เรื่องเสียว เพื่อนเก่าสมัยเรียน
“เฮ้ย พิชัย ใช่ป่าววะเนี่ย?” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากโต๊ะข้าง ๆ ตอนที่ฉันกำลังนั่งตักข้าวผัดกระเพราอยู่ในงานแต่งของรุ่นพี่คณะวิศวะ ฉันหันไปก็เจอผู้ชายตัวสูงผอม หนวดเครารก ๆ ยิ้มกว้างใส่ มันคือพิชัย เพื่อนสนิทสมัยอยู่หอใน มหาวิทยาลัยรัฐชื่อดังย่านรังสิต เราสองคนไม่ได้เจอกันเกือบสามปีแล้ว ตั้งแต่เรียนจบแยกย้ายกันไปทำงาน
“มึงนี่หว่า ไอ้พิชัย ไปอยู่ไหนมา หน้าแก่ขึ้นเยอะเลยวะ” ฉันทักพลางตบไหล่มันแรง ๆ พิชัยหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ มันบอกว่าพึ่งย้ายกลับมาจากทำงานอยู่เชียงใหม่กว่าสองปี ตอนนี้มาทำงานใกล้กรุงเทพฯ ก็เลยโผล่มางานนี้ได้ พอคุยกันไปสักพัก พิชัยก็ชวนฉันออกไปสูบบุหรี่ข้างนอก เพราะในงานครึกครื้นเกินกว่าจะได้คุยกันรู้เรื่อง
เราสองคนเดินออกมายืนใต้ต้นมะขามหลังลานจอดรถ พิชัยสูดควันบุหรี่เข้าลึก ๆ ก่อนจะหันมามองฉันด้วยสายตาแบบที่ฉันจำได้ดี สายตาแบบที่มันเคยมีตอนมันกำลังจะเล่าเรื่องแซ่บ ๆ ที่เกิดขึ้นในหอพัก
“มึงรู้ป่าวว่ากูมีเรื่องจะเล่าให้มึงฟัง” พิชัยพูดขึ้น หลังจากเงียบไปพักใหญ่ “เรื่องมันเกิดตอนปีสาม กูกับเพื่อนในคณะไปเที่ยวดึกกันบ่อย ๆ แถวย่านรังสิตน่ะ”
ฉันพยักหน้า ให้มันเล่าต่อ พิชัยวางก้นบุหรี่ลงบนพื้นแล้วบอกว่า “คืนนั้นกูไปเจอผู้หญิงคนนึง ที่ร้านเหล้าข้างมหาวิทยาลัย เธอชื่อนุ่น เป็นนักศึกษาชั้นปีหนึ่ง หน้าตาไม่ใช่สวยที่สุด แต่มีอะไรบางอย่างที่ทำให้กูจ้องเธอไม่ห่าง”
พิชัยเล่าว่าในคืนนั้น เพื่อนในกลุ่มมันชวนผู้หญิงกลุ่มนั้นมานั่งดื่มด้วย นุ่นนั่งขวางกูตรงมุมโต๊ะ ใส่เสื้อกล้ามสีดำกับกางเกงยีนส์ขาสั้น ผมยาวสยาย ดื่มเบียร์ไปเรื่อย ๆ สายตาของนุ่นมีประกายบางอย่างที่ทำให้พิชัยรู้สึกถึงความคุ้นเคย
“กูนั่งมองเธอ ทั้งคืน” พิชัยพูดเสียงแผ่ว “จนเพื่อนมันทักว่ากูตาละห้อย มึงนี่มันเสือกสนใจเด็กปีหนึ่งว่ะ กูก็ไม่ตอบอะไร แค่ยิ้มแห้ง ๆ แล้วยกแก้วดื่ม”
จนกระทั่งตอนใกล้เที่ยงคืน กลุ่มเพื่อนเริ่มแยกย้ายกันกลับ นุ่นบอกว่าที่หอพักของเธอล็อกประตูแล้ว ต้องกลับดึกกว่านี้ไม่ได้ เธอบอกว่าไปหาเพื่อนต่อแถวเมเจอร์รังสิต พิชัยอาสาขับรถไปส่งเพราะมันเป็นคนเดียวที่ไม่เมา ก่อนจะพานุ่นขึ้นมอเตอร์ไซค์คันเก่าแล้วขับออกไป
“พอกูไปถึงตรงที่เธอบอก กูกับนุ่นลงไปนั่งกินข้าวโต๊ะเย็นกัน ตรงร้านหมูกระทะแถวนั้น กูสั่งเบียร์มาเพิ่ม นางก็ดื่มกับกูอีกสองขวด” พิชัยเล่าพลางยิ้ม “ตอนนั้นกูเริ่มเมาแล้ว แต่ยังพอมีสติ รู้ว่าเธอก็จ้องกูกลับเหมือนกัน”
นุ่นเริ่มเปิดใจบอกว่าเพิ่งย้ายมาจากต่างจังหวัด อยู่คนเดียวในหอพัก มีเพื่อนไม่กี่คน โรแมนติกมากที่ได้เจอพิชัยที่ร้านเหล้า พิชัยบอกว่ามันฟังแล้วใจเต้นแรง มือไม้เริ่มสั่น อยากจะสัมผัสตัวนุ่น แต่ก็พยายามเก็บอาการ
“กูถามนุ่นว่าจะกลับยัง? เธอบอกว่ายังไม่อยากกลับ กูเลยพาไปนั่งเล่นที่สวนสาธารณะแถวนั้นแทน” พิชัยพูด สายตาเริ่มเปลี่ยนไป “ตอนนั้นกูคิดอะไรไม่ออกแล้ว นอกจากว่ากูอยากเย็ดนุ่น”
เราสองคนนั่งอยู่บนม้านั่งไม้ใกล้สนามเด็กเล่น สวนร้างที่มีเพียงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าที่ห่างออกไป นุ่นเอนหัวลงบนไหล่พิชัย มือของมันค่อย ๆ เลื่อนไปโอบเอวบางของนุ่น ลูบไล้ไปตามผ้าเสื้อกล้ามที่ปกคลุมแผ่นหลังเนียนนุ่ม นุ่นไม่ขัดขืน กลับขยับตัวเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น ใบหน้าหันมาจ้องตากัน
“ตอนนั้นกูเห็นแววตานุ่นแล้วกูรู้เลยว่าเธออยากให้กูทำอะไรสักอย่าง” พิชัยพูดพลางสบตาฉัน “กูเลยโน้มหน้าไปจูบเธอ”
จูบแรกนั้นร้อนแรงและนาน นุ่นตอบรับอย่างเต็มใจ มือของเธอลูบต้นคอพิชัย ลิ้นของทั้งคู่พันกันในความมืด เงียบสงัดมีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงคลื่นจากลำธารใกล้ ๆ พิชัยบอกว่ารู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัว เมื่อปลายลิ้นแตะกับปลายลิ้นของนุ่น
“กูเริ่มคว้ามือเธอมาวางบนขากางเกงกู” พิชัยว่า “นุ่นก็ไม่รีรอ เธอลูบไปมาที่ต้นขากู แล้วก็เริ่มบีบเบา ๆ บริเวณที่มีควยกูแข็งตึงอยู่”
ฉันนั่งฟังแทบไม่กระพริบตา พิชัยเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่เริ่มแหบพร่า “กูปลดซิปกางเกงให้เธอ แล้วนุ่นก็สอดมือลงไปจับควยกู อบอุ่น ชื้นนิด ๆ กูแทบจะระเบิดตอนนั้น”
นุ่นค่อย ๆ ลูบควยของพิชัยขึ้นลง ช้า ๆ แล้วเร็วขึ้นตามจังหวะลมหายใจที่ถี่กระชั้น พิชัยบอกว่ามันแทบจะบ้าคลั่ง มือของมันก็ล้วงเข้าไปใต้เสื้อกล้ามของนุ่น สัมผัสหน้าอกอวบของเธอผ่านยกทรงบาง ๆ นุ่นครางเสียงดังในลำคอ ก่อนจะกระซิบข้างหูพิชัยว่า “พาเราไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ตรงนี้”
พิชัยพานุ่นไปที่โรงแรมม่านรูดย่านคลองหนึ่ง ห้องเล็ก ๆ ที่มีแค่เตียงคู่กับทีวีจอใหญ่ ตอนเดินเข้าไปนุ่นก็ผลักพิชัยให้ล้มลงบนเตียง แล้วเธอก็ถอดเสื้อกล้ามออกทันที เผยให้เห็นหุ่นบางในยกทรงสีขาว ก่อนที่เธอจะถอดกางเกงยีนส์ออกจนเหลือแต่กางเกงในลูกไม้
“กูเงี่ยนจนจะขาดใจ” พิชัยว่า “ตอนนั้นกูไม่คิดอะไรแล้วนอกจากอยากเย็ดนุ่นให้ถึงใจ”
พิชัยลุกขึ้นถอดเสื้อตัวเองออก แล้วกระโจนเข้ากอดนุ่นแน่น มันจูบเธอไปทั่วใบหน้าและลำคอ ก่อนจะเลื่อนลงมาจูบซอกคอและหัวไหล่ มือของมันเกี่ยวตะขอยกทรงนุ่นออก แล้วดูดเม้มหัวนมของเธอด้วยความร้อนรน นุ่นครางเสียงดัง บิดตัวไปมาบนเตียง
“กูค่อย ๆ ถอดกางเกงในนุ่นออก แล้วมือกูก็สัมผัสหีของเธอ มันชื้นและอุ่นมาก” พิชัยเล่าต่อ “นุ่นเป็นฝ่ายหุบขาเข้าหากัน แต่กูก็ยังไม่หยุด กูลูบคลิตของนุ่นวนไปมา จนเธอเริ่มครางหนักขึ้น”
นุ่นบอกให้พิชัยรีบเข้าไปในตัวเธอ พิชัยจึงคว้าควยของตัวเองขึ้นมาสอดใส่เข้าไปในความแคบของหีนุ่น ช้า ๆ แล้วก็แรงขึ้นเรื่อย ๆ นุ่นร้องคราง น้ำหีของเธอทำให้ควยของพิชัยเลื่อนเข้าออกได้อย่างลื่นไหล พิชัยบรรยายว่าเสียวไปทั้งตัว ทุกครั้งที่ควยมุดเข้าไปในหีของนุ่น
“กูเย็ดนุ่นอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง เปลี่ยนหลายท่า” พิชัยบอก “ท่าสุดท้ายกูให้เธอนอนคว่ำ แล้วกูสอดควยเข้าไปจากด้านหลัง นุ่นร้องครางจนแทบจะแหบ เสียงมันดังมาก เนื้อตัวของเธอเปียกเหงื่อ ความเสียวมันเต็มที่”
หลังจากเสร็จทั้งคู่ก็นอนกอดกัน หายใจแรง ๆ นุ่นบอกว่ามันเป็นคืนที่สนุกที่สุดตั้งแต่เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ พิชัยบอกว่าตอนนั้นมันนอนกอดนุ่น แล้วคิดอะไรบางอย่างที่มันไม่ได้บอกให้ฉันฟังในทันที
“กูไม่เคยคิดว่ามันจะจบลงแบบนั้น” พิชัยสูดบุหรี่อีกมวน “หลังจากคืนนั้นกูก็เจอนุ่นอีกหลายครั้ง แต่ละครั้งก็มีอะไรกันทุกที จนกระทั่งกูรู้ว่ามันไม่ใช่แค่ความใคร่”
“แล้วกูก็ถามนุ่นตรงๆ ว่ามันคืออะไรกันแน่ระหว่างเรา” พิชัยพูดต่อ มือที่ถือบุหรี่นิ่ง “นุ่นมองหน้ากูแล้วยิ้ม บอกว่ากูคิดมากไปเอง แค่เพื่อนมีอะไรกัน”
กูว่าใจกูหล่นวูบตอนนั้น เพื่อนฉันว่า มันหัวเราะแห้งๆ “กูไม่รู้จะบอกนุ่นยังไงว่ากูเริ่มหวงเวลาที่ได้กอดนุ่นหลังเสร็จ ไม่ใช่แค่ตอนเย็ด”
“แล้วนุ่นว่าไง?” ฉันถาม พิชัยทิ้งบุหรี่ลงพื้น แล้วใช้เท้าบี้ “นุ่นบอกว่าเดี๋ยวก็หายกันไปเอง ความสัมพันธ์แบบนี้มันไม่ควรยืดเยื้อ”
แต่พิชัยบอกว่ามันไม่สามารถหยุดได้ คืนต่อๆ มานุ่นยังคงมา นอนข้างๆ กัน แล้วก็มีอะไรกันเหมือนเดิม ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ทุกครั้งที่เสร็จ มันจะรู้สึกว่างเปล่ามากขึ้น
“มีอยู่วันนึง” พิชัยเล่าเบาลง “กูนัดนุ่นมาตรงห้อง แต่เธอไม่มา ไม่ตอบข้อความ กูนั่งรอทั้งคืน ไม่หลับไม่นอน”
ตอนเช้านุ่นตอบกลับมาว่า ไปเจอใครบางคนที่อยากคบจริงจัง ขอให้พิชัยเข้าใจ พิชัยบอกว่าตอนนั้นมันโกรธมาก โกรธตัวเองด้วยที่ไม่กล้าบอกความรู้สึกออกไปก่อน
“กูนั่งมองมือตัวเอง เห็นคราบน้ำมันเครื่อง กลิ่นควายังติดตัว แล้วก็นึกว่ากูนี่มันแค่เพื่อนเย็ดกันจริงๆ” พิชัยก้มหน้า “นุ่นเลือกคนที่พร้อมจะเปิดตัวกับเธอ ไม่ใช่กูที่ชอบซ่อนไว้กับความมืดของห้องเช่า”
“แล้วพวกมึงเลิกกันเลย?” ฉันถาม พิชัยส่ายหน้า “หลังจากนั้นสองอาทิตย์กูกับนุ่นเจอกันอีกครั้ง เธอมางานวันเกิดเพื่อน แล้วเจอกูที่ห้องน้ำหลังร้าน”
พิชัยเล่าว่าคืนนั้นทั้งคู่เมา และลงเอยด้วยการเย็ดกันอีกครั้งในซอยมืดๆ หลังร้านอาหาร เสียงครางอู้อี้ของนุ่น ที่ถูกปิดด้วยมือของเขาเอง
“ท่าสุดท้ายกูให้เธอพิงกำแพง แล้วกูสอดควยจากด้านหลัง กูจำได้ว่านุ่นบิดตัว เธอกัดปากตัวเองจนเลือดซิบ แต่กูไม่หยุด” พิชัยพูดเสียงแหบ “กูเงี่ยนมาก และโกรธมากในเวลาเดียวกัน”
หลังจากเสร็จ นุ่นผลักกูออก แล้วบอกว่า “นี่คือครั้งสุดท้าย” พิชัยตบบุหรี่อีกมวน “และมันก็เป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ กูไม่เคยเจอหน้าเธออีกเลย”
“ตอนนั้นกูนั่งอยู่ในห้องเช่า คนเดียว กลิ่นยังติดตัว เสื้อผ้าเปื้อนเปียก” พิชัยพูด “กูร้องไห้ครั้งแรกในรอบหลายปี เพราะรู้ว่าความเสียวมันไม่ยั่งยืนเท่าความรัก”
ฉันมองหน้าเพื่อนเก่า พิชัยอายุเพิ่มขึ้นจากตอนเรียน แต่แววตายังมีรอยของความคิดถึง “แล้วตอนนี้มึงคิดถึงนุ่นไหม?” ฉันถาม
พิชัยยิ้มแห้ง “บางทีก็คิดถึงตอนที่กูกับเธอนอนกอดกันท่ามกลางความร้อนของห้องไม่ติดแอร์ แต่กูไม่เสียใจที่มันจบ”
“มันสอนให้กูรู้ว่า” พิชัยดึงบุหรี่เข้าปอด “ต่อให้หีกับควยมันจะเข้ากันแค่ไหน ถ้าใจไม่ตรงกัน สุดท้ายก็แค่ความเสียว แล้วมันก็ผ่านไป”
ฉันพยักหน้า และเก็บความเงียบนั้นไว้ในบรรยากาศของกลิ่นบุหรี่ พัดลมเก่าๆ และความทรงจำของเพื่อนเก่าสมัยเรียนที่กำลังบอกลาเรื่องราวหนึ่งในชีวิต
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM







