เรื่องเสียว สาวเสิร์ฟห้างประตูชัย
“น้องครับ น้ำเปล่าขวดนึง” เสียงทุ้มนั่นดังขึ้นจากโต๊ะมุมในร้านก๋วยเตี๋ยวเล็ก ๆ ที่ฉันทำงานอยู่ ห้างเก่าตึกนี้เปิดมานานตั้งแต่ยุค 30 กว่าแล้ว แอร์ไม่เย็น พัดลมเพดานหมุนเอื่อย ๆ กลิ่นน้ำส้มควันไม้ปนกลิ่นทอดมัน ฉันยกน้ำไปส่ง มือบาง ๆ ของเขาจับแก้วไว้ พร้อมสายตาที่มองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า
เขาผมยาวประบ่า ไว้หนวดเครารก ๆ เสื้อยืดคอกว้างสีดำ กางเกงยีนส์ขาด ดูอายุราว ๆ 25-26 ปี ท่าทางเหมือนคนเมืองเหนือที่กลับมาเยี่ยมบ้าน ประมาณนั้น ฉันรีบก้มหน้ากลับมาเขียงเตี๋ยว หัวใจเต้นแรงแบบไม่รู้สาเหตุ
ร้านของป้าแต๋นอยู่ชั้นล่างสุดของห้าง ตรงข้ามกับร้านขายรองเท้าผ้าใบแบรนด์เกาหลีปลอม ปกติคนแถวนี้จะรู้จักกันหมด แต่ฉันไม่เคยเห็นผู้ชายคนนี้มาก่อน เพื่อนร่วมร้านอีกคนคือเจี๊ยบ สาวอีสานที่เพิ่งย้ายมาจากร้อยเอ็ด เธอกระซิบ “คนนั้นหน้าตาเข้มดีเนาะ หมอนขอนแก่นบ้านเฮาเค้าไม่ได้แนวนี้”
รอบบ่ายคนบางตา เสียงจานชามกระทบกันเบา ๆ ดังสลับกับเสียงเปิดขวดน้ำอัดลม เขาสั่งก๋วยเตี๋ยวน้ำใสเพิ่มอีกชาม คราวนี้ฉันต้องเดินไปรับออเดอร์ที่โต๊ะ “เอาเส้นเล็กใส่ลูกชิ้นปลา ไม่เอาถั่วงอกครับ” พูดแล้วยิ้ม ฟันขาว สบตาฉันนิ่งจนแทบไม่กระพริบ
ฉันเขียนออเดอร์ลงกระดาษชำระ มือไม้สั่น เขาเอ่ยชื่อตัวเอง “ชื่อป้องนะครับ น้องชื่ออะไร” เสียงอ่อนโยน แต่แฝงอำนาจบางอย่าง ฉันบอกชื่อตัวเอง แล้วรีบเดินหนีไปที่ครัว ป้าแต๋นกำลังต้มเส้นอยู่ หันมาถาม “คนนั้นมันมาจีบหลานหรือไง” ฉันส่ายหน้า แต่หน้าร้อนผ่าวตั้งแต่ลำคอไปถึงใบหู
ผ่านไปเกือบชั่วโมง เขายังไม่ไปอีก นั่งดูดบุหรี่อยู่หน้าร้าน มองออกไปนอกประตูเลื่อนที่เป็นรอยขีดข่วน จับจ้องป้ายไฟนีออนที่กระพริบเป็นจังหวะแล้วหันมามองฉันเป็นระยะ บรรยากาศในห้างเก่าตึกเริ่มมืดลงเพราะแสงแดดยามบ่ายส่องไม่ถึง พัดลมเพดานยังหมุน ช่างตัดผมฝั่งตรงข้ามปิดร้านแล้ว
เจี๊ยบบอก “เดี๋ยวพี่ไปซื้อขนมก่อนนะ ฝากร้านหน่อย” แล้วก็หายไป เหลือฉันกับป้าแต๋นที่กำลังนอนหลับอยู่บนม้านั่งหลังเคาน์เตอร์ เสียงกรนเบา ๆ ดังสลับกับเสียงรถมอเตอร์ไซค์ข้างนอก โต๊ะของเขายังมีคนนั่ง ฉันเดินไปเก็บจาน เขาจับข้อมือฉันเบา ๆ “น้องครับ มีอะไรให้พี่ช่วยไหม วันนี้ดูน้องเหนื่อย ๆ”
ฉันสะดุ้งแต่ไม่ชักมือกลับ เพราะสัมผัสอุ่น ๆ จากฝ่ามือของเขาทำให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ “ไม่เป็นไรค่ะ พี่ป้อง หนูโอเค” เสียงตัวเองเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน เขาปล่อยมือ แต่สายตายังจ้อง เหมือนรออะไรบางอย่าง
นาทีนั้นฉันรู้สึกถึงความต้องการบางอย่างที่ค้างคาในอก มันเป็นอารมณ์ที่ฉันไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิตวัย 24 ปีที่ทำงานหาเลี้ยงตัวเองตั้งแต่เรียนจบ ม.6 เสื้อฟ้าของฉันรัดรูปเพราะเหงื่อซึม รักแร้เริ่มเปียก เขาลุกขึ้นยืน เดินมาที่เคาน์เตอร์ชำระเงิน หยิบธนบัตรร้อยบาทวาง แล้วพูดเสียงแผ่ว “น้องเลิกกี่โมงครับ”
“สองทุ่มค่ะ” ฉันตอบโดยไม่ทันคิด เขาพยักหน้าแล้วเดินออกไป มือล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ หลังกว้างท่ามกลางแสงสลัวของห้างเก่า
ฉันนั่งลงที่เก้าอี้พลาสติก ใจยังไม่สงบ ป้าแต๋นตื่นขึ้นมาถามว่าจะกลับหรือยัง ฉันบอกอีกสองชั่วโมง ป้ายิ้มแล้วบอกให้เก็บเงินใส่ลิ้นชักก่อนกลับ ตอนนี้ร้านว่างแล้ว มีแต่ฉันกับแมวลายสลิดที่นอนขดอยู่หน้าร้าน
สองทุ่มตรง ฉันปิดประตูกระจก เหลือบไปเห็นเงาคนนั่งอยู่ที่ม้านั่งหน้าลิฟต์เก่าที่ไม่มีใครใช้ เป็นผู้ชายคนเดิม เขาลุกขึ้นเดินตรงมา “กลับกันไหมครับ ผมอยู่ซอยหลังวัด” ฉันพยักหน้าโดยไม่ถามเหตุผลใด ๆ
เดินออกจากห้างเก่าตึกสู่ถนนที่เงียบเพราะร้านปิดกันหมดแล้ว ตะเกียงไฟฟ้าส่องสว่างเป็นทางยาว เขาเดินชิด ซ้ายมือแตะเอวฉันเบา ๆ “น้องไม่กลัวพี่หรือเปล่า” “ไม่กลัวค่ะ” ฉันตอบ ทั้งที่จริงกลัวแต่ก็อยากรู้
ห้องเช่าของเขาอยู่ตึกแถวสองชั้นแถวหลังวัด เสียงสุนัขเห่าเป็นระยะ บันไดไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดเมื่อเดินขึ้นไปชั้นบน ประตูห้องเปิดออก เผยให้เห็นที่นอนบาง ๆ กองเสื้อผ้ากับหนังสือปกเก่า เขาต้มน้ำให้ ฉันนั่งบนขอบเตียง มือกุมแก้วน้ำร้อน
เขานั่งลงตรงข้าม จ้องมองตาไม่กะพริบ แล้วถามตรง ๆ “คืนนี้อยู่กับพี่ได้ไหม” ฉันก้มหน้า นิ้วมือเกาะขอบแก้วแน่น เสียงในหัวดังอื้อ ทั้งอยากและกลัวปนกัน แต่มือฉันกลับวางแก้วลง แล้วค่อย ๆ ยื่นไปหาเขา
เขาจับมือฉันไว้ กดลงบนหน้าขาที่แข็งแรง ลมหายใจเริ่มติดขัด ความเงียบนอกจากเสียงพัดลมกับหัวใจที่กระหน่ำ ฉันเงยหน้าขึ้นสบตา ริมฝีปากเขาเกือบแตะแก้ม “พี่จะไม่รีบ” กระซิบเบา ๆ เหมือนสายน้ำในลำธารหน้าฝน
มืออีกข้างเขาลูบแผ่นหลังฉันผ่านเสื้อฟ้าบาง ๆ ปลายนิ้วสะกิดตะขอเสื้อในด้านหลัง แก้มของฉันร้อนผ่าวจนรู้สึกได้ถึงคลื่นความร้อนที่แผ่ซ่านลงสู่ท้องน้อย ความเสียววาบเริ่มแล่นจากปลายเท้าขึ้นมาจนใต้ราวนม เขาปลดกระดุมเม็ดแรกบนเสื้อฉันช้า ๆ ทั้งที่มือเขาก็สั่นระริกเหมือนกัน
คืนนี้จะยาวนาน ดิฉันรู้ดี
เสื้อฟ้าสีอ่อนถูกปลดจนหมดกระดุม มือหนาของเขาสอดเข้าไปใต้เสื้อกล้ามตัวบางที่ฉันใส่อยู่ ดิฉันแทบจะกลั้นหายใจเมื่อปลายนิ้วของเขากลัดไปตามชายโครง ลากยาวมาจนถึงช่วงท้องน้อยที่เริ่มเกร็ง
“พี่…” เสียงฉันสั่น มือทั้งสองข้างจับไหล่เขาไว้แน่น ไม่รู้ว่าจะดันออกหรือดึงเข้ามาใกล้กว่านี้
เขาไม่พูดอะไร เพียงแต่ก้มลงจูบที่ไหปลาร้า แผ่วเบาจนขนลุกซู่ ใบหน้าของดิฉันร้อนผ่าว รู้สึกได้ถึงคลื่นความร้อนที่แล่นจากหน้าอกลงสู่ท้องน้อย มันเริ่มชื้นระหว่างขาแล้ว
“เดี๋ยวดิฉันปิดประตู” ฉันกระซิบ แล้วคลานข้ามตักเขาไปปิดประตูห้องพักหลังร้านด้วยมือที่สั่นเทา กลอนประตูไม้ดังคลิก เขาลุกขึ้นเดินมาจับเอวฉันจากด้านหลัง ซุกจมูกที่ต้นคอ สูดกลิ่นเหมือนคนกำลังเมา
“หอมจัง” เสียงเขาทุ้มลึก ปลายลิ้นแตะใบหูฉันแผ่วเบา ขาสองข้างของฉันแทบจะยืนไม่อยู่ มือที่จับขอบประตูเริ่มเกร็ง ต้องหันกลับมาสบตาเขาในความมืดสลัวของห้องที่มีเพียงแสงจากหน้าต่างเล็ก
ดิฉันคว้าหมับที่ขอบกางเกงยีนส์ของเขา แล้วดึงลงช้า ๆ เข็มขัดหนังสีดำหลุดออกด้วยมือที่ไร้ประสบการณ์ เสียงลมหายใจของเขาถี่ขึ้นตามลำดับ กางเกงยีนส์หลุดลงมากองที่ข้อเท้า ข้างในมีเพียงกางเกงในสีเทาเข้มที่ตึงแน่นจนเห็นรอยนูนชัดเจน
เลือดสูบฉีดไปที่แก้มและท้องน้อยของฉัน เกิดเป็นความเสียววาบที่แล่นขึ้นมาจนถึงปลายมือ ฉันค่อย ๆ ย่อตัวลง แล้วใช้หลังมือลูบไล้ไปตามต้นขาด้านในที่กำยำ ผิวของเขาอุ่นและแน่น ขนขาเป็นเส้นละเอียดสัมผัสปลายนิ้วของดิฉัน
เขาคว้าข้อมือฉันขึ้นมา แล้วดึงให้ยืน มืออีกข้างสอดเข้าใต้กระโปรงสั้นของชุดพนักงาน ปลายนิ้วแตะขอบกางเกงในผ้าฝ้ายที่เริ่มชุ่มโชก ดิฉันเองก็ไม่คิดว่าจะชื้นขนาดนี้ เพียงแค่ถูกสัมผัสก็แทบจะทรุด
“พี่…เชิญพี่เลย” ดิฉันกระซิบข้างหูเขา เป็นคำที่กล้าพูดออกไปทั้งที่หน้าแดงกร่ำ เสียงหัวใจดิฉันดังจนนึกว่าเขาได้ยิน
เขาอุ้มฉันไปวางบนเตียงแคบ ๆ ที่มีเพียงเสื่อพลาสติกปูทับฟูก ค่อย ๆ ถอดกระโปรงกับกางเกงในของดิฉันออก ทิ้งให้เหลือเพียงเสื้อกล้ามตัวเดียวที่พับขึ้นมาจนถึงราวนม ตอนนี้ดิฉันเปลือยท่อนล่างเต็มตัว ความรู้สึกเปิดเปลือยผสมกับความกลัวและความใคร่ทำให้ร่างกายสั่นระริก
เขายืนมองฉันอยู่พักใหญ่ ในแสงสลัวดิฉันเห็นควยของเขาที่ตั้งชันแข็งแรง ยาวพอควร หัวมันเป็นมันเงาในที่มืด ฉันเอื้อมมือไปจับมัน สัมผัสที่ร้อนและตึง ก้านควยมีเส้นเลือดนูนแตะปลายมือ เขาสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ แล้วก้มลงมาจูบที่หน้าท้องของฉัน ลากจูบลงต่ำเรื่อย ๆ
เมื่อปลายลิ้นของเขาแตะที่ปากหีของฉัน ดิฉันถึงกับสะดุ้งทั้งตัว มันเป็นจังหวะที่ช้าและแผ่วเบา เหมือนแล่เนื้อปลา ลิ้นของเขากวาดไปตามร่องแล้วหยุดที่เม็ดเล็ก ๆ ที่กำลังบานเต็มที่ ฉันกัดริมฝีปากตัวเองแน่นกลั้นเสียงคราง แต่ก็กลั้นไม่ไหวเมื่อเขาดูดเบา ๆ
“อื้อ…พี่…” เสียงครางหลุดออกมาเป็นจังหวะกับลิ้นของเขา ร่างของดิฉันโยกตามแรงดูดโดยอัตโนมัติ มือข้างหนึ่งจิกหัวเข่า อีกข้างกุมท้ายทอยเขาไว้แน่น ความเสียวแล่นจากปลายเส้นประสาททุกจุดที่ลิ้นของเขากระทำ
เขาขยับขึ้นมาแล้วจ่อปลายควยที่ช่องทางเข้า ดิฉันมองหน้าเขาในความมืด เห็นดวงตาที่วาววับด้วยความต้องการ เขาค่อย ๆ ดันหัวควยเข้าไปช้า ๆ ลึกขึ้นทีละน้อย ดิฉันกลั้นหายใจ ผนังช่องคลอดบีบรัดรับการสอดใส่ที่แน่นและร้อน
“อา…พี่คับ…” เสียงฉันแทบจะแหลกสลายเมื่อเขาสอดเข้าไปจนสุด ความรู้สึกแน่นและเต็มคราวเดียวทำให้หลังของฉันแอ่นรับ หัวนมที่เสียดสีกับเนื้อตัวของเขาทำให้ทั้งตัวยิ่งไวต่อสัมผัส
เขาเริ่มขยับเข้าออกช้า ๆ จังหวะสม่ำเสมอ ควยของเขาลูบผ่านผนังด้านในทุกครั้งที่ดันเข้ามา ฉันขัดขาทั้งสองข้างไว้ที่เอวของเขา ปล่อยให้เขากระแทกเข้าใส่ที่หยั่งลึก เสียงเนื้อกระแทกเนื้อดังก้องในห้องเล็ก กับเสียงครางที่ปนกับเสียงลมหายใจหอบถี่
“ดิฉัน…ใกล้แล้วพี่…” ฉันบอกเขาเมื่อความรู้สึกจุกเสียดเริ่มรวมตัวที่ท้องน้อย เขาไม่เร่ง เพียงแต่เปลี่ยนจังหวะเป็นเร็วขึ้นเล็กน้อย ขยับอย่างหนักหน่วงแต่ไม่รุนแรงบาดเจ็บ ร่างของฉันเริ่มโยกตามมันโดยอัตโนมัติ
แล้วมันก็มาถึง เมื่อเขากระแทกเข้าใส่คราวหนึ่งตรงจุดที่ใช่ ความเสียววาบก็พลุ่งพล่านจากท้องน้อยกระจายไปทั่วร่าง ฉันร้องออกมาเสียงดัง กัดไหล่เขาไว้แน่นขณะที่ร่างกายบีบรัดควยของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ตามด้วยคลื่นความร้อนที่ถาโถมไม่ขาดสาย
เขาก็ถึงจุดแตกเช่นกัน ในขณะที่ดิฉันยังบีบรัดตัวเขาอยู่ เขากระแทกเข้าลึกอีกสองสามที แล้วปล่อยน้ำในตัวฉัน ร้อนผ่าวจนกระตุ้นให้ร่างกายของดิฉันหลั่งตามอีกระลอก เสียงครางต่ำ ๆ ของเขาปะปนกับเสียงครางแหลมของฉันในห้องที่ไม่มีใครได้ยิน
หลังจากเสร็จ เขาก็ยังไม่ถอนตัวออก นอนทับฉันเบา ๆ หน้าผากชนหน้าผาก ลมหายใจของทั้งคู่ยังไม่เป็นจังหวะ ดิฉันซุกหน้ากับซอกคอเขา ได้กลิ่นเหงื่อและกลิ่นกายที่คุ้นเคยจากการเจอกันทุกวัน
ดิฉันลืมตาขึ้นมองเพดานห้างเก่าที่มีรอยน้ำฝนซึมเป็นหย่อม ๆ นึกถึงเมื่อกี้ที่ทั้งสองคนกลายเป็นคนบ้าในห้องพักพนักงาน ร่างกายยังสั่นซ่าแต่ใจกลับสงบ
เขาค่อย ๆ ถอนตัวออก แล้วหันมาจูบหน้าผากฉันเบา ๆ “เดี๋ยวพี่เอาผ้าไปล้าง” พูดแล้วก็ลุกไป หยิบกางเกงในที่เปื้อนทั้งของเขาและของฉันไปที่ก๊อกน้ำ กลับมาพร้อมผ้าชุบน้ำอุ่น ค่อย ๆ เช็ดตามต้นขาและหว่างขาของฉันอย่างทะนุถนอม
ดิฉันนอนมองเขาในเงามืด ไม่ต้องมีคำพูดอะไรอีกแล้ว ความสัมพันธ์ของสองคนในห้างเก่าแห่งนี้คงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่สำหรับคืนนี้ มันคือความต้องการของร่างกายที่ทั้งคู่ยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไข
บางทีการเป็นสาวเสิร์ฟในห้างเก่าตึกนี้ก็มีข้อดีตรงที่เรียนรู้ว่าความต้องการของมนุษย์มันธรรมดาที่สุดในโลก และดิฉันก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่วันนี้ยอมปล่อยให้ความรู้สึกนำทางโดยไม่เสียใจภายหลัง
แล้วคุณล่ะ เคยมีคืนที่ปล่อยให้ความเสียวครอบงำและไม่เสียใจทีหลังไหม?
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM








