เรื่องเสียว ในโรงยิมโรงเรียนร้าง
ฝนตกหนักตั้งแต่บ่ายสาม กลิ่นอับของเสื่อยิมนาสติกเก่าผสมกลิ่นฝนที่สาดเข้ามาทางหน้าต่างแตกด้านข้าง โรงยิมโรงเรียนนี้ถูกทิ้งไว้สามปีแล้วตั้งแต่ย้ายไปใช้อาคารใหม่ ผมกับแฟนสาวแอบเข้ามาหลบฝนเพราะมอเตอร์ไซค์เสียกลางทางกลับบ้าน
เธอชื่อน้องโบ เป็นรุ่นน้องที่เรียนห้องดนตรี ตัวเล็ก ผิวขาว ผมยาวประบ่า มักจะใส่ชุดนักเรียนยับๆ เพราะซ้อมวงโยธวาทิตทุกเย็น วันนั้นใส่เสื้อโปโลสีขาวกับกระโปรงพลีทยาวเลยเข่า เปียกฝนมาด้วยกันจนตัวเปียกโชก
พอเข้ามาในโรงยิมก็รีบถอดเสื้อนอกบิดน้ำ ผมนั่งลงบนเสื่อยิมเก่าที่แข็งเป็นแผ่น มองน้องโบยืนตัวสั่นอยู่ตรงประตู เธอหันมามองผมแล้วยิ้มแหยๆ “พี่คะ เราไม่กลับก่อนฝนหยุดคงไม่ได้”
ผมลุกไปหาเธอ จับมือบางๆ ที่เย็นเฉียบขึ้นมา “เดี๋ยวพี่หาไฟก่อน” ผมเดินไปที่ตู้ควบคุมไฟฟ้าหลังอัฒจันทร์ เปิดสวิตช์เจอแค่ไฟฉุกเฉินสองดวงที่มุมโรงยิม แสงสีส้มสลัวๆ ทำให้บรรยากาศในโรงยิมดูมีมิติแปลกตา
น้องโบเดินตามมา ยืนชิดกับผนังปูน เธอกอดอกมองผม “พี่จำได้มั้ยคะ ตอนพี่เรียน ม.6 แล้วมาเป็นรุ่นพี่คุมซ้อมวง” เสียงเธอเบาเหมือนกระซิบ ผมจำได้ดี เพราะสมัยนั้นผมหลงรักเธอตั้งแต่แรกเห็น
ผมนั่งลงบนเสื่อยิมอีกครั้ง ตบข้างๆ ให้เธอมานั่ง เธอมานั่งห่างนิดนึง มือสองข้างวางบนตัก เกาะกระโปรงแน่น รอยเปียกน้ำจากชายกระโปรงซึมลงบนเสื่อ
สายฝนยังสาดแรงนอกโรงยิม เสียงฟ้าร้องดังเป็นระยะ น้องโบหันมามองผม ตาโตๆ ของเธอมีประกายบางอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน เธอขยับเข้ามาใกล้เล็กน้อย “พี่คะ หนูกลัวฟ้าร้อง” เสียงสั่นของเธอทำให้ผมรู้สึกถึงบางอย่างที่มันเงียบงันอยู่ในใจ
ผมหายใจลึก กลิ่นแชมพูของเธอปนกลิ่นฝนลอยมาเตะจมูก มือผมเลื่อนไปแตะไหล่เธอเบาๆ เธอไม่ขยับหนี เธอเพียงแค่เงยหน้าขมมองผมด้วยสายตาที่เหมือนกำลังขออะไรบางอย่าง “ไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวพี่อยู่ด้วย”
น้องโบขยับตัวเข้ามาแนบชิด ศีรษะพิงไหล่ผม มือเล็กๆ ของเธอจับแขนผมไว้แน่น ผมรู้สึกได้ถึงร่างกายที่อบอุ่นของเธอ ชื้นจากฝนแต่ก็ยังนุ่มนิ่ม กระโปรงที่เธอสวมอยู่ตอนนี้เปียกจนเห็นรูปขาเรียวสวยชัดผ่านผ้า
ใจผมเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ มือที่อยู่บนไหล่เธอเลื่อนลงมาที่เอวบาง เธอไม่ขยับ ไม่ห้าม ไม่ปฏิเสธ แค่หายใจแรงขึ้นนิดหน่อย “หนูหนาวจังพี่” เสียงกระซิบของเธอดังข้างหูผม ผมรู้เลยว่าตอนนี้ทั้งผมและเธอไม่ได้คิดถึงแค่การคลายหนาวแล้ว
ผมจับคางเธอให้เงยหน้าขึ้น จ้องตาคู่นั้นในแสงสลัว สายตาของเธอล้วนเต็มไปด้วยการยินยอมและความต้องการที่ถูกซ่อนไว้มานาน ผมโน้มหน้าลงไปจูบปากนิ่มๆ ของเธอช้าๆ เธอตอบรับทันที มือเล็กกอดคอผมแน่น ลิ้นของเธออุ่นและหอมหวาน
จูบนั้นยาวนานจนแทบหายใจไม่ทัน เมื่อแยกออกจากกัน เธอหอบเล็กน้อย แก้มแดงก่ำในแสงสลัว “พี่โบ… พี่รู้ใช่มั้ยว่าหนูชอบพี่มานานแล้ว” ผมยิ้มให้เธอ ก่อนจะกระซิบข้างหู “พี่ก็ชอบหนูนะ ตั้งแต่สมัยซ้อมวงเลย” มือของผมค่อยๆ เลื่อนลูบไล้ต้นขาเธอ
เธอสะท้านเล็กน้อยเมื่อสัมผัสผ่านผ้ากระโปรงเปียก แต่ไม่ได้ขยับหนี กลับกัน เธอเปิดขาออกให้ผมมากขึ้นเล็กน้อย ผมรู้ทันทีว่าคืนนี้มันจะไม่ใช่แค่การนั่งคุยกันในโรงยิมร้างอีกแล้ว
มือของผมเลื่อนขึ้นไปตามต้นขาเนียนนุ่มของเธอช้าๆ จนถึงชายกระโปรงที่เปียกชื้นจากละอองฝน เสื้อนักเรียนสีขาวของเธอตอนนี้เปียกโชกจนแทบโปร่งแสง เห็นโครงเสื้อชั้นในสีขาวลางๆ ผ่านเนื้อผ้า หัวนมของเธอชัดขึ้นมาเมื่อเปียกน้ำ ผมแทบกลั้นหายใจ
“ก้อย…” ผมกระซิบชื่อเธอ พร้อมกับมือที่เริ่มปลดกระดุมเสื้อของเธอออกทีละเม็ด เธอไม่ขัดขืน แค่จ้องมองผมด้วยตาเป็นประกาย มือเล็กของเธอก็กำชายเสื้อผมไว้แน่นเช่นกัน
เมื่อกระดุมเม็ดสุดท้ายหลุดออก ผมก็เลิกเสื้อเธอออกเผยให้เห็นเรือนร่างในชุดชั้นในสีขาว ตัวเล็กได้สัดส่วน หน้าอกเธอกระเพื่อมขึ้นลงตามลมหายใจที่เริ่มถี่ขึ้น ผมก้มลงไปซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ
“พี่โบ… หนูกลัว…” เธอกระซิบแต่น้ำเสียงกลับไม่มีความกลัว มีแต่ความตื่นเต้นปนปรารถนา
“ไม่ต้องกลัว” ผมปลอบ ขณะที่มือลูบไล้ไปตามเอวคอดของเธอ แล้วเลื่อนลงไปที่ขอบกางเกงใน “พี่จะดูแลหนูเอง”
ลิ้นของผมแตะไปที่ติ่งหูเธอ เธอสะดุ้งทั้งตัว ร่างเล็กกระตุกเล็กน้อยก่อนจะทรุดตัวลงพิงอกผม เสียงหายใจของเธอแรงขึ้นเรื่อยๆ มือผมเลื่อนไปที่หว่างขาของเธอ สัมผัสผ่านผ้าบางๆ ที่เริ่มชื้น
“อื้อ… พี่โบ…” เธอครางเบาๆ เมื่อปลายนิ้วของผมกดลงไปตรงจุดนั้นผ่านผ้ากางเกงใน
ผมถอดกางเกงในของเธอออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นหีเนียนสวยของเด็กสาววัยปี ขนบางๆ ตรงนั้นยังน้อย สีอ่อนตามวัย ผมย่อตัวลงไปมองใกล้ๆ ก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปใกล้
“พี่… พี่จะทำอะไร…” เธอถามเสียงสั่น แต่กลับกันมือเธอกลับกดหัวผมลงไป
ผมซุกหน้าลงไประหว่างขาของเธอ ลิ้นแตะไปที่เม็ดเล็กๆ ที่กำลังแข็งตัว เธอส่งเสียงร้องออกมาเป็นจังหวะกับลิ้นของผม ร่างน้อยบิดไปมาตามแรงเสียวที่แล่นผ่าน
“อ๊าาา… พี่โบ… หนู… หนูไม่ไหวแล้ว…” เสียงเธอขาดเป็นห้วงๆ มือเล็กกำผมแน่น
ไม่นานนักผมก็รู้สึกได้ถึงน้ำหีของเธอที่เริ่มไหลออกมา รสชาติจางๆ หวานน้อยๆ คละเคล้ากับกลิ่นกายอ่อนๆ ของเธอทำให้ควยของผมแข็งตึงจนแทบจะระเบิด ผมรีบถอดกางเกงวอร์มออก แก้ไขความต้องการที่ค้างคา
ควยของผมตั้งชันในแสงสลัว เธอมองมันด้วยตากลมโต ก่อนจะเอื้อมมือเล็กมาจับมันเบาๆ สัมผัสนั้นทำให้ผมเสียวไปทั้งสันหลัง
“ใหญ่จัง…” เธอพึมพำ ทำเอาผมยิ้มออกมาเล็กน้อยท่ามกลางความเงี่ยนที่กำลังพลุ่งพล่าน
จังหวะนั้นเอง เสียงฝนที่ซาลงมาก็เปิดทางให้ผมได้ยินเสียงหัวใจของเราที่เต้นไม่เป็นส่ำ ผมดึงเธอนอนลงบนเบาะรองนั่งที่ปูด้วยเสื้อของเราทั้งสองคน ร่างน้อยของเธอทอดตัวอยู่ตรงหน้า เปิดรับทุกสิ่ง
ผมคร่อมตัวเธอ ควยที่แข็งตึงจ่อที่ปากหีของเธอแล้ว เธอหลับตานิ่ง มือจับแขนผมไว้แน่น ผมค่อยๆ สอดใส่เข้าไปช้าๆ
“อ๊าาาา..!” เธอร้องเมื่อหัวควยของผมผ่านเข้าไปในช่องแคบนั้น ความอุ่นแน่นรัดรอบควยของผมทำให้แทบขาดสติ
“ก้อย… ก้อย…” ผมเรียกชื่อเธอซ้ำๆ ขณะที่เริ่มขยับสะโพกเข้าออกช้าๆ จังหวะแรกของการเย็ดในโรงยิมร้างที่ไม่มีใครรู้
เธอกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงคราง แต่ก็ปิดไม่มิดเพราะทุกจังหวะที่เสียบเข้าทำให้เธอต้องส่งเสียงออกมา ความเสียวแล่นจากปลายควยที่เสียดสีกับผนังหีอันอุ่นชื้นของเธอ
ผมนึกถึงการซ้อมดนตรีตอนกลางวันที่เธอมักจะมองผมด้วยสายตาหวาน ความทรงจำนั้นยิ่งทำให้ผมเงี่ยนมากขึ้น สะโพกจึงเริ่มขยับเร็วขึ้นตามสัญชาตญาณ
“พี่โบ… ช้าๆ… หนู…” เธอร้องขอ แต่ยังไม่มีวี่แววจะผลักผมออก กลับกันเธอกอดรัดผมแน่นขึ้น
ผมก้มลงจูบเธออีกครั้ง ลิ้นสอดประสานกับลิ้นเธอ การเย็ดในครั้งนี้เหมือนการพูดทุกอย่างที่เก็บเงียบมาเป็นปีผ่านร่างกาย
เสียงเนื้อกระทบกันดังเป็นจังหวะในที่ว่างเปล่า ฝนที่เริ่มตกอีกครั้งกลบเสียงครางของเราไว้หมด
ผมหยุดชะงักเมื่อรู้สึกว่าในมือที่ก่ายกอดผมอยู่ มีบางอย่างแข็งๆ เย็นๆ สัมผัสหลังของผม—มันคืออะไรกันแน่ที่ลืมวางไว้บนม้านั่งนี้?
ผมเงยหน้าขึ้นจากคอเธอ มือลูบไปที่หลังตัวเองเจออะไรแข็งๆ เย็นๆ—มันคือขอบของไม้เมตรที่วางพาดอยู่บนม้านั่งตั้งแต่ตอนซ้อมบาสเมื่อบ่าย โง่จริงๆ ใจชื้นขึ้นมาที่ไม่ใช่ของเหนือธรรมชาติ แต่ก็สะดุดกับภาพตรงหน้า เธอกำลังนอนหงายมองผมด้วยสายตาเปียกชื้น ตัวสั่นระริกจากความเย็นของเหงื่อและฝนที่สาดเข้ามา แขนทั้งสองข้างของเธอโอบรอบคอผมแน่น ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย
ผมขยับตัวกลับลงไปใหม่ คราวนี้ช้าลง ตั้งใจจะซึมซับทุกวินาทีที่เหลือก่อนฟ้าสาง ควยที่เสียบอยู่ในหีเธอเริ่มชินกับความอุ่นชื้นของน้ำหล่อลื่นที่ไหลออกมา เสียงเนื้อกระแทกกันเปลี่ยนจากจังหวะเร่งร้อนเป็นท่วงทำนองทื่อๆ เหมือนรำลึกถึงทุกครั้งที่แอบมองเธอตอนเดินผ่านโรงยิมแห่งนี้ เธอเงยหน้ากัดริมฝีปาก สายตาเหมือนจะพูดว่า “เอาอีก” แต่ปากกลับเม้มแน่น ความเงี่ยนที่เคยโหมกระหน่ำตอนนี้เริ่มจางลง เหลือเพียงความเสียวซ่านที่แผ่จากปลายเท้าถึงขมับ
ตอนนี้ที่เราลุกขึ้นแต่งตัวกันในความมืด ไม่มีใครพูดอะไร แค่สบตากันครั้งเดียวก็พอ ฝนซาลงแล้ว เสียงหยดน้ำจากชายคาดังเป็นจังหวะเหมือนนาฬิกาบอกเวลา โรงเรียนร้างแห่งนี้ไม่เคยเงียบเท่านี้มาก่อน ผมเก็บความทรงจำค่ำคืนนี้ใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนเดินออกไปท่ามกลางกลิ่นดินเปียกและความจริงที่ว่า—บางทีความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดคือเรื่องที่ไม่มีใครต้องรู้ และเราก็ไม่จำเป็นต้องหาคำอธิบายให้มัน
เราสองคนเดินออกจากโรงยิมมาในความเงียบ ฝนหยุดแล้ว แต่ฟ้ายังมืดสนิทเพราะยังไม่ใกล้สว่าง เธอเดินนำไปสองสามก้าวแล้วหยุด หันมามองผมด้วยรอยยิ้มที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน—มันไม่ใช่ยิ้มเขินหรือยิ้มแกมเขินแบบผู้หญิงทั่วไป แต่มันคือรอยยิ้มของคนที่เพิ่งได้ในสิ่งที่ต้องการจนอิ่มหนำ เธอไม่พูดอะไร แค่ยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ขมับแล้วเดินต่อไปยังจักรยานคันเก่าที่จอดพิงไว้ที่รั้วโรงเรียน
ผมยืนดูเธอถีบจักรยานออกไปในถนนที่ยังเงียบเชียบ มีเพียงเสียงโซ่จักรยานที่ขาดการหล่อลื่นดังเป็นจังหวะ ผมมั่นใจว่าเราจะไม่เจอกันอีกในบริบทแบบนี้ หรืออาจจะไม่เจอกันเลยด้วยซ้ำ และก็เป็นแบบนั้นจริงๆ อาทิตย์ต่อมาผมเห็นเธอเดินอยู่หน้าโรงเรียนตอนเลิกเรียน เธอเดินผ่านไปเหมือนไม่รู้จักกัน สายตาไม่สบตากันแม้แต่วินาทีเดียว ผมไม่รู้สึกเสียดายหรือน้อยใจ มันเป็นกฎที่ไม่ได้เขียนไว้ของคนที่รู้กันดีว่าเมื่อกลางคืนจบลง กลางวันต้องกลับมาเป็นปกติ
หลายปีผ่านไป จนถึงวันนี้ที่ผมนั่งเขียนเรื่องนี้ ผมก็ยังไม่เคยพูดถึงคืนนั้นกับใครเลย มันเป็นความทรงจำส่วนตัวที่ผูกติดกับกลิ่นไม้เก่าในโรงยิม ความชื้นของฝนที่สาดเข้าทางหน้าต่างแตก และสัมผัสของผิวกายที่ร้อนระอุท่ามกลางอากาศเย็นยะเยือก บางทีความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อ ไม่มีอนาคต ไม่มีความรับผิดชอบใดๆ มันกลับเป็นเซ็กส์ที่ดีที่สุดที่เราจะมีในชีวิต เพราะไม่มีอะไรให้ต้องกังวลนอกจากความต้องการของร่างกายและช่วงเวลาที่มีร่วมกัน ผมไม่รู้ว่าเธอคิดแบบเดียวกันหรือเปล่า แต่ผมเชื่อว่าบางสิ่งบางอย่างในค่ำคืนที่ไร้คำพูดนั้น มันได้สอนให้ผมรู้ว่า—ความเงี่ยน ความเสียว และการได้เย็ดกันจนหีและควยมันลืมความเป็นตัวตน มันคือภาษาที่โลกนี้พูดกันได้โดยไม่ต้องมีตัวอักษร
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







