Sexy365bet Mahagame66 UFANANCE PANAMA888 Hydra888 sagame1688
RUAY LOTTOVIP

พยาบาลกะดึกตึกอายุรกรรม

เรื่องเสียว พยาบาลกะดึกตึกอายุรกรรม

กลิ่นยาฆ่าเชื้อคลุ้งไปทั่วตึกผู้ป่วยใน หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เส้นหนึ่งกระพริบเป็นจังหวะถี่จนน่ารำคาญ นาฬิกาที่ผนังห้องพยาบาลบอกเวลาใกล้ตีสอง เสียงรถเข็นเหล็กที่ถูกเข็นผ่านทางเดินดังกังวานก้อง มันเป็นบรรยากาศที่ฉันคุ้นเคยดีในเวรดึกของโรงพยาบาลจังหวัดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามวิกาล

ฉันชื่ออร เป็นพยาบาลวิชาชีพอายุยี่สิบเจ็ดปี อยู่เวรดึกประจำตึกอายุรกรรมมาได้ห้าปี งานกะดึกไม่ใช่เรื่องสนุก แต่สำหรับคนที่ชอบความเงียบแบบฉัน มันกลับเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองมากที่สุด แม้ต้องแลกกับการนอนไม่เป็นเวลาก็ตาม กลางคืนทำให้ความเหนื่อยล้ามันจางลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของผู้ป่วยกับเสียงเครื่องวัดความดันที่ดังเป็นจังหวะ

คืนนั้นหมอภาคย์อยู่เวรกับฉันด้วย เขาเป็นหมอหนุ่มอายุยี่สิบเก้าปี เพิ่งย้ายมาจากโรงพยาบาลชุมชนต่างอำเภอ รูปร่างสูงใหญ่ ผิวสองสี หน้าตาคมเข้มจนญาติผู้ป่วยสาวหลายรายแอบถามหาตลอด ฉันเองก็ไม่ต่างกัน เพียงแค่เห็นเขาก้มหน้าก้มตาอ่านเวชระเบียนอยู่ใต้แสงไฟโต๊ะ หัวใจฉันก็เต้นไม่เป็นจังหวะและหยุดหายใจไปเสี้ยววินาที

ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นแบบฉันไหม เวลาอยู่ใกล้ผู้ชายที่ชอบแล้วมันใจสั่นไปหมด ทุกครั้งที่เขายื่นมือมารับแฟ้มประวัติคนไข้ นิ้วของเขาแตะโดนมือฉันทีไร ฉันรู้สึกเสียววาบไปทั้งแขน เงียบๆ ฉันก็แอบคิดถึงเขาตอนอยู่บ้านคนเดียว นอนกอดหมอนข้างบนเตียงแล้วก็นึกถึงหน้ากล้องของเขาจนตัวร้อน เงี่ยนขึ้นมาคนเดียวบ่อยครั้งกว่าจะหลับได้แต่ละคืน

คืนนั้นทั้งตึกเงียบผิดปกติ คนไข้ส่วนใหญ่หลับกันหมดแล้ว ฉันเดินไปเก็บเอกสารตามจุดต่างๆ พอผ่านห้องพักแพทย์ หมอภาคย์ก็เปิดประตูออกมา เขายิ้มให้ฉันแล้วพูดว่า “อรช่วยหน่อยสิ เปิดแฟ้มคนไข้เครื่องคอมพิวเตอร์ตรงนั้นไม่ขึ้น” ฉันไม่ได้คิดอะไร เดินตามเขาเข้าไปในห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟเก่า

ห้องพักแพทย์เล็กๆ มีโต๊ะทำงานหนึ่งตัว เก้าอี้สองสามตัว กับเตียงพับที่กางไว้ข้างฝา กลิ่นห้องปนกลิ่นกระดาษเวชระเบียนจนคุ้นเคยลึก หมอภาคย์นั่งลงที่เก้าอี้ แล้วชี้ไปที่จอคอมพิวเตอร์สีเขียวอุ่นๆ ที่กะพริบ ฉันโน้มตัวเข้าไปดู ทันใดนั้นเขาก็หมุนเก้าอี้หนีบฉันไว้ตรงหน้าขา ร่างของเขาร้อนเหมือนเตาอบ

“อร ผมมองเธอมาหลายคืนแล้วนะ” เสียงเขาทุ้มต่ำลงอีกต่างจากตอนพูดเวร ฉันได้ยินแล้วขนลุกซู่ไปทั้งตัว อยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่มันอ้าปากไม่ออก มือเขาค่อยๆ ยกขึ้นจับปลายคางฉัน แล้วประกบริมฝีปากลงมา จูบแรกของเรามีรสชาติกาแฟชัดเจนจนฉันกลืนไม่ลง

จูบแรกของเราเป็นจูบนุ่มนวลแต่กลืนกินความรู้สึกผิดหมด กลิ่นกาแฟบนลิ้นเขาทำให้ฉันมึนงงหนักขึ้นเรื่อยๆ ฉันไม่ได้ผลักเขาออก กลับยื่นมือไปจับต้นแขนเขาแน่นๆ มืออีกข้างของเขาลูบหลังฉันไล่ลงไปจนถึงเอวแล้วสอดเข้าไปใต้เสื้อกันหนาวของชุดพยาบาล ผิวสัมผัสจากปลายนิ้วเขาทำให้ฉันอยากหลับตาลงทุกครั้งที่เขาขยับตัว

เขาปลดกระดุมเม็ดบนของชุดพยาบาลออก แล้วเลื่อนปากไปที่ซอกคอฉัน ฉันกัดริมฝีปากกันไม่ให้เสียงหลุดออกไปนอกห้อง ความรู้สึกหีเริ่มเปียกซึมออกมาเมื่อเขาบีบหน้าอกฉันเบาๆ ผ่านชุดชั้นในผ้าฝ้าย ความเสียวจากปลายลิ้นที่เลียอยู่ที่ลำคอมันแล่นไปจนถึงปลายนิ้วเท้า รู้สึกตัวร้อนวูบวาบเหมือนไข้ขึ้นทั้งที่ตัวสั่น

“ผมคิดถึงเธอทุกคืน อยากกอดเธอแบบนี้มาตั้งนานแล้ว” เขากระซิบข้างหูฉัน เสียงแหบพร่าจนฉันเผลอกอดคอเขาแน่น มือของเขาค่อยๆ เลื่อนจากเอวลงมาที่ต้นขา แล้วลูบขึ้นไปจนถึงชายกระโปรงของฉัน นิ้วของเขาจงใจเกลือกกลิ้งอยู่แถวขอบถุงน่อง ก่อนจะเลื่อนเข้าไปด้านในอย่างช้าๆ จนฉันต้องกัดฟันกันไม่ให้ครางออกมา

ฉันปล่อยให้เขาจูบและลูบไล้ไปเรื่อยๆ จนมึนไปหมด เขาพยุงฉันขึ้นไปนั่งบนเตียงพับ ที่นอนลั่นเสียงเอี๊ยดอ๊าดกับน้ำหนักตัวสองคน เขาคุกเข่าลงแล้วแทรกตัวอยู่ระหว่างขาฉัน มือเขาค่อยๆ รูดถุงน่องลงไปพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ฉันไม่เคยเห็นจากเขาในเวลากลางวันมาก่อน

เขาอมผ้าอนามัยของฉันผ่านชุดชั้นในจนเปียกโชก แล้วค่อยๆ รูดมันออก ขาของฉันสั่นเทาไปหมด มองเห็นควยของเขาที่แข็งจนดันกางเกงยีนส์เป็นลอนใหญ่ชัดเจน ฉันเองแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ มือเผลอไปลูบเหนือเข็มขัดหนังของเขา แล้วเขาก็คว้าเข็มขัดของตัวเองปลดออกอย่างรวดเร็ว

“เย็ดฉันที ตอนนี้เลย” ฉันหลุดกระซิบออกมาโดยไม่คิดจะอายอีกต่อไป เขายิ้มมุมปากแล้วควักควยออกจากกางเกง มันใหญ่และแข็งจนฉันกลืนน้ำลายลงคอไม่ทัน ฉันอยากให้มันเสียบเข้าไปในตัวฉันตอนนี้เต็มที ไม่อยากให้เขารั้งรอต่อไปอีกแม้แต่วินาทีเดียว

เขาสอดใส่อย่างช้าๆ ตอนแรกปลายควยแค่ถูไถไปมานอกหีฉันให้เปียกชุ่มจนฉันเสียวจนต้องยกสะโพกรับ แล้วเขาก็ดันเข้าไปจนสุดความยาว เสียงครางของฉันดังลอดออกมาจากโพรงจมูก มือฉันกอดแผ่นหลังเขาไว้แน่น มองเห็นเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ขมับของเขา และรู้ว่าคืนนี้คงไม่มีใครได้หลับนอนบนเตียงพับแคบๆ นี้เลย

เขาขยับสะโพกช้าๆ ควยแข็งๆ ในหีฉันค่อยๆ ถูไถไปมาตามช่องทางที่เริ่มชุ่มโชก ความรู้สึกแน่นๆ ที่ปลายควยดันปากมดลูกทุกครั้งทำให้ฉันต้องกัดริมฝีปากตัวเองไว้ไม่ให้เสียงหลุดออกมาดังเกินไป พอเขาเร่งจังหวะขึ้น ฉันก็เผลอครางออกมาจนเขาต้องเอามืออุดปากฉันไว้

“เบาๆ หน่อยสิ เดี๋ยวใครได้ยิน” เขากระซิบข้างหูฉัน แต่ในขณะเดียวกันควยเขากลับสอดใส่ลึกขึ้นเรื่อยๆ จนฉันต้องกัดอุ้งมือตัวเอง ความเงี่ยนมันเผาไปทั้งตัวจนฉันลืมไปแล้วว่าห้องพักนี้อยู่ตรงกลางตึกที่พยาบาลเวรอีกหลายคนยังเดินกันอยู่

ฉันค่อยๆ ยันตัวขึ้น เปลี่ยนให้เขานอนลงกับที่นอนพับ แล้วตัวเองขยับตัวขึ้นคร่อม สองมือฉันจับไหล่เขาไว้ พลางกดสะโพกลงช้าๆ จนควยของเขาจมลงไปในหีจนสุด เขาครางเสียงต่ำๆ ที่ลำคอ มือหนาสองข้างโอบรั้งเอวฉันไว้เหมือนกลัวฉันจะถอนตัวหนี

“อืม… แบบนี้แหละ” ฉันบิดเอวเบาๆ เป็นวงกลม แล้วค่อยๆ ยกสะโพกขึ้นลง ความเสียวแล่นจากจุดที่เสียบแน่นจนซ่านไปถึงปลายนิ้วเท้า ฉันเห็นสายตาคู่กลมๆ ของเขาจ้องมองร่างกายฉันด้วยความอยาก และนั่นยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังครอบครองอะไรบางอย่างที่เขากระหาย

เขางัดสะโพกฉันขึ้นพร้อมกับผลัวะออกมา แล้วจับฉันกลับไปนอนคว่ำหน้า ฉันเอามือเท้าพิงหมอนไว้ ไม่ทันได้ตั้งตัว เขาก็ดันควยเข้ามาจากด้านหลังในทีเดียว ความแน่นมันทำให้ฉันเสียวจนต้องร้องออกมา ซึ่งเขาก็รีบประกบฝ่ามือปิดปากฉันเอาไว้

เสียงเนื้อเขาตบกับก้นฉันดังเป็นจังหวะ เร่งขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์ที่เริ่มปรวนแปร เสียงกระซิบของเขาดังอยู่หลังใบหู “หีเธอหดรัดควยฉันแน่นไปหมด ทนไม่ไหวจริงๆ” คำพูดหยาบคายนั้นกลับยิ่งปลุกไฟในตัวฉันให้ลุกโชน ฉันเงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ยปากขอสารภาพความอยากที่อัดแน่นอยู่ในใจ

“อย่าหยุดนะ… เย็ดฉันต่อเถอะ ฉันอยากเสียวแบบนี้ไปอีกนานๆ” ฉันพูดทั้งๆ ที่หน้ายังแนบอยู่กับหมอน เขาจึงกอดเอวฉันแน่น ขยับเร็วขึ้นอีก จนเตียงพับส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังลอดออกมาแทบไม่เป็นจังหวะ

ท่ามกลางความเมามัน เสียงวิทยุสื่อสารบนโต๊ะก็ดังวูบขึ้นมา—เสียงของพี่เวรประจำตึกอายุรกรรมที่ดังลอดเข้ามา “ว่าไง เดี๋ยวพี่แวะไปเก็บยาที่ห้องน้ำยานะเว้ย มีของต้องเบิกเพิ่ม” ฉันกับเขาต้องหยุดนิ่งเหมือนถูกสาป ควยเขายังแข็งค้างอยู่ในตัวฉัน ความเงี่ยนกับความกลัวมันปนกันจนใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

“ตอบไปสิ บอกว่าวางไว้ได้เลย” เขากระซิบเร่งฉัน พลางขยับสะโพกช้าๆ ในขณะที่ฉันกำลังกดปุ่มวิทยุตอบกลับไปด้วยเสียงที่พยายามทำเป็นปกติ “ได้เลยพี่… เดี๋ยวหนูไปจัดการให้” ฉันบอกไป ทั้งที่ความจริงควยของเขากำลังเสียบอยู่ลึกๆ และจวนจะขยับแรงๆ อีกครั้ง

พอปล่อยปุ่มพูดของวิทยุลง เขาก็ดันควยเข้าหีฉันอย่างแรงจนตัวฉันกระแทกไปกับเตียง ฉันต้องกัดผ้าห่มไว้สุดแรงเพื่อกลั้นเสียงคราง ความเสียวมันหนักหน่วงจนฉันคิดว่าตัวเองจะขาดใจอยู่ตรงนั้น เขาไม่ยั้งเลยสักนิด เหมือนรู้ว่าตอนนี้ฉันต้องเงียบให้มากที่สุด มันยิ่งทำให้ทุกสัมผัสรู้สึกชัดเจนขึ้นจนแทบบ้า

“ทำให้เสียวจนหนูเดินไม่ไหวเลยนะ” ฉันกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขาจูบแผ่นหลังฉันยาวๆ แล้วหมุนตัวฉันกลับมาหงายหน้าอีกครั้ง ฉันลืมตาขึ้นมองเขา ใบหน้าหล่อเหลานั้นกำลังแดงก่ำด้วยแรงปรารถนา ไม่ต่างจากฉันเลย

เขายกขาฉันขึ้นพาดบ่าทั้งสองข้าง แล้วโน้มตัวลงมาแนบชิด ประกบริมฝีปากกับฉันพร้อมกับกระแทกควยลงหีฉันถี่ๆ เร็วๆ ความแน่นที่ปลายควยเสียดสีกับผนังภายในทุกครั้งทำให้ฉันลืมเรื่องอื่นไปหมด โลกทั้งใบตอนนี้เหลือแค่เสียงหายใจหอบและกลิ่นเหงื่อของเราสองคน

“อีกหน่อย…” ฉันร้องขอด้วยเสียงที่ขาดเป็นห้ว้นๆ รู้สึกตัวสั่นเทาขึ้นมาจากส่วนลึก เขาจึงเร่งจังหวะให้กระชั้นขึ้นจนแทบจะต่อเนื่อง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลอดไปถึงโถงทางเดินหน้าห้อง แต่ในตอนนั้นฉันไม่เหลือสติพอจะคิดว่ามันจะดังเกินไปหรือไม่

ความรู้สึกเสียวรุนแรงมันก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ จากปลายเท้าไล่ขึ้นมาจนถึงกลางตัว จนฉันรู้ว่าอีกไม่นานคงจะปล่อยตัวไปสุดทาง แต่แล้วเสียงเคาะประตูห้องพักก็ดังขึ้นสามครั้ง—ไม่ใช่พี่เวรที่เดินไปทางห้องน้ำยา แต่เป็นเสียงเรียกของใครอีกคนที่ร้องชื่อฉันเลือนลางมาจากหน้าประตู—

เสียงเรียกนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ก้องอยู่ในโถงทางเดินจนฉันสะดุ้งทั้งตัว แต่เขากลับรั้งเอวฉันไว้แน่นแล้วกระซิบข้างหูว่า “อย่าเพิ่งขยับ…” มือหนาๆ กดปากฉันเบาๆ ให้เงียบ

ฉันรู้จักเสียงนั้นดี — เสียงเจ๊กลอย พี่เวรหัวหน้าแผนกที่เดินมาตรวจความเรียบร้อยก่อนกะจะเปลี่ยน เสียงรองเท้าแตะยางเดินฉับๆ มาหยุดที่หน้าประตู แล้วเธอก็เคาะประตูอีกทีพร้อมกับพูดว่า “น้องอุ๋ม! อยู่ในห้องพักใช่ไหม? พี่เอาประสานงานมาให้”

ใช่ ฉันชื่ออุ๋ม พยาบาลกะดึกที่เพิ่งย้ายมาอยู่ตึกอายุรกรรมได้สามเดือน ส่วนคนที่กำลังเสียบควยแน่นๆ อยู่ในตัวฉันตอนนี้เป็นหมอเวรที่อายุน้อยกว่าฉันสามปี… ความจริงฉันไม่ควรปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นตั้งแต่คืนแรกที่เขาย้ายมาอยู่ตึกเดียวกันด้วยซ้ำ

“ตอบพี่ไปสิ” เขากระซิบพร้อมกับดันสะโพกเบาๆ ให้ควยเสียดสีลึกขึ้น ฉันต้องกัดริมฝีปากตัวเองแทบห้ามเสียงครางไม่ให้หลุด “ค่ะ พี่… อุ๋มกำลังจะเปลี่ยนชุดอยู่น่ะค่ะ” เสียงฉันสั่นจนเกือบจับใจความไม่ได้

เจ๊กลอยเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วถอนหายใจ “เออ งั้นเดี๋ยวพี่วางไว้ที่โต๊ะหน้าแผนกแล้วกัน เมื่อกี้พี่เจอหัวหน้าแผนก เค้าถามหาผู้ช่วยของแก… เดี๋ยวไปส่งรายงานให้ทีหลังนะ” เสียงรองเท้าแตะค่อยๆ ห่างออกไปตามโถงทางเดิน

เมื่อรู้ว่าพี่เขาหายไปแล้ว ฉันก็ปล่อยลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก รู้สึกว่าตัวเองเมื่อยไปทั้งตัวจากการเกร็งกลั้นตลอดเวลา แต่พอผ่อนคลายปุ๊บเขาก็คว่ำฉันลงบนเตียงแล้วกระซิบว่า “เมื่อกี้เงียบได้ยังไง… ทำเอาเงี่ยนไปเลย” แล้วเขาก็สอดควยกลับเข้ามาใหม่หมดทั้งแท่ง

ท่าที่สองทำให้รู้สึกเสียวไม่เหมือนเดิม ร่างกายที่เพิ่งผ่อนคลายจากความตึงเครียดประกอบกับความมันส์ของการเกือบโดนจับได้ ทำให้หีฉันชุ่มมากจนเขาเสียดสีได้ลื่น ฉันเอามือกอดหมอนแน่น พยายามกลืนเสียงครางที่พร้อมจะหลุดออกมาให้ได้มากที่สุด

เขาจับสะโพกฉันกระแทกแรงๆ เร็วๆ วนเป็นจังหวะจนฉันรู้สึกว่ามันลึกทะลุไปถึงกลางตัว ทุกครั้งที่หัวควยกดผ่านจุดเสียวภายใน ร่างกายฉันก็กระตุกเหมือนถูกช็อต ปลายนิ้วฉันกำปลอกหมอนจนขาวโพลน ความรู้สึกอยากหลุดจากตัวเองมันมาแรงจนแทบแยกไม่ออกว่าอะไรคืออะไร

“พี่จะแตกแล้ว…” เขาคำรามเสียงต่ำ แล้วเร่งจังหวะให้หนักขึ้นอีกแบบไม่ยั้ง ภายในหีฉันแน่นและร้อนจนแทบทนไม่ไหว ฉันเอาหน้าซุกแขนตัวเองแล้วกัดไว้แน่น ในที่สุดความเสียวก็ปะทุขึ้นจากกลางตัวกระจายไปทั่วทั้งกาย ตัวสั่นเทาราวกับจะหลุดจากโลก

เรานอนนิ่งอยู่พักใหญ่ด้วยกันบนเตียงแคบๆ ฉันหันไปดูนาฬิกาข้างฝา เหลือเวลาอีกสิบห้านาทีก่อนต้องกลับขึ้นเวร เขากอดฉันแน่นแล้วทาบแก้มกับต้นคอเบาๆ “คืนหน้าอยู่เวรด้วยกันอีกนะ” ฉันไม่ได้ตอบอะไร แค่พยักหน้าเบาๆ

