Sexy365bet Mahagame66 UFANANCE PANAMA888 Hydra888 sagame1688

หลานเขยเย็ดน้องสาวแม่ยายจอมเงี่ยน “สิบปีไม่ได้ให้ใคร…น้าเสียวจนเก็บไว้ไม่ไหวแล้ว”

เรื่องเสียว หลานเขยเย็ดน้องสาวแม่ยายจอมเงี่ยน “สิบปีไม่ได้ให้ใคร…น้าเสียวจนเก็บไว้ไม่ไหวแล้ว”

สิบปีที่ผมกับเฟิร์นคบกัน มันไม่ใช่สิบปีที่ราบเรียบหรอกนะ มันคือสิบปีที่ต้องฝ่าด่านครอบครัว ด่านหน้าที่การงาน และด่านความอดทนของคนสองคนที่โตมาคนละแบบ แต่สิ่งที่ทำให้เรายังจับมือกันแน่นคือความเข้าใจลึกๆ ว่าชีวิตคู่ไม่ใช่แค่ความรักโรแมนติก แต่มันคือการตัดสินใจอยู่เคียงข้างกันแม้ในวันที่โลกไม่น่าอภิรมย์

ปีนี้ฤดูร้อนมาเร็วกว่าทุกปี อากาศร้อนจัดจนแอสฟัลต์หน้าบ้านแทบละลาย เฟิร์นชวนผมกลับบ้านต่างจังหวัดของเธอที่สุพรรณฯ เพราะแม่ของเธออยากให้ช่วยเตรียมงานทำบุญใหญ่ประจำตระกูล บ้านหลังนี้เป็นเรือนไทยประยุกต์สองชั้น ใต้ถุนสูง ไม้สักทั้งหลัง ร่มรื่นด้วยต้นมะม่วงและต้นหูกวางข้างรั้ว

พอรถจอดสนิท ผมเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนรออยู่ที่บันได เธอใส่เสื้อคอกระเช้าสีขาวบางเฉียบ มองเห็นเสื้อในสีชมพูอ่อนดันทรวดทรงอวบอิ่ม ผ้าถุงลายดอกเล็กสีแดงเข้มผูกเอวต่ำ เผยให้เห็นเอวคอดและสะโพกผาย เธอผมยาวสลวยมัดหางม้า ใบหน้ารูปไข่ผิวขาวจัด ดวงตาคมกริบยิ้มหวาน “น้าแอ้” เฟิร์นแนะนำ ผมยกมือไหว้ น้าแอ้รับไหว้แล้วหัวเราะคิก “หลานเขยสุดหล่อมาถึงสักที น้ารอตั้งแต่เช้า”

น้าแอ้เป็นน้องสาวแท้ๆ ของแม่ยายผม ก็คือแม่ของเฟิร์น อายุสามสิบแปด แต่หน้าตาและผิวพรรณเหมือนสามสิบต้นๆ สามีของน้าเป็นวิศวกรทำงานต่างประเทศ ปีหนึ่งกลับมาแค่ครั้งเดียว แก้มนวลๆ ของน้าเวลายิ้มมีลักยิ้มข้างซ้าย ทำเอาผมเผลอมองนานไปนิดจนเฟิร์นสะกิด

เย็นวันนั้นน้าแอ้ทำกับข้าวเองหมด ทั้งแกงส้มชะอมทอด ปลาทูทอดน้ำปลา และตำแตงกวาใส่ปูเค็ม ระหว่างกินข้าว น้าแอ้นั่งตรงข้ามผมพอดี เวลาน้าโน้มตัวตักกับข้าว คอเสื้อสีขาวบางก็เปิดให้เห็นร่องอกขาวเนียนลึกจนผมต้องรีบก้มหน้าก้มตากินข้าว เฟิร์นไม่ทันสังเกตุเพราะมัวคุยกับแม่เรื่องเตรียมของทำบุญ

คืนแรกผมแทบนอนไม่หลับ กลิ่นกายน้าแอ้ยังติดจมูก เป็นกลิ่นแป้งหอมเย็นผสมเหงื่อสาววัยปลายสามสิบ มันปลุกความเงียบงันในร่างกายผมให้ตื่นขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว แต่ผมก็พยายามข่มตาหลับโดยคิดถึงเฟิร์นที่นอนอยู่ข้างๆ

เช้าวันต่อมา เฟิร์นกับแม่ออกไปตลาดแต่เช้าเพื่อซื้อของสดเพิ่ม ผมตื่นสายเพราะเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ เดินลงมาชั้นล่างเห็นน้าแอ้กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ใต้ถุนบ้าน ชุดวันนี้ของน้าคือเสื้อกล้ามสีเหลืองนวลกับกางเกงขาสั้นผ้ายืดสีเทา เนื้อผ้าแนบไปกับก้นงอนงามและขาเรียวยาว น้ำจากสายยางกระเด็นโดนเสื้อบางส่วนจนเปียกชื้นมองเห็นรอยนูนของหัวไหล่และแผ่นหลัง

“ตื่นสายแบบนี้เดี๋ยวอดกินข้าวเช้านะ” น้าหันมาล้อ ผมยิ้มแห้งๆ แล้วบอกว่าขอเดินเล่นในสวนก่อน น้าแอ้หรี่ตามองแล้วหัวเราะ “อย่าเดินไปไกลล่ะ แดดมันเริ่มแรง”

แต่สวนหลังบ้านร่มครึ้มเพราะต้นขนุนใหญ่ พื้นดินเย็นชื้น ผมเดินไปนั่งที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นหูกวาง มองกิ้งก่าปีนป่ายต้นมะม่วง สักพักได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ น้าแอ้เดินมาพร้อมน้ำเก๊กฮวยเย็นแก้วโต เสื้อยังเปียกอยู่ ทิ้งตัวนั่งข้างกันห่างเพียงคืบ กลิ่นกายน้าลอยมาพร้อมลมร้อน มันเหมือนกลิ่นซาบซ่าแบบผู้หญิงที่รู้ตัวว่ากำลังถูกมอง

“เป็นยังไงบ้าง อยู่บ้านน้าเบื่อไหม” น้าถามพลางส่งแก้วน้ำให้ มือเรียวเล็กของน้าแตะนิ้วผมเป็นจังหวะ ผมรับแก้วพลางตอบเลี่ยงๆ ว่าสบายดี น้าแอ้ยิ้มมุมปาก แล้วทิ้งสายตาไปที่ผ้าถุงของตัวเองที่ชายกระโปรงเลิกขึ้นมาถึงกลางต้นขา “ร้อนจังเนาะ อยู่กรุงเทพฯ นานๆ กลับบ้านทีเหงื่อแตกพลั่ก”

คำว่า “เหงื่อแตกพลั่ก” ออกมาจากปากน้าแอ้เหมือนเสียงครางแผ่วๆ ผมรู้สึกร้อนวูบขึ้นมาที่ใบหน้า รีบยกแก้วเก๊กฮวยขึ้นดื่มให้เย็นคอ แต่มันกลับทำให้ใจผมเต้นแรงขึ้นอีก

ตกดึกคืนนั้น เฟิร์นมีประจำเดือนกะทันหันและปวดท้องมาก เธอบอกให้ผมไปนอนห้องนอนชั้นล่างคนเดียวเพราะเธออยากนอนกับแม่และน้าที่ห้องใหญ่เผื่อช่วยดูแล ผมเดินลงมานอนห้องไม้โล่งๆ ติดกับห้องน้ำ เปิดพัดลมเบาๆ แต่ก็ยังรู้สึกร้อนอบอ้าว

ประมาณเที่ยงคืน เสียงประตูห้องน้ำเปิดปิดดังขึ้น ผมลุกไปดูเห็นน้าแอ้ยืนอยู่ในความมืด ใส่เสื้อนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีม่วงเข้ม สั้นแค่กลางสะโพก ผมเปียกชุ่ม เพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ผิวขาวๆ ตรงไหล่และต้นขาเป็นมันวาวจากหยดน้ำ น้าหันมาเห็นผมยืนอยู่ก็ยิ้ม “ขอน้ำดื่มหน่อยสิ พี่เขย” น้าเรียกผมว่าพี่เขยทั้งที่ผมเด็กกว่าหลายปี

ในครัวไฟสลัว น้าแอ้เปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่ม ภาพสายน้ำไหลผ่านริมฝีปากแดงสดของน้าทำให้ผมกลืนน้ำลายเสียงดัง น้าหันมองแล้วหัวเราะเสียงแผ่ว ก่อนยื่นขวดน้ำให้ผม “เป็นอะไร หน้าแดงยังกับโดนแดดทั้งวัน”

ผมยืนนิ่ง อึดอัดกับความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่าง ไม่ใช่แค่ความสวยของน้า แต่มันคือความรู้สึกถึงไอร้อนจากเรือนร่างที่ขาดความอบอุ่นมานาน น้าแอ้เป็นหญิงที่ถูกทิ้งให้อยู่กับความเงียบงันของบ้านหลังใหญ่ ผมรับรู้ถึงความหวิวหวาดในอกตัวเอง

จังหวะนั้นน้าแอ้เดินเลยไปเปิดประตูห้องนอนชั้นล่างที่ผมกำลังจะนอน “ห้องนี้ร้อนไหม พัดลมเก่าๆ คงไม่พอ” พูดจบน้าเดินเข้าไปปรับม่านให้เปิดรับลม ผมเดินตาม ความมืดภายในมีเพียงแสงจันทร์ผ่านมุ้งลวดกระทบแผ่นหลังของน้าเป็นเงาสวย

“พี่เขยเป็นคนขี้อายเนาะ” น้ากระซิบโดยไม่หันมา ผมไม่ตอบ สมองขาวโพลนเมื่อน้าแอ้หมุนตัวกลับ ใบหน้าห่างจากผมแค่ฝ่ามือ ลมหายใจหอมหวานปนสะระแหน่จากยาสีฟัน ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์และเว้าวอน

มือบางของน้าแตะที่หน้าอกผมเบาๆ “หัวใจเต้นแรงจัง ได้ยินจนน้าใจสั่น” น้ำเสียงแหบพร่า ทุกคำพูดเหมือนมือที่ลูบไล้ไปทั่วร่างผม ผมกำหมัดแน่นพยายามตั้งสติ แต่น้าแอ้กลับเอียงคอให้เห็นลำคอขาวเนียนและไหปลาร้าสวยใต้สายเดี่ยวที่หลุดลงข้างหนึ่งแล้ว จากนั้นน้าค่อยๆ ดึงมือผมไปวางบนสะโพกของตัวเอง

“น้าอยากให้ช่วยปลดทุกข์ให้หน่อย” คำพูดตรงๆ นี้ทำเอาผมแทบเข่าทรุด ผมสัมผัสได้ถึงเนื้อสะโพกกลมกลึงภายใต้ผืนผ้าซาติน มันอุ่นและลื่นมือน่าประหลาด น้าแอ้ครางเบาในลำคอเมื่อผมเผลอกำเข้าที่ก้นกลมกล่อมของน้า

“สิบปีที่น้าอยู่ตัวคนเดียว…มันเหงา” น้าพึมพำพลางบดกายเข้าหาผม หน้าท้องแบนราบและอกอวบอิ่มกดแนบแผงอกผมผ่านสายเดี่ยวบางๆ ผมรู้สึกได้ถึงหัวอกที่แข็งชัดแตะเนื้อผมผ่านเสื้อ

ความเงียบขาดสะบั้นลงเมื่อริมฝีปากของน้าแนบกับซอกคอผม ลิ้นเล็กๆ ไซ้เบาๆ จนขนลุกซู่ไปทั้งตัว มือผมเหมือนมีความคิดเป็นของตัวเอง ลูบจากสะโพกขึ้นไปตามเอวคอดเคิ้ง ก่อนสอดเข้าใต้ชายเสื้อนอนของน้า ผิวนวลลื่นราวไข่ต้ม กล้ามเนื้อหน้าท้องกระตุกตามสัมผัสปลายนิ้ว

“ไม่เคยนอกใจฟ้าใสเลยใช่ไหม” น้าถามทั้งที่ยังไซ้คอผมอยู่ ผมนิ่งไป น้าจึงเงยหน้าสบตา “ไม่ผิดหรอก มันเป็นเรื่องธรรมชาติ ผู้ชายเก็บความเงี่ยนไว้นานๆ เดี๋ยวเสียของ”

คำว่า “เงี่ยน” หลุดออกจากปากน้าแอ้ มันฟังดูหมิ่นเหม่แต่กลับกระตุ้นอารมณ์ดิบในตัวผมอย่างรุนแรง ผมจับไหล่น้าให้ผละออกเล็กน้อย มองหน้าเต็มตา อยากเห็นว่าคนตรงหน้าจริงใจหรือแค่หยอกเล่น แต่น้าแอ้ไม่ถอยสายตา ไม่มีความเขินหลงเหลือ มีเพียงประกายเร่าร้อนเหมือนแมวตัวเมียที่อดอยากมานาน

ผมดึงสายเดี่ยวของน้าลงจากไหล่ทั้งสองข้าง ผืนผ้าซาตินไหลรวบลงไปกองที่เอว เผยให้เห็นหน้าอกอวบขาว อนูตรงกลางสีชมพูเข้มชี้ขึ้นชัดเพราะความเสียว น้าแอ้ไม่รอช้า ปลดเข็มขัดผมออกและดึงกางเกงลงเอง มือบางลูบไปที่แนวมัดกล้ามหน้าท้องผมแล้วเลื่อนลงไปจับความแข็งขืนที่ดันเป้าจนนูนโต

”ใหญ่จัง” น้าพึมพำแล้วเลื่อนมือเข้าไปใต้กางเกงใน สัมผัสจากนิ้วเย็นของน้าทำให้ผมหน่วงแน่นแทบระเบิด น้าค่อยๆ ดึงควยผมออกมาสัมผัสอากาศยามดึก หัวบานแดงตั้งชี้แทบแนบท้อง น้าแอ้ก้มลงมองตาเป็นประกายแล้วใช้ปลายนิ้วกดที่หัวอย่างขบขัน “สมกับเป็นหนุ่มไฟแรง”

น้าผลักผมให้นั่งลงที่ขอบเตียงแล้วคุกเข่าลงตรงหน้า มือเรียวทั้งสองรวบความแข็งขืนของผมขึ้นก่อนจะกดริมฝีปากลงที่หัวบาน เม็ดร้อนของปากน้าประกบลงมาพร้อมลิ้นที่เลียร่องหยักอย่างเชื่องช้า ผมเงยหน้าสู้เสียวจนต้องกัดฟัน น้าแอ้ดูดควยผมเข้าปากลึกจนมิด ลำคอหดรัด เป็นความรู้สึกเหมือนถูกกลืนทั้งเป็น

เสียงน้ำลายดังลื่นราวกับเจลหล่อลื่น น้าเงยหน้าขึ้นมองผมขณะที่ปากยังอมควยไว้ ดวงตาคู่สวยเหลือบมองเป็นระยะๆ มือหนึ่งรูดควยตามจังหวะดูด อีกมือล้วงลูบลูกอัณฑะผมอย่างรู้งาน จนผมเกือบจะปล่อยในปากน้าให้ได้

“พอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวแตกปาก” ผมกระชากตัวน้าขึ้นมานอนบนเตียง น้าแอ้หัวเราะชอบใจ ผมถกเสื้อนอนของน้าออกให้เปลือยทั้งตัว เห็นเรือนร่างเต็มตา เอวบาง สะโพกกว้าง หัวหน่าวโกนเกลี้ยงเป็นรูปสามเหลี่ยมเล็กๆ เห็นแคมชัดว่าอิ่มนูนและมีน้ำเยิ้มเป็นมันที่ซอก

ผมใช้นิ้วแหวกออก น้าแอ้ครางสะดุดเมื่อนิ้วกลางผมกดลงที่ติ่งแดงๆ “หีน้าเป็นไง…สวยไหม” น้าถามเสียงสั่น ผมตอบตามตรง “หีสวยมาก หีโหนกนูนแคมหนา” น้าครางดังขึ้นเมื่อผมจ้วงนิ้วเข้าในรูสอดแน่นแฉะ กล้ามเนื้อภายในบีบรัดนิ้วจนฟีบๆ

“สิบปีไม่ได้ให้ใคร…น้าเสียวจนเก็บไว้ไม่ไหวแล้ว” น้าแอ้ครางพลางยกสะโพกรับนิ้วผม ผมถอดเสื้อตัวเองออกแล้วขึ้นคร่อมทาบกาย น้าจับควยผมนำไปจิ้มที่ปากรูที่น้ำเยิ้มจนเลอะหน้าท้อง “ใส่มาเลย… น้าทนไม่ไหวแล้ว”

ผมดันสะโพกสอดเข้าไปช้าๆ ความแน่นของหีน้าแอ้บีบหัวควยจนผมต้องหลุดปากครางออกมา น้าแอ้เกร็งขาไขว้รอบเอวผมแน่น เล็บจิกลงบนแผ่นหลัง ก่อนที่ผมจะโยกสะโพกเข้าออกด้วยจังหวะเนิบลึก สบตากันตลอด เสียงเนื้อกระทบกันดังแปะๆ ผสมเสียงเตียงไม้ดังเอี๊ยด ๆ

“เร็วอีก…เย็ดแรงๆ น้าถึงจะหายเงี่ยน” น้าแอ้เร่งผม หน้าอกใหญ่เด้งกระเพื่อมตามแรงกระแทก ผมก้มลงดูดหัวนมสีเข้ม น้าดิ้นพล่าน มือรวบหัวผมกดแนบอก สะโพกน้าขยับสวนขึ้นลงได้จังหวะจนควยผมเข้ามุดลึกถึงมดลูก

ผมหันตัวจับน้าแอ้คุกเข่า น้าก้มหน้ายกก้นชัน ผมรวบเอวบางแล้วกระแทกจากข้างหลังอย่างหนักหน่วง ลูกอัณฑะตบกับเนื้อก้นแดงระเรื่อ เสียงครวญครางของน้าหวานแหลมขึ้นเรื่อยๆ “กระดอแตกเลย…เสียวจนขาอ่อนแรง…”

ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงที่ทั้งคู่สลับท่ากันจนเปียกโชกทั้งตัว ในที่สุดผมจับน้าแอ้นอนหงาย ผมกดขาเศรษฐีและฟาดควยลงเต็มแรงครั้งสุดท้าย จนน้าตะโกนลั่นแล้วเกร็งตัว น้ำรักพุ่งออกมาเป็นทางเปรอะผ้าปู ผมรีบถอนควยออกมาปล่อยน้ำสีขาวขุ่นพุ่งกระเด็นใส่หน้าท้องและร่องอกเนียนของน้าเป็นสายยาว

ทั้งคู่นอนหอบกันอยู่ครู่ใหญ่ ผมลุกไปหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดตัวน้าอย่างเบาแขน น้าแอ้มองผมตาปรอยๆ ก่อนเผลอหลับไปในอ้อมแขนของผมเหมือนแมวที่อิ่มนม ตอนเช้าผมตื่นก่อนรุ่งไปนอนห้องเดิมของฟ้าใสเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อีกสองวันเรากลับกรุงเทพฯ ฟ้าใสไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย แต่น้าแอ้ส่งข้อความมาหาผมทีหลังเพียงสั้นๆ “ขอบใจสำหรับฤดูร้อนนี้” และไม่ติดต่อมาอีก

ส่วนผมกับเฟิร์น ตอนนี้เราตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตร่วมกันแล้ว นั่นคือเราจะแต่งงานกันเงียบๆ ปลายปีนี้ แล้วย้ายไปอยู่บ้านหลังเล็กชานเมืองที่มีต้นหูกวางหลังรั้วแบบที่น้าแอ้ชอบ

บางความลับก็ทำหน้าที่เป็นบทเรียนเงียบงันให้คนเรารู้ว่า ความรักที่แท้จริงกับความใคร่นั้นต่างกันอย่างไร และชีวิตคู่สิบปีมันมีค่ามากกว่าความเสียววูบเดียวตรงหน้าแค่ไหน

ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM