เรื่องเสียว บุญชื่นข้าวต้มตลาดเช้า
ผมกดเบรกจักรยานยนต์คู่ใจคันเก่งให้ไถลเข้าไปจอดข้างลานปูนหน้าตลาด กลิ่นข้าวต้มหอมยั่ว ๆ ลอยปนไปกับไอหมอกบาง ๆ ของเช้าวันใหม่ ยังไม่ทันถอดหมวกกันน็อก ก็เห็นลุงเขียวกับป้าสมหมายเขานั่งชี้ชวนกันอยู่ แต่แล้วสายตาผมก็แล่นไปหาแผงข้าวต้มที่คุ้นเคยเสียก่อน
บ้านโป่งหมู่บ้านเรานี่ ถ้าอยากรู้ข่าวคราวของใครก็ต้องมาที่ตลาดเช้า มีทั้งคนขายของ คนซื้อของ คนมานั่งเมาท์มอย ถือเป็นแหล่งรวมเรื่องสำคัญของตำบล ที่ผมซึ่งเป็นหนุ่มโรงงานน้ำตาลกลับจากกะดึก ต้องแวะกินข้าวต้มทุกเช้า ก็ไม่ใช่เพราะข้าวต้มที่นี่อร่อยเลิศอะไรนักหรอก แต่เป็นเพราะคนขายหากต่างหาก
แม่ค้าข้าวต้มชื่อบุญชื่น อายุสามสิบหก เป็นแม่หม้ายลูกติดสองคน แต่ถ้าไม่บอกก็ไม่มีใครเชื่อว่าแม่ลูกสอง ผิวขาวอมชมพู หน้าตาสดใส แถมร่างกายยังอวบอัดได้รูปทรง ผมว่าสมัยเป็นสาว ๆ เธอต้องดังประจำหมู่บ้านแน่ อย่างตอนเธอก้มตักกับข้าว อกกลม ๆ นั้นก็แทบล้นเสื้อเชิ้ตสีฟ้า จนคนอย่างผมกลืนน้ำลายไม่ทัน
รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นลูกค้าประจำร้านบุญชื่นไปแล้ว ทั้งที่บ้านมีกับข้าวที่แม่ทำให้ แต่ทุกเช้าผมก็ยังหาเรื่องมานั่งโต๊ะหน้าร้าน สั่งข้าวต้มหมูกับไข่เจียวใส่หมูสับหนึ่งจาน นั่งช้า ๆ กินเรื่อยเปื่อย แอบมองเธอเดินไปเดินมา ท่าทางขยันขันแข็งแต่แฝงความยั่วเย้าไปหมด
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมอายุยี่สิบหกแล้วยังไม่มีแฟนหรือเปล่า ถึงได้ใจเต้นทุกครั้งที่เห็นบุญชื่นยืนก้ม ๆ เงย ๆ จัดกับข้าว หัวไหล่ขยับตามจังหวะ เธอหันมายิ้มให้ลูกค้าทีไร ผมก็ต้องยกขาพับขึ้นบังอะไรบางอย่าง เพราะใต้กางเกงมันเริ่มมีปฏิกิริยา เงี่ยนไปหมด เสียวแปลบ ๆ ที่ปลายควย เหมือนมันได้กลิ่นหีเธอ
วันที่กล้าพูดกับเธอเป็นครั้งแรกก็เพราะเธอทำถุงแกงหลุดมือ กล่องโฟมกับถุงพลาสติกกระจายเต็มทางเดิน ตอนผมเดินผ่านพอดี ผมก้มลงช่วยเก็บ เธอยิ้มแล้วพูดเสียงหวาน “ขอบคุณหนุ่มน้อย” อายุเธอมากกว่าผมสิบปี แต่เรียกผมว่าหนุ่มน้อย ฟังแล้วมันเขินจนต้องก้มหน้ารีบเดินไป
ตั้งแต่วันนั้นเราก็เริ่มคุยกันทุกเช้า เธอถามสารทุกข์สุขดิบเรื่องงาน บางทีก็ตักกับข้าวเพิ่มให้ผมโดยไม่คิดเงิน ผมก็ซื้อน้ำหวานกับผลไม้มาฝากเธอบ้าง ชาวบ้านแถวนั้นเห็นก็คิดว่าเป็นน้องเป็นหลาน ไม่มีใครเอะใจ แต่ในหัวผมมันคิดอะไรไม่บริสุทธิ์เลยสักนิด
ฝนตกลงมาตอนใกล้ตีห้า ฟ้ามืดครื้มจนคิดว่ายังไม่สว่าง ผมกางร่มคันเก่าจากห้องพักเดินฝ่าโคลนไปตลาดเช้า เจอควายยืนงงอยู่กลางทางเสียอีก แต่ก็ยังไปจนถึงร้านบุญชื่น ตัวเปียกโชกตั้งแต่ไหล่ลงมาถึงขากางเกง เธอเห็นเข้าก็ทำตาขวางแล้วกวักมือเรียกให้เข้าไปหลบใต้เพิงหลังร้านที่ยื่นออกมา
“เข้าไปสิหนุ่มน้อย เดี๋ยวไข้จับตาย” บุญชื่นยื่นผ้าขาวม้าสะอาดให้ผมเช็ดหัว มือบาง ๆ ของเธอจับต้นแขนผมแล้วดึงเข้าไปในร้าน กลิ่นข้าวต้มเครื่องหอมโชยตลบ เสียงหม้อเดือดปุด ๆ มันอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ตอนนั้นผมสั่นทั้งตัวไม่ใช่เพราะหนาว แต่เพราะใกล้เธอแค่ช่วงแขน
เธอเห็นผมยืนเก้ ๆ กัง ๆ ก็สั่งให้มานั่งที่โต๊ะเล็กหลังร้าน แล้วก้มลงงัดตะกร้าผักที่กองอยู่ข้าง ๆ ออกมาให้ผมวางเท้า “ฝนแบบนี้รองเท้าเปื่อยหมด” ผมมองเห็นแผ่นหลังเธอโค้งงอ สะโพกกลมกลึงขยับไปมา ดันผ้าถุงตึงเป็นลูกคลื่น มือในใจมันเผลอคิดไปไกลถึงขั้นพาเธอไปนอนกกบนเสื่อผืนเดียว
เธอหันมายิ้มพร้อมกับยื่นชามข้าวต้มร้อน ๆ ให้ “กินก่อน ทำงานเช้า ๆ ท้องว่างไม่ดี” ผมรับชามมา สายตามันอดไปจับที่ช่วงอกเธอตอนก้มเสิร์ฟไม่ได้ เสื้อลูกไม้สีขาวเนื้อบางเห็นไหล่ใสมันชวนมองจริง ๆ ต่อให้รู้ว่าคิดแบบนี้กับแม่ค้าข้าวต้มที่อายุรุ่นราวคราวป้า มันก็ผิด แต่ใจมันสั่งห้ามไม่ไหว
“พี่ขายถึงกี่โมง” ผมถามงึมงำ พยายามหาทางอยู่ใกล้เธอต่อ บุญชื่นทำท่าคิด “ก็เที่ยงค่ะ จากนั้นต้องไปซื้อของตลาดใหญ่กับข้าวของสดประจำสัปดาห์” เธอถอนหายใจ “ยุ่งประจำวันจันทร์ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้เก็บร้านเลย”
ผมเสนอช่วยเก็บโต๊ะเก็บเก้าอี้ให้ทันที แม้แต่ร่มที่กางมาก็ยังไม่ทันจะพับ เธอมองผมตาแป๋ว “ช่วยจริงเหรอ หนุ่มน้อยคนนี้ดีจัง” ตอนนั้นหัวใจผมแทบหยุดเต้น เสียงเธอทอดยาวเหมือนยั่ว ไหนจะแววตาที่มองผมแบบเอ็นดูปนขี้เล่น มันทำให้กางเกงผมเริ่มตึงอีกครั้งต้องแอบเอามือซุกไว้ในกระเป๋า
ระหว่างช่วยเก็บของ ผมเดินไปยกลังขวดน้ำปลากับซอสที่วางซ้อนอยู่หลังร้าน พอหิ้วผ่านตัวเธอ มือข้างหนึ่งของผมเผลอไปโดนสะโพกเธอเต็ม ๆ มันนุ่มยวบกว่าที่คิดไว้มาก ผมตกใจจนลังเกือบหลุด เธอหันมาพลางหัวเราะเบา ๆ “ใกล้ไปหน่อยนะหนุ่มน้อย แต่ว่าพี่รู้สึกได้เลยว่าใครเขื่อแรง” ผมหน้าดำหน้าแดง อดไม่ได้ที่ต้องก้มหน้าง่วนกับลังขวดจนกว่าควยจะยอมหยุดชักดิ้น
พอเก็บร้านเสร็จก็เกือบเที่ยง บุญชื่นถอดผ้ากันเปื้อนแล้วสะพายย่ามใบเก่า เธอบอกให้ผมไปส่งที่ตลาดใหญ่ “ฝนยังไม่ทิ้งหรอก ไปส่งหน่อยสิ เดี๋ยวพี่เลี้ยงข้าวเหนียวหมูปิ้งตอนเย็น” นั่นแหละทำให้ผมตกลงโดยไม่ได้คิดแม้แต่วินาทีเดียว
ระหว่างนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ ผมต้องประกบตัวชิดเธอไปโดยปริยาย ลมตีผ้าถุงของเธอพลิ้วขึ้นมาเป็นระยะ เผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนที่แนบซี่โครงรถ เสียวแปลบ ๆ ที่ปลายควยมันกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงในหัวที่บอกว่าผมอยากจะรั้งเอวเธอเข้ามาแนบอก เย็ดให้หายคิดถึงให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
ตลาดใหญ่คนเยอะจนต้องเดินประกบกัน บุญชื่นเดินนำ ผมเดินตามติดราวกับเงา เธอจูงมือพาผมฝ่าฝูงคนทั้งที่ไม่ได้ถามว่าผมอยากเดินตามไหม ฝ่ามือเนียน ๆ นุ่ม ๆ อุ่น ๆ จับข้อมือผมแน่น ผมยิ่งเดินยิ่งเดินระวังไม่ให้ตัวเองไปชนใคร แต่สุดท้ายก็ต้องชนเธออยู่ดีทุกครั้งที่เธอหยุดดูของ
“เดี๋ยวพี่ขอไปซื้อมัดหมี่กับลูกชิ้นแถวในสุด แล้วกลับมาหาที่จอด” เธอบอกเสียงดังแข่งกับเสียงออดของพ่อค้าแม่ค้า ผมว่ายน้ำตามหลังเธอเข้าไปในตรอกตลาดที่แคบลงเรื่อย ๆ ผักสดกองสูงเสียดสีไหล่ กลิ่นเครื่องแกงคละคลุ้ง ผู้คนเบียดเสียดจนแทบหายใจไม่ออก ผมเหลือบไปเห็นบุญชื่นหิ้วถุงผ้าสีแดงเดินบิดไปบิดมาหลบของ ลำตัวสูงเพรียวสมส่วนจนอดไม่ได้ที่จะคิดถึงหีเธอที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าถุงนั่น
ตอนที่เธอหยุดหน้าร้านลูกชิ้นหมู ผมยืนอยู่ด้านหลังเธอพอดี คนข้างหลังดันกันจนผมทรุดตัวเข้าไปหา เธอเบียดมาชนหน้าอกผมเต็ม ๆ แล้วหันหน้ามายิ้มพร้อมกระซิบข้างใบหู “ใกล้จังปรับตัวหน่อยนะ หนุ่มน้อยของพี่” เสียงเธอเย้าอารมณ์จนผมต้องกัดฟัน เงี่ยนจนน้ำลายแทบกลืนไม่ลง ควยแข็งตัวเสียดสีกระเป๋ากางเกงยีนส์จนเจ็บไปหมด
ผมต้องทำเป็นเดินออกไปซื้อน้ำเปล่าห่าง ๆ เพื่อให้ตัวเองใจเย็นลง แต่สายตามันก็ยังอดมองบุญชื่นจากมุมไกลไม่ได้ ตอนนั้นเองที่ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอแล้วพูดอะไรบางอย่าง เธอหันไปยิ้มตอบ แต่ผมเห็นมือเขาวางบนเอวเธออย่างคุ้นเคยจนอยากเดินเข้าไปดึงออก ผมกำขวดน้ำแน่นจนยับ ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
บุญชื่นพอเห็นผมกลับมาเดินถึงก็รีบหันมาโบกมือ “นั่นลูกพี่ลูกน้องพี่เอง จ้า มากับภรรยาด้วย” แล้วเธอก็หันไปบอกกับผู้ชายคนนั้นว่า “นี่หนุ่มน้อยร้านขายยาแถววัด เดี๋ยวพี่ไปส่งของที่บ้านก่อนนะ” พูดจบก็ดึงแขนผมออกจากตรงนั้นทันที ตอนข้ามถนนเธอยังไม่ยอมปล่อยแขนผม มือของเธอเลื่อนลงมากุมมือผมจนแน่น จนผมเริ่มคิดว่ามันคงไม่ใช่แค่ความเอ็นดูแบบแม่ค้ากับลูกค้าธรรมดาแล้วแน่ ๆ
ถึงบ้านเช่าหลังตลาด บุญชื่นเปิดประตูรั้วเหล็กเก่า ๆ ที่ขึ้นสนิม แล้วหันมาพูดด้วยเสียงเบาเหลือเกิน “ขึ้นไปนั่งกินน้ำก่อนไหม ฝนกำลังจะตกอีกแล้ว ดูเมฆดำขนาดนั้น” ผมแหงนหน้ามองฟ้าครึ้มแล้วเหลือบมองมือที่เธอยังจับไว้ไม่ยอมปล่อย วินาทีนั้นความเงี่ยนมันก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้งจนแทบเก็บไม่อยู่ ผมตอบรับเสียงสั่นว่า “ก็คงต้องรอฝนตกก่อนจริง ๆ ครับพี่”
ผมก้าวตามบุญชื่นขึ้นบันไดไม้กลางฝนที่เริ่มลงเม็ดหนาขึ้นไปเรื่อย ๆ เสียงฝนมันตกลงบนหลังคาสังกะสีที่ซ่อมแซมด้วยแผ่นเหล็กหลายสีจนฟังเหมือนเพลงกล่อม แต่ความเงี่ยนที่ถูกจุดไว้ตั้งแต่ตลาดมันกลับดังอยู่ในหัวยิ่งกว่าฝนเสียอีก หัวใจผมเต้นดังจนคิดว่าบุญชื่นได้ยินแน่ ๆ
เธอไขกุญแจห้องเช่าหลังน้อยที่ผนังปูนเปลือยสีเทาแล้วเปิดแง้มให้ผมเข้าไปก่อน ภายในห้องแคบ ๆ มีเตียงขนาดห้าฟุตเป็นหลัก ตะแกรงตากผ้ายังมีเสื้อผ้าตากค้างอยู่ เสียงเธอพูดว่า “เข้ามาสิ เดี๋ยวฝนหนักกว่านี้จะกลับไม่ทัน” แต่แววตากลับไม่ใช่แค่ความเป็นห่วง มันเลยทำให้ผมไม่ได้ตอบอะไร แค่ก้าวเข้าไปแล้วปล่อยให้ประตูปิดตึงตามหลัง
“นี่… ตัวเปียกหมดแล้ว เดี๋ยวพี่เอาผ้าขนหนูมาให้” เธอหายเข้าไปในครัวเล็ก ๆ ผมยืนมองรูปถ่ายบนฝาผนังที่มีเธอตอนสาว ๆ เห็นแล้วยิ่งใจเต้น ไม่นานเธอก็ออกมาพร้อมผ้าขนหนูพับเป็นสี่เหลี่ยม แล้วยื่นให้ผมพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ “ไม่ต้องทำหน้าตื่นขนาดนั้นหรอก พี่ไม่ได้เป็นอันตราย” เธอพูดติดตลก แต่ผมหันไปมองปากของเธอแล้วแทบอยากจะกระโดดเข้าไปบีบ
ผมหยิบผ้ามาเช็ดผมแล้วก็เช็ดแขนอย่างหงุดหงิดเพราะจ้องตาเธอไม่ชักสงบ เสียงฝนเริ่มหนักขึ้นจนสบถออกมา “หนักแล้วครับ โทรศัพท์ร้านพี่คงติด มีของต้องส่งวัดอีก ผมเองก็บ้านไกล เผลอ ๆ ต้องขอพักที่นี่” ผมพูดออกไปทั้ง ๆ ที่รู้ตัวว่าไม่ใช่เรื่องจริง เพราะร้านขายยาแถววัดนั้นเหลือเพียงป้ายที่ยังไม่ได้รื้อ และไม่มีใครรอสายผมอยู่ จะมีก็แต่บุญชื่นคนเดียว
“งั้นก็พักได้อยู่แล้ว” เธอก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นกาแฟและแป้งเย็น ๆ จากเสื้อผ้าพัดเข้าหน้าผม “แต่อย่านอนขยับตัวไปมาล่ะ พี่นอนไม่ค่อยหลับ” ผมเงยหน้ามองเธอแค่นั้นแหละ มันเหมือนมีสายไฟบาง ๆ ถูกดึงออก เธอก้มหน้าลงมาจูบผมก่อนที่จะพูดอะไรเสร็จ หรือจริง ๆ ผมเป็นคนลุกขึ้นจูบเธอเองก่อน จำไม่ได้ทันชัด เพราะความเสียวที่แล่นขึ้นมาตามแรงกดจูบมันทำให้คิดอะไรไม่ออก
มือบุญชื่นค่อย ๆ เลื่อนลงไปลูบต้นขาผมเบา ๆ แล้วก็อยู่ที่เข็มขัด “หนุ่มร้านขายยา… ร่างกายก็ดีเหมือนคนออกกำลังกายนะเนี่ย” เสียงเธอแหบขึ้นมากจนต่างจากตอนขายข้าวต้มตอนเช้า ผมนอนให้เธอปลดกระดุมกางเกงยีนส์แล้วรูดซิปของผมด้วยมือที่นิ้วเรียวสวย เธอก้มลงมองควยผมที่เด้งออกมาแข็งทื่อ ก่อนจะหัวเราะหึ ๆ “เห็นทีเรื่องเล่าแถวตลาดว่า… น้องหนุ่มคนนี้ไม่แพ้ใครจริง ๆ ด้วยนะ”
ผมไม่รู้จะพูดอะไรตรง ๆ ก็เลยใช้วิธีดึงหัวบุญชื่นลงมาใกล้ ๆ เธอก็ไม่ได้ขัดอะไร กลับยิ้มมุมปากแล้วก้มลงใช้ริมฝีปากรวบเอาปลายควยผมเข้าไปในปากอุ่น ๆ ผมจับขอบเตียงจนขาว มืออีกข้างเผลอไปไขว้ผมเธอแน่น เสียงเลียสลับกับเสียงฝนที่ตกไม่ลืมหูลืมตามันเหมือนโลกมีแค่เสียงสองแบบนี้และมันหล่อเลี้ยงความใคร่ของผมจนยากจะหักห้าม
เธอทำได้แค่ไม่นาน ผมก็ดึงตัวเธอขึ้นมาแล้วพลิกให้คว่ำลงบนที่นอน มือผมถลกกระโปรงของเธอขึ้นจนเห็นกางเกงในสีเนื้อลายลูกไม้เก่า ๆ ที่เริ่มเสื่อมสภาพ มันช่างดูจริงจังและสวยในแบบผู้หญิงทำงาน ผมถอดมันออกช้า ๆ เห็นร่องหีเปียกโชกอยู่เต็มจนขนบาง ๆ เส้นนั้นชุ่มไปหมด ดันนิ้วเข้าไปก็ได้แต่น้ำร้อน ๆ ชื้น ๆ ไหลออกมา “พี่… ผมขอเย็ดกับพี่ได้ไหม” ผมถามเสียงสั่น
บุญชื่นหันมามองผมด้วยตาแดง ๆ และยิ้มบาง ๆ “เย็ด… เอาเหอะ ก็อยากตั้งแต่อยู่ที่ตลาดแล้วล่ะ” เธอพูดสั้นที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยิน ซึ่งยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ในตลาดเช้าที่เคยมีมา ผมวางตัวลงคร่อมระหว่างขาของเธอ แขนทั้งสองข้างเท้าอยู่ข้างลำตัว ค่อย ๆ ดันปลายควยชนแคมของเธอแล้วถูไปมาเบา ๆ ทำให้ทั้งผมและเธอต้องสบถออกมาพร้อมกัน ความเสียวของร่างกายมันตอบสนองจนผมอยากเข้าข้างในทันที
เสียงฝนเบาลงแต่แทนที่ด้วยเสียงครางของบุญชื่นตอนที่ผมค่อย ๆ สอดควยเข้าไปทีละนิดจนลึกสุด รอบด้านของหีเธอบีบรัดหัวควยผมแน่นมาก มันทั้งร้อนทั้งชุ่มจนแทบม้วนตา บุญชื่นเอามือกุมที่นอนแน่น ร่างเล็กสะเทือนตามจังหวะของผมที่เริ่มขยับช้า ๆ เธอพูดเบา ๆ แทบฟังไม่ทัน “ช้า ๆ… นาน ๆ นะ… พี่จะได้เสียว”
ผมจับเอวบาง ๆ ของเธอแล้วเริ่มขยับเข้าออกลงจังหวะที่ช้าลงแต่แรงขึ้น เธอเบิกตาแล้วผมเห็นวุ้นในดวงตาเธอสั่นไหว บุญชื่นกัดริมฝีปากตัวเองจนเส้นเลือดเห็นชัด เสียงหายใจหอบกระชั้นราวกับคนจะขาดอากาศ ทุกครั้งที่ควยผมดึงออกเกือบสุดแล้วสอดกลับเข้าไปจนถึงโคน มันก็เหมือนมีอะไรบางอย่างคลายเคล็ดจากหัวใจผมไปด้วยทีละนิด
“พี่ใกล้… ใกล้…” บุญชื่นพูดได้แค่นั้น แล้วก็เกร็งสะโพกขึ้นส่งให้ผมเสียบลึกกว่าเดิม มือเธอขยำผ้าปูที่นอนจนยับ ผมก้มลงไปจูบที่คอของเธอพร้อมกับเร่งจังหวะ ความเสียวพร้อมความเงี่ยนที่สั่งสมตั้งแต่เช้ามาหลายตลาด มันรุมเร้าจนผมเองก็ปิดท้ายไม่ไหว
ผมกระแทกเข้าลึกครั้งสุดท้ายแล้วปลดปล่อยออกมาในตัวของเธอด้วยความรู้สึกเสียวที่แล่นไปจนถึงปลายเท้า ทั้งตัวสั่นระริก ผมกดร่างแนบกับแผ่นหลังชุ่มเหงื่อของบุญชื่นอยู่นานกว่าหายใจจะกลับมาเป็นปกติ เธอหันมามองผมแล้วยิ้มด้วยความพอใจ ก่อนดึงมือผมไปกอดไว้เหมือนเป็นเพียงการนอนกอดหลังจากเหนื่อย “หนูเอ๋ย พี่เงี่ยนค้างไว้หลายสัปดาห์… ตั้งแต่เห็นหนุ่ม ๆ คนนี้ไปมาหลายตลาดเช้าแล้วล่ะ”
“พี่ก็เงี่ยนเหมือนกัน…” ผมตอบออกไปทั้งที่ยังหายใจไม่เต็มปอด ผมปล่อยมือจากวงแขนเธอแล้วพลิกตัวนอนหงายมองเพดานบ้านไม้เก่า ๆ ที่มีแสงไฟสลัวจากหลอดไส้สีส้มส่องสะท้อน จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวมันเปลี่ยนไป กลิ่นข้าวต้มนัว ๆ ที่ติดเสื้อผ้าของเธอตอนแรก ตอนนี้เหลือแต่กลิ่นเหงื่อและกลิ่นของเราสองคนที่คลุกคลานอยู่บนผ้าปูที่นอน เธอขยับตัวมากอดผมใหม่เหมือนแมวน้อย ๆ ที่อยากได้ความอบอุ่น แล้วกระซิบข้างหูว่า “จริง ๆ แล้วพี่เคยเป็นเมียใครมาก่อนนะ ก่อนหน้านี้ผัวพี่ตายเพราะไปโดนไม้ใหญ่โค่นใส่ตอนตัดไม้ในป่า ตั้งแต่นั้นมาพี่ก็ไม่ได้ให้ใครเข้ามาใกล้ตัวจนกระทั่งเห็นน้องเดินผ่านร้านทุกเช้าตรู่”
ผมไม่ได้รู้สึกแค่อารมณ์อีกต่อไปแล้ว ความเงี่ยนที่เคยรุมเร้าตอนจ้องมองเธอในชุดผ้ากันเปื้อนตอนเช้าตรู่กำลังถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอีกอย่าง มันเหมือนเราไม่ได้เป็นแค่แม่ค้ากับลูกค้า ผมพลิกตัวหันไปมองหน้าเธอ พยาบาทะเบียนในใบหน้าแบบสาวบ้านนอกชั้นดี เธอยิ้มแหย ๆ แล้วเอามือลูบแก้มผม “ที่ผ่านมาพี่เห็นน้องมองพี่ทุกเช้า ตอนแรกพี่ก็คิดว่าน้องแค่อยากได้ข้าวต้ม แต่พี่แก่กว่าคนมองมาหลายคนแล้ว ลึก ๆ พี่รู้ว่าน้องมองแบบอื่น” เธอหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะดึงม่านนอนที่หลุดลงมาคลุมตัวเราไว้เหมือนเป็นการซ่อนโลกข้างนอกทั้งหมด ท่ามกลางแสงสลัวนั้นผมเห็นความอยากในตาของเธอชัดขึ้นกว่าเดิม
ผมปัดผ้าห่มออกแล้วเอนหัวลงไปที่หน้าอกของเธอ ก่อนที่จะตัดสินใจถามสิ่งที่ค้างคามาตลอด “แล้วเมื่อกี้มันหมายความว่ายังไงสำหรับพี่ ถ้าพรุ่งนี้ผมเดินไปกินข้าวต้มร้านพี่อีกเราจะเป็นแค่ลูกค้ากันแบบเดิมหรือเปล่า” บุญชื่นหัวเราะเบา ๆ แล้วใช้นิ้วมือลูบไรผมข้างหน้าผากของผม “น้องคิดว่าพี่จะให้ใครเย็ดหีพี่แล้วเอาแค่ชามข้าวต้มตอบแทนเหรอ ถ้าจะทำ พี่ขอให้ทำประจำเถอะ เพราะพี่เหงามาเป็นปีแล้ว” คำพูดของเธอทำให้ผมเงียบไปอึดใจ ก่อนจะจูบลงบนไหล่เธอแล้วพยักหน้าเบา ๆ เหมือนได้คำตอบจากใจไปแล้วว่าเช้าวันนี้มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ผมไม่คาดคิดว่าจะได้เจอในตลาดเช้าแบบนี้
หลังจากคืนนั้นผมก็เปลี่ยนมานั่งกินข้าวต้มร้านบุญชื่นทุกเช้าอย่างไม่ขาดสักวัน บางวันเธอตำหนิผมเล่น ๆ ว่ากินช้าเสียเวลาขาย บางวันก็แอบส่งสายตามามองผมก่อนจะเบนหน้าไปเก็บถ้วยเก็บจานที่วางเรียงรายอยู่ จนแม่ค้าร้านอื่นเริ่มแซวกันใหญ่โตว่า “หนุ่มข้าวต้ม” ของร้านบุญชื่นมากี่โมงก็อยู่ถึงเที่ยง จริง ๆ วิถีชีวิตมันไม่ได้เปลี่ยนอะไรมากมายหรอกครับ แค่ความรู้สึกตอนไปตลาดเช้ามันเหมือนมีอะไรให้ตื่นไปเจอมากกว่าข้าวต้มร้อน ๆ สักชาม มันคือความเสียวเล็ก ๆ ที่อยู่ในทุกเช้าก่อนพระอาทิตย์จะขึ้น ความสุขแบบชาวบ้าน ๆ ที่ไม่ได้หวือหวา แต่อบอุ่นและรู้สึกยังมีชีวิตอยู่
ตอนนี้เวลาผมตื่นนอนเช้าตรู่แล้วเดินผ่านละอองหมอกตามสองข้างทางไปตลาด ผมก็ยังนึกถึงคำที่บุญชื่นพูดคืนนั้นเสมอ “ไม่ได้เจอกันเพราะความอยากทางกายอย่างเดียวหรอก บางทีการมีใครสักคนมานั่งกินข้าวต้มกับเราทุกเช้ามันก็เป็นความรักแบบหนึ่งที่พอดีคำ” ฟังดูโฮกฮากปนจริงจังไปหน่อย แต่ถ้าใครเคยมีชีวิตแบบคนบ้านนอกแบบนี้คงเข้าใจดีครับว่าตลาดเช้าของเรามันไม่ได้มีแค่ของสดหรืออาหารร้อน ๆ แต่บางทีมันมีสิ่งที่คนเรามองหาโดยไม่รู้ตัวมานั่งอยู่ตรงหน้า… รอให้เราลุกขึ้นไปตักตวงมันก่อนตลาดจะหายไปพร้อมกับแสงแรกของวัน
ตลาดวายเกือบหมดแล้วครับ เหลือเพียงบุญชื่นที่นั่งเก็บรวบรวมถ้วยจานอยู่หลังแผง เห็นผมยังนั่งไม่ไปก็ยิ้มเขิน ๆ “น้องไม่ไปทำงานอีกเหรอ หรือรออะไรอยู่” ผมก็พูดเล่นไปว่า “รอพี่เก็บของเสร็จจะได้ช่วยหิ้วของกลับบ้านไงครับ” เธอทำหน้าสงสัยแต่อมยิ้ม “พี่ว่าที่จริงน้องมันไม่ได้อยากช่วยหิ้วของหรอก มันอยากได้อย่างอื่นมากกว่า” เธอพูดเบา ๆ แล้วก็ชะเง้อมามองรอบ ๆ เหมือนกลัวใครได้ยิน ชนิดที่ว่าความเงี่ยนมันแล่นขึ้นมาเป็นพลุเลยครับ ทั้งเสียวทั้งตื่นเต้นเพราะยังเป็นเวลากลางวันอยู่และมีแม่ค้าร้านอื่น ๆ เดินผ่านไปมา เธอลุกขึ้นแล้วสะพายย่ามใบใหญ่ “งั้นไปกันเลย เดี๋ยวพี่จะให้ช่วยหิ้วของที่บ้านแทน” เธอกระซิบข้างหูผมแล้วก็เดินนำออกจากตลาดอย่างไม่ให้ใครทันสังเกต
เรือนไม้ใต้ถุนสูงของบุญชื่นอยู่ท้ายหมู่บ้านครับ ผมเดินถือถุงของตามหลังเธอขึ้นไปจนถึงห้องนอน กลิ่นแป้งหอม ๆ และสมุนไพรแช่ยาดมอบอวลอยู่ในห้อง เธอวางของลงแล้วหันมามองผมด้วยแววตาที่ไม่ได้มีแต่ความอบอุ่นแบบแม่ค้าข้าวต้มอีกต่อไป “เช้านี้พี่เงี่ยนตั้งแต่เห็นน้องนั่งอยู่ร้านแล้วล่ะ” เธอพูดเสียงสั่น ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ปลดตะขอเสื้อชั้นในออก “เข้ามาใกล้ ๆ สิ แล้วก็จัดการกับหีพี่ให้หน่อย” ผมเดินเข้าไปกอดเธอจากด้านหลัง มือข้างหนึ่งลูบไล้ลงไปถึงหว่างขา พบว่ามันเปียกชุ่มมานานแค่ไหนแล้ว กางเกงในข้างในนั้นเปียกเยิ้มจนผมนึกว่าเธอราดน้ำทิ้งไว้อย่างไรอย่างนั้น ผมปลดเข็มขัดของตัวเองออกแล้วดันควยที่แข็งตึงไปตามท้ายเธอ เธอครางเบา ๆ แล้วใช้มือตัวเองดึงขอบกางเกงในออกให้ ผมค่อย ๆ เสียบเข้าไปทีละน้อย ท่ามกลางความชื้นและความแน่นของหีแม่ค้าข้าวต้มที่เก็บกักความเหงาไว้นานปี มันทั้งเสียวและเสียดสีจนแทบอยากจะเสียบเข้าไปแรง ๆ แต่ก็ต้องค่อย ๆ เร่งจังหวะตามเสียงครางของเธอ เอาจริง ๆ ครับเช้านั้นเราเย็ดกันอยู่บนเรือนไม้จนเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดไปทั้งบ้าน ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่กว่าจะเสร็จ แต่ที่แน่ ๆ ท้องของเธอกระตุกวูบวาบหลายรอบและผมก็ปลดปล่อยออกไปจนตัวสั่น
อยู่กันมาถึงตอนนี้ก็หลายเดือนแล้วครับ ผมยังไปช่วยเธอเก็บร้านทุกเช้าและได้แอบเย็ดกันเกือบทุกวัน แต่ที่เปลี่ยนไปคือเราไม่ได้เป็นแค่แม่ค้ากับลูกค้าประจำอีกต่อไป เธอเริ่มฝากกุญแจบ้านไว้กับผม บางเช้าก็ซื้อกับข้าวติดไม้ติดมือมาฝากเหมือนแม่ค้าจีบหนุ่มเมืองกรุงเสียอย่างนั้น ตลาดเช้าของบ้านเราก็ยังเหมือนเดิม มีเสียงเรียกขายข้าวต้ม เสียงทักทายของแม่ค้าข้าง ๆ และไอร้อนจากหม้อต้มที่ลอยขึ้นไปปะทะหมอกยามเช้า แต่สำหรับผมนะครับ ตลาดแห่งนี้มันไม่ได้เป็นแค่ที่ขายของอีกต่อไปแล้ว มันคือต้นทางของความสุขเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ซับซ้อน—แค่มนุษย์สองคนที่อยู่ด้วยกันแล้วรู้สึกพอใจในทุกเช้า ทั้งเรื่องข้าวต้มร้อน ๆ และร่างกายที่ได้สัมผัสกันจนอิ่มหนำ มันคือชีวิตที่เรียบง่ายแบบชาวบ้าน ๆ ครับ หากใครถามหาความรักแท้ที่โรแมนติกแบบในละครเราคงไม่มี แต่ถ้าถามถึงความจริงที่เกิดขึ้นในตอนเช้าตรู่ของตลาดเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ผมขอบอกเลยว่ามันคือสิ่งที่ทำให้ผมลุกขึ้นมาใช้ชีวิตทุกวัน และน่าจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานเท่านานครับ
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







