Sexy365bet Mahagame66 UFANANCE PANAMA888 Hydra888 sagame1688
RUAY LOTTOVIP

ในซุ้มดอกไม้กลางสวน

เรื่องเสียว ในซุ้มดอกไม้กลางสวน

กลิ่นดอกลีลาวดีและไอร้อนจากกองไฟย่างหมูปกคลุมทั่วบริเวณงานแต่ง มือผมยังถือแก้วเหล้าขาวอยู่ครึ่งแก้ว รสเผ็ดร้อนของเหล้าพื้นบ้านกลืนไปกับเสียงเพลงลูกทุ่งที่เปิดจากลำโพงเก่าๆ ความจริงผมไม่ควรเมาเร็วขนาดนี้ แต่อารมณ์มันกระตุ้นให้ดื่มหนักตั้งแต่แดดยังไม่ตก

มันเป็นงานแต่งเพื่อนรุ่นพี่ที่ชวนผมลงมาจากกรุงเทพฯ “มากินเหล้ากันหน่อย งานใหญ่เลยนะเว้ย” เขาบอก อีกอย่างคือเขาอยากให้ผมขับรถไปส่งครอบครัวของเจ้าสาวด้วย ผมไม่คิดอะไร คิดแค่อยากหลบหนีจากชีวิตประจำวันที่น่าเบื่อ แต่พอมาเจอบรรยากาศแบบนี้ ความเงียบของชนบทยามเย็นกลับทำให้ความคิดผมวกวนไปหมด

ผมมองไปที่กลุ่มคนเต้นรำอยู่ตรงกลางลาน ผู้หญิงบางคนใส่ชุดไทยประยุกต์ แขนยาว ผ้าซิ่น ผมยาวสยาย บ้างก็ใส่เดรสเกาะอกสีสดที่ดูไม่เข้ากับบรรยากาศบ้านนอกเลยแม้แต่น้อย สายตาผมไปสะดุดที่ผู้หญิงคนหนึ่ง เธอยืนอยู่ใต้ซุ้มดอกไม้สีขาว ท่าทางเหมือนพนักงานเสิร์ฟหรือเป็นญาติฝ่ายเจ้าสาว เพราะช่วยจัดจานข้าวบนโต๊ะ

เธอตัวเล็ก ผิวสองสี หน้าใสแบบสาวบ้านนอกที่ไม่ได้แต่งหน้ามาก ผมยาวมัดหางม้าต่ำ เสื้อยืดคอกว้างสีดำ เห็นร่องอกตื้นๆ เวลาก้มตัว กางเกงยีนส์ขายาวที่กระชับต้นขา ผมกลืนน้ำลายแล้วยกเหล้าขึ้นจิบอีกคำ

ผ่านไปสักพัก เธอเดินมาทางโต๊ะผมพอดี เพราะต้องมาเติมน้ำแข็งให้แขก ผมแกล้งทำเป็นไม่มอง แต่กลับกลายเป็นว่าเธอเดินมาหยุดตรงหน้าผม “พี่ขอเติมเหล้าต่อไหมคะ” น้ำเสียงเธอแหบพร่าเล็กน้อย แบบคนพูดน้อยแต่อบอุ่น ผมเหลือบมองนาฬิกา สองทุ่มสี่สิบห้า งานน่าจะเลิกอีกสามชั่วโมง

“ขออีกขวดเลยครับ” ผมตอบเสียงเรียบ เธอยิ้มรับ พอหันหลังกลับไป กลิ่นแป้งเย็นราคาถูกแตะจมูกผม มันหอมแบบที่ผมหอมเป็นที่สุด มันหอมแบบไม่ต้องปรุงแต่งอะไร มันทำให้ผมคิดถึงอะไรบางอย่างที่ยังไม่เคยสัมผัสเลยสักครั้ง

ผมมองตามเธอไปจนเธอหายเข้าไปในครัวหลังบ้าน ข้างๆ ผมมีเพื่อนอีกคนหนึ่งชื่อต่าย เขามาปรบไหล่ผม “เห็นอะไรสวยๆ หรอวะ” ผมส่ายหน้าแต่ยิ้มกริ่ม ต่ายรู้ทัน “น้องเพื่องฟ้าลูกพี่ลูกน้องเจ้าสาวนะ ไม่มีแฟนหรอก แต่แม่เค้าอยู่ด้วยนะเว้ย” ผมได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าแบบไม่จริงจัง แต่ในหัวกลับคิดถึงความเป็นไปได้

ผ่านไปอีกราวครึ่งชั่วโมง ผู้คนเริ่มเมากันมากขึ้น ต่ายไปแย่งไมค์ร้องเพลงกับกลุ่มวัยรุ่นปลายทุ่ง ผมเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างสวนด้านหลัง มีแสงไฟดวงเล็กๆ ส่องจากตะเกียงน้ำมัน ความมืดทำให้ผมรู้สึกปลอดภัย แต่แล้วก็มีเงาคนเดินเข้ามาหา

“พี่คะ นั่งเงียบๆ คนเดียวเหรอ” เสียงเพื่องฟ้าดังขึ้นจากด้านหลัง ผมหันไปมอง เธอถือขวดเหล้าขาวมาให้อีกสองขวดพร้อมถ้วยกระดาษ “พอดีที่บ้านให้เอามาเพิ่มให้แขกที่นั่งไกลๆ ค่ะ” เธอวางของแล้วย่อตัวลงนั่งข้างผมบนม้านั่งไม้เก่าๆ

ผมสังเกตว่าเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสบายๆ เหมือนเพิ่งอาบน้ำมา คือเสื้อกล้ามสีขาวบางๆ กับกางเกงขาสั้นผ้าฝ้าย เปิดให้เห็นขาที่ขาวเนียนต่างจากแขนที่คล้ำแดด “พี่ชื่ออะไรเหรอ” เธอถามพลางเขย่าขวดเหล้าเปิดฝาให้ผม ผมบอกชื่อเธอไป แล้วถามกลับ เธอเล่าว่าเรียนจบ ม. 6 แล้วช่วยที่บ้านขายของ ช่วงนี้มางานแต่งที่บ้านญาติก่อนกลับไปทำงานเชียงใหม่

ผมชวนเธอดื่มด้วยกัน เธออิดออดเล็กน้อยก่อนยอมรับแก้วมา “ดื่มนะครับน้องเพื่องฟ้า” ผมชนแก้วกับเธอ สายตาเราปะทะกัน มันมีอะไรบางอย่างที่หวือหวาในแววตาเธอแบบที่ผู้หญิงบ้านนอกหลายคนมีไม่เหมือนกัน

เธอดื่มหมดแก้วในอึกเดียว ดวงตาเริ่มมีประกายวาว กลิ่นเหล้าผสมกับกลิ่นตัวเธอที่หอมจากสบู่ก้างปลา มันทำให้ผมเริ่มรู้สึกถึงความร้อนในท้องน้อย ผมขยับตัวเข้าใกล้ “พี่ชอบบรรยากาศงานแต่งแบบนี้นะครับ” ผมเริ่มพูดแบบไม่สนใจแต่กลับเอนตัวไปพิงเธอเล็กน้อย เธอไม่ขยับหนี

“พี่ว่าเราสองคนนั่งเมากันสองคนแบบนี้คงไม่ดี” ผมว่าปล่อยมุก เธอหัวเราะคิกคัก “แล้วพี่จะให้หนูทำไงล่ะ ขนาดแม่หนูยังนั่งเมาอยู่โน่นเลย” เธอชี้ไปที่หญิงวัยกลางคนที่นั่งเอามือเท้าคางอยู่กลางวงเต้น

นาทีนั้นเอง มือผมก็เลื่อนไปแตะต้นขาของเธอเบาๆ ผิวเธอเนียนและกระชับ เธอสะดุ้งนิดหน่อยแต่ไม่ปฏิเสธ ขาเธอไม่ได้ขยับหนี แต่กลับถ่างออกนิดหน่อยราวกับยอมรับการสัมผัสนั้น ความเงี่ยนเริ่มแผ่ซ่านตั้งแต่ใต้สะดือลงไป ผมจับแก้วเหล้าอีกใบส่งให้เธอ “เอาให้มึนๆ กว่านี้”

เธอดื่มอีกแก้ว บัดนี้เธอเริ่มซบไหล่ผม หัวเราะกับมุกตื้นๆ ที่ผมพูด ความกล้ามารวมกับเหล้าในเส้นเลือด ผมจูบที่ซอกคอเธอช้าๆ ไม่รีบร้อน เธอหายใจถี่ขึ้น เส้นผมปรกหน้า

“ไปที่ไหนเงียบๆ หน่อยได้มั้ยครับ” ผมกระซิบ เธอเงยหน้าขึ้นมองผม ตาคนละมุมกับเมื่อกี้ มันมีเสน่หาแบบแวววาวชัดเจน “หลังบ้านพอมีเรือนพักคนงานเก่าๆ ไม่มีใครอยู่ ตอนนี้ทุกคนกำลังเมากัน” เธอตอบเสียงแผ่ว

เราสองคนเดินจูงมือกันผ่านมุมมืดของสวนหลังบ้าน หลบสายตาญาติๆ ที่กำลังเมามาย เสียงดนตรีดังอื้ออึงเป็นฉากหลังที่เป็นใจ ผมจูงมือเธอเข้าไปในเรือนไม้เก่าๆ หลังเล็ก กลิ่นฝุ่นกับไม้ผุ ต้องใช้ไฟแช็คส่องดู ชั้นล่างมีฟูกเก่าๆ วางอยู่

พอปิดประตูได้ ผมก็กอดเธอแน่น มือทั้งสองข้างลูบไล้ไปตามแผ่นหลัง ไล้ลงมาที่เอวบาง ก่อนเลื่อนลงไปจับก้นกลมได้รูปของเธอผ่านผ้าขาสั้นบางๆ “พี่เงี่ยนมากเลยครับน้องฟ้า” ผมกระซิบข้างหู มือขยับเลื่อนผ้าขาสั้นของเธอขึ้นจนแตะเนื้อขาเปลือย

เธอส่งเสียงครางอู่ๆ แล้วโอบคอผม ตอบกลับด้วยการจูบที่ลึกและร้อนแรงกว่าที่ผมคิด ลิ้นเธอสอดเข้ามาในปากผมแบบไม่เกรงใจ เคล้าเคลียกันอย่างดูดดื่ม มันทำให้ควยผมแข็งตัวตึงจนแทบจะทะลุกางเกง ผมจับฝ่ามือเธอกดลงไปบนกางเกง ให้เธอได้สัมผัสมันผ่านผ้า

“อื้อ…พี่…ใหญ่จัง” เธอพึมพำขณะกำลังจูบ มือเล็กเริ่มลูบคลำผ่านผ้า ก่อนจะถอดเข็มขัดผมออกอย่างคล่องแคล่ว ผมถอดเสื้อตัวเองออก แล้วยกเสื้อกล้ามของเธอขึ้น เห็นหน้าอกกระชับของสาวบ้านนอกที่ไม่ได้ใส่เสื้อใน เต่งตึงและน่าดูสาว

ผมก้มลงดูดเม้มหัวนมของเธอที่ตั้งชัน เธอเอนหลังพิงฟูกส่งเสียงครางอย่างเสียวสะท้าน มือผมเริ่มถอดกางเกงขาสั้นของเธอออกไปจนหมด เผยให้เห็นหีของสาวสองสีที่ชุ่มชื้นและบวมแดง ร่องรอยของความต้องการแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณนั้น

“ขอพี่เย็ดหน่อยนะฟ้า” ผมถามพร้อมกับดึงควยตัวเองออกมาจากรูขอบกางเกงใน ควยผมชูชันจนเห็นเส้นเลือดเต้นตุบๆ เธอพยักหน้าแล้วถ่างขาออกกว้าง ส่งสัญญาณให้ผมเข้าไป

ผมพาตัวควยไปเสียดสีตามร่องหีของเธอก่อน น้ำหีที่เหนียวและร้อนเปื้อนหัวควยผมจนทั่ว “เงี่ยนแล้วสิน้อง” ผมถามย้ำอีกครั้ง เธอแค่น้ำตาไหลมานิดหน่อยแล้วบีบแขนผมไว้

“เย็ดเลยค่ะพี่” คำตอบนั้นทำให้สมองผมดับวูบไปชั่วขณะ ผมดันส่วนเอวเข้าไปในตัวเธอช้าๆ การเสียดสีอันชุ่มชื้นทำให้ผมต้องหยุดหายใจ หีเธอรัดควยผมแน่นมาก แตกต่างจากผู้หญิงที่ผมเคยเจอในเมืองแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เธอแน่นเหมือนสาวรักนวลสงวนตัว แต่กลับรุกเร้าหนักหน่วง

“โห…หีฟ้าเนียนและแน่นมากครับ” ผมชมพร้อมกับขยับช้าๆ ให้เธอชิน เธอสะบัดผมไปมา สองขากอดรัดเอวผมไว้แน่น ความเสียวเริ่มต้นที่ปลายประสาทบริเวณหัวควย มันจี๊ดไปถึงไขสันหลัง

แล้วผมก็เริ่มกระแทกเร็วขึ้น ใบหน้าของเธอหงาย หลับตา ริมฝีปากเผยอ เสียงครางดังสลับกับเสียงโครมของฟูกเก่า “ตีหีน้องฟ้าหนักๆ เลยพี่”

ผมกระแทกแรงขึ้นตามที่เธอขอ ความเสียวที่ปลายควยมันจี๊ดขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงสมอง ขาของเธอขยับสูงขึ้นมาเกี่ยวเอวผมแน่นกว่าเก่า หีของเธอส่งเสียงเสียดสีดังย้วยยับคล้ายฝนตกปรอยๆ ใบหน้าหงายฟ้า สองมือบีบโคนต้นคอผมแรงๆ ริมฝีปากเม้มแน่น แต่แล้วก็เผยอออกมาพร้อมกับเสียงครางแผ่วเบา “เอาเลยพี่… เอาน้องฟ้าจนกว่าจะไม่ไหว”

ผมก้มลงประกบปากเธอ ลิ้นไถลเข้าไปในโพรงปาก กลิ่นเหล้าหวานหอมยังไม่จาง รสชาติของเธอผสมกับเหงื่อที่ซึมออกมาตามผิว ความดิบของสวนตอนพลบค่ำทำให้บรรยากาศมันชุ่มฉ่ำ หุ่นเธอเล็กแต่แข็งแรง ผิวเนียนเหมือนผ้าไหม ดิ้นไปตามจังหวะของผม ผมแทบจะจำชุดแต่งงานที่เธอสวมเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนไม่ได้

“จะแตกแล้วครับ” ผมบอกเสียงแหบ เธอยิ้มบางๆ แล้วพลิกคว่ำลงกับที่นอน สองเข่าถ่างกว้าง ก้นกลมๆ ยกสูงขึ้นมา “เย็ดหีฟ้าต่อเลยพี่ เอาให้ฟ้าเสร็จด้วย” ผมแหย่ควยเข้าไปในร่องเปียกของเธออีกครั้ง มือจับเอวบางกระแทกไม่ยั้ง เธอคว้าปลอกหมอนมากัดไว้ สะโพกกระดกขึ้นรับทุกครั้ง ความเสียวรุนแรงจนใกล้ถึงจุดจบ

แต่อยู่ดีๆ เธอหันหน้ามาด้วยตาแดงก่ำ “ฟ้าไม่ใช่เจ้าสาวนะ” คำพูดนั้นทำให้ผมชะงักค้าง เธอหัวเราะแหบแห้ง “ฟ้าเป็นน้องสาวเจ้าบ่าว งานแต่งนี่ของพี่ชายฟ้า” ผมยืนตัวแข็ง ควยยังแนบอยู่ในหีเธอ แต่อารมณ์มันพลิกผัน “แล้วแกเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวใช่ไหม?” เธอถามกึ่งตำหนิ ผมยังไม่ทันตอบ เธอก็ดันสะโพกรับกระแทกเอง “ก็เย็ดกันต่อไป ไม่ต้องคิดมาก” เธอครางออกมาแรงกว่าเก่า

ท้องฟ้าเริ่มมืดสนิท มีดวงไฟจากงานแต่งสาดส่องมาเป็นระยะ เสียงเพลงดังมาจากบ้านหลังใหญ่ มันเหมือนโลกคู่ขนานที่เราลืมตัวและกำลังทำอะไรอยู่ ผมขยับเร็วขึ้นจนแม่แรงของฟูกเก่าดังลั่นตามจังหวะ มือเธอกุมขอบที่นอนแน่น หัวนอนหนุนกับผนัง เสียงครางปนสะอื้นดังระเบิดออกมา “จะเสร็จแล้วพี่… หีฟ้าแตกแล้ว” พูดไม่ทันจบ ร่างเธอก็เกร็ง แล้วก็ทิ้งตัวลงกับฟูกราวกับเป็นผ้าขี้ริ้ว

ผมถอนควยออกมาฉีดใส่ก้นของเธอเป็นทางยาว น้ำขุ่นไหลย้อยลงไปตามร่องหว่างขา ผมทรุดนั่งลงกับพื้น หอบหนัก เสียงเพลงงานแต่งที่บรรเลงเพราะๆ กลับฟังดูชวนพิลึก เธอยังนอนคว่ำไม่ขยับ แขนสองข้างทาบกับหมอนข้าง

สักพักเธอก็พลิกตัวมานอนหงาย จ้องหน้าผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป เธอเอามือลูบแก้มผมเบาๆ “แกไม่ถามฟ้าหรอว่าทำไมถึงไม่ใช่เจ้าสาว?” ผมส่ายหน้า เธอยิ้มเศร้า “เพราะพี่ชายแกเป็นเกย์ แต่งกับผู้หญิงเป็นเพื่อนสนิทของฟ้า ภาพลวงตาทั้งนั้น” ผมเงียบ เธอลุกขึ้นหยิบชุดเจ้าสาวที่พับไว้ข้างเตียงขึ้นมาสวม แล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มหวานราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ก่อนเดินจากไปเธอหันมาบอก “ฟ้ามีความโกรธบางอย่างที่ต้องปลดปล่อย ขอบคุณที่เย็ดหีฟ้า” แล้วเธอก็เดินลัดเลาะสวนกลับไปทางประตูหลัง ผมนั่งนิ่งในความมืด กลิ่นสาบสวาทยังติดจมูก รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เห็นเธอยืนอยู่ข้างงานแต่งกับสามีของเจ้าสาวหลอกๆ

ผ่านไปสองปี ผมได้ยินข่าวว่าเธอเปิดร้านอาหารเล็กๆ ที่หัวหิน กับผู้หญิงคนหนึ่ง ส่วนพี่ชายของผมก็ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ชีวิตมันมีหลายเลเยอร์จริงๆ บางครั้งสิ่งที่เราเห็นในงานแต่งซึ่งดูสวยงาม มันกลับเป็นฉากหน้าของความโกลาหลที่ซ่อนอยู่ข้างหลัง

ผมคงเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังไม่ได้มาก นอกจากคนที่เข้าใจว่าความเสียวที่แท้จริง ไม่ได้เกิดแค่ตอนสอดใส่ แต่มันเกิดตอนที่เราได้เจอด้านมืดของชีวิตคนอื่น โดยที่เราเองก็ถูกดึงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของมันด้วย

นั่งมองพุ่มกุหลาบที่เขาจัดไว้เป็นซุ้มหน้าห้องน้ำ รู้สึกว่างเปล่าและอิ่มเอมในเวลาเดียวกัน เสียงเพลงจากงานยังดังแผ่วมาแต่ไกล ดนตรีช้าๆ ของวงที่รับจ้างมาเล่น คนที่เดินเข้าออกห้องน้ำยังคงมีรอยยิ้มแบบมึนๆ จากเหล้า แต่ผมนั่งคิดถึงคำพูดของฟ้าที่ว่า “ฟ้ามีความโกรธที่ต้องปลดปล่อย” ตอนนั้นผมไม่เข้าใจหรอกว่ามันหมายถึงอะไร จนกระทั่งอีกหกเดือนต่อมา

วันหนึ่งผมได้รับข้อความจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก เป็นรูปผู้หญิงสองคนกอดคอกันอยู่หน้าร้านอาหารริมทะเล ผมจำฟ้าได้ทันที เธอไว้ผมสั้นขึ้น ยิ้มกว้างกว่าตอนที่เจอกันในงานแต่งเสียอีก อีกคนในรูปคือผู้หญิงที่ใส่ชุดเจ้าสาวปลอมในงานวันนั้น พวกเขาดูมีความสุข ไม่มีความโกรธหรือความเจ็บปวดหลงเหลืออยู่เลย ผมรู้สึกโล่งใจและก็อิจฉาในเวลาเดียวกัน

พอตกดึกคืนนั้นผมโทรกลับไป เสียงฟ้าหัวเราะแล้วบอกว่า “ตอนนั้นฟ้าเกือบจะพังเพราะความแค้นที่มีต่อผู้ชายคนนั้น แต่พอโดนนายเย็ดหีฟ้าในซุ้มดอกไม้ มันเหมือนฟ้าได้ปลดปล่อยความโกรธทั้งหมดออกมา รู้สึกสะอาดเหมือนได้เกิดใหม่” เธอบอกว่าตอนนี้เปิดร้านกับผู้หญิงคนนั้น และกำลังมีความสุขมาก ผมฟังแล้วรู้สึกเสียวแปลบที่อก ไม่ใช่เพราะอารมณ์ทางเพศอีกแล้ว แต่เป็นความเสียวที่เกิดจากการได้รู้ว่าเรื่องบางเรื่องมันปิดฉากได้สวยงาม

ชีวิตคนเรามันมีวิธีจัดการกับความเจ็บปวดที่แตกต่างกัน บางคนใช้เหล้า บางคนใช้การทำงาน บางคนใช้การทำร้ายตัวเอง ผมเองก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่ผมบังเอิญกลายเป็นเครื่องมือปลดปล่อยของเธอในคืนนั้น ผมไม่ได้ภูมิใจหรือเสียใจ แค่รู้สึกว่าทุกครั้งที่ได้นึกถึงซุ้มดอกไม้นั้น มันชวนให้คิดว่าความมืดมนที่เราเห็นในคนอื่น อาจเป็นเพียงอีกมุมหนึ่งของความพยายามจะหาทางรอดของพวกเขา และบางครั้งการเย็ดหรือการเอาควยเสียบเข้าไปในหีของคนที่กำลังเจ็บปวด มันอาจเป็นพิธีกรรมปลดปล่อยที่เราไม่ได้ตั้งใจจะเป็นส่วนหนึ่ง แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว มันก็กลายเป็นความทรงจำที่เราไม่มีวันลืม นั่นแหละครับ สิ่งที่ผมอยากบอก คืออย่าเพิ่งตัดสินคนที่คุณเห็นในงานแต่ง เพราะทุกคนอาจซ่อนด้านมืดที่ต้องปลดปล่อยไว้ แล้วคุณอาจเป็นคนที่ถูกเลือกให้เป็นผู้ปลดปล่อยโดยไม่รู้ตัวก็ได้

ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM