Sexy365bet Mahagame66 UFANANCE PANAMA888 Hydra888 sagame1688
รีเก็ม RUAY LOTTOVIP

เอาแม่ของเพื่อนสนิท

เรื่องเสียว เอาแม่ของเพื่อนสนิท

กลิ่นลำไยแห้งปนควันบุหรี่ลอยคลุ้งทั่วลานวัดตอนพลบค่ำ โต๊ะยาวตั้งเรียงเป็นแถว ผ้าปูโต๊ะลายดอกไม้สีแดงสดมีรอยเปื้อนคราบน้ำมันข้าวผัด เสียงผู้ใหญ่ร้องเพลงลูกทุ่งจากเครื่องขยายเก่าๆ ดังลั่นไปถึงหมู่บ้านข้าง ๆ ไฟนีออนสีส้มส่องหน้าคนที่มานั่งร่วมงานเลี้ยงรุ่นโรงเรียนบ้านหนองบัว ปีนี้ครบรอบสิบปีที่เราเรียนจบ ป้าข้างบ้านหิ้วถังน้ำแข็งมาเติม เสียงกระทบกันดังกังวาน ฉันนั่งอยู่ปลายโต๊ะกับแก๊งเพื่อนสนิทผู้หญิงสามคน มือถือแก้วน้ำแดงเย็นฉ่ำที่ผสมเหล้าขาวเอาไว้หน่อย ๆ

งานเลี้ยงรุ่นบ้านเรามันไม่เหมือนในเมือง ที่นี่จัดเป็นบุญใหญ่ญาติพี่น้องมาได้หมด ไม่ใช่แค่รุ่นเราแต่รวมถึงรุ่นพี่รุ่นน้องที่ยังอยู่แถวนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองก็แวะมามุงดูเด็ก ๆ ที่กลับมาจากทำงานต่างจังหวัด บางคนก็เอาเงินออมมาแจกหลานสนุกสนาน บรรยากาศแบบนี้เรียกน้ำย่อยให้คนขี้อายกลายเป็นนักเลงคาราโอเกะไปได้ภายในสามเพลง หมอลำเครื่องขยายเริ่มเปิดเพลงเนือย ๆ ให้คนขยับตัวตามจังหวะ พวกผู้ชายเริ่มทยอยเดินมาขอเบียร์จากโต๊ะเรา

ตอนนั้นอากาศเริ่มเย็น ลมพัดมาทางทุ่งนาด้านหลังวัด เหนื่อย ๆ กับเสียงหัวเราะและเสียงแก้วชนกัน ฉันหันไปเห็นเขานั่งอยู่ใต้ต้นมะขามใหญ่ ตัวคนเดียว ก้มหน้าก้มตาจิบเหล้าขาว ถ้วยกระดาษใบเล็กในมือสั่นน้อย ๆ เขาคือเอก เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยม ตอนนี้ทำงานโรงงานอยู่กรุงเทพฯ ผมสั้นเกรียนใส่เสื้อยืดคอกลมเก่าสีดำกับกางเกงยีนส์ขาด ที่ข้อมือมีสายนาฬิกาข้อมือราคาถูกเส้นเดิมตั้งแต่เรียน

ฉันไม่ค่อยได้เจอเอกตั้งแต่เรียนจบ แต่ความสนิทแบบเด็กบ้านนอกมันทำให้เรายังคุยกันได้เหมือนเดิม ฉันยกแก้วเดินไปนั่งข้างเขา เขาหันมามองแล้วยิ้มแห้ง ๆ ตาแดงจากเหล้า “อีหนู กลับมาได้ไง” เขาพูดเสียงแหบ “กลับมาเยี่ยมแม่” ฉันตอบ แก้วชนกันเบา ๆ เหล้าขาวร้อนไหลคอ กลิ่นฉุนคลุ้ง เราคุยกันเรื่องเก่า เรื่องเพื่อนที่ไปทำงานต่างจังหวัด เรื่องหวยที่ออกเมื่อวาน

เขาจ้องหน้าฉันแปลก ๆ เหมือนกำลังกลั้นอะไรบางอย่าง ฉันเห็นเส้นเลือดที่ขมับเขาปูดขึ้นมาเล็กน้อย ลมหายใจเขามีกลิ่นเหล้าปนกลิ่นบุหรี่แรงมาก ช่วงที่เงียบเสียงหมอลำดังกลบเราสองคน เขาเอื้อมมือมาจับมือฉันเบา ๆ ผิวสัมผัสหยาบกร้านจากแรงงาน ปลายนิ้วเขาสั่น ไม่ใช่หนาว ลมข้างทุ่งนาพัดเอาความเย็นมาปะทะตัวฉัน แต่ความรู้สึกกลับร้อนวูบขึ้นมาที่แก้ม

“อยู่นี่นานไหม” เขาถาม เสียงเบาลง ฉันบอกกลับไปว่าอีกสองวันจะกลับกรุงเทพ เขาก้มหน้าใช้มือขยี้หัวตัวเองแรง ๆ เหมือนกำลังตัดสินใจอะไร ฉันเห็นเขากระตุกยิ้มมุมปากนิด “คืนนี้อยู่เป็นเพื่อนกูหน่อยดิ” น้ำเสียงไม่เหมือนเดิม มันมีอะไรบางอย่างที่ขุ่นมัวปนมาด้วย

เพื่อนคนอื่นเริ่มเมา เลิกกันทีละคนสองคน พวกคุณป้าคุณตาหิ้วกระจาดกลับบ้าน ไฟในงานค่อย ๆ หรี่ลงเหลือแค่หลอดเดียวที่เสาไฟฟ้าหน้าวัด เอกยังนั่งไม่ไปไหน เขาลุกขึ้นเดินไปซื้อเหล้าขาวมาอีกขวดจากร้านค้าในวัด เสียงเปิดจุกดังปั้ง ฉันไม่รู้ว่าทำไมยังนั่งอยู่ ไม่กลับไปนอนที่บ้านทั้งที่ใกล้แค่สองซอย

เราย้ายไปนั่งม้านั่งหินใต้ต้นลำไยหลังศาลาการเปรียญ แสงจากดวงจันทร์ส่องกระทบใบไม้เป็นลายพร้อย เขาเทเหล้าใส่แก้วให้ฉัน แล้วเขาก็ดื่มจากขวดโดยตรง อึกยาว ผิวหนังที่ลำคอกระตุกตามจังหวะกลืน ตาของเขาจ้องฉันไม่วางตอนวางขวดลง

“ตั้งแต่สมัยเรียน กูก็ชอบมึงแล้ว” คำพูดนั้นหลุดออกมาเหมือนถูกสำลักออกมาจากคอหอย ฉันเงียบ ไม่กล้าสบตา หัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงในหู แต่มือของเขาที่วางบนขาของฉันมันชัดเจนกว่า เสียงหายใจเขาหนัก ต่ำ แผ่วเหมือนลมร้อนก่อนฝนตก

เขาขยับเข้ามาใกล้ ริมฝีปากของเขาจ่ออยู่ข้างหูฉัน กลิ่นเหล้าเปรี้ยวคลุ้งน้ำลาย ฉันรู้สึกถึงลิ้นของเขาแตะเบา ๆ ที่ใบหูส่วนล่าง มันชื้น ร้อน ซ่าไปทั้งตัว ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ตาของเขามีเส้นเลือดแดงแต้ม เปลือกตาลืมค้าง มือของเขาลูบไล้จากขาฉันขึ้นมาเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ ผ่านผ้าถุงลายดอกที่ฉันนุ่ง

“เย็ดมึงคืนนี้เลยนะ” เสียงของเขากระซิบแหบห้าว กึกก้องจนรู้สึกถึงแรงสั่นที่ส่งจากหน้าอกเขามาสะท้านข้อศอกฉัน ลมทุ่งนาพัดกระโชกเข้ามาในซอกต้นไม้ ใบลำไยร่วงใส่หัวไหล่เรา เงาจันทร์ทอดยาวเป็นเส้นสีเทากับพื้นคอนกรีตที่แตกระแหง

ลมหายใจของเขาคลุ้งไปทั่วบริเวณใกล้คอฉัน ปากของเขาประกบลงบนลำคอข้างซ้ายของฉัน ริมฝีปากร้อนผ่าวจูบเรื่อยลงมา แนบแน่นราวกับต้องการทิ้งรอยไว้ที่ผิว เสียงสูดหายใจของเขาดังก้องข้างหู ฉันวางมือบนหัวของเขา รู้สึกถึงเส้นผมที่แข็งกระด้างใต้ฝ่ามือ เขาขยับขึ้นมาใช้ฟันกัดเบา ๆ ที่ติ่งหูฉัน แรงพอให้เสียวแปล๊บไปถึงปลายเท้า

เขาดึงผ้าถุงของฉันออกอย่างช้า ๆ ผ้าลื่นหลุดจากเอวไปกองที่พื้น เสียงผ้าตกกระทบพรมหญ้าแห้งดังแผ่วเบา ข้างบนนี้ฉันใส่เพียงเสื้อยืดสีขาวตัวเก่งที่รัดรูปตามช่วงตัว เขาจ้องมองเรียวขาที่เปลือยเปล่าของฉันแวบหนึ่ง มือของเขาลูบตั้งแต่ข้อเท้าขึ้นไปเรื่อยจนถึงต้นขาส่วนใน ผิวของฉันแตกซ่าเป็นทางยาวตามปลายนิ้วที่หยาบกร้านของเขา

“เงี่ยนแล้วใช่ไหม” เขาถาม ฉันไม่ได้ตอบอะไร แต่ร่างกายกลับตอบสนองโดยสั่งไม่ได้ มือของฉันไปดึงขอบกางเกงยีนส์ของเขาเขม่น เสียงซิปที่เปิดออกดังชัดในความเงียบของกลางคืน ข้างในนั้นมีเพียงกางเกงในสีดำที่ตึงรั้งความนูนของของในนั้นเอาไว้ ฉันใช้มือลูบเบา ๆ บนผ้า เห็นเงาของมันขยับกระตุกตอบใต้สัมผัส

เขาดึงกางเกงในของตัวเองลงควยชี้ตั้งตระหง่านออกมาแทบจะทันที เส้นเลือดดำเป็นสายบางพาดอยู่บนลำปลายสีคล้ำ ขนาดเท่าที่ฉันเดาไว้ตอนเด็กมันผ่านการใช้งานมาบ้างแล้วแน่ ๆ ฉันรู้สึกตื่นเต้นปนเสียววาบที่ท้องน้อย มือของเขาเอื้อมมาจับหลังคอฉันก้มลง “อมให้กูหน่อย” เขาสั่งเสียงอู้อี้

ฉันก้มหน้าใช้ริมฝีปากแตะที่ปลายควยของเขา กลิ่นคาวฉุนของหนังและน้ำเหลวใสที่ซึมออกมากระแทกจมูก ลิ้นของฉันแตะวนรอบหัวควยของเขาช้า ๆ เสียงเขาครางต่ำในลำคอ มือของเขาลูบหัวของฉันไว้แน่น “ใช้ลิ้น ใช่เลย” เขาพูดแล้วดันเอวเบา ๆ ให้ควยของเขาลึกเข้าไปในปากของฉันมากขึ้น

เขาเริ่มขยับเอวเป็นจังหวะเรื่อย ๆ กระทั่งควยของเขาเกือบถึงคอหอยของฉัน ฉันรู้สึกเสียวแปลบที่คอหอย ใบหูร้อนวาบ น้ำตาปริ่มขอบตา จังหวะของเขาช้าลงเมื่อเขาดึงออกมา ปลายควยเปียกแฉะด้วยน้ำลายของฉันบนแอ่งตั้งตรง “ขึ้นมาขี่” เขาบอกเสียงสั่น

ฉันค่อย ๆ ยกตัวขึ้นจากหว่างขาของเขา มือเท้าที่พื้นโซฟาแล้วค่อย ๆ ยกสะโพกลงไปหาควยของเขา ปลายควยเสียดสีกับปากหีของฉันที่เปียกแฉะอยู่แล้ว ฉันรู้สึกเสียววาบที่ซอกขาเมื่อหัวควยของเขาแตะต้องจุดนั้น เขามองหน้าฉันด้วยสายตาเรียกร้อง “ลงเลย” เขาบอกเสียงแหบ

ฉันค่อย ๆ หย่อนตัวลง หัวควยของเขาค่อย ๆ สวมเข้าไปในหีของฉันทีละนิด รู้สึกอัดแน่นทะลุปรุโปร่งไปทั้งตัว ฉันกัดริมฝีปากแน่นเมื่อควยของเขาจมลงจนสุดโคน ขนหัวหน่าวของเขาเสียดสีกับของฉัน เขาครางต่ำในลำคอ “หีมึงแน่นชะมัด” เขากระซิบ

ฉันเริ่มขยับสะโพกขึ้นลงช้า ๆ จังหวะแรกยังไม่ถนัดนัก เขาจับเอวฉันไว้แล้วช่วยบังคับทิศทาง “ช้าช้าตอนแรก” เขาบอก มือของเขาลูบไปตามต้นขาของฉันที่อยู่บนตักเขา ความรู้สึกเสียวซ่านแผ่ซ่านจากจุดที่เชื่อมต่อกันไปทั่วทั้งตัว

เสียงของเราในห้องเงียบสงัดนอกจากเสียงครางแผ่วเบาและเสียงเนื้อกระทบกันเป็นจังหวะ ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา เขาหลับตา ผิวหน้าแดงเรื่อด้วยอารมณ์ ริมฝีปากของเขาเม้มแน่น ฉันรู้สึกได้ถึงควยของเขาที่แข็งค้างอยู่ในหีของฉัน มันอบอุ่นและแน่นหนา

“ขยับเร็วขึ้นหน่อย” เขาบอก ฉันเร่งจังหวะขึ้นเล็กน้อย สะโพกของฉันกระแทกลงบนตักเขาถี่ขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงเนื้อกระทบดังเปาะแปะในห้อง ฉันเริ่มหายใจถี่ขึ้นตามจังหวะ

เขาลืมตาขึ้นมองฉันแล้วเอื้อมมือมาจับแก้มฉัน “สวยนะมึง” เขาพูดเบา ๆ เหมือนพูดกับตัวเอง ฉันยิ้มแล้วโน้มตัวลงไปจูบเขา ริมฝีปากของเราประสานกัน ลิ้นของเขาสอดเข้ามาในปากฉัน ฉันดูดริมฝีปากเขาเบา ๆ

ในขณะที่เราจูบกัน เขาก็เริ่มขยับสะโพกขึ้นลงสวนกับจังหวะของฉัน ควยของเขาดันลึกเข้าไปทุกครั้ง ฉันรู้สึกถึงหัวควยที่กระทบกับผนังหีด้านใน ฉันครางในลำคอเมื่อเขาดันแรงขึ้น “เสียวไส้มึง” เขาถามพลางหยุดจูบ ฉันพยักหน้ารัว ๆ “มาก” ฉันตอบเสียงสั่น

เขาจับเอวฉันให้หยุดขยับ แล้วดึงควยของเขาออกจากหีฉัน มันเปียกแฉะมีน้ำใส ๆ เหนียวติดเป็นสาย เขาจับฉันให้พลิกตัว จากนั้นเขาก็ให้ฉันคว่ำหน้าลงบนโซฟา ฉันยันตัวด้วยข้อศอก เขาจับเอวฉันให้สูงขึ้นแล้วค่อย ๆ เสียบควยของเขาเข้ามาจากด้านหลัง

ครั้งนี้ลึกกว่าเดิมมาก ฉันรู้สึกถึงแรงกระแทกที่ก้น หัวควยของเขาเสียดสีกับจุดเสียวของฉันทุกครั้งที่ดันเข้า ฉันก้มหน้าลงไปที่หมอน กำหมัดแน่น “เย็ดหีมึงโคตรดีเลย” เขาพูดพลางกระแทกแรงขึ้น ฉันครางเสียงดังออกมาโดยไม่ตั้งใจ

เสียงของเราดังไปทั่วห้อง เขาใช้มือข้างหนึ่งจับเอวฉันไว้ มืออีกข้างจับหัวไหล่ฉันเพื่อทรงตัว จังหวะของเขาเร็วและแรงขึ้นเรื่อย ๆ ฉันรู้สึกว่าหีของฉันบีบรัดควยของเขาแน่นทุกครั้งที่เขาถอนออก “เดี๋ยวมึง หยุดก่อน” ฉันบอกเมื่อรู้สึกใกล้ถึงจุดสุดยอด

เขาหยุดทันที “อะไร” เขาถามเสียงหอบ ฉันพลิกตัวกลับขึ้นมานั่งบนตัวเขา “ให้ฉันขี่ก่อน” ฉันบอกแล้วสอดควยของเขาเข้าหีอีกครั้ง คราวนี้ฉันบังคับเอง ฉันขยับสะโพกเป็นวงกลมช้า ๆ ให้หัวควยของเขาเสียดสีไปทั่วด้านใน ฉันรู้สึกเสียวแปลบเมื่อมันถูกจุดที่ไวที่สุด

เขานอนมองฉันด้วยสายตาเคลิ้ม มือของเขาลูบหน้าอกฉันผ่านเสื้อ “ถอดหมดเลย” เขาบอก ฉันดึงเสื้อยืดของตัวเองขึ้นเหนือหัวแล้วโยนทิ้ง จากนั้นถอนกางเกงในที่ยังติดอยู่ที่ข้อเท้าออก เขาจับหัวนมของฉันแล้วบีบเบา ๆ ฉันคราง เสียวไปทั้งตัว

“โคตรสวยเลยมึง” เขาพูดแล้วจับหัวนมอีกข้าง ฉันขยับสะโพกเป็นจังหวะเร็วขึ้น รู้สึกว่าควยของเขาแข็งตึงขึ้นทุกครั้งที่ฉันกระแทกลง ฉันก้มลงไปจูบเขาแล้วกัดริมฝีปากเขาเบา ๆ เขาครางเสียงดังในลำคอ

“กูใกล้แล้ว” เขากระซิบ ฉันเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น ควยของเขาดันเข้าไปลึกจนถึงโคน ฉันกระแทกสะโพกลงแรงสุดแรง เสียงเนื้อกระทบกันดังถี่และดังขึ้นเรื่อย ๆ ฉันรู้สึกว่าตัวเองก็ใกล้ถึงจุดสูงสุดเช่นกัน

“ลงมาสิ ลงมากับกู” เขาพูด ฉันก้มหน้าลงจูบเขาอีกครั้ง ลิ้นของเราพันกัน เมื่อเขาบีบหัวนมฉันอีกครั้ง พร้อมกับที่เขาเงยสะโพกขึ้นกระแทกสวนกับจังหวะของฉัน ฉันรู้สึกถึงความเสียวที่พลุ่งพล่านจากจุดนั้นพุ่งขึ้นมาทั้งตัว

ฉันครางเสียงดังเมื่อถึงจุดสุดยอด หีของฉันบีบรัดควยของเขาแน่นเป็นจังหวะ ตัวฉันสั่นเทาไปหมด ฉันซบหน้าลงที่ไหล่ของเขา เขากอดฉันไว้แน่นแล้วกระแทกต่อไปอีกสองสามครั้งก่อนที่เขาจะร้องคำรามแล้วปล่อยน้ำควยของเขาเข้าไปในหีของฉัน

เรานอนนิ่งอยู่แบบนั้นสักพัก ฉันรู้สึกถึงน้ำของเขาไหลเยิ้มออกมาตามขา เขาลูบหลังฉันเบา ๆ “เก่งมากมึง” เขากระซิบที่ข้างหูฉัน ฉันหัวเราะเบา ๆ แล้วยกตัวขึ้น น้ำควยไหลออกจากหีของฉันเป็นทางยาว

ฉันเดินไปเข้าห้องน้ำ เขาเดินตามมาแล้วเปิดฝักบัว “เข้ามาสิ” เขาเรียก ฉันเดินเข้าไปใต้สายน้ำ เขาช่วยชำระร่างกายฉันด้วยมือของเขา แต่มือของเขาไม่ได้หยุดแค่ตรงนั้น เขาลูบไล้ไปทั่วตัวฉัน จากนั้นจับฉันให้หันหน้าเข้ากำแพง

กระเบื้องเย็นเฉียบแตะที่หน้าท้องของฉัน เขาจับเอวฉันอีกครั้ง “อีกรอบมึง” เขาพูดเสียงแหบ แล้วควยของเขาที่กลับมาแข็งอีกครั้งก็สอดเข้าหีของฉันจากด้านหลังในท่ายืน ฉันรู้สึกเสียววาบอีกครั้งเมื่อของเหลวที่ค้างอยู่ผสมกับความเปียกชื้นใหม่

น้ำจากฝักบัวไหลผ่านร่างของเราสองคน ฉันยันมือกับกำแพงกระเบื้องไว้ เขากระแทกเข้าอย่างรุนแรง เสียงเนื้อกระทบกันดังปะทะกับผนังห้องน้ำ ฉันเงยหน้าขึ้นรับน้ำที่ตกลงมา เขาใช้มือข้างหนึ่งรวบผมของฉันไว้

“หีมึงโคตรดี” เขาพูดซ้ำอีกครั้ง จังหวะของเขาเร่งเร็วขึ้น ฉันรู้สึกว่าตัวเองกลับมาเงี่ยนอีกครั้ง ความเสียวแผ่ซ่านจากจุดที่เขากระแทกไปทั่วร่างกาย ฉันจิกเล็บลงบนกระเบื้อง

“แรงอีก” ฉันขอ เขาสะบัดผมที่ปรกหน้าออกแล้วกระแทกหนักขึ้น จนฉันแทบยืนไม่อยู่ ฉันรู้สึกได้ว่าเขากำลังใกล้เสร็จอีกครั้งจากเสียงหอบและจังหวะที่เริ่มไม่เป็นระบบ เขาจับเอวฉันแน่นแล้วปล่อยน้ำควยอีกครั้ง พร้อมกับคำรามเบา ๆ

หลังจากเสร็จ เราก็อาบน้ำเสร็จและกลับมานั่งที่โซฟาเปลือยเปล่า เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด ฉันนั่งเอนตัวพิงเขา ควันบุหรี่ลอยคลุ้งไปในห้อง “คืนนี้มึงจะกลับบ้านไหม” เขาถาม ฉันส่ายหน้า “ไม่กลับ”

เขานั่งสูบบุหรี่ต่อไปอีกสองสามคำ ควันลอยเป็นเส้นบาง ๆ ขึ้นสู่เพดานห้องเช่า ฉันเอนหัวลงบนอกเขา ได้ยินเสียงหัวใจที่ยังเต้นไม่ปกติ “งั้นมึงก็อยู่ได้ทั้งคืน” เขาพูดเหมือนยืนยัน ฉันพยักหน้าเบา ๆ

นิ้วของเขาค่อย ๆ ลูบผมฉัน จากนั้นก็เลื่อนลงมาที่หลัง “เมื่อกี้มันดีมากเลยนะ” เขาพูดเบา ๆ ฉันมองขึ้นไปสบตาเขา “อือ” ฉันตอบสั้น ๆ แต่ข้างในใจกลับคิดอะไรหลายอย่าง

บุหรี่มวนแรกจบลง เขาดับก้นบุหรี่ลงในที่เขี่ย แล้วพลิกตัวฉันให้นอนหงาย “ยังไม่พออีกเหรอ” ฉันถาม เขาหัวเราะเบา ๆ “มึงทำให้กูอยากได้อีก” เขาจูบลงมาที่ไหล่ฉัน ความรู้สึกเสียว ๆ ลามไปถึงปลายเท้า

เรามีอะไรกันอีกครั้งในคืนนั้น คราวนี้ช้ากว่า รักกันมากกว่า และทุกจังหวะที่เขาสอดใส่เข้ามา ฉันรู้สึกถึงความต้องการที่ไม่ใช่แค่ทางกาย มันมีอะไรบางอย่างที่ลึกกว่านั้น ถึงแม้เราจะไม่เคยพูดถึงความรู้สึกกัน

เช้ามา แสงสว่างลอดผ่านม่านบาง ๆ เขาปลุกฉันด้วยการจูบที่แก้ม “ตื่นได้แล้ว กูต้องไปทำงาน” ฉันลืมตาขึ้นมาเห็นหน้าเขาที่ใกล้มาก นอนมองกันอยู่สักพักโดยไม่พูดอะไร

ฉันลุกขึ้นอาบน้ำอีกครั้ง น้ำเย็นจัดแต่ก็ช่วยให้สดชื่นขึ้น เมื่อแต่งตัวเสร็จ เขาก็กำลังกินกาแฟอยู่ที่โต๊ะ “มึงเอาข้าวไหม” เขาถาม ฉันส่ายหน้า “เดี๋ยวกูไปกินที่ห้อง”

ค่ำคืนนั้นมันไม่ได้เปลี่ยนความสัมพันธ์ของเรา เขายังคงเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่ฉันรู้จักมาตั้งแต่มัธยม เราไม่ได้กลายเป็นแฟนกัน ไม่ได้มีสถานะอะไรเพิ่มขึ้น แต่ทุกครั้งที่เราเจอกัน เราก็จะลงเอยแบบนี้เสมอ

สังคมมันมองคนแบบเรายังไงบ้าง ฉันไม่รู้ แต่มันก็เป็นความสัมพันธ์ที่มีเงื่อนไขและความพอใจของทั้งสองฝ่าย บางทีผู้ชายกับผู้หญิงก็ไม่ได้ต้องการความรักแบบโรแมนติกเสมอไป

ฉันนึกถึงบรรยากาศงานเลี้ยงรุ่นเมื่อคืน ผู้คนมากมาย เสียงเพลง กลิ่นสุรา แล้วเราสองคนก็ลงเอยด้วยการเย็ดกันในห้องเช่าแถว ๆ นั้น มันอาจดูเป็นเรื่องไร้สาระในสายตาคนอื่น

แต่สำหรับฉัน มันคือการปลดปล่อยความน่าเบื่อของชีวิตประจำวัน ชั่วโมงนั้นที่เราเงี่ยนและเสียวด้วยกัน มันทำให้ลืมปัญหาทุกอย่างไปได้

หลังจากเช้าวันนั้น เราไม่ได้เจอกันอีกนานเกือบสามเดือน จนกระทั่งถึงวันเลี้ยงรุ่นปีถัดไป เขาเป็นคนทักมาหาก่อน “กูไปแน่ ๆ เจอกันนะ” ฉันตอบกลับไปสั้น ๆ “อือ”

คืนนั้นก็เหมือนเดิม เราทั้งคู่เมาและกลับมาลงเอยที่ห้องเช่าแถวนั้นอีกครั้ง มันกลายเป็นธรรมเนียมของเราสองคนไปแล้ว

บางความสัมพันธ์มันไม่จำเป็นต้องมีป้ายชื่อ ไม่จำเป็นต้องมีคำว่าคบหา แค่มีช่วงเวลาดี ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายเต็มใจ ก็พอแล้ว

ในสายตาคนอื่น ฉันอาจดูเป็นผู้หญิงใจง่าย แต่ใครล่ะจะเข้าใจว่าความต้องการทางกายมันก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต การได้เสียวและปลดปล่อยกับคนที่ไว้ใจ มันก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง

ถึงวันนี้เราสองคนก็ยังคงเป็นเพื่อนกัน เรานัดเจอกันบ้างตามโอกาสที่เหมาะสม เขามีแฟนแล้ว แต่พวกเราก็ยังคงมีความลับร่วมกันที่ไม่มีใครรู้

และบางทีมันก็คงเป็นอย่างนี้ไปตลอด ไม่มีอะไรต้องอธิบาย ไม่มีอะไรต้องเสียใจ แค่ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่บางครั้งก็กลายเป็นคู่นอน

จริง ๆ แล้วหลายคนคงมีชีวิตแบบนี้มากกว่าที่คิด เพียงแต่มันไม่ใช่เรื่องที่พูดกันตรง ๆ ในสังคมไทย

ฉันได้เรียนรู้ว่าการที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะมีความสุขทางเพศโดยไม่ต้องผูกมัด มันก็เป็นสิทธิ์ของเธอ ไม่ต้องรอให้มีแฟน ไม่ต้องรอให้แต่งงาน

บางทีความเสียวที่แท้จริงก็ไม่ได้อยู่แค่ตอนเย็ด แต่มันอยู่ที่การที่เราได้เป็นตัวของตัวเอง โดยไม่ต้องอาย ไม่ต้องกังวลสายตาใคร

จบแค่นี้ก็พอแล้วสำหรับเรื่องนี้ อย่างน้อยก็ได้ระบายสิ่งที่เก็บไว้ในใจออกมา ขอบคุณที่ฟังจนจบนะครับ

ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM