เรื่องเสียว ลานกีฬาเสียงนกหวีด
เสียงนกหวีดยาวของอาจารย์พลศึกษาดังลั่นไปทั่วลานกีฬามหาวิทยาลัย ผมวิ่งวนรอบสนามอยู่รอบที่สาม เหงื่อเริ่มท่วมเสื้อกล้ามตัวเก่า กลิ่นดินและกลิ่นเหงื่อปนกันจนชิน วันเปิดเทอมแรกของปีสาม ผมอายุยี่สิบสี่ ต้องมาแก้ตัวกับอาจารย์ประจำวิชาเพราะติด F หลายหน่วยกิต ถ้าขาดอีกครั้งคงได้ซ้ำชั้นแน่ ผมเลยต้องมาวิ่งเก็บคะแนนจิตพิสัยทุกเย็น
รอบที่สี่เริ่มปอดจะระเบิด ผมก้มหน้ามองพื้น หายใจเข้าลึก ๆ แล้วก็เหลือบไปเห็นก้นกลม ๆ เด้งขึ้นเด้งลงข้างหน้า กางเกงวอร์มขาสั้นสีแดงรัดตึงเป้า กัดเข้าไปในเนื้อจนเห็นเป็นร่องเสียว ๆ ผมคิดในใจว่า “เย็ด… ใครเนี่ย” กรามแทบหลุด เมื่อคนคนนั้นหันหน้ามาแล้วยิ้มให้ผม ตาสว่าง ฟันขาว ผิวสองสี ทำเอาใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ
ชื่อเธอ “ฝ้าย” นักศึกษาชั้นปีหนึ่ง คณะบัญชี เธอมาวิ่งที่ลานกีฬาแห่งนี้เกือบทุกวัน ใส่เสื้อกล้ามสีขาวตัวเดิม กางเกงขาสั้นสีแดงตัวเดิม ผมแกล้งวิ่งช้าลงให้อยู่ข้างหลังเธอเพื่อมองหี… ไม่ใช่สิ มองท่าเดินของเธอ ก้นเด้ง ๆ ไขว้กันไปมา ในยุคเก้าสิบไม่มีมือถือไม่มีโซเชียล ยังไงก็ได้แต่แอบมองเก็บไว้ในใจ
เธอคงรู้ว่าผมมอง เพราะทุกครั้งที่แซงเธอหันมายิ้มแบบมีเลศนัย ผมทำเป็นไม่เห็น หันไปมองขอบฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม แต่มุมปากอยากยิ้มตาม ท่าทางแบบนี้ทำให้ผมนึกถึงรุ่นพี่คนหนึ่งที่เคยบอกว่า สาวบัญชีเงียบ ๆ แต่เงียบคนละแบบกับสาวนิเทศ เงียบแบบนี้จริงจังทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องใต้สะดือ
จำได้ว่าวันที่ได้รู้จักชื่อ เธอเดินมาขอยืมขวดน้ำดื่มของผม พอส่งขวดให้ เธอก็หยิบไปและมือเธอจับโดนนิ้วผม ผมรู้สึกเสียวปลายนิ้ววาบไปถึงหน้าอก ขวดเดียวกัน ปากเดียวกัน แต่ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าปากนั้นจะไปทำอะไรกับคอของผมในอีกสามเดือนต่อมา
เราไม่ได้คุยอะไรลึกซึ้ง หลังวิ่งเสร็จก็เดินไปนั่งที่อัฒจันทร์คอนกรีต ซึ่งในยุคเก้าสิบยังไม่มีไฟส่องสว่างครบทุกหลอด ตรงมุมอัฒจันทร์มีหลอดไฟเสียเป็นดวง ๆ ทำให้ตรงนั้นมืดเป็นพิเศษ ผมชอบมุมนั้นเกินบรรยาย ร้อน ๆ อบอ้าว ได้กลิ่นเหงื่อของเธอปนแป้ง หอมจนควยผมเริ่มขยับตัวในกางเกง
ผ่านไปสองสัปดาห์ เราเลิกเรียก “พี่ครับ” “น้องครับ” เป็น “ฝ้าย” “เจมส์” เธอบอกว่าชอบฟังผมเล่าเรื่องที่อาจารย์ดุหน้าตาเฉยเวลาเธอเข้าสาย ผมเล่าให้ฟังทุกเรื่อง แต่ไม่เคยเล่าเลยว่า ทุกคืนหลังอาบน้ำเสร็จผมคิดถึงร่างเธอแล้วช่วยตัวเองในห้องน้ำหอพัก นึกภาพกางเกงแดงตัวนั้นถูกดึงลงไปที่เข่า หีของเธอจะตรงกับที่ผมจินตนาการไว้หรือเปล่า
คืนวันพฤหัสบดีก่อนปิดเทอม ฝ้ายหายไปสามวันติด ผมนั่งที่อัฒจันทร์คนเดียว ถือขวดน้ำเย็น ๆ ว่างเปล่า มองตรงลานกีฬาที่เคยมีเธอวิ่งวนอยู่ตรงหน้าใจคอไม่ดี เงี่ยนก็เงี่ยน แต่คิดถึงมากกว่า พอวันที่สี่เธอโผล่มา กอดคอผมแล้วบอกว่า “หนูไปช่วยพ่อเก็บลำไยส่งโรงงานมาสามวัน คิดถึงพี่จัง” ผมได้กลิ่นลำไยจากผมเธอจนต้องข่มใจไม่หอมแก้ม
เรานั่งชิดกันมากขึ้น เธอวางหัวไหล่ผม ขาเปลือยข้างหนึ่งทับขาผม ใต้แสงไฟสลัว ผมเห็นเส้นขนอ่อน ๆ บนต้นขาเธอ ลูบไปที่เข่า ผมรู้สึกว่าตัวเองเริ่มแข็งตัว หากเธอรู้ตอนนั้นคงหัวเราะแน่ แต่เธอไม่รู้ เธอกลับเอามือมากุมมือผมแล้วซุกหนูกับฝ่ามือ “ฝ่ามือพี่ใหญ่มาก หนูชอบ”
ลมเย็น ๆ สอดมาตามแขน ขนลุกซู่ ผมนั่งนิ่ง สมองพยายามคิดเลขที่อาจารย์เคยสอน แต่ก็ไม่รอด ควยปลุกตัวแน่นจนเจ็บในกางเกงยีนส์ ผมหงายมือขึ้นประกบหน้าเธอ ค่อย ๆ ลูบแก้ม เธอหลับตาลง… นั่นคือสัญญาณ
การจูบครั้งแรกในคืนนั้นช่างโง่เขลา ผมก้มลงไปชนฟันเธอ เธอหัวเราะเบา ๆ แล้วก็เอามือจับท้ายทอยผมดึงลงมา “ทำเป็นแข็ง ไม่เคยจูบใครหรือไง” เสียงกระซิบของเธอเนือยหนืด ทำเอาผมตัวชา ตอนนั้นเองไฟบนเสาสูงดวงสุดท้ายก็ดับมืดทั้งสนาม
“ไฟดับพี่” เสียงเธอสั่น ผมตอบกลับไปว่า “อือ” น้ำเสียงผมฟังดูสำออยกว่าที่ตั้งใจ ดวงจันทร์ลอดเมฆส่องแสงสลัวลงมาสองร่างบนอัฒจันทร์ เราอยู่ในมุมมืดที่เพิ่งค้นพบ เธอขยับเข้ามาในอ้อมแขน แขนเสื้อกล้ามของเธอเปียกเหงื่อแตะแขนผม กลิ่นมัสก์อ่อน ๆ อวลขึ้นมา ผมไม่ทันตั้งตัว มือเธอเลื่อนมาท้องน่องผมแล้วไต่ขึ้นไปเรื่อย ๆ
“พี่เงี่ยนใช่ไหม อันแข็งจัง” คำถามตรง ๆ ของเธอทำเอาผมพูดไม่ออก ผมได้แต่ขานรับเสียงสั่น “อือ” เธอปลดกระดุมกางเกงยีนส์ผมช้า ๆ แล้วเลื่อนซิปลง เสียงซิปดัง “แกร็ก” ในความมืด ดุจเสียงค้อนทุบหัวใจ ผมจับข้อมือเธอไว้ พยายามตั้งสติถามว่า “เรา… แน่ใจแล้วเหรอ” เธอไม่ตอบ แต่ก้มลงไปและใช้นิ้ววัดขนาดผ่านกางเกงใน
เสียงฝีเท้าเดินจากอีกฟากหนึ่งของสนามดังแว่วมา… ผมรีบดึงมือเธอออก แต่เธอกลับกระซิบข้างหู “อย่าขยับ ไม่มีใครเข้ามาตรงนี้หรอกนะ” จากนั้นก็ดึงกางเกงในผมลงไปในที่สุด สิ่งที่รอคอยมานานหลายเดือนคือสัมผัสครั้งแรกระหว่างฝ่ามือเย็น ๆ ของเธอกับควยที่บวมแดงของผม ท้องฟ้ายังมืดครึ้ม เสียงฝีเท้าหายไปหรือผมไม่ได้ยินอีกต่อไปแล้ว
ฝ่ามือเย็นเฉียบของเธอรูดแกนควยผมช้า ๆ ตั้งแต่โคนจรดปลาย น้ำมันตามธรรมชาติที่ซึมออกมา ทำให้การเลื่อนไหลลื่นเสียเหลือเกิน เสียวแล่นจากปลายควยขึ้นไปจี้ที่กระดูกสันหลังจนผมต้องเงยหน้าหายใจแรง มืออีกข้างของเธอจับข้อมือผมไปวางไว้ที่ต้นขาของเธอ ผมรู้สึกได้ถึงผิวกายร้อน ๆ และขอบกางเกงขาสั้นที่เธอสวมอยู่ “พี่อยากสัมผัสตรงนั้นของหนูไหม” เสียงเธอแหบพร่าผสมกับลมหายใจอุ่น ๆ ตรงใบหู ผมไม่มีคำตอบนอกจากขยับมือลูบขึ้นไปบนต้นขาเนียน ๆ จนไปสะดุดกับผ้าเปียกชื้นของกางเกงใน เธอไม่ได้ใส่กางเกงชั้นในมาด้วยซ้ำ ผกากางเกงขาสั้นมันบางเฉียบจนผมสัมผัสได้ถึงความร้อนและความเปียกของหีเธอ มันชุ่มฉ่ำขนาดนั้นเลยเหรอ
ผมไม่รู้ว่าตัวเองขยับตัวลงไปตอนไหน มือที่ไม่เคยชำนาญนักปลดตะขอเอวและดึงกางเกงขาสั้นของเธอลงไปแค่ระดับเข่า ก่อนที่ริมฝีปากของผมจะกดลงไปบนปากหีที่บวมเป่งของเธอ เสียงครางของเธอดังขึ้นมาในความมืด “อื้อ… พี่ครับ” เธอไขว้ขาขึ้นมาทับหลังผมราวกับไม่อยากให้ผมถอยหนี ผมใช้ลิ้นเลียไปตามร่องเสียวและดูดเม็ดคลิตอริสของเธอ รสชาติเค็ม ๆ และกลิ่นหอมหวานของน้ำธรรมชาติเธอทำให้หัวผมหมุน ขณะเดียวกันมือเธอก็กำควยผมแน่นขึ้นเรื่อย ๆ บีบรูดเป็นจังหวะเร็วจนผมแทบทรุด
“พี่… เอาเข้าสิครับ” คำขอร้องของเธอดังชัดในความเงียบ ผมหันไปมองรอบตัวอย่างรวดเร็ว ไม่มีใคร ไม่มีเสียง ไม่มีอะไรนอกจากสายลมกับใจที่เต้นแทบจะทะลุอก เธอดึงผมขึ้นมาอย่างใช้แรงจนผมทิ้งตัวคร่อมเธอ ปลายควยบวม ๆ ของผมเสียดสีกับปากหีที่ร้อนและเปียกชุ่ม เธอเอื้อมมือข้างหนึ่งมากดเบา ๆ ที่สะโพกผม “เย็ดหีหนูเลย พี่ครับ หนูอยากรู้สึกว่าพี่อยู่ในตัวหนู…” แค่นั้นก็พอแล้ว ผมดันสะโพกลงไปหนึ่งที ปลายควยทะลวงผ่านความแน่นเข้าไปจนสุด เข้าไปอยู่ในความอุ่นและชื้นที่ห่อหุ้มทุกอณูของความเสียว ผมแน่นิ่งไปครู่หนึ่ง มือเท้ายันตัวสั่นระริก เธอกระดกสะโพกรับเองเป็นจังหวะ ผมจึงเริ่มขยับตาม เริ่มช้า ๆ แล้วเร็วขึ้น ลูกกระเดือกของผมกลอกไปมา ฟันของเธอขบลงบนไหล่ผม ความเจ็บปวดผสมกับความเสียวแล่นเป็นสายไฟเส้นใหญ่ไปทั่วทั้งร่าง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังละมุนละไมในยามราตรี จนไม่มีใครใส่ใจว่าคืนนี้จะเป็นของใครอีกต่อไป
ทุกอย่างจบลงด้วยการหลั่งในตัวเธอ ลมหายใจของเราสองคนปะปนกันในอากาศที่เริ่มเย็นลง เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายบนอัฒจันทร์ ผมนั่งมองดาวบนฟ้าข้างบน เพิ่งรู้สึกตัวว่าเหงื่อท่วมตัวและหัวใจยังเต้นไม่หาย เราไม่ได้พูดอะไรมากหลังจบ นัดกันไว้แค่ให้รู้เสมอว่าคืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเราสองคน ลานกีฬาเดิมกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงนกหวีดที่ดังจากสโมสรฝั่งตรงข้ามเป็นระยะ ผมเดินกลับหอพร้อมกับรอยกัดที่ไหล่และความรู้สึกบางอย่างที่ติดตัวไปอีกนาน ความทรงจำคืนนั้นสอนให้รู้ว่า ความต้องการของร่างกายมันรุนแรงกว่าที่คิดเสมอ และบางทีการได้ปลดปล่อยกับคนที่พร้อมจะให้โดยที่เราไม่ต้องฝืนใจอะไร อาจเป็นความโชคดีที่มาพร้อมกับเสียงเงียบ ๆ ของลานกีฬาในคืนนัดนั้น แต่ก็ต้องแลกด้วยสายตาที่ไม่อาจมองหน้ากันได้ปกติในตอนเช้า อย่างน้อยก็ยังดีที่มันคือประสบการณ์ที่จะจำไปอีกนาน
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







