เรื่องเสียว ความรู้สึกที่ซ่อนในร้านชำ
“ไอ้หนู มาช่วยขนของหน่อย” เสียงป้าสายตะโกนมาจากหลังร้าน ผมวางการ์ตูนเด็กวัดลงบนกองหนังสือพิมพ์เก่า แล้วเดินลัดเลาะไปตามทางแคบๆ ระหว่างชั้นวางบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับถังน้ำตาลทราย
กลิ่นร้านของชำนี่มันหอมแบบบอกไม่ถูก มีทั้งกลิ่นน้ำปลา กลิ่นใบตองห่อขนม กลิ่นน้ำมันเครื่อง และกลิ่นป้าสายที่อบอวลไปด้วยแป้งเย็นกับเหงื่อ ช่วงปิดเทอมแบบนี้ผมต้องมาช่วยทุกวัน ตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงสองทุ่ม
พี่สาวของป้าสายเพิ่งย้ายมาจากต่างจังหวัด เธอชื่อป้าจันทร์ อายุราวๆ สี่สิบต้นๆ แต่หน้าตายังดูสาวกว่าป้าสายหลายปี เวลาพูดเสียงจะเบาๆ นุ่มๆ พอดีกับผมกำลังจะเข้ายี่สิบสาม กำลังมองผู้หญิงในมุมที่เปลี่ยนไป
ผมไม่เคยคิดอะไรกับป้าจันทร์เลยในตอนแรก แต่มันเริ่มจากวันที่ฝนตกหนัก เธอต้องหลบอยู่หลังร้านกับผม เพราะป้าสายออกไปส่งของที่ตลาด ร้านเงียบ มีแต่เสียงเพลงลูกกรุงจากวิทยุเก่าๆ ดังแว่วมา
“หนูปวดหลังจัง” เธอบ่นเบาๆ แล้วเอามือทุบไหล่ตัวเอง ผมนั่งอ่านนิตยสารอยู่ใกล้ๆ มองเห็นแนวคอเสื้อที่เปิดกว้างเพราะกระดุมขาดหนึ่งเม็ด เหงื่อซึมตามไรผม เสื้อบางสีขาวแนบเนื้อจนเห็นโครงสร้างชัดเจน
หัวใจผมเริ่มเต้นแรงแบบไม่รู้ตัว กลิ่นแป้งเด็กผสมกับกลิ่นสระผมของเธอลอยมา ยิ่งตอนที่เธอหันมายิ้มให้แล้วบอกว่า “หนูช่วยนวดไหล่ให้ป้าบ้างได้มั้ย” ผมพยักหน้าทันทีโดยไม่คิด
มือผมแตะลงบนไหล่ที่ลาดเอียงของเธอ ผิวอุ่นๆ ผ่านผ้าบางๆ ป้าจันทร์ส่งเสียงครางเบาๆ ดังออกมา “อื้ม… ตรงนั้นแหละหนู แรงหน่อยก็ดี” เสียงนั้นมันทำให้ผมเสียสมาธิ นิ้วมือเริ่มลูบลงต่ำไปที่สะบักหลังโดยอัตโนมัติ
เธอไม่ได้ห้าม ไม่แม้แต่จะขยับหนี แถมยังเอนหลังพิงมามือผมมากขึ้น เราสองคนอยู่กันสองคนในห้องเก็บของที่มีแต่กล่องสินค้ากองสูง กลิ่นแป้งเย็นกับกลิ่นของร้อนในร่างกายเริ่มคละคลุ้ง
“หนูเคยมีแฟนหรือยัง” ป้าจันทร์ถามเสียงแผ่ว ผมตอบ “เคยครับ” แต่ลิ้นเริ่มพัน จริงๆ มีแค่เรื่องเขินๆ สมัยเรียน ป้าจันทร์หัวเราะเบาๆ แล้วพลิกตัวกลับมา หันหน้าเข้าหากันในระยะประชิด
ดวงตาของเธอเป็นประกายแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน มือบางยกขึ้นมาลูบแก้มผมเบาๆ แล้วเลื่อนลงไปที่คอเสื้อ “ป้าสอนอะไรหน่อยมั้ย” ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คำถามนั้นสะกิดต่อมบางอย่างใต้เอวให้ตื่นขึ้นมาอย่างเต็มที่
ตั้งแต่วันนั้น ผมก็เริ่มหาเวลาอยู่กับป้าจันทร์ตามลำพังทุกครั้งที่มีโอกาส ช่วงบ่ายที่ป้าสายไปธุระ หรือตอนเช้ามืดที่ยังไม่มีลูกค้า แรกๆ เป็นแค่การนวด ให้เธอสอนจูบ สอนจับต้อง แต่ไม่ช้ามันก็พัฒนาไปถึงขั้นที่ต้องหาที่ส่วนตัวในบ้านแถวนี้ที่มีคนพลุกพล่าน
ร้านของชำนี่มีมุมอับหลายจุด หลังชั้นวางน้ำปลา หลังตู้แช่ ห้องน้ำเล็กๆ หลังบ้าน แต่ที่ประจำของเรากลายเป็นห้องเก็บของที่ป้าสายไม่ค่อยเข้า เพราะมีแต่ข้าวสารกับถังน้ำมันพืช ผมมาปูเสื่อเก่าไว้ตรงนั้น
“เดี๋ยวป้าสายกลับมาเจอจะโดนด่าเอานะ” ผมกระซิบบอกขณะที่กำลังดึงเอวเธอเข้ามาหา เธอหัวเราะเบาๆ แล้วเอาปากแนบมากระซิบกลับที่หูผม “ก็บอกว่ามาตวงข้าวสาร”
เวลานั้นรถตู้ของป้าสายจอดอยู่หน้าร้านพอดี แต่เรายังนั่งกอดกันอยู่ในห้องมืดๆ เสียงฝีเท้าของป้าสายเดินผ่านประตูไป ร่างของป้าจันทร์แนบชิดจนรู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่เต้นระส่ำของกันและกัน ความเสียวซ่ามันแล่นตั้งแต่ท้ายทอยลงไปถึงปลายเท้า
“คืนนี้ป้าสายไปตลาดทั้งคืน” ป้าจันทร์บอกขณะเรากำลังแยกกัน ผมมองตามแผ่นหลังของเธอที่เดินออกจากห้องเก็บของ เสื้อที่เคยเรียบร้อยตอนนี้ยับยู่ยี่ เอวคอดที่โยกยามเดินทำให้เลือดในตัวเดือดพล่าน
ผมจะกลับบ้าน แต่ป้าจันทร์ชวนให้กินข้าวที่บ้านเธอก่อน บ้านป้าสายกับบ้านป้าจันทร์อยู่ติดกันในซอยเดียวกัน แต่หลังของป้าจันทร์เป็นบ้านเช่าเล็กๆ มีแต่ห้องนอนกับครัว ทุกอย่างในบ้านเหมือนจะรอให้ผมเข้าไปอยู่ด้วย
ท้องฟ้าเริ่มมืดตอนสองทุ่ม บ้านป้าจันทร์มีแค่โคมไฟดวงเดียวที่ให้แสงสลัว เธอเปิดประตูรั้วต้อนรับผม ทั้งที่ตะกร้าผ้าที่เพิ่งเก็บมายังเต็มอยู่ ผมเดินผ่านผ้าที่ตากไว้ในร่ม สัมผัสชื้นๆ ของผ้าเปียกแตะโดนแขน
“นั่งก่อนนะ เดี๋ยวป้าตักข้าวให้” เสียงนุ่มนวลของเธอทำให้บรรยากาศในบ้านดูอบอุ่นเกินกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับสองคนที่ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด แต่ความสัมพันธ์ของเราเริ่มล้ำเส้นเกินกว่าที่จะเรียกว่าญาติไปแล้ว
ผมมองเธอในชุดบ้านลำลอง เสื้อยืดเก่าๆ คอกว้างที่พอสวมใส่แล้วคล้องไหล่ข้างหนึ่ง กางเกงขาสั้นที่ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ร้านยังเป็นกระโปรงยาว ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นขาสั้นผ้าบางขาสั้นจนเห็นลวดลายของกางเกงในจางๆ ความเงี่ยนเริ่มถาโถมเข้ามาเมื่อเห็นว่านี่คือบ้านของเธอ ไม่มีใครรบกวน
ขณะนั่งกินข้าวกันในครัวเล็กๆ ป้าจันทร์เล่าเรื่องครอบครัวของเธอ ว่าแต่งงานแล้วสามีทิ้งไปอยู่กับลูก เมียลูกอยู่ในกรุงเทพฯ เธอจึงต้องย้ายมาอยู่กับพี่สาวที่ต่างจังหวัด ตอนเล่าแววตาเศร้าลงไปนิดแต่ก็ยิ้มเข้มแข็ง
“ป้ามาอยู่ที่นี่ก็ดี จะได้มีหนูเป็นเพื่อน” เธอพูดแล้วเขี่ยข้าวเข้าปาก ดวงตามองผมตรงๆ แววตาแบบที่ผมเริ่มคุ้นเคย — ทั้งอ้อนวอนและท้าทาย
ผมวางช้อนลงแล้วเอื้อมมือไปจับปลายนิ้วเธอบนโต๊ะ เงื่อนไขระหว่างเราถูกกำหนดเอาไว้แล้วตอนที่เธอเชิญผมมาที่บ้านเดี่ยวๆ ในคืนที่ป้าสายไม่อยู่ เธอวางแก้วน้ำทิ้งไว้แล้วเดินนำไปที่ห้องนอน — ห้องที่เปิดไฟสลัวๆ มีมุ้งสีขาวห้อยอยู่รอบเตียง เสียงพัดลมเป่าดังวี้ดๆ
“เข้ามาเลย” เธอบอกแล้วรูดมุ้งเปิด ผมเดินตามเข้าไป ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นแป้งเย็นที่คุ้นเคย ตอนที่ผมจับเข่าเธอไว้และพาเธอทรุดลงบนฟูก เสียงผ้าฝ้ายที่เสียดสีกันดังกรอบแกรบ พัดลมหมุนไม่หยุด ความร้อนในกายเริ่มแผดเผาทุกครั้งที่สองเราอยู่ด้วยกัน
เธอบอกป้าสายว่าผมจะช่วยยกของหนักที่บ้าน แต่ความจริงผมกำลังยกเธอขึ้นมานั่งบนตักในห้องนอน ร่างบางของป้าจันทร์ไม่หนักเท่าไร แต่ความนุ่มของแก้มก้นที่ทาบทับบนขาผมมันทำให้ผมแทบคลั่ง
“คราวนี้หนูจะจัดการป้ายังไง” เธอเอามือทั้งสองข้างโอบรอบคอผมปากของเธอจูบมาก่อนที่ผมจะตอบเสียอีก ลิ้นร้อนผ่าวสอดเข้ามาในปากผม ผมตอบรับด้วยการสอดมือลูบขึ้นไปบนขาเปลือยที่พิงอยู่กับขาของผม
เธอขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้ผมพาเธอนอนลงบนเตียง เสื้อยืดสีขาวถูกถกขึ้น ร่างกายผู้หญิงวัยสี่สิบกว่ายังคงความเต่งตึง หน้าท้องแบนราบแต่มีรอยย่นของครรภ์เก่าจางๆ ทรวงอกอวบอิ่มในเสื้อชั้นในสีอ่อนที่ผมเห็นลายดอกไม้ผ่านผ้าขาวบาง
ผมก้มลงจูบเธอที่ต้นคอ ไล้ลงมาเรื่อยๆ ป้าจันทร์ส่งเสียงครางยาวในลำคอ แล้วเอามือล้วงลงไปที่เป้ากางเกงของผม “อะไรของหนูแข็งปั๋งเลย” เธอทำเสียงแหบแหย่ มือลูบผ่านผ้ากางเกงยีนส์ของผมอย่างจงใจ
“ก็ป้านั่นแหละครับ” ผมตอบแล้วถอดกางเกงของตัวเองทิ้งข้างเตียง ตอนนี้ผมนั่งเปลือยท่อนบนกับกางเกงในตัวเดียว เธอยังไม่ถอดเสื้อแต่ยอมให้ผมดึงกางเกงขาสั้นของเธอออกก่อน ผมเห็นขอบของกางเกงในสีพาสเทลที่ถูกความเปียกชื้นทำให้เนื้อผ้าดูเข้มขึ้น
“ป้าไม่เคยให้ผู้ชายคนไหนทำแบบนี้เลยนะ ตั้งแต่สามีทิ้งไป” เธอพูดเสียงเครือขณะที่ผมดึงกางเกงในของเธอลงช้าๆ เหนือเข่าเธอยกสะโพกขึ้นให้ผมถอดออกง่ายขึ้น พอผ้าชิ้นสุดท้ายพ้นตัว เธอก็กลับกลายเป็นผู้หญิงเปลือยที่กำลังนอนรอผมอยู่
บรรยากาศในห้องมืดมากแต่แสงไฟจากนอกหน้าต่างทำให้ผมพอเห็นเงาร่าง สีผิวของเธอสว่างไสวตัดกับผ้าปูสีเข้ม หัวนมสีเข้มสองจุดตั้งชันท้าทายสายตาผม ขนลานบางๆ ที่หว่างขาถูกเหงื่อทำให้เป็นประกาย
“มาจับตรงนี้สิ” เธอกุมมือผมแล้วพาไปวางไว้ระหว่างขาของเธอ ปลายนิ้วผมแตะสัมผัสความเปียกชื้นร้อนๆ หีของเธออวบอิ่มและกำลังขยับตามจังหวะลมหายใจ “ชอบมั้ยล่ะ” เธอถามเสียงสั่น
ผมไม่ตอบแต่ขยับตัวไปนอนประกบเธอ ลำตัวเปลือยของสองคนแนบชิดกันตั้งแต่หน้าอกถึงปลายเท้า ควยของผมแข็งค้างอยู่ที่โคนขาของเธอ เธอขยับเอวขึ้นลงถูไถกับลำควยของผม น้ำของเธอเริ่มเปียกซึมออกมาเลอะที่ท้องน้อยของผม
“มาสิ” เธอชวนขณะที่ใช้มือข้างหนึ่งสอดเข้าไปจับควยผม ลูบลงช้าๆ แล้วเลื่อนปลายควยไปถูตามปากหีที่กำลังอ้าออกต้อนรับ ปลายควยผมที่เด่นเป็นมันในที่มืด เธอขยับสะโพกรับทุกครั้งที่ปลายควยเสียดสีผ่านร่องกลาง
จังหวะที่เธอออกแรงกั้นควยผมต่ำลงจนปลายควยจ่อเข้าร่องหี เธอส่งเสียงหายใจถี่รัว ผมไม่รอช้ากว่าใช้สะโพกดันควยเข้าไปในหีของป้าจันทร์ในทีเดียว เสียงน้ำทะลักออกมาดังจั๊กๆ ท่ามกลางความเงียบ เธอร้องรับด้วยเสียงหอบครางยาว
ผมดันควยเข้าไปจนมิดโคน ขนหัวเหน่าของทั้งคู่เสียดสีกัน ร่างของเธอสั่นน้อยๆ ตอนที่ผมอยู่ในตัวเธอลึกที่สุด ผมหนีบขาเธอไว้แล้วเริ่มเย็บเย็ดช้าๆ ตามจังหวะที่เธอขยับตาม ควยของผมถูกหีบีบรัดเป็นระยะทุกครั้งที่ดึงออกมา
“อู้ยย… หนูทำให้ป้าเสียว” เธอบ่นเสียงสั่น ขาเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นไปเกี่ยวเอวผมไว้แน่น ร่างของเราสองคนขยับส่ายไปมา พัดลมหมุนไม่หยุดแต่เหงื่อก็เริ่มซึมทั่วแผ่นหลัง ตอนนี้ทุกอย่างในโลกลดเหลือแค่เสียงเนื้อกระทบเนื้อกับเสียงนมหีที่ถูกเสียบควยกระแทกเป็นจังหวะ
เธอพลิกกลับให้นอนหงาย ผมเปลี่ยนทางเข้าหีเธอจากด้านหลัง ตอนนั้นควยเสียบเข้าลึกขึ้นอีก ร่างที่โน้มลงไปคว่ำอยู่บนฟูกเผยให้เห็นสันหลังยาวเรียว ผมใช้มือบีบก้นกลมของเธอไว้แล้วกระแทกเต็มแรงทุกที เสียงเย็ดดังตั้บๆ ดังไปทั่วห้อง
“เย็ดป้าแรงๆ เลยนะหนู” เธอตะโกนขณะส่งสะโพกรับควยผมไปด้วย ก้นอวบกลมกระดกขึ้นลงตามจังหวะการบุกของผม ตอนนี้ความอดทนของผมใกล้ถึงขีดสุดแล้ว ควยผมแข็งตึงและถูกหีของเธอบีบรัดหนักขึ้นเรื่อยๆ
ผมคว้าตัวเธอพลิกกลับมานอนหงายอีกครั้ง แล้วกระแทกควยเข้าปากหีของเธอด้วยความเร็วสูงสุด ท้องน้อยของเธอกระเพื่อมรับทุกการกระแทก เธอครางดังลั่นบ้านตอนที่ผมกระแทกควยเข้าลึกจนถึงโคนและเป่าน้ำกามออกมาทั้งหมดในนั้น
เสียงเราสองคนหอบหายใจช้าลง ร่างของผมล้มทับเธอไว้ ก่อนจะกลิ้งลงมานอนข้างกัน ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงพัดลมที่ยังหมุนอยู่ แขนของป้าจันทร์กอดผมไว้แน่นจนเหมือนโปรยเสน่ห์อีกครั้ง “หนูเก่งจังเลย” เธอกระซิบที่ข้างหูผม
หลังจากคืนนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่างที่เกินกว่าแค่ความสนุกสนาน ตอนเช้าผมตื่นขึ้นมาในบ้านของป้าจันทร์ พบกับกับข้าวที่เตรียมไว้บนโต๊ะ และภาพของเธอนั่งรอผมนอนอยู่ ใบหน้าสดใสที่ชวนให้ผมรู้สึกผิดในขณะเดียวกัน
ความสัมพันธ์ของเราดำเนินไปแบบนั้นอีกหลายสัปดาห์ จนกระทั่งวันหนึ่งป้าสายกลับบ้านเร็วและเห็นเราสองคนกำลังกอดจูบกันในครัว ป้าสายไม่ได้โกรธมากเท่าเสียใจ “รู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นหลานแท้ๆ ของตัวเอง” เธอพูดแล้วเดินเข้าบ้านไป
ป้าจันทร์ร้องไห้ทั้งคืน แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบลงตามคำขอร้องของป้าสายที่ไม่อยากให้แตกคอในครอบครัว ป้าจันทร์ย้ายกลับไปอยู่กรุงเทพฯ ในอีกสองอาทิตย์ต่อมา และผมก็กลับมาเป็นเด็กช่วยร้านของป้าสายอีกครั้ง
จนถึงวันนี้เวลาผมกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ถ้าผ่านร้านของชำ ผมยังนึกถึงเสียงหัวเราะเบาๆ มือที่บางเฉียบ และค่ำคืนที่เราสองคนเรียนรู้กันในห้องมืด ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในร้านชำแห่งนี้ยังคงอยู่ แม้แสงแดดจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่รสของความทรงจำยังคงชัดเจน
“ป้าว่าป้าคงอยู่ได้อีกไม่นาน” เสียงแหบแห้งของป้าสายดังมาจากเตียงคนไข้ ตอนที่ผมกลับไปเยี่ยมเธออีกครั้งหลังจากไม่ได้เจอกันนาน ผมนั่งลงข้างเต็นท์ มือของป้าสายเย็นเฉียบ ผมกุมมันไว้แน่น “ป้าจันทร์เสียแล้วเมื่อปีที่แล้ว” เธอพูดต่อ น้ำตาไหลออกมาที่หางตา “ก่อนตายเขาให้ป้าส่งจดหมายนี้ให้หลาน”
ผมอ้าปากค้าง ไม่มีคำพูดใดออกมา ป้าสายยื่นซองจดหมายสีเหลืองให้ผม ตัวหนังสือของป้าจันทร์คุ้นดี ลายมือหวัดๆ ที่เคยเขียนโน้ตแปะไว้บนชั้นของร้านของชำ ผมเปิดซองออก กระดาษสองแผ่นพับซ้อนกัน กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งเด็กที่เธอชอบใช้ยังคงติดอยู่
หลังจากงานศพป้าสาย ผมกลับมาที่ร้านของชำอีกครั้งในฐานะเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว ประตูบานเลื่อนไม้มีรอยแตกร้าว ผมเปิดเข้าไป กลิ่นอับและฝุ่นตลบอบอวล ไฟนีออนเส้นหนึ่งยังสว่างอยู่ ผมมองไปที่ห้องนอนหลังร้านที่ป้าจันทร์เคยนอน และที่ที่เราสองคนเคยร่วมรักกันในความมืด
จดหมายของป้าจันทร์บอกให้ผมดูใต้พื้นไม้กระดานในห้องนั้น ผมเดินเข้าไป คุกเข่าลงตรงมุมห้องที่เคยมีตู้เสื้อผ้าตั้งอยู่ หยิบฝักบัวมาแงะกระดานที่เริ่มผุออก ใต้พื้นมีกล่องไม้เล็กๆ ฝุ่นจับหนา ผมเปิดออก ข้างในมีรูปถ่ายของเราสองคนสมัยนั้น ป้าจันทร์นั่งตักผม รูปที่เธอแอบถ่ายตอนเรานอนกอดกันในคืนที่เธอยังไม่กลับกรุงเทพฯ
มีจดหมายอีกหลายฉบับที่เธอเขียนถึงผมแต่ไม่เคยส่ง ในจดหมายเหล่านั้นเธอเล่าถึงความหลัง ความคิดถึง และสารภาพว่าตั้งแต่วันนั้น เธอก็ไม่มีวันลืมสัมผัสของหลานชายคนนี้ มีกางเกงในตัวหนึ่งของผมที่หายไปจากคืนนั้น พับไว้อย่างดี และผ้าเช็ดหน้าสีขาวที่มีรอยเปื้อนสีน้ำตาลจางๆ กลิ่นของป้าจันทร์ยังคงอ้อยอิ่ง
ผมปิดกล่อง นั่งลงบนเตียงไม้ที่เคยเป็นของป้าจันทร์ ความทรงจำในคืนที่เราสองคนเรียนรู้กันกลับมาเหมือนภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำ มือของเธอสัมผัสแผ่นหลังผม ลูบลงมาที่เอว เสียงเธอกระซิบข้างหู “ป้าคิดถึงหลานนะ” ตอนนั้นผมอายุยี่สิบห้า เป็นผู้ชายที่เต็มไปด้วยฮอร์โมนและความต้องการ
ผมนอนลง เตียงไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเหมือนเดิม ผมหลับตาลง นึกถึงตอนที่ป้าจันทร์นั่งคร่อมผม เนื้อตัวของเธอขาวเนียน ผมจับเอวบางของเธอไว้ แล้วเธอก็ค่อยๆ โยกตัวลงมาทับควยที่แข็งชันของผม เสียงเธอครางเบาๆ “อื้ม… หลานของป้าเก่งจัง” หีของเธอร้อนและรัดตัวผมแน่นจนแทบจะขาดใจ
ความเสียววูบวาบแล่นผ่านร่างกาย ผมเงี่ยนขึ้นมาทันที มือลูบลงไปที่กางเกง คลำเจอควยของตัวเองที่แข็งชันจนแทบจะทะลุผ้า ผมปลดกระดุม หยิบมันออกมา ช่วยตัวเองในความมืด นึกถึงภาพป้าจันทร์ก้มลงมาดูดควยของผม ลิ้นของเธอร้อนและช่ำชอง น้ำหีของเธอไหลเยิ้มเปื้อนคางและหน้าอกของผม
ผมหลั่งออกมาเป็นสาย น้ำควยกระฉอกใส่ท้องตัวเอง หายใจหอบถี่ในความเงียบของร้านที่ไม่มีใครอยู่แล้ว จากนั้นผมก็รู้สึกโดดเดี่ยวและเศร้าอย่างบอกไม่ถูก ลุกขึ้นมาเปิดไฟ หยิบจดหมายของป้าจันทร์ขึ้นมาอ่านอีกครั้งถึงประโยคสุดท้าย “รักนะ หลานรักของป้า ขอโทษที่ทิ้งให้หลานอยู่คนเดียว”
เช้าวันรุ่งขึ้นผมตัดสินใจปิดร้านของชำเป็นการถาวร ผมเก็บของทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับป้าสายและป้าจันทร์ใส่กล่องใบเดิม นำไปฝังไว้ใต้ต้นมะม่วงหลังร้าน ผมยืนมองร้านที่เคยเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยชีวิต เสียงหัวเราะ เสียงทักทายของลูกค้า เสียงป้าสายด่าเด็กส่งของ ตอนนี้ทุกอย่างเงียบงัน
หลายปีผ่านไป ผมแต่งงาน มีลูก มีภรรยา แต่ไม่เคยบอกความจริงเรื่องนี้กับใคร บางครั้งเวลาผมกลับไปต่างจังหวัดแล้วขับผ่านร้านร้างนั้น ผมจะหยุดรถลงไปมอง ร้านของชำกลายเป็นซากปรัก หลังคายุบ ฝาผนังสีซีด ต้นมะม่วงที่ฝังกล่องไว้โตจนสูงใหญ่
ผมยืนอยู่ตรงนั้น มองเห็นเงาของเราสองคนในอดีต ป้าจันทร์กับผม ในโลกที่ไม่ยอมรับเรา ความรู้สึกนั้นมันทั้งผิดและถูกในเวลาเดียวกัน มันเป็นความทรงจำที่ผมต้องแบกไว้คนเดียว
ตอนนี้เวลาผมมองย้อนกลับไป ผมไม่เสียใจที่มันเกิดขึ้น แต่มันสอนให้ผมรู้ว่าความต้องการทางเนื้อหนังบางครั้งไม่มีเหตุผลใดมารองรับ มันเกิดขึ้นเพราะเราเป็นมนุษย์ และมนุษย์ที่ประกอบด้วยเนื้อหนังย่อมมีกิเลส มีความใคร่ มีความต้องการที่บางครั้งก็เกินกว่าคำว่าถูกหรือผิด
ถึงวันนี้ถ้าใครสักคนถามว่าความรักในครอบครัวที่ผิดประเพณีมันเป็นยังไง ผมก็จะบอกว่ามันมีทั้งรสหวาน รสขม และรสชาติของความลับที่กัดกินหัวใจ แต่สุดท้ายแล้วเราทุกคนต่างก็ต้องอยู่กับสิ่งที่เลือก ไม่มีคำว่าเสียใจ มีแต่การยอมรับว่ามันคือส่วนหนึ่งของชีวิตที่ทำให้เราเป็นเราในวันนี้ครับ
แต่แล้วทุกอย่างก็พังลงในคืนที่ฝนตกหนัก จนป้าจันทร์ต้องมาค้างที่บ้านเพราะน้ำท่วมใหญ่ เธอนอนห้องเดียวกับผม เพราะห้องเล็กไม่มีที่อื่น ตอนนั้นผมอายุยี่สิบสองแล้ว ป้าแก่ขึ้นจนเห็นรอยเหี่ยวที่หางตา แต่กลิ่นตัวเธอกลับยังคงเดิม มันเป็นกลิ่นที่กระตุ้นต่อมเงี่ยนในตัวผมจนแทบบ้า คืนนั้นผมไม่อั้นอีกแล้ว ผมกระแทกควยเข้าไปในหีของเธอแบบไม่ยั้ง น้ำหีเธอเยิ้มจนฟูกเปียก เธอครางเสียงดังจนเกือบจะลั่นบ้าน ผมเย็ดเธอทั้งคืน ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เสียวจนขาอ่อน ความต้องการที่สะสมมามันระเบิดออกมาเป็นความใคร่ที่รุนแรง โดยลืมไปว่าความจริงแล้วเราคืออะไรกันแน่
เช้าวันนั้นผมนั่งอยู่หน้าร้านชำ มองฝนที่ซาลง ป้าจันทร์เดินออกมาจากห้องโดยไม่สบตาผมเลยสักครั้ง ผมรู้ว่ามันจบแล้ว ไม่ใช่เพราะเราเลิกรักกัน แต่เพราะความสัมพันธ์แบบนี้มันไปต่อไม่ได้จริงๆ ถ้าวันนี้ย้อนเวลากลับไปได้ ผมก็คงทำเหมือนเดิม แต่ก็คงเก็บมันไว้ในใจไม่ให้มันเลยเถิดถึงจุดนั้น ถึงวันนี้ถ้ามีหนุ่มสาวคนไหนกำลังเจอความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนแบบนี้ ผมขอให้พวกเขาถามหัวใจตัวเองให้ดีก่อนที่จะข้ามเส้นนั้นไป เพราะรสชาติของความลับที่กัดกินหัวใจ มันไม่คุ้มกับความเสียววูบวาบที่ได้มาแม้แต่น้อยครับ
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM








