เรื่องเสียว ความเงี่ยนที่ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด
ตัวฉันเองไม่เคยคิดเลยว่าร้านกาแฟข้างปากซอยที่เดินผ่านทุกเช้าจะเปลี่ยนชีวิตฉันไปตลอดกาล มันเป็นร้านเล็กๆ มีเพียงโต๊ะเหล็กสี่ตัวตั้งเรียงอยู่หน้าร้าน หลังคามุงจากเก่าๆ แต่กลิ่นกาแฟคั่วใหม่หอมกรุ่นไปทั่วทั้งถนนเส้นนั้น ยิ่งตอนสายๆ แดดเริ่มแรง กลิ่นมันยิ่งลอยมาเตะจมูกจนต้องแวะ
ตอนนั้นฉันเพิ่งย้ายมาอยู่หอพักแถวนี้ได้เดือนกว่าๆ ทำงานเป็นพนักงานบัญชีบริษัทเล็กๆ แถวบางนา รายได้ไม่มากแต่พอใช้ ยุคเก้าสิบแบบนี้ค่าใช้จ่ายยังไม่แพงเท่าไหร่ แต่ความเหงามันมาเยือนทุกครั้งที่กลับหอตอนค่ำๆ ฉันเลยติดนิสัยแวะร้านกาแฟนี้ทุกเช้าก่อนเข้างาน เป็นกิจวัตรที่ช่วยให้รู้สึกว่ายังมีอะไรให้รอคอย
ธีรเดชเป็นคนชงกาแฟประจำร้าน อายุราวๆ สามสิบต้นๆ ผิวสองสี รูปร่างสูงโปร่ง แต่ไหล่กว้าง เวลาเขายกหม้อทองเหลืองชงกาแฟสด กล้ามเนื้อแขนจะขมับเป็นมัดๆ เห็นชัดผ่านเสื้อยืดคอกลมสีขาวที่ซักจนบาง ฉันไม่เคยคิดจะมองผู้ชายคนไหนนานขนาดนั้นมาก่อน แต่กับเขา มันอดไม่ได้จริงๆ
เช้าวันพฤหัสที่ฝนตกปรอยๆ ฉันเดินขึ้นไปหน้าร้านตอนเกือบแปดโมง เปียกเล็กน้อยเพราะร่มกางไม่ทัน ธีรเดชมองฉันแล้วยิ้มกว้าง “มาเร็ววันนี้นะคะคุณลูกค้า” เสียงเขาทุ้มต่ำแต่ฟังแล้วอบอุ่น ฉันยิ้มตอบ พยายามไม่ให้ตัวเองดูตื่นเต้นเกินไป แต่ข้างในใจมันเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาจากซี่โครง
ฉันสั่งกาแฟร้อนแก้วเดิมที่เคยสั่งทุกวัน เอสเปรสโซเข้มๆ ใส่นมข้นหวานนิดหน่อย เขาพยักหน้าแล้วลงมือชงทันที มือของเขาจับถ้วยกาแฟอย่างคล่องแคล่ว นิ้วเรียวเกร็งเล็กน้อยตอนเทครีมกาแฟลงไป ฉันเผลอจ้องมือนั้นนานเกินไปจนเขาหันมาเห็น เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ยิ้มมุมปากนิดๆ เหมือนกำลังรู้ทันอะไรบางอย่าง
ฝนตกหนักขึ้น ลูกค้าคนอื่นหนีเข้าร้านสะดวกซื้อข้างๆ ฉันเลยกลายเป็นลูกค้าคนเดียวหน้าร้าน ธีรเดชเทกาแฟใส่ถ้วยกระเบื้องสีขาวใบเล็ก วางลงบนโต๊ะตรงหน้าฉัน “วันนี้คงต้องนั่งนานหน่อยนะคะ ฝนไม่รู้จะหยุดเมื่อไหร่” เขาพูดแล้วดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งตรงข้ามฉันทันที ไม่มีพิธีรีตองอะไรทั้งนั้น
ฉันรู้สึกประหม่าจนต้องยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบแก้เขิน แต่ความร้อนของถ้วยก็ทำให้มือฉันสั่น มันไม่ใช่แค่ความร้อนจากกาแฟ มันคือความร้อนจากสายตาที่เขาจ้องมองฉัน ต่างจากทุกวันที่ผ่านมา วันนี้เขาไม่ได้มองฉันแบบพนักงานมองลูกค้า แต่มองแบบที่ผู้ชายมองผู้หญิงที่เขาสนใจ
“ทำงานอะไรครับ เห็นมาทุกเช้าแต่ไม่เคยถามเลย” เขาเริ่มบทสนทนาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ท่าทางผ่อนคลายเหมือนเรารู้จักกันมานาน ฉันบอกว่าทำบัญชี เขาพยักหน้าแล้วเล่าต่อว่าตัวเองเรียนจบวิทยาศาสตร์แต่กลับมาชงกาแฟเพราะชอบ ชีวิตมันแปลกดีนะครับ บางทีสิ่งที่เราคิดว่าควรทำกลับไม่ใช่สิ่งที่เราอยากทำ
ผมเขาดำขลับ เส้นตรง ผมทรงนี้เป็นที่นิยมในยุคนั้น มันถูกตัดสั้นข้างและปล่อยยาวตรงกลาง เวลาลมพัดผ่าน เส้นผมจะปลิวไปมาช่วยขับให้ใบหน้าคมเขาดูมีเสน่ห์มากขึ้น ตาของเขาเป็นตาชั้นเดียว แบบที่ใครหลายคนบอกว่าดุ แต่สำหรับฉันมันดูลึกลับ ราวกับมีอะไรซ่อนอยู่ข้างในที่ฉันไม่มีวันเดาได้หมด
เราคุยกันจนฝนซาง่ายๆ เกือบชั่วโมง เขาชวนฉันไปเดินเล่นที่ตลาดนัดวันอาทิตย์ ฉันตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดเลยแม้แต่วินาทีเดียว ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าการตัดสินใจครั้งนั้นจะพาฉันไปไกลถึงไหน แค่รู้ว่าอยากเจอเขาให้มากขึ้น อยากรู้ว่าคนที่ชงกาแฟให้ฉันทุกเช้าคนนี้เป็นใครกันแน่
พอถึงวันอาทิตย์ ฉันแต่งตัวนานผิดปกติ เลือกชุดเดรสสีขาวลายดอกไม้เล็กๆ ที่ซื้อมาจากตลาดนัดตรงสะพานควาย ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เก่ง หวีผมยาวที่เพิ่งดัดลอนใหม่ๆ ทา lipstick สีชมพูที่ซื้อจากคลินิคความงามตรงสยามสแควร์ กระจกบานเก่าในหอพักสะท้อนให้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีแววตาตื่นเต้นรอคอยอะไรบางอย่าง
ธีรเดชมารับฉันที่ปากซอย ขับรถกระบะโตโยต้าสีฟ้าอมเทาที่เห็นว่าประกบข้างตลาดแล้ว ยุคเก้าสิบรถแบบนี้ขายดี เครื่องยนต์เก่าแต่ยังวิ่งได้คล่อง เขาลดกระจกลงแล้วโบกมือให้ฉันขึ้นรถ พอฉันนั่งข้างเขา กลิ่นสบู่และน้ำหอมแบบผู้ชายโชยมาจางๆ กวนประสาทเอาหมดหัวใจ
เราไปเดินตลาดนัดจตุจักร ซึ่งยุคนั้นคนยังไม่เยอะเท่าปัจจุบัน เดินเรื่อยเปื่อยผ่านร้านขายเสื้อผ้า ต้นไม้ กับของเก่า บรรยากาศร้อนอบอ้าว แต่เขาคอยร่มให้ฉันตลอดเวลา บางครั้งแขนของเขาก็บังเอิญถูกแขนฉัน มันเหมือนมีไฟฟ้าสถิตย์วิ่งผ่านผิวหนังจนขนลุก ตอนนั้นฉันรู้ตัวแล้วว่ารู้สึกกับเขาเกินกว่าแค่คนรู้จัก
ถึงตอนเย็นเขาแวะพักที่ร้านอาหารเล็กๆ แถวหลังสวนจตุจักร สั่งข้าวผัดกระเพราหมูใส่ไข่ดาวให้ฉันโดยไม่ต้องถามว่าจะกินอะไร เขาจำได้ว่าเมื่อครั้งที่คุยกันที่ร้าน ฉันบอกว่าชอบกินข้าวผัดกระเพรา เรื่องเล็กๆ แบบนี้สำหรับผู้ชายส่วนใหญ่คงผ่านไป แต่เขาจำได้ มันทำให้หัวใจฉันละลายเป็นน้ำ
กินเสร็จเขาไม่ได้พาฉันกลับทันที แต่ขับรถพาไปทางรังสิต ที่ตรงนั้นมีทุ่งนาโล่งๆ กว้างใหญ่ มองเห็นท้องฟ้าสีส้มแดงตอนใกล้พลบค่ำ เขาจอดรถข้างทางแล้วหันมามองฉัน “วันนี้สนุกไหมครับ” ฉันพยักหน้าตอบ แต่ในใจกำลังคิดอะไรอย่างอื่นที่ไม่ใช่คำตอบที่ตรงไปตรงมา
ในรถมีแค่เราสองคน ความเงียบเริ่มถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่หนักขึ้นของทั้งคู่ เขาเอื้อมมือมาจับมือฉัน นิ้วของเขาสอดประสานกับนิ้วของฉัน แนบแน่นพอให้รู้สึกถึงชีพจรที่เต้นแรง ฉันเงยหน้ามองเขา รอบข้างมืดแล้ว มีเพียงแสงไฟจากแผงหน้าปัดเรืองรองอ่อนๆ ส่องกระทบใบหน้าของเขา
“ฉันชอบคุณนะครับ ตั้งแต่แรกเห็นเลย” เขาพูดขึ้นมาลอยๆ แต่เสียงหนักแน่นเหมือนพูดออกมาจากหัวใจจริงๆ ฉันไม่รู้จะตอบยังไง เลยเลือกตอบด้วยการยกมือข้างที่ว่างขึ้นลูบใบหน้าแก้มสากๆ ของเขา หนวดเคราขึ้นเล็กน้อยจากที่ไม่ได้โกนทั้งวัน สัมผัสนั้นมันหยาบกร้านแต่กลับทำให้ฉันรู้สึกอยากใกล้ชิดเขายิ่งขึ้น
มือของฉันเริ่มขยับลงมาตามลำคอ สัมผัสผิวหนังที่อบอุ่นของเขา กระดูกไหปลาร้าแข็งๆ ยื่นออกมาใต้เสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลเข้มที่เขาใส่ ฉันดึงปกเสื้อของเขาเล็กน้อย เปิดกระดุมเม็ดแรกออก เขาไม่รอช้าให้ฉันทำต่อ มือใหญ่ของเขาคว้าที่เอวฉันแล้วดึงเข้าไปใกล้ ริมฝีปากของเราประกบกันในที่สุด
จูบแรกของเรามันทั้งร้อนและแรง เขาดูดกลืนริมฝีปากฉันราวกับว่ามันคือน้ำหวานที่เขากระหายมานาน ลิ้นของเขาสอดเข้ามาในปาก พลิกคว่ำไปมา กัดเม้มอย่างไม่รีบร้อนแต่มุ่งมั่น มือของฉันเกาะไหล่เขาไว้แน่น ร่างกายทั้งร่างสั่นสะท้านไปกับความรู้สึกที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน มันไม่ใช่แค่จูบ มันคือการประกาศว่าเราจะไม่หยุดแค่นี้
เมื่อเขาเริ่มถอดเสื้อของฉันออก ผ้าฝ้ายของเดรสขาวถูกเลิกขึ้นจนเห็นเสื้อชั้นในลูกไม้สีครีม เขาหยุดจ้องมองแล้วใช้ปลายนิ้วลูบไปตามแนวรอยต่อของเนื้อผ้า ก่อนจะก้มลงมาจูบตรงเนินอกที่โผล่พ้นขอบเสื้อ ฉันหลับตา ปล่อยให้ความร้อนจากริมฝีปากเขาเผาผลาญผิวหนังทุกตารางนิ้ว รู้สึกว่าตัวเองกำลังละลายไปทีละน้อย
“อย่าคิดมากนะครับ” เขากระซิบข้างหูก่อนจะใช้ฟันเบาๆ งับที่ติ่งหูของฉัน ความเสียวแปลบแล่นจากจุดนั้นลงไปถึงปลายเท้า ฉันกัดริมฝีปากตัวเองแน่นไม่อยากให้เสียงครางหลุดออกมา แต่ร่างกายมันโกหกไม่เป็น เพราะเมื่อมือของเขาสอดเข้าไปใต้กระโปรง ลูบต้นขาข้างในของฉัน ฉันก็ปล่อยเสียงสะอื้นแผ่วๆ ออกมาจนได้
เขาถอยออกมาเล็กน้อย ถอดกางเกงยีนส์ของตัวเองออกไป ทำให้ฉันเห็นควยของเขาตั้งชันผ่านทางกางเกงในสีดำบางๆ กระเด้าตามจังหวะหัวใจที่เต้นแรง ฉันเองก็ถอดของตัวเองจนเหลือแต่กางเกงในผ้าฝ้ายสีอ่อน ตอนนั้นในรถบรรทุกขนาดเล็ก ท่ามกลางทุ่งนากว้างที่มีเพียงเสียงจิ้งหรีด เราสองคนเปลือยเปล่าต่อหน้ากันและกัน ไม่มีความลังเลใดๆ อีกต่อไป
เขาค่อยๆ วางฉันนอนลงบนเบาะหลังที่พับไว้บางๆ ก่อนจะถอดกางเกงในของฉันออกอย่างช้าๆ ตอนที่เห็นหีของฉันเปียกชุ่ม เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ แล้วก้มลงไปเลียตรงนั้นก่อนที่จะเริ่มจริงจังเสียอีก ความร้อนของลิ้นเขาแตะจุดอ่อนไหวที่แห้งเหี่ยวมานาน และเพียงไม่กี่นาที ฉันก็เงี่ยนเต็มที่จนแทบจะขอให้เขาเย็ดฉันเดี๋ยวนี้
ทันทีเขาดันตัวขึ้นมา สายตามองหน้าฉันแวบหนึ่งก่อนจะก้มลงมาจูบที่ริมฝีปากอีกครั้ง รสชาติของน้ำลายเราปนกัน ตอนนั้นฉันรู้สึกได้ถึงปลายควยของเขาที่เสียดสีอยู่ตรงปากหีของฉันเบาๆ เหมือนกำลังถามว่าเอาหรือเปล่า ฉันตอบด้วยการโน้มตัวลงเล็กน้อย เปิดทางให้เขามากขึ้น
“เงียบไว้นะ เดี๋ยวใครผ่านมาได้ยิน” เขากระซิบเสียงแหบ ขณะที่ค่อยๆ ดันควยเข้าไปในตัวฉันช้าๆ ความเสียวที่แล่นจากตรงนั้นไปถึงปลายเส้นผมทำให้ฉันต้องขบปากตัวเองแน่น มันค่อยๆ สอดใส่เข้ามาเรื่อยๆ จนเต็ม รู้สึกได้ถึงความอุ่นและแข็งที่อยู่ในตัว
ฉันแหงนหน้ามองเพดานรถบรรทุกเป็นจุดโฟกัส พยายามหายใจให้เป็นจังหวะ แต่ทุกครั้งที่เขาถอนออกแล้วเสียบเข้าใหม่ เสียงของเหลวที่หีของฉันผลิตออกมาก็ทำให้ทั้งคู่รู้ว่าฉันพร้อมแค่ไหน เขาขยับเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนแทบไม่เหลือจังหวะให้หายใจ
“อื้อ… ช้า… ช้าหน่อย” ฉันเอามือทุบหลังเขาเบาๆ แต่กลับทำให้เขาหัวเราะในลำคอแล้วกระแทกแรงขึ้น ร่างของฉันกระเด้งตามแรงกระทบ เสียงเบาะรองหลังแกรกๆ ไปตามจังหวะที่เขาควบม้า
“ช้าไม่ได้แล้วครับพี่… ตอนนี้ผมเงี่ยนจะตายอยู่แล้ว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ทั้งอ้อนทั้งแข็งกร้าว มือหนาข้างหนึ่งยันพื้นข้างหัวฉัน อีกข้างลูบไล้ต้นขาของฉันไปมาขณะที่ควยเขายังเสียบอยู่อย่างนั้น
ฉันถูกหักหลังด้วยความเสียวที่มาถึงจุดหนึ่งจนต้องปล่อยเสียงครางออกมาเป็นระลอก เขาดันเข้าไปลึกจนเจอจุดอ่อนของฉัน แค่ครั้งสองครั้งก็พอให้ฉันเริ่มแกว่งสะโพกตามสัญชาตญาณ ความเงี่ยนที่เคยมีตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความต้องการที่ควบคุมไม่ได้
“โอ๊ย… ตรงนั้น… แบบนั้นแหละ” ฉันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าปากหลุดพูดออกไป จนเขายิ้มมุมปากแล้วจัดท่าใหม่ ดึงขาฉันพาดบ่าทั้งสองข้าง ตอนนั้นฉันแทบไม่เหลือที่หลบซ่อนใดๆ อีกแล้ว
เขาย่อตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนมุม แล้วเริ่มเย็ดฉันด้วยจังหวะที่เน้นหนักและลึก ควยของเขากระแทกเข้ากับผนังหีทุกครั้งที่พุ่งเข้าไป ทำให้ฉันต้องกัดมือตัวเองไว้เพื่อไม่ให้เสียงดังลั่น แต่มันก็ยังเล็ดลอดออกมาเป็นเสียงอู้อี้
“ชอบไหมครับพี่” เขาถามเสียงต่ำ ใบหน้าใกล้ชิดจนลมหายใจร้อนเป่าร้ายข้างหูฉัน ฉันตอบด้วยการขยุ้มผมเขามาดึงจูบปาก พาอาการเจ็บปวดนิดๆ ทำให้เขาสะดุ้งแล้วยิ้ม
“อยากให้ตายเลย” ฉันพ่นคำออกมา ปนกับเสียงหอบ เสียงของเหลวที่เสียดสีกันตอนนี้ดังจนเกรงว่านกในทุ่งจะบินหนีกันหมด เขาเร่งความเร็วขึ้นไปอีก ไม่มีคำพูด มีแต่เสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ก้องอยู่ในรถบรรทุกแคบๆ
ฉันยกสะโพกขึ้นรับ ห่อหุ้มควยของเขาเอาไว้แน่น ร่างกายตอบสนองโดยอัตโนมัติ ไม่มีสมองส่วนคิดมาควบคุมอีกต่อไป ความเสียวที่สะสมตั้งแต่ปลายเท้าพุ่งขึ้นมาจุดหนึ่งที่ท้องน้อย มันสั่นสะเทือนจนต้องหลับตาแน่น
“พี่ปล่อยเลยนะ… ผมก็ใกล้แล้ว” เขากระซิบข้างหู แต่กลับชะลอจังหวะลงมาอย่างช้าๆ จนฉันแทบคลั่งระงับความต้องการนั้นไว้ ฉันสบถคำหยาบออกมาแผ่วเบา ทำให้เขาหัวเราะแล้วกดจูบที่หน้าผาก
“อยากให้พี่จำตอนที่ปล่อยนะครับ” เขาว่า พร้อมกับขยับเป็นจังหวะสั้นๆ แต่เสียดสีคลึงที่เม็ดคลิตอริสของฉันแน่นๆ ทุกครั้งที่ดัน แค่ไม่กี่รอบฉันก็รู้สึกว่าขอบเขตของร่างกายมันพร่าเลือน
ทุกสิ่งที่ฉันเคยรู้จัก รวมถึงชื่อของตัวเองเริ่มเลือนราง เหลือเพียงความรู้สึกร้อนที่รุมเร้าจากจุดที่ควยเขากำลังเสียบอยู่ มือของฉันควานหาแผ่นหลังเขา แล้วข่วนลงไปเบาๆ จนเขาสะดุ้ง
“เสี้ยว… เสี้ยวจริงๆ เลย” ฉันส่งเสียงหอบ ขณะที่สะโพกเริ่มโยกตามโดยอัตโนมัติ จุดนั้นมันใกล้เข้ามาทุกที ฉันรู้สึกถึงกระแสพลังที่รวมตัวกันที่มดลูก หมุนวนและพร้อมจะระเบิด
เขาพุ่งใส่เร็วขึ้น สองสามครั้งสุดท้ายที่แรงและลึกจนเบาะรองหลังแทบจะเลื่อน ฉันกัดหมอนที่พาดหัวไว้แน่นไม่ให้กรีดร้อง แต่เสียงที่เล็ดลอดมากลายเป็นเสียงสะอื้นไห้ ไม่ใช่เพราะเจ็บ แต่เพราะมันเสียวจนสมองสั้น
แล้วมันก็มา ฉันเกร็งตัวงอเหมือนธนูที่ยิงออกไป พร้อมกับเสียงร้องที่ดังไม่ต่างอะไรจากลมหายใจสุดท้าย ความเสียวแผ่ซ่านจากอวัยวะนั้นไปถึงปลายนิ้วมือและนิ้วเท้า ทุกเซลล์ในร่างกายเต้นระริกในเวลาเดียวกัน
ในขณะนั้นเองเขาก็กระแทกแรงสุดท้ายพร้อมกับส่งเสียงครางต่ำๆ ในลำคอก่อนที่จะปล่อยน้ำในตัวฉันจนรู้สึกถึงความอุ่นที่แผ่ซ่าน ร่างของเขาทรุดลงมาซ้อนทับกัน หน้าอกของเขากดทับหน้าอกฉันที่ขึ้นลงไม่เป็นจังหวะ
เราสองคนหายใจแรงอยู่พักใหญ่ ไม่มีใครพูดอะไร มีเพียงเสียงลมที่เป่ากลับเข้าสู่ปกติ ฉันลืมตาขึ้นมองกระจกหน้ารถที่เห็นเงาดวงดาวผ่านฝ้าที่เริ่มจาง
เขายังไม่ถอนควยออก ยังคงเสียบอยู่ในตัวฉันต่อไปอย่างอ่อนแรง มือข้างหนึ่งลูบผมของฉันเบาๆ ดึงความจริงกลับมาหลังจากที่ปลีกวิเวกไปไกลแสนไกล
“อย่าเพิ่งขยับ” เขาพูดแผ่วเบา “ผมอยากอยู่แบบนี้สักพัก”
ฉันยอมโดยดี ตอนนั้นไม่มีอะไรที่อยากทำมากไปกว่าการได้นอนกอดกันในพื้นที่แคบๆ ของรถบรรทุกคันนี้ ท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดที่เริ่มดังขึ้นอีกครั้งราวกับพิธีกรรมหลังจากการจากไปของความวุ่นวาย
แต่นั่นคือเพียงช่วงพักครึ่งเท่านั้น เพราะมือของเขาค่อยๆ เลื่อนลงไปยังหน้าท้องของฉันอีกครั้ง และนิ้วของเขาก็เริ่มไล้ลงไปเบาๆ ที่ขาหนีบของฉัน ความตั้งใจของเขาเริ่มกลับมาเยือนราวกับเพิ่งได้พักหายใจแค่นาทีเดียว
นิ้วของเขาลูบไล้ไปตามแนวขอบกางเกงยีนส์ของฉันช้าๆ เหมือนกำลังรอจังหวะให้ฉันตอบรับอีกครั้ง หน้าอกของฉันกระเพื่อมขึ้นลงเร็วขึ้นโดยอัตโนมัติ ความที่เพิ่งผ่านอะไรกันมาหมาดๆ ทำให้ร่างกายฉันยังชุ่มชื้นและพร้อมสำหรับเขาอีกครั้งอย่างน่าอัศจรรย์
“ธีรเดช” ฉันกระซิบชื่อเขา เสียงแหบแห้งไปหมด “อย่าหยุด”
เขาไม่พูดอะไร แต่ใช้ฟันคาบขอบเอวกางเกงยีนส์ฉันแล้วดึงลงเบาๆ ฉันยกสะโพกขึ้นช่วยเขาให้ถอดกางเกงออกได้ง่ายขึ้น ในความมืดมิดของค่ำคืน ฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่เป่ารดลงบนหว่างขา ก่อนที่ลิ้นของเขาจะแตะต้องจุดที่ชุ่มโชกที่สุดของฉันอย่างแผ่วเบา
ฉันกัดริมฝีปากตัวเองแทบจะขาด เสียงครางแทบจะเล็ดลอดออกมาจากลำคอโดยไม่ตั้งใจ ความรู้สึกเสียวแปลบที่แล่นจากปลายประสาทขึ้นไปจนถึงขั้วสมองทำให้ร่างกายฉันสั่นเทิ้มไปทั้งตัว รสชาติของความใคร่กลมกล่อมอยู่ในอากาศ รสเหมือนกาแฟที่เราเคยจิบตอนบ่ายแก่ๆ วันนั้น
เขายังคงใช้ลิ้นและริมฝีปากรุกไล้ไปทั่วหีของฉันอย่างชำนาญ แต่ละครั้งที่ปลายลิ้นแตะโดนเม็ดเล็กๆ ฉันก็แทบจะกระโดดตัวลอย ความเสียวที่สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ
“พอแล้ว… พอก่อน” ฉันกระซิบทั้งที่ไม่อยากให้เขาหยุดจริงๆ “มาหาฉันเลย”
เขาขยับตัวขึ้นมา ร่างกายกำยำทาบทับลงบนตัวฉันอีกครั้ง คราวนี้ฉันรู้สึกชัดเจนถึงควยของเขาที่แข็งชันเสียดสีกับหว่างขาของฉันผ่านช่องว่างที่ไม่มีสิ่งกีดขวางอีกต่อไป ความร้อนของเขาทำให้ฉันเมามัวราวกับขาดอากาศหายใจ
“โอ๊ย… ธีรเดช” ฉันครางออกมาเมื่อหัวควยของเขาค่อยๆ สวมเข้าไปในหีของฉันอย่างช้าๆ เป็นจังหวะที่ทรมานที่สุดในชีวิต เสียดสีทุกรอยย่นทุกสัมผัสจนฉันต้องดิ้นเร่าๆ
“อือ… ขยับเร็วๆ สิ” ฉันร้องขอด้วยเสียงที่ขาดเป็นห้วงๆ
เขาทำตามที่ฉันขอทันที การกระแทกแต่ละครั้งแรงและลึกจนฉันต้องยกขาขึ้นไปคล้องรอบเอวเขาแน่น เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเสียดหูในความเงียบของทุ่งนา ฉันลืมความเหนื่อยล้าจากรอบแรกไปสนิท ความเสียวที่แล่นไปทั่วร่างกายทำให้ฉันปล่อยตัวปล่อยใจไปกับทุกจังหวะการเย็ดของเขาอย่างเต็มที่
“หีฉันเนียน รัดควยแกดีไหม” ฉันกระซิบข้างหูเขาแบบไม่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป ความเงี่ยนที่ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุดทำให้ฉันกลายเป็นคนละคน
เขาตอบแทนด้วยการกดจูบลงบนปากฉันหนักหน่วง พร้อมกับกระแทกควยเข้าไปในหีของฉันเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนร่างกายของฉันแทบจะไม่เป็นตัวของตัวเอง เสียงครางดังอู้อี้ผสมกับเสียงกระซิบหยาบคายที่ทั้งฉันและเขาแลกเปลี่ยนกันในความมืด เสมือนเป็นเรื่องธรรมชาติที่สุดของสองคนที่กำลังคลั่งไคล้ซึ่งกันและกัน
ฉันรู้สึกถึงความตึงเครียดที่รวบรวมอยู่ที่ท้องน้อย ก่อนที่มันจะระเบิดออกมาอย่างรุนแรง ร่างกายของฉันเกร็งกระตุก รัดควยเขาแน่นจนเขาต้องครางออกมาดังลั่น อีกไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ฉันรู้สึกถึงน้ำของเขาที่ฉีดพุ่งเข้าไปข้างในฉันอย่างร้อนแรง สมกันกับน้ำของฉันที่ไหลรินออกมาโซมกายเราทั้งคู่
เรานอนซบกันอยู่แบบนั้นอีกนาน หายใจหอบหนักไม่เป็นจังหวะ หลังของเขาเปียกโชกชุ่มไปด้วยเหงื่อของฉันและของเขาเองปนเปกันจนแยกไม่ออก ความจริงที่เกิดขึ้นในคืนนั้น ไม่เคยปรากฏอยู่ในความทรงจำของใครที่ไหน นอกจากในใจของฉันและเขา
ตัวฉันเองไม่เคยคิดเลยว่ารสชาติของกาแฟร้อนๆ ในร้านเล็กๆ จะพาฉันมาถึงจุดๆ นี้ แต่บางทีความรักหรือความใคร่ของคนเรามันก็ไม่ได้เริ่มต้นจากเหตุผลที่ซับซ้อนอะไรนักหรอก มันเริ่มจากสายตาที่สบกันในวันที่ฝนตก จากสัมผัสที่จริงใจ และจากความกล้าที่จะยอมเปิดใจให้กับสิ่งที่ตรงหน้า โดยไม่ต้องถามหาคำตอบที่แน่นอนใดๆ ทั้งสิ้น
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM








