Sexy365bet Mahagame66 UFANANCE PANAMA888 Hydra888 sagame1688
RUAY LOTTOVIP

ประยูร หนุ่มส่งลำไย

เรื่องเสียว ประยูร หนุ่มส่งลำไย

“ประยูร วันนี้กลับบ้านหรือเปล่า” ฉันถามเขาผ่านทางโทรศัพท์สาธารณะที่ติดอยู่ข้างลานจอดรถห้างเซ็นทรัล เสียงเขาฝั่งปลายสายเงียบไปนิด ก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งที่ทำให้ฉันขนลุก “ไม่กลับ ฉันต้องนอนค้างในรถ เพราะรถเสีย ต้องเข้าอู่พรุ่งนี้” ฉันเม้มปาก หัวใจเต้นแรง รู้เลยว่าคืนนี้คงไม่ได้นอนเฉยๆ

เราสองคนเป็นคนบ้านทุ่งลายเหมือนกัน อยู่ห่างกันแค่สองซอย แต่ตอนเด็กแทบไม่ได้คุยกัน เพราะเขาเป็นเด็กผู้ชายที่ชอบเล่นฟุตบอล ฉันเป็นเด็กผู้หญิงที่ชอบนั่งอ่านหนังสืออยู่บ้าน กระทั่งปีที่แล้ว หลังจากฉันย้ายมาทำงานที่ห้างเซ็นทรัลในตำแหน่งพนักงานขายเครื่องสำอาง เขาก็กลายเป็นคนขับรถกระบะส่งลำไยของสหกรณ์หมู่บ้าน มาประจำที่โซนผลไม้ทุกวันจันทร์กับพฤหัส

ตั้งแต่ได้มาเจอกันบ่อยๆ ฉันก็เริ่มสังเกตเห็นเขาในมุมที่ต่างออกไป ประยูรไม่ใช่เด็กผอมๆ ที่ฉันจำได้อีกแล้ว ตอนนี้เขามีแผ่นหลังกว้าง ต้นแขนเป็นมัดกล้ามจากการยกถังผลไม้ทุกวัน เวลายกกล่องลำไยขึ้นรถเข็น เส้นเอ็นที่แขนจะเต้นตุบๆ ทำให้ฉันนึกไปถึงอะไรหลายอย่างที่เสียวแปลบอยู่ในท้องน้อย

วันนี้เป็นวันจันทร์ เขามาส่งของรอบเช้าตามปกติ แต่รถกระบะคันเก่ามีปัญหา เลยต้องพักค้างเพื่อเอาเข้าอู่พรุ่งนี้ ฉันอาสาว่าจะรอเขาปิดงาน ตอนกลางวันเราแอบไปเจอกันที่มุมหลังครัวของห้าง ที่ซึ่งไม่มีใครเดินผ่าน

“คิดถึงจังเลย” ฉันพูดออกไปทั้งที่รู้ว่ามันเสียความ แต่ประยูรกลับยิ้มบางๆ แล้วดึงฉันเข้าไปกอด กลิ่นตัวเขาคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหงื่อและลำไยอ่อนๆ ฉันซุกหน้าลงบนแผงอกแข็งๆ รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงไม่ต่างจากฉัน

มือของฉันลูบไปตามแผ่นหลังของเขา ผ้าขาวม้าที่เขาคาดเอวอยู่เริ่มหลุดร่น ฉันเงยหน้ามองเขา ดวงตาคมของเขาจ้องฉันนิ่ง มีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้ฉันไม่อาจข่มใจ “เงี่ยนใช่ไหม” เขากระซิบข้างหูฉันเบาๆ แล้วก็ยิ้มกรุ่มกริ่ม

ฉันรู้สึกร้อนวูบไปทั้งตัว ไม่กล้าตอบ แต่การที่ฉันเม้มปากและหลับตาลงก็เป็นการตอบแทน เขาใช้มือหนาๆ ลูบต้นขาฉันผ่านผ้าถุง บีบเบาๆ ก่อนจะสอดเข้าไปในซอกขา สัมผัสนั้นทำให้ฉันเสียวจนต้องกัดปากตัวเอง

“เดี๋ยวคนมา” ฉันกระซิบบอก แต่ประยูรไม่หยุด เขาก้มลงมาหอมแก้มฉันเบาๆ “คืนนี้ไปนอนกับฉันในรถไหม” คำชวนที่ตรงไปตรงมาทำให้หัวใจฉันแทบหยุดเต้น

ฉันไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่แค่จับมือเขาแน่น แล้วพาเดินออกจากหลังครัวตรงไปที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน รถกระบะของเขาจอดอยู่มุมมืด ใกล้บันไดหนีไฟ ที่มอเตอร์ไซค์และกองลังไม้เกลื่อน ฉันมองรอบตัวอย่างระวัง ก่อนที่เขาจะเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้

ภายในรถมีกลิ่นอับๆ คละคลุ้ง เบาะหนังเทียมเก่าคร่ำคร่า แต่ฉันกลับรู้สึกตื่นเต้นกว่าตอนเขาพาฉันไปห้องพักโรงแรมเสียอีก ประยูรปีนขึ้นรถตามมา ปิดประตูลงด้วยแรงกระทบที่ดังเบาๆ แล้วล็อคประตู

“กลัวไหม” เขาถาม ฉันส่ายหน้า เขายิ้ม แล้วก็โน้มตัวมาจูบฉันอย่างดูดดื่ม ริมฝีปากแห้งๆ ของเขากดลงบนปากฉัน รสชาติของใบชาและขนมจีบปนๆ กัน ฉันตอบรับจูบอย่างร้อนแรง มือของฉันเลื่อนไปที่ขากางเกงยีนส์ของเขา

ฉันลูบเป้าของเขาผ่านผ้ายีนส์หนาๆ รู้สึกถึงความแข็งนั้นที่กำลังขยายตัว ประยูรครางเบาๆ ในลำคอ มือของเขาสอดเข้าไปใต้เสื้อยืดของฉัน บีบเนื้อหนังที่อยู่ใต้ชั้นผ้า แล้วเลื่อนลงมาจับก้นของฉันบีบแรงๆ

“ฉันอยากทำอะไรกับแกมาก” เสียงเขากระซิบแหบพร่า “ตั้งแต่ตอนแกยืนอยู่หน้าร้านเครื่องสำอางวันแรก ฉันก็คิดถึงแต่ควยของฉันที่จะเสียบหีของแก” คำพูดตรงๆ แบบชาวบ้านทำให้ฉันเขินและเสียวจนตัวงอ แต่ก็ยิ่งทำให้ฉันอยากให้เขาทำกับฉันมากกว่านี้

เขาคลายกระดุมกางเกงของฉัน แล้วเลื่อนมือหนาๆ เข้าไปในกางเกงใน ปลายนิ้วแตะตรงซอกเปียกชื้นของฉัน ฉันกัดปากกันไม่ให้ส่งเสียงดัง “เดี๋ยวคืนนี้เลิกกะดึกแล้ว ฉันจะพาแกไปเย็ดที่ทุ่งหลังหมู่บ้าน” เขากระซิบ แล้วกดจูบหนักๆ ลงบนหน้าผากฉัน ทิ้งให้ฉันนอนตัวอ่อนอยู่ในรถของเขา รอคอยอีกหลายชั่วโมงที่จะถึงเที่ยงคืน

เขาจากไปแล้ว แต่กลิ่นตัวเขายังอบอวลอยู่ในรถกระบะคันเก่า ฉันนอนหงายอยู่บนเบาะที่นั่งข้างคนขับ มือกุมหน้าอกตัวเองที่ยังเต้นไม่เป็นส่ำ ขาของฉันยังกางออกเล็กน้อย ความชื้นจากซอกนั้นยังไม่แห้ง ไม่รู้ว่าจะผ่านไปอีกกี่ชั่วโมง กว่าจะถึงเวลาเที่ยงคืน

รถกระบะจอดอยู่ริมรั้วบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามหมู่บ้าน เขาไปส่งลำไยต่ออีกหลายจุด ฉันนั่งนับเวลาผ่านเสียงนาฬิกาข้อมือเรือนเล็กที่พ่อซื้อให้ตอนเรียนจบ เข็มสั้นกับเข็มยาวเดินช้าจนน่าเบื่อ ห้านาทีสิบนาทีก็ยังไม่ถึงไหน ฉันเกือบจะลงจากรถไปเดินหาอะไรทำ แต่ความรู้สึกที่เปียกชื้นในกางเกงในทำให้ต้องนั่งนิ่ง

มือฉันเลื่อนลงไปแตะตรงนั้นผ่านผ้า รู้สึกถึงความร้อนและความชื้น มันยังไม่ยอมแห้งเลย ฉันหลับตาแล้วนึกถึงมือหนาของประยูรที่ลูบไล้ตรงนั้นเมื่อกี้ ความรู้สึกมันทำให้ฉันเงี่ยนจนตัวงอ อยากให้เขากลับมาเร็วๆ อยากให้เขาเอานิ้วหรืออะไรก็ตามที่ใหญ่กว่านั้นเสียบเข้าไปในหีของฉัน

พี่สาวของฉันโทรมาถามว่าอยู่ไหน ฉันบอกว่าอยู่ในหมู่บ้าน ไปหาลูกพี่ลูกน้อง เธอไม่ได้สงสัยอะไรเพราะฉันมักจะกลับบ้านดึกเป็นประจำ วางสายแล้วฉันก็ถอนหายใจโล่งอก ไม่อยากให้ใครรู้ว่ากำลังนั่งรอผู้ชายอยู่บนรถกระบะ รู้สึกตื่นเต้นและเสียวที่ได้ทำอะไรแบบนี้เหมือนกลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง

เสียงรถมอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านหน้าไปหลายคัน ฉันนั่งไม่ติดแล้ว เลยตัดสินใจลงไปยืนเล่นอยู่หน้ารถ มือกอดอกมองดูบ้านเรือนแถวนั้น ไฟในบ้านหลายหลังเริ่มดับทีละหลังสองหลัง ชาวบ้านแถวนี้เข้านอนเร็วเพราะต้องตื่นแต่เช้าไปส่งของที่ตลาด ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอกที่เข้ามาหาความสนุกในยามค่ำคืน

เวลาสองทุ่มกว่าๆ มีรถกระบะอีกคันมาจอดเทียบข้างๆ คนขับเปิดกระจกลงแล้วถามว่า “น้องคะ รถเสียเหรอ” ฉันส่ายหน้าบอกว่าไม่ได้เสีย แค่รอเพื่อน เขาพยักหน้าแล้วขับไป ฉันกลับขึ้นไปนั่งบนรถอีกครั้ง มือจับโทรศัพท์ที่ไม่มีสัญญาณแถวนั้นดีๆ ใจคอยาว่าเมื่อไรประยูรจะกลับมา

อีกชั่วโมงผ่านไป ประมาณสามทุ่มกว่าๆ รถกระบะคันเดิมก็มาจอดเทียบข้างๆ กระจกลงมาอีก แต่ครั้งนี้เป็นประยูร เขาถอดเสื้อทำงานออก เหลือแต่เสื้อยืดสีดำที่รัดกล้ามแขน “อายนานไหม” เขาถาม ฉันพยักหน้าบอกว่านาน เขาหัวเราะในลำคอแล้วบอกว่า “เดี๋ยวนี้แหละ ไปส่งลำไยให้ป้าข้างทางอีกสองสามเจ้า แล้วค่อยไป”

ฉันมองหน้าเขาแล้วพูดว่า “ไปก่อนไม่ได้เหรอ” เขาหันมามองหน้าฉันแล้วยิ้มมุมปาก “ใจร้อนจัง” แล้วก็ขับรถออกไป ฉันมองตามหลังรถกระบะของเขาที่หายไปในความมืด รู้สึกเหมือนหัวใจจะวายเพราะความรอคอยที่ยืดเยื้อ

อีกสามสิบนาทีต่อมา รถของเขากลับมาจอดเทียบ คราวนี้เขาเดินลงมาเปิดประตูฝั่งฉัน “ขึ้นมาเลย” ฉันรีบลงจากรถคันเดิมแล้วกระโดดขึ้นไปนั่งข้างเขา รถออกตัวทันที เขาจับมือฉันไปวางบนขาของเขาที่มีกล้ามเนื้อแข็งๆ “เดี๋ยวก็ถึงทุ่ง” เขาบอกเสียงเรียบ แต่ฉันรู้ว่าเขาก็คงคิดถึงเรื่องนั้นไม่ต่างจากฉัน

ระหว่างทางเราแทบไม่ได้คุยกัน มีแต่เสียงไส้เดือนร้องจั๊กจั่นดังแว่วมาจากท้องนา ไฟหน้ารถส่องไปตามถนนลูกรังที่คดเคี้ยวไปมาผ่านทุ่งนาและไร่อ้อย ฉันมองออกไปนอกกระจกเห็นดาวเต็มฟ้า ไม่มีใครสักคนตลอดทางสักคนเดียว รู้สึกเหมือนโลกนี้มีแค่เราสองคน

รถจอดอยู่ใต้ต้นมะพร้าวที่ริมทุ่งนา เขาดับเครื่องแล้วหันมาจ้องหน้าฉัน ไม่พูดอะไร แต่มือใหญ่ของเขายื่นมาจับที่หลังคอของฉันแล้วดึงเข้ามาจูบ ครั้งนี้หนักหน่วงกว่าเมื่อกี้หลายเท่า ลิ้นของเขาแทรกเข้ามาในปากของฉัน ฉันตอบสนองด้วยการกัดริมฝีปากเขาเบาๆ มือของฉันเลื่อนไปที่เป้ากางเกงของเขาที่นูนเต่งขึ้นมาแล้ว

“เงี่ยนมากไหม” เขากระซิบขณะที่มือกำลังเลื่อนลงไปใต้กระโปรงของฉัน ฉันพยักหน้าตอบรับทั้งที่ยังหายใจไม่ทัน เขาปลดเข็มขัดของตัวเองแล้วดึงซิปกางเกงลง ควยของเขากระเด้งออกมาแข็งเป็นท่อนยาว ฉันได้แต่มองด้วยตาโตแล้วก็ใช้มือจับมัน มันอุ่นและแข็งจนรู้สึกเสียวแทนที่หีของตัวเอง

เขากดฉันให้นอนลงบนเบาะแล้วจัดขาของฉันให้อ้าออก มือหนาของเขาจับหีของฉันผ่านผ้ากางเกงในที่เปียกโชกแล้วกัดฟันพูดว่า “นี่มันน้ำหีออกมาเยอะขนาดนี้เลยเหรอ” ฉันได้แต่หลับตารับคำพูดของเขาโดยไม่กล้าเหลือบมองหน้า รู้สึกอายแต่ก็เสียวจนตัวงอ

เขาดึงกางเกงในของฉันลงมาที่หัวเข่า แล้วใช้ปลายควยของเขาครูดไปกับร่องของฉันเบาๆ ถามย้ำอีกครั้งว่า “พร้อมยัง” ฉันได้แต่พยักหน้ารัวแล้วกัดริมฝีปากของตัวเอง เขายิ้มแล้วค่อยๆ เสียบปลายควยของเขาเข้าไปในหีของฉันช้าๆ ความรู้สึกอิ่มตึงที่แล่นผ่านร่างกายทำให้ฉันเกือบร้องเสียงดัง แต่ต้องกัดปากเอาไว้เพราะกลัวชาวบ้านจะได้ยิน “เสียวไหม” เขาถาม ฉันพยักหน้ารัวอีกครั้ง น้ำตาแทบไหลเพราะความเสียวที่ทวีคูณขึ้นทุกครั้งที่เขาขยับ

เขาขยับเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนฉันแทบจะกลั้นเสียงร้องไม่อยู่ แต่ละครั้งที่ควยของเขาสอดเข้ามามันทำให้หีของฉันหดรัดจนแน่น ฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะแตกสลายไปกับความเสียวที่ท่วมท้น

“เดี๋ยวเดี๋ยว เดี๋ยวฉันแตกแล้วนะ” ผมเขาพูดกระซิบที่ข้างหู ฉันได้แต่พยักหน้ารัวแล้วก็เกาะไหล่เขาไว้แน่น เขาควักควยออกมาอย่างรวดเร็ว แล้วก็ปล่อยน้ำว่าวเป็นสายสีขาวข้นลงบนหน้าท้องของฉัน มันอุ่นและเหนียว ฉันได้แต่นอนหอบมองเพดานรถด้วยความเหนื่อยอ่อน

หลังจากนั้นเขาก็คว้าทิชชู่ในรถมาเช็ดให้ฉันอย่างทะนุถนอม มือหนาของเขาลูบไล้ไปตามต้นขาของฉันเบาๆ “เป็นไงบ้าง” เขาถามเสียงอ่อน ฉันยิ้มแล้วตอบว่า “เสียวจนขาชาเลยมึง”

เรานั่งนิ่งๆ อยู่ในรถอีกพักหนึ่ง ท่ามกลางกลิ่นของน้ำกามปนกับเหงื่อไคลที่คละคลุ้งไปทั่ว ฉันเปิดประตูลงไปยืนสูดอากาศเย็นๆ ข้างนอก ขาสั่นจนเกือบจะทรุด รู้สึกเหมือนร่างกายถูกดูดพลังไปหมด

“เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันอีกมั้ย” เขาถามขณะที่กำลังดึงกางเกงขึ้น ฉันส่ายหน้าแล้วบอกว่า “พรุ่งนี้ต้องไปส่งลำไยที่ตลาดแต่เช้า” เขาพยักหน้าเข้าใจแล้วก็ยิ้มให้ในแบบที่มันอบอุ่นแปลกๆ

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เราก็เจอกันอีกหลายครั้ง มันเป็นอะไรที่ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น มีแต่เราสองคนที่รู้กันดีว่าคืนไหนที่วัวควายเข้าคอกแล้วคืนนั้นคือคืนที่เราได้เย็ดกันอย่างเงี่ยนและเสียวที่สุด

ประยูรไม่เคยพูดจาหวานๆ ไม่เคยบอกว่ารักหรือคิดถึง แค่เวลาที่เราเจอกัน เขาจะถามว่า “วันนี้เงี่ยนมากไหม” ฉันก็จะตอบตามตรง บางวันฉันก็เงี่ยนมาก บางวันก็ไม่ แต่ส่วนใหญ่มันก็จบลงที่เขาพาฉันไปนอนในรถคันเดิม

ความสัมพันธ์นี้ดำเนินไปเป็นปี จนกระทั่งวันหนึ่งเขาบอกว่าจะไปทำงานที่กรุงเทพฯ เขาขอเลิกกับฉันแบบเรียบๆ ไม่มีน้ำตา ไม่มีเสียใจ ฉันเข้าใจตั้งแต่แรกแล้วว่ามันคือความสัมพันธ์ของหีกับควยเท่านั้น

คืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะไป เรานอนกอดกันในรถเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาทำช้ากว่าปกติ เหมือนอยากจะจำทุกวินาทีของร่างกายฉันไว้ ฉันไม่ได้ถามว่าทำไม แต่มันทำให้ฉันเสียวจนน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว

พอเขาจากไป ฉันก็ใช้ชีวิตปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีแต่คืนที่เงียบเหงา บางครั้งฉันนอนคิดถึงตอนที่ควยของเขาสอดเข้ามาในตัว แล้วมันทำให้ฉันเสียวจนต้องเอามือล้วงลงไปหาความสุขให้ตัวเองในห้องนอน

นี่คือเรื่องของประยูรหนุ่มส่งลำไยที่ฉันจะไม่มีวันลืม มันอาจจะไม่ใช่ความรักที่โรแมนติก แต่มันคือความทรงจำทางกายที่ร้อนแรงที่สุดในชีวิตของฉัน ยี่สิบปีผ่านไป ฉันยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดี และถ้าถามถึงความเสียวที่เคยมี มันก็คือช่วงนั้นนั่นแหละที่ทำให้รู้ว่าร่างกายมนุษย์มันต้องการอะไรบางอย่างที่มากกว่าแค่การกินอยู่

ฉันนั่งจิบกาแฟเย็นที่ร้านในห้างเซ็นทรัล มองคนเดินผ่านไปผ่านมาแล้วอดคิดถึงประยูรไม่ได้ สามีคนปัจจุบันนั่งอยู่ตรงข้ามไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมของฉันกำลังคิดถึงอะไร ฉันจำตอนที่ควยของเขาสอดเข้ามาในตัวตอนกลางคืนในรถกระบะหลังบ้านส่งลำไยได้ติดตา เวลานี้ฉันมีชีวิตที่ดีมีครอบครัวที่อบอุ่น แต่บางครั้งร่างกายมันก็มีความทรงจำที่ไม่มีวันลืม มันไม่ได้เกี่ยวกับความรักอะไรใหญ่โต แค่วันไหนที่เงียบเหงา ฉันก็จะกลับไปนึกถึงตอนนั้นแล้วเอามือล้วงหาความเสียวให้ตัวเองในห้องน้ำห้างฯ ช่วงที่สามีไปซื้อของ หลายคนอาจมองว่ามันเป็นเรื่องเสียหาย แต่สำหรับฉันมันคือความจริงของชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยเจอผู้ชายที่ทำให้หีของฉันสั่นไหวแบบไม่ต้องมีพิธีรีตอง ถ้าถามว่าวันนี้ฉันเสียใจไหมที่เคยเป็นแบบนั้น ก็คงบอกว่าเปล่า เพราะอย่างน้อยฉันก็ได้รู้ว่าร่างกายมนุษย์เมื่อโดนเย็ดอย่างที่มันต้องการ มันจะจดจำความสุขนั้นไปจนวันตายนั่นแหละคะ

สามีเงยหน้าจากเมนูถามว่า “เมื่อกี้คิดอะไรอยู่เหรอ” ผมของเขาเริ่มหงอกบ้างแล้ว แต่แววตายังเหมือนเดิม ฉันยิ้มบางๆ บอกว่าไม่มีอะไร แค่นึกถึงเพลงเก่าๆ เขาไม่เอะใจอะไร หันไปคิดเรื่องเลือกซื้อนาฬิกาเรือนใหม่ ฉันถอนหายใจเบาๆ ปล่อยให้ความคิดพัดผ่านไปเหมือนลมในห้องแอร์เย็นๆ ในวัยที่เลยเลขสี่มาแล้ว ความทรงจำแบบนั้นมันไม่ใช่เรื่องน่าอายอีกต่อไป มันคือสมบัติส่วนตัวที่ฉันเก็บไว้ในลิ้นชักหัวใจ บางวันก็เปิดดู บางวันก็ไม่ต้องแตะต้อง

พอสามีเดินไปเข้าห้องน้ำ ฉันก็ควักโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนดูรูปเก่าๆ เจอรูปหมู่ตอนงานปีใหม่ที่บ้านสวนเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ประยูรยืนกอดคอเพื่อนบ้านคนอื่นๆ ยิ้มกว้าง ฟันขาว ผิวคล้ำ ไหล่กว้าง ฉันซูมดูใบหน้าเขาแล้วก็นึกถึงคืนนั้นอีกครั้ง รู้สึกเสียวแปลบขึ้นมาที่ท้องน้อยจนต้องเอามือกุมหน้าท้องเบาๆ แต่มันก็แค่เสี้ยววินาที แล้วฉันก็กดลบรูปทิ้ง ไม่ใช่เพราะเกลียด แต่เพราะฉันรู้ว่าความทรงจำแบบนี้ไม่ต้องมีหลักฐาน มันอยู่ข้างในแล้ว

ชีวิตที่เหลือของฉันตอนนี้คือการเดินจับมือสามีซื้อของเข้าบ้าน ทำกับข้าว ดูซีรีส์ด้วยกัน คุยเรื่องลูกที่กำลังเรียนอยู่ เช้าๆ ก็ไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ มันเป็นชีวิตที่สุขสงบ แต่ฉันก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าบางครั้งคืนที่สามีหลับแล้ว ฉันยังนอนคิดถึงตอนที่ถูกประยูรเย็ด ถึงกลิ่นไอเขาที่คลุ้งอยู่ในรถกระบะ ถึงควยของเขาที่แข็งเสียบเข้ามาในหีของฉันอย่างรุนแรง แล้วฉันก็เงียบๆ เอามือล้วงลงไปหาความเสียวใต้ผ้าห่ม โดยที่เขาไม่ต้องรู้มันเลยสักครั้ง

หลายคนอาจมองว่าผู้หญิงวัยหลักสี่อย่างฉันไม่ควรมีความคิดแบบนี้ มันไม่เหมาะสม ไม่สมวัย แต่มันคือสัจธรรมของร่างกาย เมื่อหีของผู้หญิงเคยถูกเย็ดอย่างเต็มที่ มันจะมีพลังบางอย่างซ่อนอยู่ในเนื้อเยื่อ รอวันที่เงียบเหงาให้ได้ระบายออกมา ฉันไม่รู้สึกผิดอีกแล้ว การยอมรับว่าร่างกายของตัวเองยังมีไฟ เป็นสิ่งที่ทำให้ฉันใช้ชีวิตได้อย่างไม่กดขี่ตัวเอง ที่สำคัญคือฉันเรียนรู้ที่จะไม่เอาความเสียวในอดีตมาทำลายสิ่งที่มีในปัจจุบัน มันแค่เป็นของเคียงข้าง เป็นเสียงกระซิบยามค่ำคืนที่เตือนให้รู้ว่าเราก็ยังมีเลือดเนื้ออุ่นๆ เหมือนกัน ไม่ว่าอายุจะเท่าไหร่ก็ตาม

ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM