Sexy365bet Mahagame66 UFANANCE PANAMA888 Hydra888 sagame1688
RUAY LOTTOVIP

พี่ใหญ่คนขับแท็กซี่

เรื่องเสียว พี่ใหญ่คนขับแท็กซี่

ฉันกำลังก้มหน้าก้มตาเช็คกระเป๋าใบใหญ่ที่เพิ่งโหลดลงจากรถแท็กซี่เมื่อกี๊ เสียงเครื่องบินดังขึ้นจากรันเวย์เป็นระยะๆ บรรยากาศสนามบินดอนเมืองในปี 2540 มันวุ่นวายแต่ก็มีเสน่ห์แบบยุคเก่า ไฟนีออนสีเหลืองสลัวๆ ส่องกระทบพื้นหินขัด ฉันสะพายกระเป๋าสะพายข้างแล้วลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ

ตอนที่ฉันจ่ายค่าแท็กซี่ที่หน้าสนามบิน พี่คนขับมองฉันในกระจกแล้วยิ้มบางๆ เขาอายุประมาณสามสิบต้นๆ ผิวคล้ำ หนวดเคราเป็นสไตล์คนขับแท็กซี่ยุคนั้น ฉันไม่ได้คิดอะไรนอกจากรีบจ่ายเงินแล้วลงจากรถ แต่เขาลงมาเปิดท้ายรถให้ ระหว่างที่หยิบกระเป๋าให้ฉัน นิ้วของเขาแตะมือฉันเบาๆ แค่เสี้ยววินาที แต่มันทำให้ฉันสะดุ้ง

ไฟลท์ของฉันคือ TG ไปสิงคโปร์ เครื่องออกอีกสองชั่วโมง ฉันเดินไปนั่งที่ร้านกาแฟเล็กๆ ในสนามบิน ซื้อซองบุหรี่มาร์ลโบโร่แดงแล้วนั่งริมหน้าต่างมองวิวรันเวย์ ตอนนั้นฉันอายุยี่สิบห้า เพิ่งอกหักจากแฟนเก่า เลยตัดสินใจใช้เงินเก็บไปเที่ยวคนเดียว อยากปลดปล่อยอะไรบางอย่างที่มันอัดแน่นอยู่ในใจ

ร้านกาแฟเงียบ มีแต่แอร์โฮสเตสสองคนนั่งคุยกันโต๊ะข้างๆ ฉันจุดบุหรี่สูบแล้วมองไปที่ประตูทางเข้า ผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในชุดยีนส์กับเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีกรมท่า เขาจ้องฉันตรงๆ แล้วเดินมาที่โต๊ะข้างๆ ฉันทำเป็นไม่สนใจแต่ก็เหลือบมอง เขาสั่งกาแฟดำแล้วหันมายิ้มให้ฉัน ฉันยิ้มตอบบางๆ แล้วก้มหน้ากระเป๋าตังค์

เขาเป็นฝรั่ง อายุประมาณสามสิบกว่า หนวดเคราเกรียน ผมสั้น รูปร่างบึกบึนแบบคนออกกำลังกาย เขาพูดภาษาไทยกับพนักงานร้านได้คล่อง ฉันได้ยินแล้วแปลกใจ พอเขาหันมา เขาก็ถามว่า “ไปเที่ยวหรือเปล่าครับ” เสียงต่ำ อบอุ่น ฉันพยักหน้า “ไปสิงคโปร์ครับ ได้ยินว่าสวย” เขายิ้มกว้าง หยิบบุหรี่ออกมาซอง แล้วถามว่าจะขอจุดไฟแช็กหน่อยได้ไหม

ฉันส่งไฟแช็กซิปโป้สีเงินให้เขา นิ้วของเราสัมผัสกันอีกครั้ง คราวนี้นานกว่าเดิมนิดหน่อย เขาจ้องตาฉันแล้วบอกว่า “ขอบคุณครับ” เสียงนุ่มแต่มันมีความหมายซ่อนอยู่ ฉันรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ความเงี่ยนที่กดทับไว้ตั้งแต่เลิกกับแฟน มันเริ่มตื่นตัว

เราคุยกันต่อ เขาชื่อพอล เป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่เชียงใหม่ กำลังกลับบ้านที่ออสเตรเลียผ่านสิงคโปร์ เขามองฉันแล้วชมว่าผมสวย ฉันหัวเราะแหะๆ ไม่รู้จะตอบยังไง มือฉันสั่นเล็กน้อยตอนหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ เขาขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้แล้วถามว่า “คืนนี้พักที่สิงคโปร์ด้วยกันไหม” น้ำเสียงจริงจังแต่ไม่ใช่แบบนักล่า

ฉันเงียบไปพักหนึ่ง ใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง เสียวไปทั้งตัว ความคิดมันแล่นไปไกล ฉันมองตาพอลแล้วพูดว่า “ดิฉันไม่รู้จักคุณเลยนะคะ” แต่เสียงมันแหบแห้งเกินกว่าจะฟังดูจริงจัง เขายิ้มแล้วยื่นมือมาจับมือฉันเบาๆ “ผมก็ไม่รู้จักคุณเหมือนกัน แต่มันเป็นอะไรที่ผมรู้สึกเลยว่าคุณน่าสนใจ” ฝ่ามือของเขาอุ่นแห้ง จับมือฉันไว้ไม่นานแต่ก็พอให้ฉันรู้ว่าฉันกำลังจะยอม

เวลาผ่านไปอีกสิบนาที เขาชวนฉันไปเดินที่ Duty Free ด้วยกัน เราลุกขึ้นเดินเคียงข้าง กลิ่นโคโลญจน์อ่อนๆ ของเขาลอยมา ตอนที่เราเดินผ่านร้านขายนาฬิกา เขาหยุดแล้วหันมาจ้องฉัน “ตาคุณสวยมากเลยนะ” แล้วเขาก็ก้มลงมาจูบที่หน้าผากฉันแผ่วๆ

ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา ความรู้สึกมันเหมือนถูกไฟช็อต ฉันกระซิบถามเขาว่าเครื่องออกกี่โมง เขาบอกว่าสิบสองทุ่ม เหมือนกันเลยกับไฟลท์ฉัน และเราอยู่คนละแถวกันแต่เกตเดียวกัน เขาจับมือฉันเดินไปที่มุมมืดระหว่างร้านขายเครื่องสำอางกับทางเข้าห้องน้ำ เสียงเพลงดังกลบเกลื่อนทุกอย่าง เขาก้มลงมากระซิบข้างหูว่า “ไม่อยากรอถึงสิงคโปร์เลย”

เขาจูบฉันที่ริมฝีปาก จูบแรกที่หนักหน่วงแต่ก็อ่อนโยน มือของเขาลูบหลังฉัน สอดนิ้วเข้าไปใต้เสื้อ กดลงบนเนื้อตรงเอว ฉันครางเบาๆ ในปากเขา ความเสียวมันแล่นจากหัวจรดเท้า ริมฝีปากเขาลงมาที่คอ ดูดเบาๆ จนขนลุก ฉันรู้ตัวดีว่าอยู่ในสนามบินที่มีคนพลุกพล่าน แต่ก็ไม่สน

เขาถอยออกมาแล้วจูงมือฉันเดินไปที่ห้องน้ำรวมชั้นสอง ตรงนั้นคนไม่มาก ประตูหนึ่งเปิดออก เขาดึงฉันเข้าไปข้างในแล้วล็อคกุญแจ พื้นที่แคบกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ หลอดไฟซ่อนฝ้าให้แสงสลัว เขาประคองหน้าฉันแล้วจูบอีกครั้ง ครั้งนี้ลึกขึ้น มือเขาสอดลงมาใต้กระโปรงของฉัน แตะที่ต้นขาแล้วค่อยๆ ขยับขึ้น

นิ้วของเขาแตะผ่านผ้าซับในกระโปรง สัมผัสบางเบาแต่จังหวะนั้นฉันแทบหายใจไม่ออก ริมฝีปากเขายังประกบอยู่ที่ปากฉัน ลิ้นตวัดหาความร้อน ลากมาที่ใบหูแล้วกระซิบ “อยากได้จริงๆ เลยนะ”

ฉันเอื้อมมือไปจับที่เป้ากางเกงของเขา ที่นั่นมันแข็งตึงทะลุผ้า ควยของเขาใหญ่ผิดสัดส่วน ฉันบีบเบาๆ เขาก็ครางในลำคอ มือที่อยู่ใต้กระโปรงขยับขึ้นอีกนิด แตะที่ขอบกางเกงใน ฉันสวมกระโปรงพลีทสีกรมท่า กับเสื้อเชิ้ตสีขาว เขาดึงเอวฉันเข้าไปชิดตัว มืออีกข้างก็ปลดกระดุมเสื้อฉัน

กระดุมเม็ดแรก มือเขาลากผ่านหน้าอกที่ยังมีเสื้อในหุ้มอยู่ เขาไม่แตะตรงนั้น กลับเลื่อนลงมาที่เอวแล้วจูบลงบนไหปลาร้าฉันแทน มันเสียวซ่าไปทั้งตัว ฉันรู้สึกว่าหีฉันเริ่มเปียก เงี่ยนจนต้องเม้มปากกันไม่ให้ส่งเสียงดัง

“เดี๋ยวนะ” ผมกระซิบ “เรามีเวลาเท่าไหร่”

เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาดู “อีกเกือบชั่วโมง”

ฉันพยักหน้า จับที่ซิปกางเกงของเขาแล้วค่อยๆ เลื่อนลงมา เสียงซิปดังแกร็กในความเงียบสนิทของห้องน้ำแคบๆ เขาก้มลงช่วยถอดกางเกงกับกางเกงในออกจนเห็นควยตั้งชันออกมาทั้งดอกของเขา ควยของคนตัวใหญ่ดูใหญ่โตผิดสัดส่วนในพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้ ฉันก้มลง ใช้ลิ้นแตะที่หัว รับรู้รสเค็มจางๆ ของน้ำก่อน

เขาจับไหล่ฉันให้ลุกขึ้น หมุนตัวฉันให้หันหลังชนฝา แล้วถอดกระโปรงกับกางเกงในของฉันลงไปที่ข้อเท้า พื้นที่ในห้องน้ำแคบจนฉันต้องกางขาเล็กน้อย เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง แล้วซุกหน้าลงไประหว่างขาของฉัน ลิ้นของเขาลากจากใต้ท้องน้อยขึ้นมาจนถึงปากหี แล้วก็หยุดดูดตรงปุ่มนั้นเบาๆ

“อื้อ…” ฉันกัดปากตัวเองแน่น มือเท้าเอาไว้กับผนังกระเบื้องเย็นเฉียบ เขาดูดเลียอยู่ตรงนั้น จนฉันรู้สึกว่าหีฉันคลำและขยายตัว น้ำมันเยิ้มออกมา เขาดูดอย่างเมามัน ใช้ลิ้นตวัดไปทั่ว ลิ้นสอดเข้าไปในรูหีสลับกับการกัดเล็มปากหีเบาๆ ความเสียวมันแล่นจากตรงนั้นทะลุขึ้นมาจนถึงหัวนมที่แข็งและเจ็บ

พอฉันเริ่มตัวสั่น เขาก็ลุกขึ้น จับหัวควยของเขา ประกบกับปากหีของฉันที่เปียกโชกอยู่แล้ว เขาถูแกนควยขึ้นลงสองสามที ก่อนจะค่อยๆ ดันเข้าไป ช้าๆ แต่แน่นหนึบจนฉันต้องแหงนหน้ารับ

“อ่า..” เสียงครางของฉันดังขึ้นมาพร้อมกับความแน่นที่ท่วมท้นร่างกายทั้งหมด ควยของเขาใหญ่จนปากหีฉันต้องขยายรับ มันทิ่มเข้าไปเร็วกว่าที่คิด เขาดันสุดแล้วก็ค้างไว้ หายใจหอบรดที่ข้างหูฉัน

“เงียบๆนะ” เขาบอกด้วยเสียงแหบ ขณะสะโพกเริ่มขยับ กระแทกเข้าออกช้าๆ ภายในนั้นแน่นและร้อน ฉันเอาแขนโอบคอเขา กระชับขาแนบเอวของเขาไว้ เขาต่อยเข้ามาเรื่อยๆ ทุกทีที่เขาดันเข้า หัวควยเสียดสีกับผนังหีด้านบนที่บอบบาง ฉันรู้สึกถึงความเสียวที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ ราวกับจะแตกออกในตัว

เขาหยุดกระแทกแล้วดึงออกมาเกือบหมด ก่อนจะเสียบเข้าไปใหม่ลึกขึ้นอีก เปลี่ยนมุมเล็กน้อย มันกระทบจุดที่ฉันชอบที่สุด พอดีเป๊ะ ทำให้ฉันเบิกตาโต ความเสียวเสียดมันยิ่งกว่าเดิมสามเท่า

“อีกลึกอีก” ฉันกระซิบพร่า เสียงแทบแห้งไม่เป็นภาษา

เขาทำตาม ทุกครั้งที่ดัน มือก็บีบก้นของฉันไว้แน่น ห้องน้ำแคบส่งเสียงเนื้อกระทบกันดังก้อง เสียงเพลงจากด้านนอกกลบไว้ แต่ฉันมั่นใจว่าถ้าใครเดินผ่านคงได้ยินเสียงครางแหลมของฉัน เขาเย็ดแรงขึ้นเรื่อยๆ เร็วขึ้น ฉันรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะถึงจุดนั้นแล้ว โมเมนตัมของความเสียวรวมตัวเป็นก้อนที่ก้นบึ้ง

“ใกล้เสร็จแล้ว… เร็วอีกนิด” ฉันบอก

เขาก็ยังคงกระแทกไม่หยุด เหงื่อเขาไหลมาที่คอฉัน ลมหายใจร้อนผ่าว มือข้างหนึ่งฉันกุมลงไปที่ไข่ของเขาที่เสียดสีกับตูดฉันทุกครั้งที่ดัน กำมันไว้หลวมๆ แล้วเขาก็ครางต่ำสะท้อนในลำคอ

แล้วทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้น บรึ้มๆ สามครั้ง

เราทั้งคู่ชะงักนิ่ง ควยของเขายังเสียบแน่นอยู่ในหีฉัน ไม่มีใครขยับ

ได้เลยแล้วจู่ๆ ก็มีเสียงผู้หญิงตะโกนลอดประตูมา “พี่ใหญ่! เปิดประตูหน่อยดิ ของถึงแล้ว” เสียงนั้นคุ้นหูเหมือนลูกค้าประจำของเขา ฉันแทบกลั้นหายใจ ควยของเขายังแข็งคาอยู่ในหีฉัน ความเสียวที่ผสมกับความกลัวมันทำให้หีฉันบีบรัดเขาโดยไม่ตั้งใจ เขาสะดุ้งแล้วกระซิบข้างหู “อยู่นิ่งๆ เดี๋ยวก็ไป”

เขาค่อยๆ ดึงควยออกจากหีฉันช้าๆ เสียงดังฟอดเหมือนเปิดจุกขวด น้ำเปียกเลอะเบาะหนัง ฉันรีบดึงกระโปรงลง ขาแทบไม่มีแรง เขาเปิดกระจกลงแค่ครึ่ง แล้วยื่นหน้ายิ้มแหยๆ “เดี๋ยวไปส่งของก่อนพี่ สิบนาที” เสียงผู้หญิงข้างนอกบ่นอุบอิบแล้วเดินจากไป ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ หัวใจเต้นรัวจนได้ยิน

เขาหันมามองฉัน ดวงตาเป็นประกายในที่มืด “ตกใจเหรอ? แต่หีมึงยังบีบควยฉันไม่หยุดเลยนะ” เขาพูดแล้วหัวเราะเบาๆ มือเขาลูบต้นขาฉันขึ้นมาจนถึงเป้ากางเกงในที่เปียกชุ่ม “เอาให้จบดีกว่า” ฉันไม่ได้ตอบอะไร แต่ขากางออกให้เขากว้างขึ้นโดยอัตโนมัติ

เขาจับควยที่ยังชุ่มน้ำหีของฉัน ยัดเข้าไปใหม่คราวนี้แรงกว่าเดิม ร่างฉันถูกกระแทกจนหัวกระแทกกระจก ฉันครางลั่นในรถ ความเสวมันบีบให้ฉันลืมทุกอย่าง แม้แต่ความเสี่ยงที่เรายังจอดอยู่ในซอยสนามบิน คนอาจมาเห็นได้ทุกเมื่อ

เขากระแทกเร็วขึ้น เร็วขึ้น จังหวะของร่างกายกระทบกันดังตบๆ ในรถที่อับด้วยกลิ่นควันบุหรี่และน้ำหีของฉัน “เงี่ยนมากใช่ปะ? หีมึงรัดควยฉันแน่นจะตาย” เขาพูดหอบๆ พร้อมกับซุกหน้าเข้ามาดูดคอฉัน ฉันรู้สึกถึงจุดแตกของตัวเองที่กำลังก่อตัว เป็นคลื่นที่เริ่มจากปลายเท้าขึ้นมาจนถึงท้องน้อย

“จะแตกแล้ว…” ฉันกระซิบแทบไม่เป็นภาษา เขาคว้าขาฉันให้พาดบ่าทั้งสองข้าง ควยเขาเสียบเข้าถึงโคน ช็อตนั้นฉันเสียวจนตัวงอ น้ำหีแตกใส่มันราวกับเราสองคนไม่ได้เจอกันมาเป็นปี ฉันร้องครางยาว เสียงเล็ดลอดออกมานอกกระจก แต่ไม่สนแล้ว

เขาดันต่ออีกไม่กี่ที ร่างเขาเกร็ง แผ่นอกแนบกับหน้าฉันแน่น แล้วฉันก็รู้สึกได้ถึงความร้อนที่พุ่งกระฉูดเข้าไปในหีของฉัน น้ำควยเขาปริ่มทะลักออกมาตามขอบตอนที่เขาถอนออก เขานอนลงกับพนักพิง หอบเหมือนคนเพิ่งวิ่งมา ฉันนั่งนิ่ง ขาเกือบชา สมองยังมัวกับความเสียวที่เพิ่งผ่านไป

เราทำความสะอาดกันคร่าวๆ ด้วยทิชชู่ในรถ เขาเปิดประตูให้ฉันลงที่ลานจอดรถชั้น 3 ของสนามบิน ป้ายไฟบอกทางไปขาออกสว่างวาบ เขายื่นนามบัตรให้พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “โทรหาพี่ได้นะ ไว้รับส่งใหม่” ฉันรับมาโดยไม่พูดอะไร ร่างกายยังสั่นเทาอยู่เลย

พอเดินเข้าตัวอาคารแล้วถึงค่อยคิดได้ว่าที่ผ่านมามันบ้าระห่ำแค่ไหน กระเป๋าเดินทางข้างหนึ่งยังเปิดไม่สนิท มีเสื้อชั้นในหลุดออกมา สนามบินที่ควรเป็นแค่ทางผ่าน กลับกลายเป็นที่เก็บความลับครั้งหนึ่งของฉัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันผิด แต่บางครั้งความเสี่ยวก็เลือกไม่ได้ว่ามันจะเกิดที่ไหน คุณแค่ต้องแน่ใจว่าตอนกลับมาเก้าอี้สนามบินไม่มีรอยเปียกก็พอ

พอคิดถึงตรงนั้นก็ขำตัวเอง ตอนนั้นฉันกลับไปใช้บริการพี่ใหญ่ประจำ ทั้งรับส่งสนามบินและนัดเจอตามที่ต่างๆ ความสัมพันธ์แบบเพื่อนเย็ดกันไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งเขาบอกว่าจะย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด ฉันถึงได้รู้ว่าตัวเองเสพติดความเสียวแบบผิดๆ ที่เกิดขึ้นในรถแท็กซี่คันนั้นมากแค่ไหน คืนสุดท้ายเราเย็ดกันอีกครั้ง เขายังคงเสียบควยใหญ่เข้าไปในหีของฉันจนตัวงอ ฉันเงี่ยนและกระหายทุกครั้งที่เจอเขา แต่เมื่อเขาจากไป ฉันก็ต้องกลับมาใช้ชีวิตปกติ ผ่านสนามบินทีไรก็ยังนึกถึงรอยเปียกที่เก้าอี้และกลิ่นควยของเขาที่ติดอยู่ในความทรงจำ ไม่ต้องถามหรอกว่าผิดไหม เพราะบางครั้งเราก็ทำอะไรโดยไม่ฟังเหตุผล แค่ปล่อยให้ร่างกายนำทาง แล้วค่อยมานั่งยิ้มกับความเสียวที่ผ่านไปแล้วเท่านั้นเอง

เวลาผ่านไปสามเดือน ฉันยังนั่งรถแท็กซี่จากสนามบินเป็นประจำ แต่ทุกครั้งที่เบาะหลังมีกลิ่นน้ำหอมแบบที่พี่ใหญ่ใช้ ใจมันก็เต้นไม่เป็นส่ำ จนกระทั่งวันหนึ่งตอนตีสอง ฉันโทรไปหาเขาโดยไม่รู้ตัว เสียงเขายังแหบเหมือนเดิม “น้องคิดถึงพี่หรือเปล่า” ฉันตอบไม่ได้ แต่รู้ว่ามือตัวเองกำโทรศัพท์แน่น เราไม่ได้นัดอะไรกัน เพียงแค่เขาบอกว่ากลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ แล้ว พรุ่งนี้จะไปรับที่สนามบินอีกครั้ง

เช้าวันรุ่งขึ้นฉันแต่งตัวไม่เหมือนเดิม กางเกงยีนส์ขาสั้นกับเสื้อกล้ามบางๆ รอเขาจอดที่ชั้น 3 เหมือนเคย พอเปิดประตูเข้าไปกลิ่นควันบุหรี่กับโอเดอปาร์ฟุ่มของเขาก็โหม่งมา เราไม่พูดอะไรกันมาก เขาจูงมือฉันไปที่เบาะหลังแล้วปลดกระดุมกางเกงทันที รู้สึกคุ้นเคยจนน่ากลัว ควยใหญ่ของเขาสอดเข้าไปในหีฉันช้าๆ ฉันถามว่าจะเย็ดกันอีกแล้วเหรอ เขาหัวเราะแล้วบอกว่า “ก็น้องเงี่ยนนี่นา” เราใช้เวลานานกว่าปกติ ร่างกายสองคนชุ่มเหงื่อ เสียงเบาะรองนั่งส่งเสียงดังตามจังหวะ ฉันเสียวจนตัวงอ ไม่กล้าสบตาเขา แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธ

พอทุกอย่างจบลง เรานอนหอบกันบนเบาะหลังที่เปียกอีกครั้ง ฉันมองนาฬิกาแล้วรู้ว่าเที่ยวบินจะออกอีกชั่วโมง เขาเอามือลูบผมฉันเบาๆ แล้วพูดว่า “ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ นะ” ฉันพยักหน้าโดยไม่เสียใจ รู้แก่ใจว่าความสัมพันธ์แบบนี้มันมีวันหมดอายุ แต่มันก็เป็นสิ่งที่ฉันเลือกเอง ที่สนามบินแห่งนี้ ฉันไม่ได้แค่เดินทางไปไหน แต่ได้ทิ้งความต้องการบางอย่างไว้กับคนขับแท็กซี่คนนี้ และมันก็ไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น

ตั้งแต่นั้นมาฉันไม่เจอพี่ใหญ่อีกเลย ผ่านสนามบินทีไรก็ยังนึกถึงรอยเปียกบนเบาะและเสียงหายใจของเขาที่ดังอยู่ข้างหู บางคนอาจมองว่าที่เราทำมันผิด แต่สำหรับฉันมันคือเสี้ยวหนึ่งของชีวิตที่ฉันยอมรับอย่างเปิดเผย ไม่ต้องมีข้ออ้าง ไม่ต้องมีคำว่าเสียใจ เพราะความเสียวที่เกิดขึ้นไม่เคยทำร้ายใคร ยกเว้นความจำของฉันที่ยังคงเก็บภาพของคืนนั้นไว้อย่างชัดเจน ถามว่าคุ้มไหมที่ปล่อยให้ร่างกายนำทางตลอดมา ฉันตอบได้เลยว่าใช่ เพราะอย่างน้อยในวันที่แก่ตัวลง ฉันจะได้นึกย้อนกลับไป แล้วยิ้มกับความบ้าระห่ำที่ตัวเองเคยทำโดยไม่ต้องอายตัวเอง

ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM