เรื่องเสียว ลิฟต์ห้างร้างย่านบางรัก
ฝนตกปรอยๆ ตอนนั้นผมยืนกอดอกอยู่หน้าลิฟต์ห้างเก่าย่านศาลาแดง มือถือถุงขนมจีบจากร้านข้างทางป้ายเหลือง แสงนีออนสีส้มจากป้ายห้างกระพริบเป็นจังหวะเก่าๆ แบบที่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว
ผมกดลิฟต์รอบที่สามแล้วมันก็ไม่มา ปุ่มเป็นเหล็กกลมๆ ดันแล้วมีแสงแดงแบบล้าสมัย เสียงดังครืดๆ เหมือนรอกกำลังจะขาด ตึกนี้สร้างมาตั้งแต่สมัยผมเด็ก เดินผ่านมาแทบทุกวัน แต่ไม่เคยขึ้นไปชั้นบนเลย
จนกระทั่งวันนั้นที่ผมตัดสินใจขึ้นไป เพราะได้ยินเสียงเพลงลูกกรุงแว่วๆ มาจากชั้นสี่ คล้ายกับมีงานวัดเก่าหรือตลาดนัดของเก่า ช่วงนั้นผมอยู่ปีสามมหาลัย เจ้าของหออยู่แถวนี้เลยแวะเข้ามาหาอะไรกินเพลินๆ
ผมกดลิฟต์อีกที คราวนี้ประตูเปิดช้าๆ กลิ่นอับคละคลุ้งออกมา ข้างในมีหลอดไฟสลัวๆ แบบยุคเก้าสิบ ไม่รู้ว่ามีหลอดฟลูออเรสเซนต์รุ่นไหนที่ออกแสงเหลืองๆ ได้น่ารำคาญขนาดนี้
แล้วเธอก็เดินเข้ามา
สาวคนนั้นใส่เดรสสีขาวสั้น รองเท้าส้นเตี้ยแต่เดินแล้วสะโพกไหวแบบธรรมชาติ ผมเงยหน้าจากถุงขนมจีบเห็นเธอตอนกำลังกดปุ่มลิฟต์ นิ้วเรียวเล็บแต้มสีชมพูอ่อน หอมแป้งเย็นๆ ลอยมา
“ขึ้นสี่หรือเปล่าคะ” เธอถาม เสียงอ่อนโยนแต่ไม่หวานเลี่ยน
“ครับ” ผมตอบสั้นๆ ทั้งที่ใจเริ่มเต้นแรง ท้องไส้ปั่นป่วนไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาในห้างร้างอันตรายแบบนี้ตอนเย็นใกล้ค่ำ
ลิฟต์เคลื่อนตัวช้า เสียงรอกครอกๆ ตอนผ่านระหว่างชั้น ไฟสีส้มสลัวๆ ทำให้เราไม่ได้มองหน้ากันชัดนัก แต่ผมเห็นไหล่เธอที่โผล่จากสายเดี่ยวบางๆ ผิวขาวจางๆ
“มาเที่ยวห้างนี้ประจำเหรอคะ” เธอหันมาถามตอนลิฟต์หยุดติ๊งที่ชั้นสอง
“เปล่าครับ แวะมากินข้าว แถวนี้มีร้านขนมจีบอร่อยดี”
เธอยิ้มไม่พูดต่อ แต่สายตาเธอทอดมองผมแบบยาวๆ เหมือนกำลังวัดอะไรบางอย่าง ดูไม่ใช่สาวเจ้าหอหรือพนักงานขายทั่วไป ผมเดาอายุเธอราวๆ กลางยี่สิบ มากกว่าผมไม่กี่ปี
ลิฟต์เปิดที่ชั้นสาม คนเดินเข้าออกบ้างแต่ไม่มาก ผมเห็นเธอก้าวถอยหลังมาชิดมุมลิฟต์ ท่าทางเหมือนไม่รีบร้อนจะไปไหน ทั้งที่ตอนแรกคิดว่าจะขึ้นไปชั้นสี่
พอประตูปิดอีกครั้ง ความเงียบกลับมา กลิ่นแป้งเย็นๆ ปนกลิ่นน้ำหอมแบบที่แม่ผมเคยใช้ตอนเด็กๆ หอมแบบสาวกรุงยุคเก้าสิบที่ไม่ได้ใส่เพราะอยากเด่น แต่ใส่เพราะมันเป็นสไตล์ของตัวเอง
“หนูชื่อฝน” เธอบอก แล้วยื่นมือมาแตะแขนผมเบาๆ “ขึ้นมาห้องหนูไหมคะ อยู่ชั้นสี่” นิ้วมือนิ่มลูบเบาๆ เหมือนแมลงผีเสื้อเกาะ
ผมพยักหน้าโดยที่สมองคิดอะไรแทบไม่ทัน หัวสมองมีแต่คำว่า เงี่ยน แล่นเข้ามา สมองส่วนล่างทำงานแทนสมองส่วนหน้า ความเสียวเริ่มแล่นตั้งแต่ปลายเท้าจรดหัวกระหม่อม
ประตูลิฟต์เปิดที่ชั้นสี่ เสียงเพลงลูกกรุงดังชัดขึ้น เป็นเพลงเก่าของพิมพ์ใจ มันอบอวลไปกับกลิ่นธูปกำยานจากร้านขายของเก่าแถวนี้ โถงทางเดินยาวทอดไปสุดตึก มีร้านปิดครึ่งเปิดครึ่งสลับกันไป
เธอเดินนำ ผมเดินตามหลัง กระเป๋าสานเล็กๆ ของเธอแกว่งเป็นจังหวะ สะโพกไหวจนมือผมหงิกอยากคว้า เดรสสีขาวบางจนเห็นลายชั้นในสีอ่อนตอนที่แสงจากหน้าต่างเลื่อมลอด
เราหยุดหน้าประตูห้องเลขที่ 410 เป็นประตูไม้เก่าบานกระทุ้ง ติดป้ายชื่อวงกลมสีฟ้าเขียนว่า “ร้านฝน-ร่มไม้” เธอไขกุญแจด้วยมือที่นิ่ง เสียงกุญแจเสียบลงไปแล้วหมุนคลอนๆ พอดีกับฟันเฟือง
“เข้ามาก่อนสิคะ” เธอเปิดประตูกว้าง แล้วหันมาส่งยิ้มหวาน “ฝนอยู่ที่นี่คนเดียวพึ่งปิดร้านพอดี”
ภายในห้องมีกลิ่นข้าวผัดปนกลิ่นยาดองและไม้หอม เป็นร้านขายของเก่าเสื้อผ้ามือสองผสมของใช้โบราณ ร่มสีแดงห้อยเพดาน มีโต๊ะไม้หม่นหมอง เก้าอี้หวายสองสามตัว ตะเกียงแก๊สเก่าให้แสงสีเหลืองอุ่นตา
เธอเดินไปหลังเคาน์เตอร์ เอาแก้วเปล่ามาใบหนึ่ง รินน้ำเปล่าใส่แล้วส่งให้ผม มือเธอสั่นนิดๆ แต่แววตาคู่นั้นจ้องผมไม่วางตา
“นั่งก่อนสิคะ” เธอชี้ไปที่โซฟาเก่าๆ ปูด้วยผ้าสีดอกเลา คล้ายของบ้านคุณปู่ทวด เครื่องหนังมีรอยแตก แต่กลับนุ่มและนั่งสบายกว่าที่คิด
ผมวางถุงขนมจีบลงที่โต๊ะกระจกหน้าโซฟา แล้วหันไปมองเธอที่เริ่มถอดรองเท้าส้นเตี้ย เผยให้เห็นข้อเท้าเล็กๆ ผิวขาวเหมือนไม่เคยโดนแดด เธอดึงเดรสทิ้งลงกับพื้นในพริบตา
ผมนั่งตัวแข็งกับโซฟาเก่าๆ นั้น มองเธอยืนเปลือยเปล่าอยู่หน้าโต๊ะกระจก ไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันสะท้อนผิวขาวเนียนของเธอเป็นประกายบางๆ รูปร่างเล็กบาง หัวนมสีชมพูเข้มตั้งชันเด่นชัดท่ามกลางอากาศเย็นของห้างร้าง
ผมกลืนน้ำลายลงคอแห้งผาก เธอเดินเข้ามาช้าๆ มือทั้งสองข้างของเธอยกขึ้นมาแตะไหล่ผม กดลงแผ่วเบา ก่อนจะดึงเสื้อเชิ้ตของผมออกจากกางเกง ผมไม่ขัดขืน ปล่อยให้เธอทำตามอำเภอใจ ปุ่มกระดุมหลุดออกทีละเม็ด เสียงเบาแต่ชัดเจนในความเงียบ
ลมหายใจของผมเริ่มหนักขึ้น ร่างกายตอบสนองโดยอัตโนมัติ ไอ้นั่นในกางเกงมันแข็งตึง เนื้อในตัวเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ผมยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังเรียบของเธอ สัมผัสผิวที่เนียนลื่นราวกับแพรไหม เธอตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วผมแตะลงแนวกระดูกสันหลัง
“พี่เงี่ยนใช่ไหม” เธอกระซิบข้างหู เสียงแหบพร่าราวกับหมาหิวน้ำ
ผมพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับท้ายทอยเธอ ดึงเข้ามาจูบ ปากของเธออิ่มนุ่ม มีกลิ่นหอมของลิปสติกราคาถูกผสมกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ลิ้นของเธอร้อนและกล้าได้กล้าเสีย ดันเข้าไปในปากผมไม่ยั้ง
เธอรูดซิปกางเกงผมลง มือเล็กๆ สอดเข้าไปคว้าควยที่แข็งค้างอยู่ภายใน ผมสะดุ้งทั้งตัว ความรู้สึกของมือเธอที่อุ่นและกระชับจับต้องตรงนั้น มันทำให้หัวสมองผมแทบดับวูบ เธอค่อยๆ ขยับมือขึ้นลงอย่างช้าๆ จนผมต้องกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อไม่ให้ครางออกมา
ผมพยักหน้าโดยที่สมองคิดอะไรแทบไม่ทัน หัวสมองมีแต่คำว่า เงี่ยน แล่นเข้ามา สมองส่วนล่างทำงานแทนสมองส่วนหน้า ความเสียวเริ่มแล่นตั้งแต่ปลายเท้าจรดหัวกระหม่อม
ประตูลิฟต์เปิดที่ชั้นสี่ เสียงเพลงลูกกรุงดังชัดขึ้น เป็นเพลงเก่าของพิมพ์ใจ มันอบอวลไปกับกลิ่นธูปกำยานจากร้านขายของเก่าแถวนี้ โถงทางเดินยาวทอดไปสุดตึก มีร้านปิดครึ่งเปิดครึ่งสลับกันไป
เธอเดินนำ ผมเดินตามหลัง กระเป๋าสานเล็กๆ ของเธอแกว่งเป็นจังหวะ สะโพกไหวจนมือผมหงิกอยากคว้า เดรสสีขาวบางจนเห็นลายชั้นในสีอ่อนตอนที่แสงจากหน้าต่างเลื่อมลอด
เราหยุดหน้าประตูห้องเลขที่ 410 เป็นประตูไม้เก่าบานกระทุ้ง ติดป้ายชื่อวงกลมสีฟ้าเขียนว่า “ร้านฝน-ร่มไม้” เธอไขกุญแจด้วยมือที่นิ่ง เสียงกุญแจเสียบลงไปแล้วหมุนคลอนๆ พอดีกับฟันเฟือง
“เข้ามาก่อนสิคะ” เธอเปิดประตูกว้าง แล้วหันมาส่งยิ้มหวาน “ฝนอยู่ที่นี่คนเดียวพึ่งปิดร้านพอดี”
ภายในห้องมีกลิ่นข้าวผัดปนกลิ่นยาดองและไม้หอม เป็นร้านขายของเก่าเสื้อผ้ามือสองผสมของใช้โบราณ ร่มสีแดงห้อยเพดาน มีโต๊ะไม้หม่นหมอง เก้าอี้หวายสองสามตัว ตะเกียงแก๊สเก่าให้แสงสีเหลืองอุ่นตา
เธอเดินไปหลังเคาน์เตอร์ เอาแก้วเปล่ามาใบหนึ่ง รินน้ำเปล่าใส่แล้วส่งให้ผม มือเธอสั่นนิดๆ แต่แววตาคู่นั้นจ้องผมไม่วางตา
“นั่งก่อนสิคะ” เธอชี้ไปที่โซฟาเก่าๆ ปูด้วยผ้าสีดอกเลา คล้ายของบ้านคุณปู่ทวด เครื่องหนังมีรอยแตก แต่กลับนุ่มและนั่งสบายกว่าที่คิด
ผมวางถุงขนมจีบลงที่โต๊ะกระจกหน้าโซฟา แล้วหันไปมองเธอที่เริ่มถอดรองเท้าส้นเตี้ย เผยให้เห็นข้อเท้าเล็กๆ ผิวขาวเหมือนไม่เคยโดนแดด เธอดึงเดรสทิ้งลงกับพื้นในพริบตา
ผมนั่งตัวแข็งกับโซฟาเก่าๆ นั้น มองเธอยืนเปลือยเปล่าอยู่หน้าโต๊ะกระจก ไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันสะท้อนผิวขาวเนียนของเธอเป็นประกายบางๆ รูปร่างเล็กบาง หัวนมสีชมพูเข้มตั้งชันเด่นชัดท่ามกลางอากาศเย็นของห้างร้าง
ผมกลืนน้ำลายลงคอแห้งผาก เธอเดินเข้ามาช้าๆ มือทั้งสองข้างของเธอยกขึ้นมาแตะไหล่ผม กดลงแผ่วเบา ก่อนจะดึงเสื้อเชิ้ตของผมออกจากกางเกง ผมไม่ขัดขืน ปล่อยให้เธอทำตามอำเภอใจ ปุ่มกระดุมหลุดออกทีละเม็ด เสียงเบาแต่ชัดเจนในความเงียบ
ลมหายใจของผมเริ่มหนักขึ้น ร่างกายตอบสนองโดยอัตโนมัติ ไอ้นั่นในกางเกงมันแข็งตึง เนื้อในตัวเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ผมยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังเรียบของเธอ สัมผัสผิวที่เนียนลื่นราวกับแพรไหม เธอตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วผมแตะลงแนวกระดูกสันหลัง
“พี่เงี่ยนใช่ไหม” เธอกระซิบข้างหู เสียงแหบพร่าราวกับหมาหิวน้ำ
ผมพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับท้ายทอยเธอ ดึงเข้ามาจูบ ปากของเธออิ่มนุ่ม มีกลิ่นหอมของลิปสติกราคาถูกผสมกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ลิ้นของเธอร้อนและกล้าได้กล้าเสีย ดันเข้าไปในปากผมไม่ยั้ง
เธอรูดซิปกางเกงผมลง มือเล็กๆ สอดเข้าไปคว้าควยที่แข็งค้างอยู่ภายใน ผมสะดุ้งทั้งตัว ความรู้สึกของมือเธอที่อุ่นและกระชับจับต้องตรงนั้น มันทำให้หัวสมองผมแทบดับวูบ เธอค่อยๆ ขยับมือขึ้นลงอย่างช้าๆ จนผมต้องกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อไม่ให้ครางออกมา
“ให้ผมเย็ดนะ” ผมถามออกไปตรงๆ ตอนนั้นไม่คิดอะไรแล้ว ความต้องการมันท่วมท้น
เธอพยักหน้าแล้วถอยไปนอนลงบนพื้นปูนที่เต็มไปด้วยฝุ่น เบาะรองเพียงผ้าเดรสที่เธอเพิ่งถอดทิ้ง เธอกางขาออกให้ผมเห็นหีของเธอที่ชื้นแฉะ ขนบริเวณนั้นถูกเล็มมาพอเหมาะ เนื้อแดงๆ อวบอิ่มบวมตึง
ผมคลานเข้าไปคั่นระหว่างขาเธอ ควยผมชี้ตั้งโด่ พร้อมจะเสียบเข้าไปในช่องทางนั้น ผมจับหีของเธอรู้สึกได้ถึงความร้อนและความชื้นที่ปกคลุมปลายนิ้ว หัวควยผมแตะที่ปากหีของเธอ สากนิดๆ ตอนเสียดสีกับเล้าโลมที่บวมเป่ง
เธอส่งเสียงครางอู้อี้ในลำคอ ขาสองข้างของเธอเกี่ยวรัดรอบเอวผมแน่น มือเล็กๆ ของเธอดึงสะโพกผมเข้ามาใกล้ ผมแทรกตัวเข้าไปช้าๆ ความเสียวมันแล่นจากปลายควยไปจนถึงปลายมือปลายเท้า ภายในของเธอร้อนและรัดตัว รอยหยักของเนื้อในหีบีบรัดทุกมิลลิเมตรที่ผมสอดใส่เข้าไป
ผมเริ่มขยับ ก่อนช้าแล้วค่อยเร่งจังหวะ เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องไปทั่วห้องเล็กนั้น เสียงน้ำหีที่ถูกเสียบไซ้ดังแฉะชัดเจน เธอสะบัดศรีษะไปมา ผมของเธอกระจัดกระจายบนพื้นหินอ่อนเก่าแก่ ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยอารมณ์ เรื่องเสียว
“พี่ครับ…พี่ครับ…อีก…อีก” เธอแผดเสียงร้อง ขาสองข้างเกร็งรัดรอบตัวผมแน่นขึ้น ความเสียวในตัวผมมันทวีขึ้นทุกที ผมโน้มตัวลงไปซบอกเธอ กัดที่หัวนมเล็กน้อย ลิ้นตวัดเลียเป็นวงกลมไปมา ร่างเธอกระตุกเป็นระลอก
ผมเย็ดเธอหนักขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าหัวควยของผมกระทบถึงปากมดลูกของเธอทุกครั้ง แรงเสียดทานภายในทำให้ผมต้องกัดฟันทนไว้ ไม่อยากแตกเร็วเกินไป ความเสียมันแล่นพล่านไปทั่วตัว ผมรู้สึกเหมือนกำลังจะระเบิด
ตอนนั้นเองที่เธอส่งเสียงร้องยาว พร้อมกับร่างกายที่เกร็งแข็งราวกับชัก ร่างของเธอกระตุกถี่ๆ ขณะที่หีของเธอบีบรัดควยผมเป็นจังหวะ น้ำในหีของเธอไหลทะลักออกมาทำให้ผมแทบเสียหลัก ผมทนไม่ไหวอีกต่อไป ปล่อยน้ำควยเข้าไปในตัวเธอเป็นทางยาว ความเสียวแล่นจากไขสันหลังขึ้นไปจนถึงขั้วสมอง
ผมทรุดตัวลงทาบทับเธอ หายใจกระชั้นถี่ ร่างกายทั้งสองเปียกชุ่มด้วยเหงื่อ กลิ่นของเหงื่อและน้ำหีปนกันคละคลุ้งอยู่ในอากาศรอบตัว เธอกอดผมแน่น ตัวสั่นน้อยๆ เหมือนกำลังร้องไห้หรือหัวเราะ ผมแยกไม่ออก
เรานอนนิ่งกันอยู่อย่างนั้นหลายนาที ท่ามกลางความวังเวงของห้างร้างที่เคยมีผู้คนจอแจ ไฟตะเกียงค่อยๆ ริบหรี่ลงจนเกือบมืดสนิท ผมลุกขึ้นเก็บเสื้อผ้าใส่ เธอก็นั่งลงบนโซฟาเก่าๆ นั้น มองผมด้วยแววตาแปลกๆ
ก่อนจะเดินจากไป เธอพูดกับผมว่า “อย่าลืมเอาถุงขนมจีบกลับไปนะ”
ผมหัวเราะเบาๆ แล้วเดินออกจากร้านเนื้อ เธอยังคงนั่งอยู่ที่เดิม มองผมเดินหายไปในความมืดของห้างเก่าแก่ บางรักยามนั้นเงียบสงัดราวกับโลกนี้เหลือแค่ผมกับความทรงจำที่ทั้งเสียวและแปลกประหลาด
นั่นครับ ประสบการณ์ที่ผมจะจำไปอีกนาน คิดถึงทีไรก็รู้สึกทั้งขำทั้งเสียว ที่สำคัญคือทุกครั้งที่เห็นลิฟต์ห้างร้านหรือซึมซับบรรยากาศของตึกร้าง ผมจะนึกถึงร้านเนื้อทอดที่ไม่มีเนื้อทอดเลยสักชิ้น แค่อยากบอกทุกคนว่า ของฟรีในโลกราคามันแพงเสมอ ไม่ต้องถึงกับต้องจ่ายเป็นเงิน แต่มันอาจจะจ่ายเป็นความทรงจำที่ลบไม่ออกก็ได้
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM








