวซ้ายตรงป้อมยาม แล้วตรงไปจนสุดซอย” แฟนผม แต๋ว พยายามอ่านข้อความในมือถือพลางหรี่ตามองป้ายซอย
“ป้อมยามนั่นเราผ่านมาแล้วมั้ง” ผมตอบพลางชะลอรถ
ตอนนั้นเองที่เราเห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนโบกรถอยู่ข้างทาง เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวเปียกชุ่ม กางเกงสแล็กสีเข้มแนบขา มือหนึ่งถือร่มที่หักครึ่ง อีกมือถือถุงกระดาษ ท่าทางเหมือนกำลังเดือดร้อนจริง ๆ
ผมลดกระจกลงนิดหนึ่ง “เป็นอะไรครับ”
“รถสตาร์ตไม่ติด แล้วโทรศัพท์ก็แบตหมด” เขาตอบเสียงดังสู้ฝน “พอดีบ้านอยู่ท้ายซอยนี่เอง ถ้าไม่ลำบากรบกวนขอติดรถไปหน่อยได้ไหมครับ”
แต๋วพยักหน้าให้ผมทันที ผมจึงปลดล็อกประตูหลังให้เขา
“ขอบคุณมากครับ” เขาก้าวขึ้นมานั่งเบาะหลัง ตัวเปียกจนเบาะดังแฉะ “ผมชื่อตั้ม อยู่บ้านเลขที่ 88 ตรงโค้งสุดท้ายนี่แหละ”
“คุณตั้มนี่เอง” แต๋วหันไปยิ้ม “เรากำลังจะไปงานเลี้ยงบ้านคุณพอดี แต๋วกับแฟนชื่อบูม เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับคุณมิ้นท์”
“อ๋อ มาเป็นแฟนกันสองคนหรือครับ” ตั้มยิ้มกว้าง “ดีเลย เดี๋ยวถึงบ้านจะได้หาเสื้อผ้าแห้งให้เปลี่ยน”
ระหว่างทางตั้มเล่าว่างานเลี้ยงวันนี้เป็นงานรวมญาติกับเพื่อนสนิทกลุ่มเล็ก ๆ จริง ๆ เขาไม่ได้คาดว่าจะมีแขกใหม่ แต่ก็ยินดีต้อนรับ ฝนยังคงเทลงมาไม่หยุด ผมขับตามทางที่ตั้มบอกจนถึงตัวบ้านหลังหนึ่งที่ดูอบอุ่น มีไฟสีเหลืองนวลส่องจากหน้าต่างบานเกล็ด มองเห็นเงาคนเดินไปมาอยู่ข้างใน
พอลงจากรถ ตั้มรีบพาเราวิ่งเข้าชายคา เขาเปิดประตูให้แล้วเชิญเรานั่งในห้องรับแขก บ้านหลังนี้กว้างขวาง ตกแต่งโทนไม้สีอ่อน กลิ่นเทียนหอมลอยอ่อน ๆ พร้อมเสียงเพลงแจ๊สคลอเบา ๆ

“เดี๋ยวผมขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อนนะครับ” เขาเดินหายไปทางบันได
ไม่นานก็มีผู้หญิงผิวขาวผมสลวยเดินออกมาต้อนรับ เธอสวมเดรสผ้าไหมสีแดงเลือดนกเข้ารูป ความยาวคลุมเข่า ใบหน้าหวานแต่แววตาคมกริบราวกับรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในบ้านตัวเอง
“สวัสดีจ้ะ ชื่ออ้อ เป็นภรรยาตั้มเอง ยินดีที่ได้เจอบูมกับแต๋วนะคะ”
เธอยิ้มจนเห็นลักยิ้มเล็ก ๆ พลางรินน้ำอุ่นใส่แก้วให้เราทั้งคู่ แต๋วชวนคุยเรื่องฝนฟ้าอากาศและเส้นทางหลงทางอย่างอารมณ์ดี ผมนั่งฟังไปพลางพลางกวาดสายตามองรอบห้อง สังเกตเห็นชั้นวางไวน์ด้านข้างมีขวดสีแดงเข้มหลายยี่ห้อโดนใจ
สักพักตั้มกลับลงมาในชุดลำลอง สวมเสื้อคอวีสีเทาและกางเกงขาสั้น เขาเดินไปเปิดเพลงให้เบาลงอีกนิด แล้วนั่งลงใกล้ภรรยา
“วันนี้จริง ๆ มีเพื่อนสองสามคนจะมาด้วย แต่ติดฝนเลยขอเลื่อน” ตั้มบอก “กลายเป็นว่าเราสี่คนพอดี กินกันสบาย ๆ ไม่ต้องเกรงใจ”
“แล้วจะเกรงใจทำไมล่ะคะ” แต๋วหัวเราะ “เรามาถึงบ้านถูกก็บุญแล้ว ยังไงคืนนี้ถือว่าฝนเป็นสื่อให้รู้จักกัน”
อ้อลุกไปเตรียมกับแกล้มในครัว ตั้มชวนผมเปิดไวน์แดงขวดแรก เนื้อไวน์นุ่มลิ้น อุณหภูมิพอดี ๆ ฝนข้างนอกยังคงซัดหลังคาเป็นจังหวะต่อเนื่อง ยิ่งดึกอากาศยิ่งเย็นขึ้นเรื่อย ๆ แต่บทสนทนายิ่งไหลลื่น ต่างคนต่างปล่อยเสียงหัวเราะเต็มเสียง
“แต๋วกับบูมคบกันมานานยัง” อ้อถามพลางนั่งลงข้างตั้ม
“แปดปีแล้วครับ” ผมตอบ “อยู่ด้วยกันจนรู้ใจทุกอย่าง แต่ก็ไม่เคยเบื่อนะ”
“เหมือนเราสองคนเลย” อ้อหัวเราะพลางเอียงคอมองสามี “อยู่กันจนเพื่อนรอถามว่างานแต่งเมื่อไร สุดท้ายก็แต่งกันเงียบ ๆ ไปเมื่อสองปีก่อน”
ตั้มส่งยิ้มให้ภรรยาแล้วหันมาถามแต๋วเรื่องงานอดิเรก ผมสังเกตว่ามีบางอย่างในแววตาคนทั้งคู่เวลามองหน้ากัน เหมือนการส่งสัญญาณเงียบ ๆ ที่คนนอกอย่างเราจับไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด ตรงกันข้าม บรรยากาศกลับคล้ายมีเส้นใยบาง ๆ ร้อยเราไว้ด้วยกัน

หลังไวน์หมดขวดที่สอง อ้อขอตัวไปปิดม่านหน้าต่างบานเกล็ดทุกบานแล้วเปิดไฟสลัวเพิ่มความอบอุ่น แต๋วถอดเสื้อคลุมออกเหลือเพียงชุดเดรสสายเดี่ยวสีครีมที่ขับเรือนร่างอวบอิ่มของเธอ เธอขยับมานั่งชิดผมจนไหล่สัมผัสกัน
“ฝนแบบนี้ทำให้คิดถึงบรรยากาศเงียบ ๆ กับคนถูกจังหวะเนอะ” แต๋วพูดเหมือนกับคนเมานิด ๆ
“แล้วจังหวะของคืนนี้เป็นยังไงล่ะครับ” ตั้มถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่แฝงอะไรบางอย่างที่เกือบจะหยอกล้อ
“ก็ดีจนไม่อยากกลับเลยล่ะ” แต๋วตอบตรง ๆ แล้วหัวเราะ
อ้อมองมาที่ผมแล้วยิ้มมุมปาก เธอไม่ได้ดูเขินอายกับประโยคของแต๋วเลยแม้แต่น้อย เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นไปหยิบขวดไวน์ขวดที่สามมาเปิด ระหว่างนั้นสายตาของตั้มจับจ้องอยู่ที่ผมเงียบ ๆ
“บูมเป็นคนใจเย็นใช่ไหม” ตั้มถาม
“แล้วแต่สถานการณ์ครับ” ผมตอบ
“ดีเลย” ตั้มว่า “เพราะคืนนี้เราอยากชวนคุยเรื่องอะไรที่ต้องใช้ความใจเย็นพอสมควร”
อ้อนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามแล้วเอามือวางบนเข่าสามี ท่าทีเธอเปลี่ยนจากแม่บ้านใจดีมาเป็นหญิงสาวที่มีบางสิ่งซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตาคมกริบ
“เราสองคนมีเพื่อนสนิทกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง” อ้อเริ่ม “ปกติจะนัดกันแบบส่วนตัวบ้าง เที่ยวบ้าง แต่สิ่งที่เราชอบมากที่สุดคือการได้ใกล้ชิดกันแบบไม่มีกรอบของคำว่าแฟน”
แต๋วเหลือบมามองผมแวบหนึ่ง ก่อนหันกลับไปหาอ้อ
“หมายถึง…” แต๋วเว้นจังหวะ

“สวิงกิ้งจ้ะ” อ้อพูดชัดเจน “เราเปิดใจเรื่องนี้กันมานานแล้ว บ้านนี้เวลามีปาร์ตี้ก็จะเป็นปาร์ตี้สำหรับคู่ที่ยินยอมพร้อมใจกันเท่านั้น วันนี้พอดีฝนพาพวกเรามาเจอกัน มันเลยเหมือนโชคชะตาแกล้งจัดคู่ให้”
ในอกผมรู้สึกวูบวาบแปลก ๆ ไม่ใช่ความตกใจ แต่เป็นความตื่นเต้นปนสงสัย ผมมองหน้าตั้ม เขานั่งเงียบ ๆ จิบไวน์แล้วจ้องมาที่ผม สายตาเขาไม่เหมือนผู้ชายที่อยากจะลองอะไรพิเรน ๆ หากแต่เป็นคนที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรและรอให้เราตัดสินใจด้วยตัวเอง
“เราสองคนยังไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน” ผมพูดตามตรง
“ไม่เป็นไร” ตั้มตอบ “ถ้าไม่สะดวกใจ เราก็แค่กินไวน์กันต่อแล้วก็แยกย้ายกันนอนให้สบาย ไม่มีข้อผูกมัดอะไร”
แต๋วบีบมือผมเบา ๆ แล้วหันไปถามอ้อถึงรายละเอียดว่าแล้วในกลุ่มเขามีกติกาอย่างไร อ้อตอบอย่างเป็นธรรมชาติว่าการเคารพขอบเขตของกันและกันสำคัญที่สุด ห้ามบังคับ ให้ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของแต่ละคน และถ้าไม่พร้อมที่จะมีเซ็กส์ข้ามคู่ก็สามารถอยู่ดูหรือแค่ให้แฟนตัวเองไปกับคนอื่นได้
“ฉันรู้ว่าฟังดูวุ่นวาย” อ้อหัวเราะเบา ๆ “แต่พอได้ลองแล้วจะเข้าใจว่ามันคือการเปิดพื้นที่ให้ความเชื่อใจได้ทำงานจริง ๆ”
แต๋วหันมากระซิบถามผมว่าโอเคไหม ผมตอบเธอด้วยการจูบขมับเบา ๆ แล้วบอกว่า “ลองคุยกับเขาไปก่อน ไม่ต้องรีบตัดสินใจ”
จากนั้นบทสนทนาก็ดำเนินไปเรื่อย ๆ ช้า ๆ เหมือนน้ำฝนที่เริ่มซาลง แต่อารมณ์ภายในห้องกลับร้อนขึ้นทีละน้อย สายตาของอ้อมองมาที่ผมบ่อยครั้ง เธอเปลี่ยนท่านั่งไขว่ห้างให้เห็นเรียวขาเรียวงาม แต๋วก็ซบลงกับอกผม หายใจแรงขึ้นเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
ตั้มเป็นฝ่ายลุกไปหยุดเพลงแจ๊ส แล้วเปิดเพลงจังหวะช้าเปิดไฟโทนส้มสลัว เขากลับมานั่งใกล้แต๋วมากกว่าเดิมแล้วยื่นมือไปแตะหลังมือเธอ
“แต๋วสวยมากเลยนะ” เขาพูดตรง ๆ “ตั้งแต่เห็นตอนอยู่บนรถแล้ว”
“ขอบคุณค่ะ” แต๋วยิ้มเขินนิด ๆ แต่ไม่ได้ชักมือออก
ผมสังเกตเห็นอ้อลุกมาใกล้ผมบ้าง เธอทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาข้างเดียวกัน ไหล่เปลือยขาวเนียนแทบจะแตะต้นแขนผม กลิ่นน้ำหอมเธอหอมหวานปนกลิ่นไวน์จาง ๆ

“ตั้มกับฉันจะไม่ทำอะไรข้ามเส้นจนกว่าพวกคุณจะบอกว่าพร้อม” อ้อพูดเสียงแผ่ว “แต่เราก็ต้องยอมรับตรง ๆ ว่าตอนนี้รู้สึกดีกับคุณทั้งคู่มาก”
ผมกลืนน้ำลายลงคอ ความเงียบมีเพียงเสียงเพลงกับเสียงหายใจของคนสี่คน แต๋วเงยหน้าขึ้นมองผม ดวงตาเธอฉ่ำวาวเหมือนมีคำถามมากมาย แต่แววตานั้นไม่มีความกลัว มีแต่ความอยากรู้อยากลองระคนเขินอาย
ผมโน้มลงไปจูบปากแต๋วช้า ๆ ต่อหน้าคนทั้งคู่ เธอตอบรับจูบทันที มือเล็ก ๆ ของเธอกุมคอเสื้อผมไว้แน่น น้ำเสียงครางเบาในลำคอดังพอให้คนอื่นได้ยิน ผมคิดว่าการกระทำนี้คงเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
ตั้มขยับเข้าไปนั่งชิดแต๋วทางด้านหลังของโซฟา เขาค่อย ๆ ลูบตั้งแต่หัวไหล่ไล่ลงไปตามแผ่นหลังเธออย่างระมัดระวัง แต๋วสะดุ้งนิดหนึ่งด้วยความเสียวแปลกของสัมผัสจากมือผู้ชายแปลกหน้า แต่มือของเธอกลับบีบหน้าขาผมแรงขึ้น
อ้อใช้ปลายนิ้วลากตามกรามของผมแล้วหันให้ไปจูบเธอ ปากเธอนุ่มและชุ่มด้วยไวน์ ลิ้นเล็ก ๆ ดุนเข้ามาประกบกับลิ้นผมอย่างเปิดเผย เธอไม่ใช่ผู้หญิงขี้อายอย่างที่คิดไว้ตอนแรก เธอรู้จังหวะว่าควรถอยเมื่อใดและรุกเมื่อใด
“ไปที่ห้องนอนใหญ่ดีกว่า” ตั้มเอ่ยเสียงพร่า “ตรงนั้นมีฟูกกว้างพอสำหรับเราสี่คน”
เราสี่คนค่อย ๆ พากันขึ้นบันไดไม้ไปยังห้องนอนที่ปลายโถง ห้องกว้างเปิดไฟสีเหลืองนวลต่ำ ๆ กลางห้องมีเตียงคิงไซส์ปูผ้าปูสีเทาเข้มเรียบตึง อ้อเดินไปดึงผ้าม่านอีกชั้นเพื่อกันแสงจากไฟถนน แล้วหมุนตัวกลับมาหาเรา
แต๋วก้าวเข้าไปหาอ้อก่อน ทั้งคู่สบตากันครู่หนึ่งแล้วจูบกันแผ่วเบา ผมยืนมองเห็นภาพผู้หญิงสวยสองคนโอบกอดกัน มือของแต๋วลูบจากเอวอ้อขึ้นไปตามสันหลัง ส่วนอ้อดึงสายเดรสสีครีมของแต๋วลงช้า ๆ จนหน้าอกอวบอิ่มของเธอเผยออกมาให้เห็น
“หีก็โหนกน่าดู” แต๋วอดปากชมเมื่ออ้อช่วยถอดเดรสออกจนเหลือเพียงกางเกงในลูกไม้สีดำ ช่วงล่างของอ้ออูมโค้งเหมือนผลไม้สุก ริ้วลูกไม้แนบไปกับเนื้อนุ่ม ๆ เห็นเค้าโครงชัดเจน
“ของแต๋วก็สวยมากเลย” อ้อตอบพลางสอดมือเข้าไปในกางเกงในของแต๋ว ปลายนิ้วลูบลงไปตามแนวขนบาง ๆ จนแต๋วครางแผ่ว
ตั้มเดินมาข้างหลังผมแล้ววางมือบนบ่าทั้งสองข้าง
“ปล่อยให้ผู้หญิงเขารู้จักกันไปก่อน” เขากระซิบ “เรามาเงี่ยนก็ให้เขาเห็นเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องเกร็ง”

ว่าแล้วเขาก็ถอดเสื้อตัวเองออกจนเห็นช่วงอกกว้างกับร่องท้องตื้น ๆ เขาถอดกางเกงขาสั้นออกเหลือเพียงบ็อกเซอร์สีดำที่ขึงแน่นเพราะควยของเขามันดันกันเป้ากางเกงไว้ชัดเจน ผมมองตามอย่างประเมินไม่ทันตั้งตัว เห็นความยาวและความใหญ่ที่แทงออกมาทางขากางเกงด้านข้างแล้วรู้สึกได้ถึงความร้อนในท้องน้อยตัวเอง
ผมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกอย่างช้า ๆ แต๋วหันมามองผมด้วยแววตาเป็นประกาย เธอสยายผมยาวละต้นคอแล้วมานั่งคุกเข่าบนเตียง อ้อตามขึ้นไปนั่งข้าง ๆ มือหนึ่งบีบหน้าอกแต๋ว มืออีกข้างดึงชายกางเกงในตัวเองลงจนก้นกลม ๆ เผยออก
“ขึ้นมาเถอะบูม” อ้อเรียก
ผมปีนขึ้นไปบนเตียง สี่คนนั่งล้อมกันเป็นวงกลม อ้อเป็นคนเริ่มก่อน เธอค่อย ๆ ถอดกางเกงในของแต๋วออก เผยให้เห็นง่ามขาเนียนนุ่ม หีของแต๋วโหนกนูนขึ้นมาชัดเจน ขนบาง ๆ ตัดแต่งเป็นเส้นเล็ก ๆ เหนือแคมสีชมพูเข้มอมแดง
ตั้มถอดบ็อกเซอร์ออกเต็มตา ควยของเขายาวเหยียดแข็งชี้ขึ้นท้องขนาดน่าประทับใจ เนื้อควยสีเข้มกว่าผิวตัวเล็กน้อย เส้นเลือดปูดตามแนวความยาว หัวควยแดงจัดเป็นมันด้วยน้ำหล่อลื่นที่ซึมออกมาปริ่ม ๆ
“แต๋วอยากลองให้ปากไหม” ตั้มถามเสียงทุ้ม
แต๋วเม้มปากเล็กน้อยแล้วค่อย ๆ ก้มตัวลงไป ริมฝีปากอิ่มของเธอแตะหัวควยเขาเบา ๆ ปลายลิ้นแลบเลียตรงร่องหยักจนตั้มครางในลำคอ มือเขาวางบนศีรษะเธอไม่บังคับ ปล่อยให้เธอทำไปตามจังหวะตัวเอง
ผมหันไปหาอ้อ เธอขยับเข้ามานั่งคร่อมต้นขาผม หีเธอร้อนผ่าวแนบกับหน้าขา เธอถอดชุดชั้นในส่วนบนออกช้า ๆ เผยหน้าอกเต็มเต้าชี้ปลายสีเข้มสวยรัดแน่นไปด้วยความเสียว เธอโน้มให้ผมดูดปากแรง ๆ เราจูบกันอีกรอบ ลิ้นพันกัน ตอนที่มือผมบีบต้นขาเธอ เธอก็ครางลงคอ
“อยากให้บูมเอานิ้วสอดเข้าไปในหีอ้อไหม” เธอกระซิบถาม
“อยาก” ผมตอบโดยไม่ต้องคิด
ผมสอดนิ้วกลางลงไปช้า ๆ ระหว่างแคมที่แฉะชุ่ม หีของอ้อนุ่มลื่นจนนิ้วจมลงไปถึงข้อนิ้วได้ง่าย เธอครางเหยียดยาวแล้วโยนสะโพกตามจังหวะนิ้วผม สายตามองหน้าผมเขม็งราวกับกำลังวัดใจกันอยู่
เสียงจากฝั่งแต๋วดังขึ้นเรื่อย ๆ เธอขยับปากอมควยตั้มลึกจนน้ำลายไหลยืด ร่องปากแดงช้ำนิด ๆ มือเธออีกข้างรูดช่วยตามโคน ควยตั้มเด้งกระแทกเพดานปากเป็นจังหวะ ตั้มเงยหน้าสะดุ้งเป็นพัก ๆ

“เสียวมาก” เขาพึมพำ “แต๋วอมเก่งมากเลย”
อ้อผลักผมให้นอนหงายแล้วขยับมาก้มหน้าลงที่เป้ากางเกงผม เธอปลดซิปกางเกงยีนส์ผมออกช้า ๆ ดึงทั้งกางเกงทั้งบ็อกเซอร์รูดลงทีเดียว ควยผมเด้งผางออกแตะแก้มเธอ เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนใช้ลิ้นเลียจากโคนขึ้นมาถึงปลาย
“ใหญ่ใช้ได้เลยนะ” เธอชมแล้วอมเข้าไปเต็มแก้ม
ความอุ่นชื้นในปากอ้อทำให้ผมแทบหลุดสบถ เธอดูดควยแรง ๆ เป็นจังหวะดูดลึกจนปลายจมูกจิกหน้าท้องผม ริมฝีปากที่รัดแน่นขยับรูดขึ้นลงน้ำลายเยิ้ม เธอใช้มืออีกข้างบีบนวดถุงไข่ผมเบา ๆ จนผมเสียวซ่านไปทั้งอก
จังหวะหนึ่งอ้อเงยหน้าขึ้นมองผมแล้วพูดว่า “เดี๋ยวแม่แต๋วโดนเย็ดแน่ ๆ ดูสิ ควยสามีฉันแข็งขนาดนี้”
แต๋วได้ยินแล้วหันมามองหน้าเรา เธอกลืนน้ำลายแล้วปล่อยควยตั้มจากปาก หันมาบอกผมด้วยน้ำเสียงสั่น “บูมไม่หวงใช่ไหม”
“ไม่หวง” ผมตอบพลางยิ้มให้เธอ “ถ้าแต๋วพร้อมก็เอาให้เต็มที่เลย”
ตั้มไม่ปล่อยให้รอนาน เขาจับแต๋วนอนหงายบนหมอนหนุน เปิดขาเธออ้าออกกว้างแล้วก้มลงเลียหีให้เธอก่อน แต๋วแอ่นตัวเกร็งเมื่อลิ้นของเขาสะกิดเม็ดเล็ก ๆ เหนือปากหี เธอร้องครางชัดไม่เกรงใจ เขาเลียยาว ๆ ตั้งแต่ล่างขึ้นบนเหมือนคนหิวโหย แต๋วบีบผมเขาแน่น
จากนั้นตั้มก้มลงมาจัดท่าให้ควยตัวเองจ่อเข้าปากหีแต๋ว เขาดันเข้าไปช้า ๆ ทีละนิดจนหัวควยมุดเข้าไปในรูที่บีบรัดแน่น
“อืม…ใหญ่จัง” แต๋วครางเบา ๆ
“ขยับดูสิ ถ้าไม่ไหวบอกได้” ตั้มใจเย็น
จากนั้นเขาก็โยกสะโพกเข้าใส่ช้า ๆ ลึก ๆ แต๋วครางตามจังหวะ หน้าอกอวบของเธอกระเพื่อมทุกครั้งที่โดนกระแทก แขนเธอโอบรอบคอเขา ขาเกี่ยวเอวเขาไว้แน่น ผมเห็นตรงร่องที่ควยเขาสอดเข้าออก มันแน่นจนแคมบานตามควยทุกจังหวะ

อ้อหันมากระซิบผม “เห็นแฟนคุณโดนคนอื่นเย็ดแล้วเป็นยังไงบ้าง”
“เสียวอย่างบอกไม่ถูก” ผมตอบตามจริง
“งั้นชดใช้ด้วยการเอาใส่หีฉันตอนนี้เลย” เธอพูดแล้วนอนคว่ำยกก้นขึ้นข้าง ๆ คู่ของตั้มกับแต๋ว
ผมคุกเข่าเข้าไปทางด้านหลังเธอ เห็นหีเธอเปิดอ้าแฉะชุ่มจนล้นออกมา ผมจับควยจ่อเข้าปากรูแล้วดันเข้าไปเต็มเหนี่ยว หีอ้อร้อนตอดรัดทันทีเหมือนปากดูด เธอครางยานแล้วดันสะโพกมารับ
“แรงกว่านี้ได้เลย” เธอเร่ง
ผมกระแทกใส่ก้นกลม ๆ ของเธอเต็มแรงจนเนื้อก้นกระเพื่อมเป็นลอน มือทั้งสองบีบเอวบาง ๆ ของเธอไว้ ความเงี่ยนในตัวผมพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งได้ยินเสียงร้องของแต๋วกับเสียงครางของอ้อพร้อมกัน ยิ่งเหมือนถูกเติมไฟเข้าไปในหัว
ไม่นานตั้มก็จับแต๋วขึ้นมานั่งคร่อมตักเขา แต๋วสวมลงไปเองจนสุดโคน ขย่มแรง ๆ ด้วยเอวที่พลิ้วไหว หน้าอกเธอเด้งดึ๋ง ๆ อยู่ตรงหน้าตั้ม เขาก้มดูดหัวนมเธอปากหนึ่ง มือบีบอีกข้าง แต๋วส่ายหัวครางเสียงดังลั่นห้อง
“เสียวตับแตกแล้ว” เธอว่า “ควยคุณตั้มมันยาวเกินกว่าจะทนไหว”
“อีกนิดนะ อีกนิดเดียว” ตั้มกระซิบข้างหู
ผมยังคงเย็ดอ้ออยู่ไม่หยุด เธอแหงนคอหันมามองผม น้ำตาเอ่อคลอด้วยความเสียวสุด เธอบอกให้ผมเย็ดลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมจับต้นขาเธอแยกกว้างขึ้นแล้วดันควยทะลวงเข้าไปจนจมหายทั้งลำ เธอร้องลั่นแล้วตัวสั่นสะท้าน
เราใช้เวลาบนเตียงนั้นร่วมชั่วโมง เปลี่ยนท่าไปหลายรอบ ทั้งแบบที่แต๋วเย็ดกับตั้มต่อหน้าผม ทั้งที่อ้อมานั่งคร่อมปากผมขณะที่ผมเสียวกับลิ้นเธอ จนท้ายที่สุด ทุกคนเริ่มเหนื่อยหอบ เหงื่อชโลมกายเงาวับตามแสงไฟ
ผมถอนตัวออกมาพักข้าง ๆ อ้อ เธอหายใจแรงแล้วพลิกมานอนก่ายอกผม แต๋วก็ถอนตัวจากตั้มเช่นกัน เธอคลานมานอนชิดผมอีกข้าง สี่คนนอนเรียงกันบนเตียงกว้าง เงียบฟังเสียงฝนที่เริ่มปรอยลงในยามดึก

ก่อนกลับ เราแลกเบอร์กันไว้แล้วนัดกันคราวหน้าแบบไม่ตั้งใจให้เป็นเรื่องบังเอิญอีก ถึงจะไม่ได้เป็นคนแปลกหน้าที่ช่วยเหลือกันในวันฝนตกอีกต่อไป แต่ความรู้สึกแรกที่เจอกันยังคงเป็นหมุดหมายสำคัญของคืนที่ทุกอย่างเริ่มจากความเปียกปอนและจบลงด้วยความอบอุ่นบนเตียงเดียวกัน
ฝนหยุดแล้ว ถนนหน้าแห้งเกือบสนิท บ้านหลังนั้นกลายเป็นบ้านหลังใหม่ที่เราทั้งคู่ไม่มีทางลืม

ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM