เรื่องเสียว ป้าให้เย็ดผมจะไม่เรียกป้าอีก หลานชายกับแม่หม้ายข้างบ้าน
บ้านผมอยู่ติดกับบ้านของป้าหวาน ผู้หญิงม่ายวัยสามสิบกลางๆ ที่สามีทิ้งไปมีเมียน้อยตั้งแต่ต้นปี ตัวป้าแกขายของชำอยู่หน้าปากซอย ฐานะพออยู่ได้ มีลูกสาวหนึ่งคนอายุสิบกว่า ไปอยู่โรงเรียนประจำต่างจังหวัด
ตอนนั้นผมอายุยี่สิบห้า เพิ่งกลับจากกรุงเทพฯ มาตั้งหลักที่บ้านเกิดเพราะตกงาน งานที่บ้านก็มีแค่ช่วยพ่อแม่ทำสวนหลังบ้านกับซ่อมของเก่าๆ ในบ้าน วันๆ ไม่มีอะไรทำ
ป้าหวานเป็นผู้หญิงผิวสองสี รูปร่างอวบๆ เตี้ย compact เอวมีเนื้อ แต่สะโพกผายออกมาเป็นรูปผลชมพู่ แก้มตอบ เวลายิ้มมีลักยิ้มข้างเดียว ฟันขาวจัด ผมดัดหยักศกยาวประบ่า แก้มหอมด้วยแป้งเย็นติดผมบ้างเวลาอากาศร้อน
ผมกับป้าหวานพอรู้จักกันตามประสาบ้านติดกัน แต่ไม่เคยสนิทกันเป็นพิเศษ จนวันหนึ่งกลางเดือนเมษายน อากาศร้อนระอุ ป้าหวานเดินมาขอให้ผมช่วยขนถังแก๊สหุงต้มใหม่ขึ้นรถเข็น เพราะหลานชายที่เคยช่วยกลับบ้านไปแล้ว
“ไปช่วยหน่อยสิหลาน เดี๋ยวป้าเลี้ยงข้าวเย็น”
ผมตอบตกลงโดยไม่คิดอะไร แล้วก็เดินข้ามรั้วเตี้ยๆ เข้าไปในเขตบ้านป้า
บ้านป้าหวานเป็นเรือนไม้สองชั้น ใต้ถุนสูง มีบันไดขึ้นด้านข้าง หลังบ้านมีครัวและบ่อน้ำ ส่วนด้านหน้ามีมะม่วงแผ่กิ่งให้ร่มเงา ผมช่วยป้าขนถังแก๊สขึ้นรถเข็นเสร็จก็เหงื่อโชกทั้งตัว
ป้าหวานยื่นผ้าเย็นมาให้ “เอาสิ เช็ดหน้าก่อน เดี๋ยวเป็นลมตายไป”
ผมรับมาเช็ดหน้าเช็ดคอ ป้าหวานยืนมองพลางเอามือเท้าสะโพก รอยยิ้มแกดูขี้เล่นกว่าที่ผมเคยเห็น
“หลานเอ๊ย เดี๋ยวนี้เนื้อหนังก็ดีนี่หว่า ไปอยู่กรุงเทพฯ นึกว่าจะขาวซีดเป็นโรค”
“กรรมพันธุ์พ่อแม่ครับ” ผมพูดติดตลก
วันนั้นป้าหวานชวนกินข้าวเย็นจริงๆ ผมกลับบ้านไปอาบน้ำก่อน แล้วตั้งใจว่าจะไปเพราะเกรงใจ ถึงตอนเย็นผมใส่เสื้อคอกลมสีขาว กางเกงขาสั้นลำลอง เดินข้ามไปบ้านป้า
ใต้ถุนบ้านป้าเปิดไฟนีออนสีส้ม ปูเสื่อน้ำมันไว้สำหรับนั่งเล่น มีโต๊ะเตี้ยวางกับข้าวไว้กลาง ป้าหวานนุ่งผ้าถุงสีแดงลายดอก นั่งรออยู่แล้ว
“มาแล้วเหรอ ขึ้นมานั่งสิ”
ผมนั่งลงตรงข้ามป้า กับข้าวมีต้มยำปลากระป๋อง ไข่เจียวชะอม น้ำพริกกะปิ ผักสด กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยมากจนผมตักข้าวหนที่สอง
“กินไปเหอะ เยอะแยะ” ป้าหวานพูดพลางตักน้ำพริกให้ผม
ระหว่างกินข้าว เราคุยกันเรื่องสัพเพเหระ ป้าหวานถามเรื่องกรุงเทพฯ ถามเรื่องแฟน ผมตอบตามตรงว่าเลิกกันมาเกือบปีแล้ว
“เอ๊ะ ทำไมวะ หน้าตาดีออกจะตาย”
“ชีวิตมันไม่ง่ายครับป้า”
ป้าหวานหัวเราะ “เรียกป้าๆ เนี่ย ป้ารู้สึกแก่เลย”
“แล้วให้เรียกอะไรครับ”
“เรียกหวานก็ได้ ญาติผู้ใหญ่บางคนก็เรียกชื่อ”
“งั้นหวาน…” ผมลองเรียกดูแล้วยิ้ม
ป้าหวานหยุดชะงักนิดหนึ่ง แล้วก้มหน้าตักข้าวต่อ เห็นได้ชัดว่าพอใจ
หลังกินข้าวเสร็จ ผมช่วยป้าหวานเก็บจานเข้าไปในครัว ป้าหวานล้างจานอยู่ที่ซิงก์ ผมยืนเช็ดจานอยู่ข้างๆ กลิ่นแป้งเย็นกับกลิ่นแดดที่ติดผิวกายป้าโชยมาแบบไม่ตั้งใจ
“นี่ๆ หลานเอ๊ย” ป้าหวานพูดโดยไม่หันมามองผม “ถ้าว่างก็แวะมาอีกนะ บ้านป้าไม่มีผู้ชาย บางทีก็ไม่ค่อยสะดวกเรื่องพวกแรงๆ”
“ได้ครับ มีอะไรเรียกได้ตลอด”
จากวันนั้น ผมก็ไปมาหาสู่บ้านป้าหวานบ่อยขึ้น ช่วยซ่อมชั้นวางของในร้าน ช่วยยกของลงจากรถ ช่วยตัดกิ่งมะม่วงที่ยื่นมาเกะกะรั้ว ป้าหวานก็เลี้ยงข้าวบ้าง เลี้ยงขนมบ้าง ผมกับป้าสนิทกันแบบข้ามวัยอย่างรวดเร็ว
จุดเปลี่ยนจริงๆ เกิดวันฝนตกหนักช่วงปลายพฤษภาคม ฟ้าร้องดังสนั่น ไฟดับทั้งซอย ผมจำได้ว่าตอนนั้นกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้อง แล้วได้ยินเสียงเคาะประตูเรียกจากรั้ว
“หนุ่มอยู่ไหม เปิดให้ป้าหน่อย”
ผมรีบหยิบไฟฉายเดินออกไป ที่รั้วบ้านมีป้าหวานยืนตัวเปียกมะล่อกมะแล่ก ผ้าถุงเปียกน้ำแนบติดลำตัวจนเห็นทรวดทรงชัดเจน เสื้อคอกระเช้าก็เปียกแนบจนเห็นขอบยกทรงข้างใน
“ไฟบ้านป้าดับ แล้วเทียนหมดพอดี เบอร์โทรก็ไม่มี”
“เข้ามาก่อนครับ”
ผมเปิดประตูรั้วให้ ป้าหวานเดินเข้ามาในบ้านอย่างรู้จักมักคุ้นดี ผมให้ผ้าขนหนูผืนใหญ่กับเสื้อเชิ้ตเก่าของผมสำหรับผลัด
“ไปอาบน้ำให้สบายตัวไหมครับ เดี๋ยวผมจุดเทียนไว้ในห้องน้ำ”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวไฟคงมา ขอเช็ดตัวก่อน”
ป้าหวานยืนเช็ดผมตรงมุมห้องรับแขก แสงเทียนสลัวๆ ทำให้บรรยากาศอบอุ่น น่ากลัวนิดๆ และแปลกประหลาดขึ้นมาพร้อมกัน
“ไปนั่งข้างบนเถอะ อากาศมันร้อนอบอ้าว” ผมชวน
เราขึ้นไปนั่งบนห้องนอนผมเพราะเป็นห้องที่โล่งกว่าห้องอื่น ป้าหวานนั่งที่ขอบเตียง ผมนั่งที่พื้น หลังพิงผนัง คุยกันเรื่องสัพเพเหระตามประสาคนไม่มีไฟดู
“รู้ไหม ทำไมป้าถึงไม่ย้ายไปอยู่กับญาติที่กรุงเทพฯ” ป้าหวานเริ่มเล่าเรื่องตัวจริงจัง
“ทำไมครับ”
“เพราะที่นี่มันคือบ้านของป้า สามีป้าสร้างบ้านหลังนั้นไว้ให้ตั้งแต่วันแต่งงาน เขาหายไป แต่ความทรงจำยังอยู่ จะให้ทิ้งไปง่ายๆ ก็ใช่ที่”
“ป้าไม่เคยคิดจะมีใครใหม่เหรอครับ”
ป้าหวานเงียบไปนาน แล้วตอบเสียงเบา “คิดนะ แต่… ผู้ชายดีๆ หายาก ไหนจะกลัวเรื่องลูกสาวอีก”
“ป้ายังสาวนะครับ อย่าเพิ่งคิดมาก”
ป้าหวานไม่ตอบคำถามโดยตรง แต่เดินกลับขึ้นบันไดนำหน้าผมไป
ครั้งนี้ผมขึ้นไปนั่งข้างป้าหวานบนเตียงแทนที่จะนั่งพื้น บรรยากาศเงียบขึ้นและตึงเครียดแบบถึงเนื้อถึงตัว
“ป้าหวานตัวเย็นไหมครับ”
“นิดหน่อย”
ผมเอื้อมมือไปกุมมือป้าหวาน มันเย็นจริงๆ ป้าหวานไม่ได้ชักมือออก กลับบีบมือผมตอบเบาๆ
“หลานเอ๊ย…” ป้าหวานเรียกผมด้วยน้ำเสียงที่แปลไป
“ครับ”
“นายรู้ไหม ว่าที่ผ่านมาป้ารู้สึกยังไง”
“ไม่รู้ครับ”
“ป้ารู้สึกว่ามีผู้ชายมาอยู่ใกล้แล้วมัน… มันทำให้ป้านึกถึงอะไรบางอย่าง”
“แล้วมันทำให้ป้าอยากทำอะไรครับ” ผมเสี่ยงถาม
“ไม่รู้สิ… ป้าแค่รู้สึกว่า คืนนี้คงไม่ยอมนอนคนเดียวแล้ว”
ผมปล่อยมือจากมือป้า แล้วเลื่อนไปวางบนหัวไหล่ซึ่งยังเปียกชื้น ป้าหวานสะดุ้งนิดๆ แต่ก็ปล่อยให้ผมบีบคลึงเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ โน้มตัวลงไปใกล้ใบหน้าแก
จูบแรกของเราเกิดขึ้นช้าๆ ทะมัดทะแมง ผมจูบปากอิ่มของป้าหวานอย่างนุ่มนวล จนป้าเผยอริมฝีปากรับและตอบสนองด้วยความหิวโหยแบบคนที่อดมานาน
ผมกดตัวป้าหวานลงนอนลงบนเตียงช้าๆ มือข้างหนึ่งลูบไล้จากหัวไหล่ลงมาถึงเอวคอด ผ้าถุงยังเปียกแนบเนื้อ
“ช่วยป้าถอดเสื้อหน่อย” ป้าหวานกระซิบ
ผมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตชื้นๆ ทีละเม็ดด้วยมือที่สั่นนิดหน่อย ใต้เสื้อคือยกทรงสีขาวขุ่นที่รั้งเนื้อนุ่มสองก้อนใหญ่พอดีมือ ผมก้มลงจูบซอกคอหอมเย็น สองมือปลดตะขอข้างหลังยกทรงออก แล้วดึงสายลงช้าๆ
หน้าอกของป้าหวานสวยอย่างไม่น่าเชื่อ สำหรับผู้หญิงวัยสามสิบห้า มันเป็นเต้าอิ่มที่ยังคงความตั้งชัน ยอดหัวนมสีเข้มนูนแข็งทันทีที่ถูกอากาศและสัมผัสลมจากจูบผม
“เลียให้ป้าหน่อย” ป้าหวานครางเสียงสั่น
ผมก้มลงเม้มยอดนม ป้าหวานครางเบาๆ โยกตัวตามซอกคอและนิ้วที่คลึงอีกข้าง ผมถลกผ้าถุงขึ้นไปกองที่เอว แล้วจึงเห็นผ้าซับในสีชมพูจางๆ แผ่นบางเปียกชื้นทั้งน้ำฝนและน้ำอย่างอื่น
ผมลากนิ้วไปตามขอบผ้าซับใน ป้าหวานผวาหนีเล็กน้อยเพราะเสียว ผมรั้งมันลงช้าๆ เผยให้เห็นหัวหน่าวซึ่งโกนสะอาดเรียบร้อย เห็นปากหีสีคล้ำนิดๆ แต่อวบน่าดู กลีบด้านนอกหนาแน่น รับกับสะโพกผายของป้า
“หีป้าสวยมากเลยครับ” ผมพูดออกไปตรงๆ
“บ้า…” ป้าหวานหน้าแดงและเอามือปิดหน้าไว้
ผมก้มลงเลียจากหัวหน่าวไล่ลงมาตรงกลีบหีที่เริ่มแยกอ้าออกเพราะความเงี่ยน ป้าหวานครางออกมาเป็นเสียงยาวเหมือนคนสะกดกลั้นมานาน น้ำเงี่ยนรสเค็มนิดๆ ไหลออกมาไม่ขาดสาย
“โอ๊ย… เสียว… อย่าเพิ่งแรง…” ป้าหวานคราง
ผมใช้ปลายลิ้นวนรอบปุ่มกระสัน ลากขึ้นลงร่องหีอย่างช้าๆ แล้วค่อยดูดเบาๆ ป้าหวานเกร็งขา สองมือทึ้งหัวผม สะโพกโยนขึ้นรับ
“จะทนไม่ไหวแล้ว… เอาเลย…”
ผมรีบปลดกางเกงตัวเอง ควยผมแข็งตึงมาตั้งแต่เริ่ม แดงก่ำ ใหญ่พอที่ป้าหวานจะตาโตเมื่อเห็น
“ของหลานนี่… ไม่ได้เล็กเลยนะ”
ผมยิ้มขัน แล้วเอาหัวควยถูกับกลีบหีที่แฉะฉ่ำ ก่อนสอดเข้าไปช้าๆ ทีละน้อย ป้าหวานหายใจเฮือกใหญ่ ปากครางออกมาเป็นเสียงเซ็งแซ่
“โอ๊ย… ใหญ่… มันเต็มๆ…”
ผมดันเข้าไปจนสุดจนหน้าขาทั้งสองข้างแนบกับขาป้า แล้วชะงักอยู่ครู่หนึ่งให้ป้าปรับตัว ความอบอุ่นภายในหีของป้าหวานมันรัดและดูดควยผมอย่างถึงใจ
“เย็ดป้าเลย…” ป้าหวานกระซิบ
ผมเริ่มขยับสะโพกช้าๆ จังหวะแรกแล้วค่อยเพิ่มความแรงตามเสียงครวญคราง ป้าหวานยกขาขึ้นพาดเอวผม ร้องไม่เกรงว่าใครจะได้ยิน เพราะฝนยังตกกระหน่ำกลบเสียงอยู่
“เสียว… โอ๊ย… เสียวหีจังเลยว่ะ…”
“ป้าหวานหีแคบมากเลยครับ รัดควยผมจะแตกอยู่แล้ว”
“พูดอะไร… น่าอาย…”
แต่ป้าหวานก็เร่งสะโพกเข้าหาผมอย่างลืมตัว ตอนนั้นผมเห็นใบแกแดงซ่าน น้ำหูน้ำตาเล็ดน้อยๆ จากการถึงอารมณ์สุดๆ มันเร้าความเงี่ยนของผมขึ้นไปอีก
ผมนอนทับป้าหวานแล้วกระแทกไม่ยั้ง ท่อนควยเสียดสีผ่านร่องหีที่ลื่นเยิ้ม เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังฉาดๆ แม้ฝนจะตกก็ยังได้ยินชัด
“ชอบไหมครับ” ผมถามพลางขยับแรงขึ้น
“ชอบ… ชอบมาก… เอาแรงๆ อย่าหยุดนะ…”
ป้าหวานเกร็งไปทั้งตัว ครางเสียงแหลมก่อนจะสะอื้นออกมาสั้นๆ เมื่อถึงจุดสุดยอดครั้งแรก ขาแกสั่นระริก สะโพกยกค้างแล้วทิ้งตัวลง
“เสร็จแล้วเหรอครับ”
“เสร็จแล้ว… แต่ยังเอาได้อีก…”
ผมหัวเราะเบาๆ แล้วพลิกตัวป้าให้นอนตะแคง ยกขาข้างหนึ่งขึ้นพาดไหล่ แล้วสอดเข้าจากด้านข้าง ท่านี้ทำให้หีป้าแน่นขึ้น ความเสียวพุ่งขึ้นทั้งตัว
“ควยหลาน… แม่ง… ดีจริงๆ ว่ะ…” ป้าหวานพูดเสียงขาดห้วง
ผมเย็ดถี่แรงจนน้ำเงี่ยนเยิ้มเปื้อนโคนควยและหน้าขาทั้งสองคน ป้าหวานครางไม่เป็นภาษา จนสุดท้ายผมก็รู้สึกถึงจุดที่กลั้นไม่อยู่
“ป้าหวานครับ ผมจะเสร็จแล้ว”
“เสร็จข้างในเลย… ไม่เป็นไร… อยากได้…”
พอได้ยินเสียงอนุญาต ผมก็กระแทกสุดๆ สามสี่ทีแล้วปล่อยน้ำในสุดตรงนั้น ป้าหวานครางต่ำยาวรับ น้ำในผมกับน้ำรักผสมกันเปรอะทั้งบนที่นอน
เรานอนกอดกันอยู่พักใหญ่ ฝนเริ่มเบาลงและไฟก็กลับมาเป็นเวลาพอดี ป้าหวานรีบผละออกด้วยความอายรีบแต่งตัว บอกกับผมว่า “เรื่องคืนนี้… อย่าให้นอกบ้านรู้”
“ครับ ผมสัญญา”
แต่หลังจากคืนนั้น สายสัมพันธ์ของเราก็เปลี่ยนไป ป้าหวานกับผมแอบเป็นคู่กันแบบไม่มีใครพูดตรงๆ ว่าคืออะไร มีบ้างที่ไปช่วยป้าส่งของแล้วลงเอยบนเตียงทุกครั้ง บางครั้งป้าหวานแต่งตัวอยู่บ้านแล้วเปิดชุดนอนให้เห็นหน้าอกแบบตั้งใจ แต่ทำเป็นเหมือนไม่รู้ตัว
เวลาผ่านไปหลายเดือนจนเข้าฤดูหนาว วันที่ป้าหวานมารอผมที่หน้าบ้านตัวเองตอนหัวค่ำ แกใส่เสื้อคอเต่าผ้ายืดเข้ารูปกับกระโปรงยาวสีน้ำตาล หน้าตาเรียบเฉยแต่ตาบอกความต้องการ
“คืนนี้คิดถึง” ป้าพูดแค่นั้น
ผมไม่ตอบ แต่ตามขึ้นบ้านป้าไปโดยไม่มีคำถาม รอบนั้นเราทำกันในห้องนอนป้า เตียงไม้สักหลังใหญ่ที่ป้าเคยนอนกับสามีเดิม มันแสนเงียบสงบ ป้าหวานปลดเสื้อผ้าทีละชิ้นให้ผมดูอย่างตั้งใจ เปิดไฟนีออนสีเหลืองให้เห็นเรือนร่างของแกชัดเจน
นั่งบนเตียงแล้วอ้าขาให้ผมเห็นหีสวย กลีบหีสีคล้ำนูนหนาเหมือนเนื้อสุกกำลังดี มีน้ำเงี่ยนเยิ้มออกมาจากช่องแคบ ป้าหวานเอามือชี้มาที่ร่อง
“ดูสิ… ป้าเฝ้ารอหลานทั้งวัน”
ผมตรงเข้าไปซุกหน้าเลียหีป้าหวานจนสะโพกสั่น แล้วปีนขึ้นไปนั่งคุกเข่าระหว่างขาป้า สอดควยยาวใหญ่เข้าไปในหีที่อ้าคอยอยู่แล้ว รอบนี้เย็ดกันช้าแต่ลึก ตาเราสบกันตลอด สะโพกบดเบียดเข้ากันแนบแน่น จนป้าหวานซ้ำหลายรอบ
“หลานทำให้ป้าลืมสามีเก่าไปเลยว่ะ…” ป้าหวานกระซิบตอนผมปล่อยน้ำในครั้งสุดท้าย
“แล้วถ้าผมขออยู่แบบนี้ตลอดไปล่ะครับ”
ป้าหวานขมวดคิ้วนิดหนึ่ง “นายหนุ่มกว่าป้าตั้งเยอะ จะเอาคนแก่ไปทำไม”
“ผมไม่เคยรู้สึกว่าป้าแก่เลย มีแต่คิดถึงทั้งวัน”
ป้าหวานเงียบไปนาน แล้วโอบคอผมเข้าไปกอด ไม่ตอบตกลงหรือปฏิเสธ แต่หลังจากคืนนั้นแกก็ปฏิบัติตัวกับผมเหมือนเป็นผัวของตัวเองอย่างเปิดเผยต่อคนในครอบครัวมากขึ้น พ่อแม่ผมเหมือนจะล่วงรู้บ้างแต่ไม่เคยพูด และในที่สุดเมื่อผมยื่นคำขาดอย่างสุภาพ
“ถ้าป้าโอเค ผมจะไม่เรียกป้าหวานอีก แต่จะเรียก ‘หวาน’ แบบคนของกัน”
ป้าหวานยิ้มทั้งน้ำตาคลอเบ้า “แล้วลูกสาวป้าจะว่ายังไง”
“เดี๋ยวผมค่อยอธิบายเองครับ”
สุดท้ายเราใช้เวลาเกือบปีทำความเข้าใจกับลูกสาวป้าหวาน แม้ช่วงแรกจะยากแต่เมื่อเห็นว่าแม่มีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็น เด็กสาวก็ยอมรับตัวเองว่ามีพ่อเลี้ยงอายุห่างกันเพียงสิบปี และผมก็ตั้งหลักชีวิตได้ ทำงานประจำที่เมืองใกล้บ้าน กลับบ้านทุกเย็นมานอนกอดผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแม่หม้ายข้างบ้าน
เรื่องของเราดำเนินต่อมาอย่างเรียบง่าย แต่คืนไหนที่ฝนตกหนักและฟ้าร้อง ผมกับป้าหวานมักมองหน้ากันแล้วหัวเราะ เพราะนั่นคือคืนที่ทำให้ความเงี่ยนและความรักของเรากล้าเปิดเผยออกมาเต็มที่ จนสุดท้ายก็ไม่มีอะไรต้องปิดบังอีกต่อไป
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