ฝนที่ตกปรอยๆ มาตลอดทั้งคืนเริ่มซาลงเมื่อฉันเดินกลับออกมาจากห้องพัก กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในโถงทางเดินกลับมาเตะจมูกจนรู้สึกตัวว่ากำลังยืนอยู่ในความเป็นจริง เหมือนกับที่ร่างของฉันยังคงเจ็บแปลบๆ ที่ต้นขาทุกครั้งที่ก้าวเดิน

หลายคนอาจคิดว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นเพราะคนเราเหงา หรือเพราะอยากได้อะไรบางอย่าง… แต่สำหรับฉัน เรื่องนี้มันสอนให้รู้ว่า ในโลกที่มีแต่ความกดดันและการแบกหน้าที่ยิ้มแย้มเข้าไว้ การปล่อยตัวให้คนๆ หนึ่งเย็ดเราจนลืมรอบเวรก็คือยาเสพติดชนิดหนึ่งที่ห้ามเสพ… และฉันก็ยังเสพมันอยู่ทุกคืนที่เราทำเวรตรงกัน

หลายเดือนผ่านไป เรายังคงทำแบบนั้นกันทุกคืนที่ตรงเวร ไม่มีคำสัญญา ไม่มีประโยคบอกรัก มีเพียงความเงี่ยนของคนสองคนที่ผลัดกันกลืนน้ำลายเมื่อได้ยินเสียงรองเท้าแตะของอีกฝ่ายเดินมาที่ห้องพัก แต่มันก็เริ่มเปลี่ยนไป ในคืนหนึ่งเขาจูบฉันช้าลง มือที่เคยรีบรูดชุดพยาบาลของฉันกลับค่อยๆ แกะกระดุมทีละเม็ด พอฉันถามว่าเป็นอะไร เขาก็นิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะบอกว่าแม่เขาเพิ่งโทรมาบอกเรื่องงานแต่งของเขากับลูกสาวเพื่อนบ้านที่หมั้นกันไว้นานแล้ว

ฉันได้ยินแล้วกลับรู้สึกโล่งใจมากกว่าเสียใจ เพราะจริงๆ แล้วฉันก็รู้มาตลอดว่ามันไม่มีทางไปถึงไหน ความสัมพันธ์แบบนี้มันเหมือนควันไฟที่ลอยขึ้นแล้วก็เลือนหาย เรานอนมองเพดานด้วยกันจนเสียงนาฬิกาปลุกดัง เย็ดกันครั้งสุดท้ายโดยไม่มีความเสียวแบบเมื่อก่อนเหมือนเดิม มันเป็นการส่งท้ายที่ทั้งคู่รับรู้ว่าเช้าวันนี้จะเป็นเช้าสุดท้ายที่เราตื่นมาอยู่ในอ้อมแขนแบบนี้ เขาลุกขึ้นแต่งตัวแล้วหันมายิ้มให้ฉันก่อนเดินออกไป พอประตูปิดฉันก็กลั้นหายใจแล้วปล่อยน้ำตาให้ไหลลงหมอน เจ็บที่เนื้อตัวก็จริง แต่เจ็บในอกมากกว่า เพราะรู้ว่าชีวิตจริงต้องกลับมาอยู่กับความเป็นจริงสักที

ตอนนี้ฉันยังอยู่ตึกอายุรกรรมเวรดึกเหมือนเดิม แต่ไม่มีรองเท้าแตะคู่นั้นเดินเข้ามาหาแล้ว เวลานอนพักในห้องคนเดียว ฉันยังนึกถึงกลิ่นตัวเขา มือหนาที่เคยบีบต้นขาฉันแน่น และเสียงกระซิบข้างหูที่ทำให้ทั้งตัวเสียวซ่านเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต แต่ก็แค่นั้น มันเป็นแค่ความทรงจำ ซึ่งก็เหมือนยาเก่าที่หมดอายุแล้ว ถ้าเสพต่อก็คงไม่ทำให้หายเจ็บ แค่ทำให้มึนช้าและติดอยู่ในวังวนที่ไม่มีวันจบ ฉันเลยเลือกที่จะจำไว้ว่าเคยมีใครคนหนึ่งที่ทำให้เราได้ปลดปล่อยในห้องพักเล็กๆ แห่งนี้ และพอเดินออกจากห้องมา ฉันก็กลับมาเป็นพยาบาลที่ยิ้มแย้มเหมือนเดิมอีกครั้ง แค่รอยยิ้มที่มันหนักขึ้นนิดหน่อยเท่านั้นเอง

ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM