เรื่องเสียว ความสัมพันธ์ใต้ถุนโรงเรียนเก่า
มันเริ่มจากความเสียวแปลบ ๆ ที่ท้องน้อยทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของพี่เอกเดินผ่านห้องพักครู ฉันนั่งกอดอกแน่น ๆ แกล้งทำเป็นจดบันทึก แต่จริง ๆ แล้วใจลอยไปถึงคืนนั้นที่เรา quatre คนนั่งกินเหล้ากันใต้ถุนโรงเรียนหลังเลิกกิจกรรม วันนั้นอากาศร้อนอบอ้าวจนเสื้อเชิ้ตบาง ๆ ของฉันชื้นเหงื่อติดตัว สามีฉันนั่งคุยเรื่องงานกับพี่รุ่ง ส่วนพี่เอกนั่งอีกฝั่ง สายตาคม ๆ ของเขาจ้องฉันไม่วางตาแบบไม่มีข้ออ้างใด ๆ
สามีฉันชื่อพี่โต เป็นครูพละที่ตัวใหญ่แข็งแรง แต่ในเรื่องบนเตียงเขากลับเป็นคนเรียบง่ายและมักจะรีบจบ ฉันจะพูดตรง ๆ ก็ได้ว่าเราแต่งงานกันมาเกือบห้าปีแล้ว ชีวิตคู่มันดำเนินไปตามสูตรเดิม ๆ จนบางคืนฉันเผลอคิดว่าตัวเองกลายเป็นแค่แม่บ้านที่ตื่นเช้ามาสอนหนังสือไปวัน ๆ แต่พี่เอกเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างโดยไม่รู้ตัว เขาเป็นครูวิทย์ที่เพิ่งย้ายมาจากอำเภอข้าง ๆ มาอยู่ห้องพักครูใกล้กับสามีฉัน ตัวสูงเพรียว มือใหญ่ท่อนแขนเป็นมัดกล้ามจากการปั่นจักรยานออกกำลังกายทุกเช้า
พี่รุ่งเมียพี่เอกเป็นคนที่ฉันสนิทด้วยเร็วมาก เธอเป็นคนพูดเก่งเฮฮา แต่มีแววตาแบบผู้หญิงที่รู้จักโลกมาก่อน เรามักจะนั่งกินข้าวเที่ยงด้วยกันที่โรงอาหารโรงเรียน คุยกันไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งวันหนึ่งเธอเริ่มเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังอย่างเปิดใจ เธอบอกว่าชีวิตคู่ของเธอกับพี่เอกไม่ได้มีแค่สองคนมานานแล้ว คำพูดนั้นทำเอาฉันชะงักตะเกียบอยู่หน้าปาก แต่เธอก็ยิ้มแล้วพูดต่อว่า “มันก็เหมือนกินข้าวจานเดิม ๆ หลายปี แหม ก็อยากเปลี่ยนรสชาติบ้าง”
ตอนแรกฉันรู้สึกช็อกและไม่กล้าแม้แต่จะบอกพี่โต แต่หลังจากคืนนั้นฉันกลับนอนไม่หลับคิดถึงคำพูดของพี่รุ่งวนไปมา มือของฉันเผลอลูบตัวเองใต้ผ้าห่มตอนที่พี่โตหลับไปแล้ว เสียวแปลบ ๆ วิ่งจากปลายเท้าขึ้นมาจนถึงหัวใจ ฉันกัดริมฝีปากแน่น ๆ กลัวว่าจะเผลอครางออกมา คืนนั้นฉันเสร็จคนเดียวเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ทุกครั้งที่หลับตาลงภาพใบหน้าของพี่เอกก็ผุดขึ้นมา ความรู้สึกผิดพันกับความใคร่จนแยกไม่ออก
อาทิตย์ต่อมาพี่รุ่งชวนครอบครัวฉันไปกินข้าวที่ตลาดนัดหน้าอำเภอ วันนั้นพี่เอกขับมอเตอร์ไซค์คันเก่ามารับฉันที่บ้านพักครูคนเดียว เพราะพี่โตต้องอยู่ซ่อมรถที่โรงรถและจะตามไปทีหลัง ฉันนั่งซ้อนท้ายจับท้ายรถไว้เก้ๆ ก๊ง ๆ แต่พี่เอกกลับบอกให้ฉันโอบเอวเขาไว้ให้แน่น กลิ่นน้ำมันรถผสมกลิ่นสบู่ราคาถูกของเขามันชวนให้ใจเต้นแรงผิดปกติ พอรถเลี้ยวโค้งบางตาเขาก็บีบเบรกจนฉันกระแทกหลังแนบไปกับแผ่นหลังของเขา ฉันสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแน่น ๆ ใต้เสื้อเชิ้ตสีกรมท่า แล้วบางอย่างในกระโปรงชั้นในของฉันก็เริ่มชุ่มชื้นขึ้นมา
ระหว่างนั่งกินข้าวที่ร้านโต๊ะไม้เก่า ๆ พี่รุ่งวางมือบนต้นขาฉันใต้โต๊ะแล้วกระซิบถามว่า “ลองคิดดูหรือยัง” ฉันหน้าแดงก่ำยกแก้วเหล้าขาวขึ้นดื่มเพื่อกลบเกลื่อน แต่ในหัวสมองมันหมุนติ้วไปหมด พี่เอกที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็ยิ้มมุมปากแบบคนรู้ทัน มือเรียวของเขาค่อย ๆ ยกแก้วขึ้นชนกับแก้วฉัน แล้วนิ้วของเขาก็แตะข้อมือฉันเบา ๆ จนขนลุกทั้งแขน พี่โตเมาแล้วหัวเราะเสียงดังกับเรื่องตลกของเพื่อนร่วมโต๊ะโดยไม่เห็นอะไรเลย
คืนนั้นฉันกลับบ้านพักครูด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ทั้งอยากวิ่งหนีและอยากวิ่งเข้าหาในเวลาเดียวกัน พี่โตหลับปุ๋ยบนเตียงเพราะเหล้า ฉันนอนกลิ้งไปมาไม่ได้หลับไม่ได้นอน พอจับตามองนาฬิกาแขวนเก่า ๆ ที่เดินติ๊กต็อกไปที่ตีหนึ่ง ประตูห้องก็มีเสียงเคาะเบา ๆ สองครั้ง ฉันลุกไปเปิด แล้วก็เจอพี่เอกยืนอยู่หน้าประตูด้วยหน้านิ่ง ๆ เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ยื่นซองจดหมายสีน้ำตาลให้ฉันหนึ่งใบ แล้วก็เดินจากไป
ฉันแกะซองจดหมายด้วยมือสั่น ๆ ข้างในมีกระดาษสมุดเส้นบรรทัดเพียงแผ่นเดียว เขาเขียนด้วยลายมือสวย ๆ ว่า “พี่รุ่งบอกว่าเธอโอเค เรามีข้อเสนอหนึ่งอย่าง ถ้าเธออยากลองจริง ๆ ให้ใส่กระโปรงสีน้ำเงินตัวนั้นมาโรงเรียนพรุ่งนี้แล้วเดินผ่านห้องพักวิทย์ตอนพักกลางวัน ถ้าไม่มา ผมจะเข้าใจเองว่าปฏิเสธ” จดหมายมันสั้นมาก แต่คำว่า “ข้อเสนอ” ทำเอาหัวใจฉันแทบหยุดเต้น ฉันเอากระดาษนั้นซ่อนไว้ในชุดชั้นในแน่นบริเวณอก แล้วทั้งคืนก็เอามือกอดตัวเองไว้รูปั้น อวัยวะภายในของฉันมันปวดหน่วงจนแทบทนไม่ไหว
เช้าวันรุ่งขึ้นฉันนั่งแต่งหน้าหน้ากระจกบานเก่าในห้องพักครูด้วยมือที่สั่น ๆ แล้วฉันก็หยิบกระโปรงสีน้ำเงินตัวนั้นออกมาจากตู้เสื้อผ้าจริง ๆ มันเป็นกระโปรงทรงแคบยาวแค่เหนือเข่าที่ฉันซื้อไว้ใส่งานแต่งเพื่อน แต่ไม่กล้าใส่ออกมาเพราะมันรัดรูปเกินกว่าที่ครูควรจะใส่ ตอนที่ฉันรูดซิปขึ้นมาสะโพก เสียงซิปเสียดสีก็ชวนใจหายใจคว่ำ พี่โตมองมาทางฉันตอนกำลังหากระเป๋า แล้วก็ยิ้มกว้างบอกว่า “วันนี้แต่งตัวสวยจัง มีธุระอะไรหรือเปล่า” ฉันส่ายหน้าแล้วบอกว่าแค่คิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ
ตอนพักกลางวันฉันเดินผ่านห้องพักวิทย์ด้วยหัวใจที่เต้นแรง อากาศร้อน ๆ กลิ่นอาหารโรงอาหารหึ่ง ๆ แต่ฉันกลับรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ ไม่ถูกต้อง พอเดินถึงหน้าประตูห้องพักวิทย์ พี่เอกก็เปิดประตูออกมาพอดี เขาจ้องมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ซ้ำที่กระโปรง แล้วก็พยักหน้าช้า ๆ ก่อนกระซิบว่า “ตามผมเข้ามาด้านในหน่อยสิ” ฉันกลืนน้ำลายแล้วหันไปมองรอบ ๆ สนามว่างเปล่าไม่มีใคร ตอนนั้นเองฉันก็รู้ตัวว่าเท้าของฉันกำลังก้าวตามเขาเข้าไปในห้องที่มืดทึบ และประตูก็ถูกปิดลงอย่างแผ่วเบา
ข้างในห้องพักวิทย์เต็มไปด้วยกลิ่นสารเคมีอ่อน ๆ และความอบอ้าวของห้องเล็ก ๆ พี่เอกดึงมู่ลี่ลงจนแสงแดดกลายเป็นริ้วบาง ๆ ทอดยาวบนพื้นปูน เขาหันมาเผชิญหน้ากับฉันในระยะประชิดที่ได้กลิ่นสบู่ราคาถูกเขานั้นอีกครั้ง มือหนาของเขาค่อย ๆ ยกขึ้นมาแตะแก้มฉัน แล้วก็เลื่อนลงมาจับที่เอวบาง ๆ เหนือสะโพกพอดี ฉันรู้สึกถึงความร้อนจากฝ่ามือเขาผ่านเนื้อผ้ากระโปรงบาง ๆ เขาก้มลงมากระซิบข้างหูด้วยเสียงแหบแห้งว่า “พี่รุ่งดูพี่โตอยู่ที่ลานจอดรถ เดี๋ยวเธอก็รู้ว่ามันเริ่มยังไง”
ท่อนแขนแข็ง ๆ ของเขารัดเอวฉันไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก แล้วเขาก็ดันฉันไปพิงกำแพงปูนเย็น ๆ มือของเขาสอดขึ้นมาลูบต้นขาด้านในผ่านเนื้อผ้ากระโปรง ช้า ๆ ตั้งใจให้ช้าจนฉันกินแรง นิ้วของเขาขยับไล่ขึ้นไปจนเกือบถึงชายกระโปรงแล้วก็หยุด แล้วเขาก็มองหน้าฉันด้วยสายตาเจ้าของกิจการแบบหนึ่ง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย “วันนี้อย่าเพิ่งเสร็จ เดี๋ยวคืนนี้มันจะมีอะไรสนุกกว่านี้รออยู่” เขาพูดแล้วก็ถอยหลังออกไปทิ้งให้ฉันยืนพิงกำแพงตัวสั่นอยู่คนเดียว หัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงตัวเอง หูอื้อไปหมด และน้องสาวของฉันมันก็บีบรัดกับชุดชั้นในเปียกชื้นจนแทบทนไม่ไหวแล้ว
ฉันเดินออกจากห้องพักวิทย์ด้วยขาที่สั่นระริก แกล้งทำเป็นเดินปกติ แต่พอพ้นสายตาก็ทรุดนั่งที่ม้านั่งใต้ต้นโพธิ์ใหญ่หน้าโรงอาหาร มือยังสั่นจนถือแก้วน้ำไม่นิ่ง พี่รุ่งเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ ยื่นลูกอมรสส้มให้ฉันหนึ่งเม็ดแล้วยิ้มแบบไม่ยิ้ม เธอกระซิบบอกว่า “ห้องพักครูชั้นสองฝั่งตึกคหกรรม มีเตียงเก่า ๆ อยู่ห้องนึง พี่โตกับพี่เอกเขาไปนั่งดื่มเบียร์ที่บ้านพักหลังโรงเรียนแล้ว คืนนี้เราสองคนจัดการอะไรกันได้ตามสบายเลย” คำพูดเธอเรียบง่ายเหมือนการนัดกินข้าว แต่ความหมายมันทำให้กระดูกสันหลังของฉันเย็นวาบไปทั้งเส้น เธอลุกขึ้นยืดแขนเหมือนคนไม่ได้ติดใจอะไร แล้วก็เดินหายไปทางตึกคหกรรม ทิ้งให้ฉันนั่งที่ม้านั่งตัวนั้นด้วยความรู้สึกที่ทั้งเสียวทั้งอยาก ทั้งกลัวจนไม่อยากเชื่อว่าตัวเองกำลังคิดอะไรต่อ
ฉันหยิบเศษกระดาษในกระเป๋ากระโปรงที่พี่เอกยื่นให้เมื่อเช้าก่อนเดินเข้าห้องเรียน มันเป็นแผนที่คร่าว ๆ วาดด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน บอกเลขห้องและเวลานัดหมายไว้ตอนสองทุ่มครึ่ง ตรงมุมกระดาษมีรูปหัวใจเล็ก ๆ วาดติดกันสองดวงแล้วมีลูกศรลากผ่านกลาง ดูไร้เดียงสาแบบวัยรุ่น แต่เมื่ออ่านดี ๆ กลับมีคำเขียนเล็ก ๆ อยู่บรรทัดล่างสุดว่า “คราวนี้ลองของเต็ม ๆ กันนะ อย่าเกรงใจ” ฉันขยำกระดาษนั้นในกำมือแน่น แล้วก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวกับความบ้าบอของสถานการณ์ที่ตัวเองกำลังจะก้าวเข้าไป
บันไดตึกคหกรรมมืดจนต้องคลำราวเหล็กขึ้นทีละขั้น เสียงรองเท้าดังสะท้อนก้องไปตามโถงว่างเปล่า กลิ่นไม้เก่าผสมฝุ่นอับลอยตลบ ฉันหยุดที่หน้าห้องพักครูชั้นสอง มือจับลูกบิดเย็นเฉียบแล้วหมุนเบา ๆ ประตูเปิดออกช้า ๆ ภาพที่เห็นคือห้องแคบ ๆ มีเตียงเหล็กเก่า ๆ สองเตียงวางห่างกัน พี่เอกกำลังนั่งพิงหัวเตียงฝั่งขวา มือถือกระป๋องเบียร์ มองฉันด้วยสายตาร้อน ๆ ส่วนพี่รุ่งเอนตัวอยู่บนเตียงอีกฝั่งกับพี่โต พี่โตหล่อเข้ม ร่างหนา กอดคอพี่รุ่งอยู่ข้าง ๆ แล้วหันมายิ้มให้ฉันกว้าง ๆ ในห้องมีเสียงเพลงเบา ๆ จากเครื่องเล่นเทปเก่า ผสมกับเสียงหายใจที่เริ่มไม่เป็นจังหวะ ฉันยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูพักหนึ่ง แล้วพี่เอกก็ยื่นมือมาเรียก “มานี่สิ” ทั้งเงียบ ทั้งอยาก ฉันจึงเดินไปนั่งข้างเขา มือของเขาคลึงต้นคอฉันแล้วดึงให้เข้ามาใกล้ พี่รุ่งถอดเสื้อออกก่อนคนแรก เธอหันมาส่งสายตากวน ๆ แล้วพูดว่า “ไม่ต้องเกรงใจกันให้มันมากเรื่อง กลางคืนแบบนี้ ใครอยากได้อะไรก็เอาสิ” เสียงหัวเราะของพี่โตดังเบา ๆ ก่อนที่ฉันจะรู้สึกตัวว่าเสื้อถูกปลดออกจากตัวฉันแล้ว และมันก็สายเกินไปที่จะถอย
ฉันนอนหงายบนเตียง พี่เอกก้มลงมากัดใบหูฉันเบา ๆ มือเขาลูบไล้ไปทั่วตัว ขยี้เสียวขึ้นมาจากท้ายทอยจนถึงเอว เขาจับฉันให้พลิกคว่ำแล้วถลกกระโปรงขึ้นทั้งหมด ชุดชั้นในถูกดึงออกข้างเดียว พี่รุ่งคลานมานั่งใกล้หัวฉัน มือเธอจูงมือฉันไปสัมผัสหีของเธอที่เปียกชุ่ม แล้วกระซิบว่ารู้สึกเหมือนกันใช่ไหม ความเงี่ยนที่ถูกกดไว้นานมันระเบิดออกมาหมด ฉันเงยหน้ามองพี่โตที่กำลังถอดกางเกงเผยควยแข็ง ๆ ที่เสียบเข้าไปในตัวพี่รุ่งจากทางด้านหลัง ทุกอย่างปะปนกันหมด ทั้งเสียงคราง เสียงเนื้อกระทบกัน พี่เอกสอดควยเข้าไปในหีฉันจากด้านหลัง มันใหญ่จนฉันต้องกำหมัดแน่น เสียวจนเข่าแทบคลานไม่ไหว พี่รุ่งถูกพี่โตเย็ดจนส่งเสียงแหลม ขณะที่พี่เอกดันสะโพกเข้าหาฉันถี่ ๆ จนได้จังหวะ เขาดึงออกแล้วสลับกับพี่โตที่เข้ามาทำต่อ ส่วนพี่เอกไปเสียบกับพี่รุ่งต่อที่เตียงถัดไป ฉันเห็นภาพคนสองคู่สลับกันไปมาราวกับเป็นเกมที่ต่างฝ่ายต่างรู้กติกา ภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อไคลและเสียงครางที่ดังไม่เกรงใจใคร
เมื่อทุกอย่างสงบลง ฉันนอนแผ่บนเตียงเหงื่อท่วมตัว พี่รุ่งนอนกอดฉันไว้ข้างหลัง มือก่ายคอพูดว่า “เสียวแค่นี้ก็รอดมาได้” ฉันไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี มองเพดานเก่า ๆ ที่มีฝ้าลอก แล้วคิดว่าเรื่องแบบนี้มันไม่ได้ทำให้ฉันเป็นคนเลวลงไปกว่านี้ แต่มันทำให้รู้จักความต้องการของตัวเองมากขึ้น ความสัมพันธ์บางอย่างไม่ได้เริ่มด้วยความรักเสมอไป บางครั้งมันเริ่มจากความอยากรู้ อยากลอง และอยากปลดปล่อยสิ่งที่เก็บกดเอาไว้ สิ่งที่เกิดขึ้นใต้ถุนโรงเรียนแห่งนี้คงเป็นความลับที่ไม่มีใครต้องรู้ แต่ในใจฉันก็ยอมรับแล้วว่าการให้อะไรกับใครสักคนนั้นต้องแลกกับความรู้สึกเสมอ แม้ในคืนนั้นไฟจะดับลง แต่ความเสียวและภาพเหล่านั้นก็ยังติดตา ไม่มีวันลืม
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







