เรื่องเสียว ช่างรับเหมาก่อสร้าง คลื่นเสียวรอยร้าวในเรือนไม้ริมคลอง ”เสียว… อ๊า..อื้อออ…..จะแตกแล้ว… อ้าาา…”
เรื่องมันเริ่มตอนฉันเก็บกระเป๋ากลับบ้านต่างจังหวัดแบบหัวซุกหัวซุน หลังจากที่เพิ่งไปเซ็นใบลาออกจากงานที่กรุงเทพ ใจจริงไม่อยากกลับหรอก แต่มันไม่มีทางเลือก เงินเก็บแทบไม่เหลือ ค่าเช่าห้องก็ค้าง และแฟนที่คบมาสามปีก็เพิ่งสารภาพว่ามีคนอื่น มันเหมือนฟ้าถล่มลงมาทับหัว ฉันเลยโทรหาแม่ น้ำตาคลอ แม่แค่ถอนหายใจแล้วบอกให้กลับบ้าน
เรือนไม้ริมคลองหลังเก่าของตายายยังตั้งอยู่ที่เดิม แม้จะทรุดโทรมลงตามเวลา ส่วนแม่ก็ดูแก่ลงเยอะ แต่ดวงตายังอ่อนโยนเหมือนเดิม แม่ไม่ถามอะไรมาก แค่กอดฉันไว้แน่นๆ แล้วบอกว่าอยู่บ้านก็ได้ค่อยๆ คิดชีวิตใหม่ ฉันซบหน้าไหล่แม่ น้ำตาซึมออกมาอีกครั้ง
สองวันแรกฉันเอาแต่นอนในห้องเล็กที่เคยนอนตอนเด็ก ฟังเสียงเรือหางยาวแล่นผ่านหน้าบ้าน กลิ่นโคลนและสายลมจากคลองพัดเข้ามาทางช่องลมใต้หลังคา ทำให้รู้สึกแปลกๆ เหมือนได้กลับไปอยู่ในร่างของเด็กหญิงคนเดิม ทั้งที่ใจมันบอบช้ำจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
เย็นวันที่สาม ฉันได้ยินเสียงรถกระบะจอดหน้าบ้าน เสียงฝีเท้าหนักๆ เดินขึ้นบันไดไม้ ฉันแง้มประตูออกดู เห็นผู้ชายคนหนึ่งถอดรองเท้าบู๊ตวางไว้นอกชาน รูปร่างสูงโปร่ง ผิวคล้ำแดด ใส่เสื้อยืดสีเทาเปื้อนคราบดิน กางเกงยีนส์ขาดๆ ที่ดูเก่าแต่สะอาด ฉันจำได้ทันที… พี่ทศ ลูกชายของน้าสมศรีเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน
“พี่ทศ” ฉันทักเสียงเบา เขาเงยหน้าขึ้นยิ้ม มุมปากยกขึ้นข้างเดียว ดูขรึมๆ แต่ดวงตาคมกริบเป็นประกาย “อ้าว… กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่เห็นมีใครบอกพี่เลย” เขาวางถุงผลไม้ไว้บนโต๊ะไม้หน้าบ้าน แม่เดินออกมาจากครัว รับไหว้แล้วชวนคุย ฉันได้แต่ยืนเงียบๆ ใจเต้นแปลกๆ ทั้งที่ไม่ได้เจอพี่ทศมาตั้งหลายปี เขาโตขึ้นมาก ไหล่กว้างขึ้น แขนกำยำเห็นมัดกล้ามชัดแม้จะไม่ได้เบ่ง
พี่ทศเป็นช่างรับเหมาก่อสร้าง เขามีเมียอยู่แล้ว ชื่อพี่อ้อ เป็นครูสอนหนังสือที่โรงเรียนวัด เธอเป็นคนสวย เรียบร้อย ผิวขาว ผมยาวตรง น้ำเสียงหวาน แต่งตัวสุภาพเสมอ ฉันจำได้ว่าตอนเด็กๆ ฉันเคยน้อยใจตัวเองเวลายืนข้างพี่อ้อ เพราะเธอดูดีไปหมด ผิดกับฉันที่ผิวสองสี ตาเล็ก ปากหนา จมูกโด่งเป็นสันอย่างผู้หญิงบ้านๆ
หลังจากวันนั้นพี่ทศก็แวะมาบ้านฉันบ่อยขึ้น อาจเพราะแม่ฝากให้ช่วยซ่อมชานบ้านที่ผุตรงมุมบันได เขามักมาช่วงเย็นหลังเลิกงาน บางวันก็ยกข้าวเย็นติดมือมาฝาก เช่น ส้มตำ ไก่ย่าง หรือปลาเผาจากร้านประจำ ฉันเริ่มคุยกับเขามากขึ้นทุกวัน หัวเราะกับมุกฝืดๆ ของเขา และเริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง… เวลาเขานั่งยองๆ คุยกับแม่ เสื้อเขาเปียกเหงื่อแนบหลัง ฉันเห็นแนวกล้ามเนื้อใต้ผิวสีน้ำผึ้ง และนึกถึงมือหยาบๆ นิ้วแข็งแรงของเขาที่กำลังขยับประแจ หรือจับไม้จับปูน
แล้วก็มีเย็นหนึ่ง ฝนตกปรอยๆ ฟ้ามืดครึ้ม แม่ไปธุระที่วัด ฉันนั่งอยู่บนชานคนเดียว พี่ทศมาโดยไม่บอกล่วงหน้า รถจอดหน้าบ้านแล้วเดินฝ่าสายฝนขึ้นมา ผมเขาเปียกเป็นลอน น้ำฝนไหลจากขมับลงกราม ฉันรีบลุกไปหาผ้าเช็ดตัวให้ เขายืนตัวเปียกบนชาน มองหน้าฉันนิ่งๆ บรรยากาศอึมครึมได้กลิ่นดินเปียกกับกลิ่นตัวเขา
“เป็นไงบ้าง อยู่คนเดียวกลัวมั้ย” เขาถามเสียงต่ำ ฉันส่ายหน้ายิ้มๆ “ไม่กลัวหรอก โตแล้ว” เขาหัวเราะในลำคอ ก่อนดึงผ้าเช็ดตัวจากมือฉันไปเช็ดผม ไม่ได้แตะตัวฉันแม้ปลายนิ้ว แต่บรรยากาศมันเริ่มแปลก ฉันรู้สึกได้ถึงความร้อนจากตัวเขา ทั้งที่เขายังยืนห่างออกไปเกือบศอก
“พี่มีข่าวจะบอก” เขาหยุดเช็ดผมนานผิดปกติ ดวงตาสบกับฉันตรงๆ “พี่กับพี่อ้อ… แยกกันอยู่มาสองเดือนแล้ว”
ฉันอึ้งไปพักหนึ่ง ไม่รู้ว่าควรแสดงความเสียใจหรือถามต่อดี เขาเล่าเสียงเรียบๆ ว่าพี่อ้อขอแยกทางเพราะเจอคนใหม่ที่ฐานะดีกว่า เขาไม่ได้โกรธ แต่แค่เหงาและเสียดายเวลาที่ทุ่มเทไป ฉันฟังแล้วใจหาย แต่ลึกๆ ก็มีความรู้สึกบางอย่างที่พูดไม่ออก
คืนนั้นพี่ทศนั่งคุยกับฉันจนดึก ฝนยังตกไม่หยุด เสียงน้ำซึมผ่านร่องไม้ดังเป็นจังหวะ เขานั่งพิงเสาเรือน ฉันนั่งหันข้างให้ มองเงาสะท้อนของเราสองคนบนผิวน้ำในคลองที่กระเพื่อม ภาพมันพร่ามัวแต่กลับดูแนบชิดกว่าความเป็นจริง
“หนูเคยคิดถึงพี่มั้ย” เขาถามลอยๆ น้ำเสียงดื่มด่ำกับสายฝน ฉันเงียบไปนาน หัวใจสั่นรัว “เคย” ฉันตอบเบาๆ แทบจะไม่ให้ได้ยิน แต่เขาก็ได้ยิน
“พี่ก็เคยคิดถึงหนู” เขาหันมามอง มือข้างหนึ่งวางลงบนชานไม้ใกล้มือฉันมากจนรู้สึกได้ถึงความร้อนจากปลายนิ้ว “แต่ตอนนั้นมันผิด… และพี่ก็มีเมีย”
ฉันเม้มปากแน่น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีกันวุ่นในอก ทว่าเนื้อตัวกลับร้อนผ่าว เหงื่อซึมตามไรผม เขาเอื้อมมือมาปัดเส้นผมที่หน้าผากฉันออกช้าๆ ปลายนิ้วแตะผิวเบาๆ จนขนลุกซู่ สายตาเขาจับจ้องเหมือนอยากกลืนกิน
“อยู่บ้านคนเดียวแบบนี้… พี่เป็นห่วง”
“แล้วพี่จะไปห่วงทำไม” ฉันย้อนถามทั้งที่เสียงพร่าจนเกือบแหบ เขายิ้มมุมปาก “ก็ห่วงคนที่เขาไม่รู้ตัวว่ามีเสน่ห์มากแค่ไหน”
ฉันหัวเราะกลบเกลื่อน แต่ใจมันเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมา จากนั้นเราก็เงียบกันอยู่นาน ได้ยินเพียงเสียงฝนกระทบใบไม้และลมหายใจของกันและกัน
จังหวะหนึ่ง เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ ฉันได้กลิ่นเหงื่อปนกลิ่นดินกับควันบุหรี่บางๆ ริมฝีปากเขาอยู่ห่างจากขมับฉันไม่ถึงคืบ ลมหายใจร้อนๆ รินรดใบหน้า ฉันหลับตาลงช้าๆ รู้สึกถึงมือที่หยาบกร้านของเขาทาบลงที่ท้ายทอย
“ไม่ควรเลยใช่มั้ย…” ฉันพึมพำ สะอื้นนิดๆ เพราะทั้งกลัวและอยากไปพร้อมกัน เขาจูบที่ไรผมเบาๆ แล้วถอนหายใจยาว “ไม่ควร… แต่พี่ห้ามใจไม่ไหว”
เขายกมือขึ้นเชยคางฉันหันไปสบตา ก่อนกดจูบช้าๆ ทีแรกสัมผัสแผ่วราวกับถามว่าได้ไหม ฉันไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เอื้อมมือไปกำชายเสื้อเขาไว้หลวมๆ ริมฝีปากเราขบเม้มกันเบาๆ ลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกัน เขาใช้ปลายลิ้นดุนตามแนวริมฝีปากล่างของฉันเบาๆ “อืม…” ฉันครางในลำคอโดยไม่ตั้งใจ
เราขยับเข้าแนบชิดขึ้น ฉันรู้สึกถึงความร้อนของร่างกายเขาทะลุผ่านผ้า เสื้อฉันเปียกชื้นเล็กน้อยเพราะละอองฝนที่ลอยเข้าชาน อกกระเพื่อมแรงจนเสื้อรัดรูปแนบเนื้อเห็นทรวดทรงชัดขึ้นทุกจังหวะ เขาโน้มลงซุกไซ้ที่ซอกคอฉัน มือหนาเลื่อนมาบีบคลึงสะโพกช้าๆ “อ๊ะ…” ฉันร้องเบา ตัวเกร็งแล้วก็ผ่อนตาม
“ได้ยินเสียงหนูแล้วมันเสียวแปลกๆ” เขากระซิบข้างหู พลางใช้ฟันขบที่ใบหูแผ่วเบา ฉันสูดปากเฮือก ปล่อยเสียงครางหวิวไม่เป็นคำ มือตัวเองดันแผ่นอกเขาอย่างขัดขืนน้อยๆ ทั้งที่ลึกๆ ต้องการให้เขาทำมากกว่านั้น
เขาจับข้อมือฉันแล้วกดลงข้างตัวกับพื้นชาน สายตาจ้องค้นลึกว่าฉันกลัวหรือยินยอม ฉันมองตากลับ น้ำตาคลอเพราะรู้ว่าจากนาทีนี้ไม่มีคำว่า “ไม่” อีกต่อไปแล้ว
”บอกพี่ว่าอยากให้หยุด” เขากระซิบ อกกระเพื่อมแรงไม่แพ้กัน ฉันสั่นหัวช้าๆ “ไม่ต้องหยุด…พี่ทศ”
เขารับคำเหมือนได้รับอนุญาตในวินาทีนั้น มือข้างหนึ่งถอดกระดุมเสื้อเชิ้ตบางๆ ของฉันทีละเม็ดช้าๆ สายตาจับจ้องทุกตารางผิวที่ค่อยๆ เผยออก มากระโปรงผ้าฝ้ายสีน้ำตาลที่ฉันใส่อยู่บ้าน เขาเลิกขึ้นมาช้าๆ เผยต้นขาเนียนหน้าตัก ฉันหายใจถี่ มองมือเขาที่ค่อยๆ ดึงกางเกงในของฉันถอดไปจนพ้นข้อเท้า ก่อนจะใช้ฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้จากเข่าไล่ขึ้นด้านในต้นขา
“หืม… อา…” ฉันงอเข่าเข้าหากันเล็กน้อย เขาไม่ดึงขา แต่ใช้ปากประทับลงบนหน้าท้องแบนราบแล้วไล่ลงช้าๆ ให้จังหวะ ฉันสะดุ้งเล็กน้อยทุกครั้งที่ปลายจมูกเขาแตะลงบนผิว กล้ามท้องขมวดเกร็ง อกสองเต้ากระเพื่อมตุงอยู่ในบราเซียร์สีขาวบาง
เขาก้มลงซุกหน้าลงระหว่างขาของฉัน ลมหายใจร้อนรดลงตรงนั้นจนเสียวซ่านในท้องน้อย “ตรงนี้… มันเปียกให้พี่แล้ว” เขาพูดเสียงพร่า ฉันอายจนต้องเอามือปิดหน้า แต่เขาจับมือฉันออกแล้วมองหน้าตรงๆ “อย่าปิด พี่อยากเห็นหน้าหนูตอนพี่ทำให้หนูเสียว”
คำเขาตรงเกินไป ฉันสั่นไปทั้งตัว ปล่อยเสียงครางในลำคอ “อ๋า…” เมื่อลิ้นเขาปาดผ่านร่องเนื้อนุ่มช้าๆ ความรู้สึกเหมือนไฟฟ้าช็อตแล่นจากระหว่างขาขึ้นขั้วหัวใจ เขาเลียซ้ำเป็นจังหวะ บรรจงดูดเบาๆ ที่ปุ่มเนื้อไว ฉันครางเสียงสั่น มือทั้งสองปัดคว้าไปกำหัวไหล่เขาแน่น
“พี่ทศ… เสียว… อ๊า..มาก…” ฉันโคลงสะโพกตามจังหวะลิ้น เขาไม่หยุด แต่ยิ่งสาวลึกขึ้น ใช้สองนิ้วเกลี่ยร่องนั้นสลับกับลิ้นที่เร้าตรงเม็ดเสียว ฉันตัวงอ ท่อนขากระตุกเป็นพักๆ น้ำรักไหลเยิ้มจนชื้นถึงแก้มก้น กลิ่นกายคลุ้งอบอวล
“จะแตกแล้วเหรอ… หนูตัวสั่นแบบนี้” เขาถามทั้งที่ไม่คิดหยุด ฉันได้แต่ผงกหัว หอบชื่อเขา “อื้ออือ… พี่…ทศ…จะแตกแล้ว…” ร่างบางสะบัดขึ้นหนึ่งครั้งเมื่อคลื่นเสียวแรกพวยพุ่ง ฉันร้องครางเป็นชุด “อ้าาา…” ขาอ่อนแรง น้ำรักทะลักซึมลงบนผ้าเช็ดตัวผืนที่เขาวางรองใต้ก้นฉันไว้ก่อนหน้า ฉันไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าเขาทำเมื่อไหร่
เขาผงกขึ้นยิ้มอย่างพึงใจ เช็ดปากด้วยหลังมือ แล้วจูบหน้าผากฉันแผ่วๆ “หายใจช้าๆ” เขาบอก ฉันได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นระทึกไม่หยุด แล้วกล้ามท้องยังเต้นโยนจากการปลดปล่อย
“จะไปต่อมั้ย” เขาถามเสียงเบา ฉันพยักหน้าช้าๆ สายตาเว้าวอนเกินจะปกปิด “ค่ะ…” ตอบแทบเป็นเสียงกระซิบ เขาลุกขึ้นถอดเสื้อเปียกๆ ออก เผยอกกว้าง ผิวสีน้ำผึ้งมันวาวด้วยเหงื่อและละอองฝน ฉันมองแนวกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ยกเป็นลอนตามจังหวะหายใจ แล้วไล่ลงต่ำกว่านั้น…
เขาปลดเข็มขัดออกช้าๆ สายตาไม่เคยละจากฉัน กางเกงยีนส์หลุดลงกองที่ข้อเท้า เผยให้เห็นความแข็งขืนของควยหนุ่มใหญ่ที่พองตัวอยู่ใต้เนื้อผ้ากกกั้นบางๆ เขารูดมันลงอย่างใจเย็น ควยที่โผล่ออกลำตั้งชี้ขึ้น ท่อนใหญ่ยาว หนังหุ้มเปิดออกเห็นหัวบานแดงเรื่อ ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างลืมตัว ไม่เคยเห็นของจริงใกล้ขนาดนี้มาก่อน
เขาคุกเข่าลงระหว่างขาฉัน จับปลายอวัยวะกับร่องรักที่ยังแฉะชุ่ม ถูไถเป็นจังหวะช้าๆ ฉันครางเสียงลึก “อือออ…” มือจิกพื้นชาน รู้สึกทุกสันทุกนูนที่ผ่านเข้ามากระทบบริเวณเม็ดบวมนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาโน้มมาจูบปากฉันดูดลิ้นตอดเบาๆ พอถอนปากออกก็กระซิบเสียงพร่า “เข้าเลยนะ”
“อึก… เข้ามา…” ฉันตอบแทบขาดใจ เขาดันหัวบานเข้าสู่ปากทางช้าๆ ความรู้สึกเหมือนถูกเปิดออกทีละน้อยๆ ฉันเกร็งนิ้วเท้า หายใจไม่ออกครู่หนึ่ง “ผ่อน…ตามพี่…” เขาบอกแล้วดันลึกขึ้นเรื่อยๆ “อ้าาา…” ฉันแหงนคอ มือกดหน้าท้องตัวเอง อึดอัดแน่นตื้อแต่เสียวถึงขั้ว
เมื่อสุดลำ เขาหยุดนิดหนึ่งให้ฉันปรับตัว ส่ายสะโพกขยับเบาๆ จังหวะเนิบ แต่ลึกจนฉันรู้สึกเหมือนโดนกระทบถึงจุดที่วิงเวียน “ตรงนี้ชอบมั้ย” เขากระซิบแล้วขยับซ้ำมุมเดิมอีกสองสามครั้ง “ตรงนั้น… เสียวจัง…” ฉันครางครวญ ตาเหลือกปรอย เหงื่อซึมทั่วร่าง
เขาค่อยๆ เพิ่มจังหวะเร็วขึ้นเรื่อยๆ สะโพกหนากระทบหวิวเข้ามาไม่ยั้ง เสียงเนื้อกระทบกันแทรกอยู่ในจังหวะ “อ๊ะ อ๊ะ อ๊า…” ฉันร้องเป็นจังหวะเดียวกับที่เขากระแทก อกในบราสไลด์กระเพื่อม เขาก้มลงปลดตะขอแล้วดึงบราออก มองเต้าอวบสั่นไหวในจังหวะตอกกระทบ ก่อนก้มลงดูดหัวนมสลับกับขบเม้มแผ่วเบา
“เสียวมาก… อื๊อ…พี่ทศ…” ฉันไม่รู้ตัวว่าขาสองข้างพันรอบเอวเขาไว้แล้ว รั้งให้เขาลึกขึ้น เขาหัวเราะในลำคอ พลางกระซิบหยาบๆ แต่ร้อนผ่าว “หนูชอบโดนเย็ดแบบนี้ตลอดเลยใช่มั้ย”
“ใช่…ชอบ…ชอบพี่ทศ” ฉันตอบทั้งน้ำตา ไม่อายที่จะยอมรับในตอนนั้น สะโพกฉันดันสวนรับจังหวะเขา จังหวะลึกแรงจนบางคราเห็นดาวพร่างตา หัวใจแทบหลุดจากอก เสียงครวญของเราประสานกับเสียงฝนเงียบๆ แต่ดังก้องในโสตประสาท
เขาเปลี่ยนท่าให้ฉันคว่ำลง พิงเสาเรือน ก่อนดันเข้ามาจากข้างหลังด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ มือข้างหนึ่งโอบหน้าท้อง มือข้างนั้นขยำสะโพกฉันแน่นจนเนื้อเหลว ฉันกรีดนิ้วไปกับพื้นไม้ ครางสะอื้นเป็นห้วง “อ้าา… ลึกอีก… ลึก…” ปากฉันเผลอร้องขอโดยไม่ต้องคิด เขาจับเอวฉันรั้งเข้าหาแล้วพุ่งอัดสุดแรงหนึ่งที ฉันแทบหมดเรี่ยวทรุดลงกับที่ แต่มือเขาพยุงไว้ไม่ยอมปล่อย
“หนูจะแตกอีกแล้วใช่มั้ย…” เขาถาม เสียงหอบแรง สะโพกกระแทกจนเนื้อหน้าท้องเขากระทบก้นกลมฉันเป็นเสียงดังตุบ ฉันร้องคราง “จะแตกแล้ว…จะแตกแล้ว… อ้าาา…” คลื่นเสียวระลอกที่สองถาโถมมาจากส่วนลึก รัดและบีบรัดรอบแท่งเนื้อของเขาอย่างรุนแรง จนเขาสะดุ้งโหยงสุดตัว เกร็งท้องแน่น “พี่ก็จะแตกเหมือนกัน…จะแตกในนี้…”
“แตกในเลย…” ฉันแทบหมดเสียง ร่างสั่นผวา เขาอัดเข้ามาไม่กี่จังหวะแล้วปล่อยออกสุดแรง พลางครางดัง “อาา!” กล้ามทุกส่วนกระตุกเกร็ง น้ำอสุจิร้อนฉีดกระทบผนังด้านในจนฉันรู้สึกได้ถึงคลื่นร้อนที่ไหลซึมล้นออกมา
เขาโอบกอดฉันจากข้างหลัง กดหน้าผากกับท้ายทอยฉันระบายลมหายใจร้อนยามเสร็จสม ลมหายใจเราสองคนดังประสานกับเสียงฝนที่เริ่มซาลง ฉันรู้สึกทั้งเหนื่อย ทั้งเสียวค้าง ทั้งใจที่พองฟู มันไม่ใช่แค่เรื่องสวาท แต่มันคือการปลดปล่อยบางอย่างในใจที่ค้างคามานาน
เช้าวันต่อมา ฉันตื่นนอนในห้องของตัวเองเหมือนทุกวัน ไม่รู้ว่าใครอุ้มเข้ามา ได้ยินเสียงพี่ทศคุยกับแม่ที่หน้าบ้าน ตอนฉันออกมาดู เขากำลังโอบไหล่แม่เหมือนลูกชายอีสานคนหนึ่ง แม่หัวเราะกับเขา ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นระหว่างเราสองคน
พี่ทศไม่ใช่คนเจ้าชู้ แต่เขาก็ไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำเมื่อคืนคือเรื่องผิด เขาบอกเป็นความสัมพันธ์แบบเปิดไม่ได้ ทว่าเขาไม่มีเมียแล้ว และเขาก็ต้องการใครสักคนที่อยู่ข้างๆ อย่างจริงใจ ฉันบอกเขาตรงๆ ว่าฉันยังไม่พร้อมจะรักใครที่จริงจังกว่านี้ แต่ก็ไม่อยากให้เขาหายไป
เวลาผ่านไปสองเดือน พี่ทศก้าวเข้ามาในชีวิตอย่างสม่ำเสมอ ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป เราไม่ได้รักกันเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ได้สัญญาอะไร แต่ก็ดูแลกันและกันแบบผู้ใหญ่ที่เข้าใจโลก เรายังแอบมีสัมพันธ์กันในมุมลับตาเมื่อต่างฝ่ายต่างเงี่ยนและเหงา แต่ละครั้งมันทำให้ฉันเข้าใจตัวเองมากขึ้น เข้าใจว่าความผิดพลาดบางอย่างอาจเป็นบทเรียนราคาแพง แต่ถ้าได้เรียนรู้จากมัน ความเจ็บก็จะเปลี่ยนเป็นความเข้มแข็ง
ท้ายที่สุดฉันตัดสินใจสมัครงานใหม่ในตัวจังหวัดใหญ่ใกล้บ้าน เริ่มชีวิตใหม่แบบค่อยเป็นค่อยไป พี่ทศมารับมาส่งเป็นบางวัน แม่ยิ้มกับหมอนขวานที่อยู่ชายคา ทุกครั้งที่เห็นฉันหัวเราะกับพี่ทศ แม่มักมองแบบเข้าใจในแบบของผู้ผ่านโลกมาก่อน
ฉันไม่รู้ว่าอนาคตจะพาเราไปทางไหน แต่สิ่งที่รู้แน่คือ… ฉันได้เรียนรู้บทเรียนจากความผิดพลาด ไม่ใช่แค่เรื่องชู้สาว หากเป็นเรื่องการกลับมารักตัวเอง และการยอมรับว่าบางคนไม่จำเป็นต้องเป็นของตายของกันและกัน แต่อยู่ด้วยกันได้ในวันที่เหงา วันที่อ่อนแอ และวันที่ต้องการใครสักคน… โดยไม่ทำร้ายใครอีกเลย
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







